ทฤษฎีของมาสโลว์จะอธิบายเกี่ยวกับลำดับขั้นของความต้องการว่าเมื่อความต้องการนั้นได้รับการตอบรับแล้วมนุษย์ก็จะมีความต้องการอีกขั้นนึงไปเรื่อยๆไม่มีวันสิ้นสุดทฤษฎีERG เป็นทฤษฎีที่เป็นลำดับขั้นเหมือนกับทฤษฎีมาสโลว์ แต่แตกต่างกันที่ทฤษฎีERGจะบอกว่าความต้องการของมนุษย์สามารถเกิดขึ้นได้มากกว่า1อย่างในเวลาเดียวกัน(นางสาวอัมรินทร์ เกมอ 12590105)
-ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ จะมองว่าเป็น “มนุษย์ที่ประสงค์จะทำงานให้สำเร็จด้วยตนเอง” เป็นทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ มาสโลว์มองว่าความต้องการของมนุษย์มีลักษณะเป็นลำดับขั้น จากระดับต่ำสุดไปยังระดับสูงสุด เมื่อความต้องการในระดับหนึ่งได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นในระดับที่สูงขึ้นต่อไป-ทฤษฎีแรงจูงใจของแอลเดอร์เฟอร์ ได้เสนอทฤษฎีว่าด้วยความต้องการของมนุษย์ขึ้นมาเรียกว่าทฤษฎี อี อาร์ จี (ERG Theory) ซึ่งคล้ายคลึงกับแนวคิดของมาสโลว์ แต่ทฤษฎีนี้ต่างกันตรงที่หากมนุษย์ได้รับการตอบสนองความต้องการในขั้นต้นแล้ว ความต้องการก็จะพัฒนาไปสู่ขั้นถัดไป แต่หากความต้องการในขั้นถัดไปไม่ได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะถอยความต้องการกลับลงมาสู่ขั้นก่อน โดยละทิ้งความต้องการขั้นถัดไปโดยปริยาย(ปิยาภรณ์ ชินวงค์พรหม 12590051)
ทฤษฎีความต้องการของมาสโลว์ ความต้องการของมนุษย์แบ่งเป็น 5 ขั้นโดยระบุว่ามนุษย์มีความต้องการทีละขั้นโดยเริ่มจากขั้นต้นก่อนคือความต้องการของร่างกายและเมื่อความต้องการในแต่ละขั้นได้รับการตอบสนองแล้วมนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นๆในระดับที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆจนถึงขั้นสูงสุดคือความต้องการได้บรรลุความตั้งใจสูงสุดของตนเองทฤษฎี erg แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็นขั้นๆและความต้องการของมนุษย์เริ่มต้นที่ขั้นต้นก่อนเช่นเดียวกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ แต่ทฤษฎีนี้แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเพียงแค่ 3 ขั้นได้แก่ 1 ความต้องการการอยู่รอด เป็นความต้องการขั้นแรกสุด เช่นกันได้รับเงินเดือนประจำมีงานที่มั่นคงมีการทำงานที่ปลอดภัย 2 ความต้องการความสัมพันธ์เป็นความต้องการในเรื่องต่างๆที่เกี่ยวพันกับมนุษย์เช่นการมีเพื่อนมีทีมงานมีครอบครัว 3 ความต้องการเจริญก้าวหน้าเป็นความต้องการงานที่น่าสนใจและท้าทายได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์มีความรับผิดชอบสูงได้รับการค้นคว้าความก้าวหน้าในองค์กรและได้รับความสำเร็จในชีวิต ทฤษฎีนี้ระบุว่าหากมนุษย์ได้รับการตอบสนองความต้องการในขั้นต้นแล้วความต้องการก็จะพัฒนาสูงขึ้นตามลำดับขั้นถัดไปแต่หากความต้องการในขั้นถัดไปไม่ได้รับการตอบสนองมนุษย์ก็จะถอยความต้องการกลับลงมาสู่ขั้นก่อนโดยละทิ้งความต้องการขั้นถัดไปโดยปริยายน.ส.วราภรณ์ ขันสมบัติ12590069
9. จงเปรียบเทียบทฤษฎีความต้องการของมาสโลว์และอีอาร์จีว่ามีลักษณะที่เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไรตอบ : ทฤษฎีอีอาร์จี แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็นขั้นๆ และความต้องการของมนุษย์เริ่มต้นที่ขั้นต้นก่อนเช่นเดียวกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์แต่ทฤษฎีนี้แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็นเพียง 3 ขั้น ได้แก่1. ความต้องการการอยู่รอด : เป็นความต้องการขั้นแรกสุด อาทิ การได้รับเงินเดือนประจำ มีการงานที่มั่นคง2. ความต้องการความสัมพันธ์ : เป็นความต้องการในเรื่องต่างๆซึ่งเกี่ยวพันธ์กับมนุษย์3. ความต้องการเติบโตก้าวหน้า : เป็นความต้องการที่น่าสนใจและท้าทาย ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ซึ่งแตกต่างจากทฤษฎีของมาสโลว์ที่มีการแบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็น 5 ขั้นนางสาวสุดารัตน์ สุขสาม (รหัส 12590090)
ทฤษฎีอีอาร์จี จะมีพื้นฐานและความคล้ายคลึงกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ แต่ก็มีความแตกต่างที่สำคัญ คือ บุคคลสามารถเกิดความต้องการได้มากกว่าหนึ่งในเวลาเดียวกัน ตลอดจนอธิบายปฏิกิริยาของบุคคลเมื่อไม่สามารถบรรลุความต้องการ โดยหลักความต้องการ ความพึงพอใจ ความก้าวหน้า. และหลักการความไม่พอใจถดถอย ซึ่งสามารถอธิบายได้ว่า ถ้าความต้องการของบุคคลไม่ได้การตอบสนองเค้าก็จะให้ความสำคัญกับความต้องการอื่นแทน เช่น ถึงแม้บุคคลจะไม่มีความภาคภูมิใจกับ งานที่ซ้ำซากและน่าเบื่อของเค้า แต่เค้าก็ยังปฏิบัติงานนั้นอยู่ เนื่องจากรายได้ที่ดีและความมั่นคงของงาน เป็นต้น ทำให้นักวิชาการหลายคนให้การยอมรับว่าทฤษฎีอีอาร์จีมีความเป็นจริง ในการอธิบาย ความต้องการของมนุษย์ได้มากกว่าทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ (ชนกนาฎ สหทรัพย์เจริญ 12590012)
ทฤษฎีความต้องการของมาสโลว์ เมื่อความต้องการในแต่ละขั้นได้รับการตอบสนองแล้วมนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นในระดับขั้นที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ1.ความต้องการของร่างกาย หมายถึงความต้องการในปัจจัย 4 ของมนุษย์ ได้แก่อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค 2.ความต้องการความมั่นคงปลอดภัย หมายถึงความต้องการที่ได้รับความปลอดภัยในความเป็นอยู่และการทำงาน3.ความต้องการทางสังคม หมายถึงความต้องการเป็นที่รู้จัก และมีความผูกพันกับบุคคลอื่น4.ความต้องการการยกย่อง หมายถึง ความต้องการได้รับความภาคภูมิใจในตนเอง5.ความต้องการบรรลุความตั้งใจสูงสุดของตนเอง หมายถึงความต้องการที่มนุษย์แต่ละคนประสงค์ที่จะได้รับสูงสุดส่วนทฤษฎีอีอาร์จี แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็นขั้นๆ และความต้องการของมนุษย์เริ่มต้นที่ขั้นต้นก่อนเช่นเดียวกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์แต่ทฤษฎีนี้แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเพียง 3 ขั้นได้แก่1.ความต้องการการอยู่รอด เป็นความต้องการขั้นแรกสุด อาทิการได้รับเงินเดือนประจำ มีการงานที่มั่นคง มีสภาพการทำงานที่ปลอดภัย2.ความต้องการความสัมพันธ์ เป็นความต้องการในเรื่องต่างๆ ซึ่งเกี่ยวพันกับมนุษย์3.ความต้องการการเติบโตก้าวหน้า เป็นควาต้องการงานที่น่าสนใจและท้าทาย ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์(อารียา ปานทอง 12590109)
ข้อที่ 9ถึงแม้ทฤษฎีอี-อาร์-จี จะมีพื้นฐานและความคล้ายคลึงกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของ Maslow แต่ก็มีความแตกต่างที่สำคัญคือ Alderfer มีความเห็นว่า บุคคลสามารถเกิดความต้องการได้มากกว่าหนึ่งในเวลาเดียวกัน ตลอดจนอธิบายปฏิกิริยาของบุคคลเมื่อไม่สามารถบรรลุความต้องการ โดยหลักความต้องการโดยหลักการความพอใจ-ความก้าวหน้า ( Satisfaction- progression Principle)และหลักการความไม่พอใจ-ถดถอย ( Frustration – regression Principle)ซึ่งสามารถอธิบายได้ว่า ถ้าความต้องการของบุคคลไม่ได้การตอบสนอง เขาก็จะให้ความสำคัญกับความต้องการอื่นแทน ตัวอย่างเช่น ถึงแม้บุคคลจะไม่มีความภาคภูมิใจกับงานที่ซ้ำซากและน่าเบื่อของเขา แต่เขาก็ยังปฏิบัติงานนั้นอยู่ เนื่องจากรายได้ที่ดีและความมั่นคงของงาน เป็นต้น ทำให้นักวิชาการหลายคนให้การยอมรับว่าทฤษฎีอี-อาร์-จี มีความเป็นจริง ในการอธิบาย ความต้องการของมนุษย์มากกว่า ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการ(อรณิชา ศรีสมัย 12590102)
-ทฤษฎีอี-อาร์-จี(ERG Theory) Clayton Alderfer นักวิชาการแห่งมหาวิทยาลัย Yale ได้พัฒนาทฤษฎีความต้องการดำรงอยู่ความสัมพันธ์และความก้าวหน้า ที่เรียกร่วมกันว่า ทฤษฎี อี- อาร์ -จี(ERG Theory) ซึ่งมีพื้นฐานมาจากทฤษฎีความต้องการของ Maslow โดย Alderfer สรุปว่า ความต้องการของมนุษย์สามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่1.ความต้องการการดำรงอยู่ (Existence Needs) เป็นความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ในการที่จะดำรงชีพ เช่น อาหาร น้ำ อากาศ และที่อยู่อาศัย ซึ่งสามารถเปรียบเทียบได้กับความต้องการระดับต้น ในลำดับขั้นความต้องการของ Maslow2.ความต้องการความสัมพันธ์ (Reletedness Needs) เป็นความต้องการที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลอื่นในสังคม เช่น ความรัก และการยอมรับนับถือจากบุคคลอื่น ซึ่งจะเปรียบเทียบได้กับความต้องการการยอมรับ และความต้องการทางสังคม3.ความต้องการความต้องการ (Growth Needs) เป็นความต้องการของบุคคลที่จะก้าวหน้าและพัฒนาเอง ทฤษฎีอี-อาร์-จี จะมีพื้นฐานและความคล้ายคลึงกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของ Maslow แต่ก็มีความแตกต่างที่สำคัญคือ Alderfer มีความเห็นว่า บุคคลสามารถเกิดความต้องการได้มากกว่าหนึ่งในเวลาเดียวกัน ตลอดจนอธิบายปฏิกิริยาของบุคคลเมื่อไม่สามารถบรรลุความต้องการ โดยหลักความต้องการโดยหลักการความพอใจ-ความก้าวหน้า ( Satisfgaction- progression Principle)และหลักการความไม่พอใจ-ถดถอย ( Frustration – regression Principle)ซึ่งสามารถอธิบายได้ว่า ถ้าความต้องการของบุคคลไม่ได้การตอบสนอง เขาก็จะให้ความสำคัญกับความต้องการอื่นแทน ตัวอย่างเช่น ถึงแม้บุคคลจะไม่มีความภาคภูมิใจกับงานที่ซ้ำซากและน่าเบื่อของเขา แต่เขาก็ยังปฏิบัติงานนั้นอยู่ เนื่องจากรายได้ที่ดีและความมั่นคงของงาน เป็นต้น ทำให้นักวิชาการหลายคนให้การยอมรับว่าทฤษฎีอี-อาร์-จี มีความเป็นจริง ในการอธิบาย ความต้องการของมนุษย์มากกว่า ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการ(นางสาวสิริรัตน์ ศิริพรทุม 12590086)
ทฤษฎีของมาสโลว์จะอธิบายเกี่ยวกับลำดับขั้นของความต้องการว่าเมื่อความต้องการนั้นได้รับการตอบรับแล้วมนุษย์ก็จะมีความต้องการอีกขั้นนึงไปเรื่อยๆไม่มีวันสิ้นสุดทฤษฎีERG เป็นทฤษฎีที่เป็นลำดับขั้นเหมือนกับทฤษฎีมาสโลว์ แต่แตกต่างกันที่ทฤษฎีERGจะบอกว่าความต้องการของมนุษย์สามารถเกิดขึ้นได้มากกว่า1อย่างในเวลาเดียวกัน(นางสาวณัฐฐา จินตกวีพันธุ์ 12590020)
ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ จะมองว่าเป็น “มนุษย์ที่ประสงค์จะทำงานให้สำเร็จด้วยตนเอง” เป็นทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ มาสโลว์มองว่าความต้องการของมนุษย์มีลักษณะเป็นลำดับขั้น จากระดับต่ำสุดไปยังระดับสูงสุด เมื่อความต้องการในระดับหนึ่งได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นในระดับที่สูงขึ้นต่อไป ทฤษฎีแรงจูงใจของแอลเดอร์เฟอร์ ได้เสนอทฤษฎีว่าด้วยความต้องการของมนุษย์ขึ้นมาเรียกว่าทฤษฎี อี อาร์ จี (ERG Theory) ซึ่งคล้ายคลึงกับแนวคิดของมาสโลว์ แต่ทฤษฎีนี้ต่างกันตรงที่หากมนุษย์ได้รับการตอบสนองความต้องการในขั้นต้นแล้ว ความต้องการก็จะพัฒนาไปสู่ขั้นถัดไป แต่หากความต้องการในขั้นถัดไปไม่ได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะถอยความต้องการกลับลงมาสู่ขั้นก่อน โดยละทิ้งความต้องการขั้นถัดไปโดยปริยาย(นางสาวสิริกร ราชมณี12590084)
ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ
ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ทฤษฎีนี้จัดแบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็น 5 ขั้นโดยระบุว่ามนุษย์มีความต้องการทีละขั้นโดยเริ่มจากขั้นต้นก่อน คือ ความต้องการของร่างกาย และเมื่อความต้องการในแต่ละขั้นได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นในระดับขั้นที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงความต้องการขั้นสูงสุด คือความต้องการได้บรรลุความตั้งใจสูงสุดของตนเองทฤษฎี ERGทฤษฎี ERG แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็นขั้นๆ และความต้องการของมนุษย์เริ่มต้นที่ขั้นต้นก่อนเช่นเดียวกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ แต่ทฤษฎีนี้แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็นเพียง 3 ขั้น ได้แก่1.ความต้องการการอยู่รอด2.ความต้องการความสัมพันธ์3.ความต้องการเติบโตก้าวหน้าทฤษฎีนี้ระบุว่า หากมนุษย์ได้รับการตอบสนองความต้องการในขั้นต้นแล้ว ความต้องการที่จะพัฒนาไปสู่ขั้นถัดไป แต่หากความต้องการในขั้นถัดไปไม่ได้รับการตอบสนอง แล้วมนุษย์ก็จะถอยความต้องการกลับลงมาสู่ขั้นก่อน โดยละทิ้งความต้องการขั้นถัดไปโดยปริยาย(นางสาวกรกนก จันทร์พันธุ์ 12590003)
ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็น 5 ขั้นโดยระบุว่ามนุษย์มีความต้องการที่เรียงตามระดับขั้นจากล่างขึ้นบน ซึ่งไม่สามารถข้ามขั้นได้ในส่วนทฤษฎีERG เป็นทฤษฎีที่พัฒนาจากกับทฤษฎีมาสโลว์ แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็นเพียง 3 ขั้น ได้แก่1.ความต้องการการอยู่รอด2.ความต้องการความสัมพันธ์3.ความต้องการเติบโตก้าวหน้าจะแตกต่างกันที่ทฤษฎีERGจะบอกว่าความต้องการของมนุษย์สามารถเกิดขึ้นได้พร้อมๆกันได้ในเวลาเดียวกัน และไม่จำเป็นต้องเรียงเป็นลำดับขั้น (ปวีณา เกตุแย้ม 12590047)
ทฤษฎีอีอาร์จี จะมีพื้นฐานและความคล้ายคลึงกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ แต่ก็มีความแตกต่างที่สำคัญ คือ บุคคลสามารถเกิดความต้องการได้มากกว่าหนึ่งในเวลาเดียวกัน ตลอดจนอธิบายปฏิกิริยาของบุคคลเมื่อไม่สามารถบรรลุความต้องการ โดยหลักความต้องการ ความพึงพอใจ ความก้าวหน้า. และหลักการความไม่พอใจถดถอย ซึ่งสามารถอธิบายได้ว่า ถ้าความต้องการของบุคคลไม่ได้การตอบสนองเค้าก็จะให้ความสำคัญกับความต้องการอื่นแทน เช่น ถึงแม้บุคคลจะไม่มีความภาคภูมิใจกับ งานที่ซ้ำซากและน่าเบื่อของเค้า แต่เค้าก็ยังปฏิบัติงานนั้นอยู่ เนื่องจากรายได้ที่ดีและความมั่นคงของงาน เป็นต้น ทำให้นักวิชาการหลายคนให้การยอมรับว่าทฤษฎีอีอาร์จีมีความเป็นจริง ในการอธิบาย ความต้องการของมนุษย์ได้มากกว่าทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์(นางสาว สรัสนันท์ บุญมี 12590080)
-ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ จะมองว่าเป็น “มนุษย์ที่ประสงค์จะทำงานให้สำเร็จด้วยตนเอง” เป็นทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ มาสโลว์มองว่าความต้องการของมนุษย์มีลักษณะเป็นลำดับขั้น จากระดับต่ำสุดไปยังระดับสูงสุด เมื่อความต้องการในระดับหนึ่งได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นในระดับที่สูงขึ้นต่อไป-ทฤษฎีแรงจูงใจของแอลเดอร์เฟอร์ ได้เสนอทฤษฎีว่าด้วยความต้องการของมนุษย์ขึ้นมาเรียกว่าทฤษฎี อี อาร์ จี (ERG Theory) ซึ่งคล้ายคลึงกับแนวคิดของมาสโลว์ แต่ทฤษฎีนี้ต่างกันตรงที่หากมนุษย์ได้รับการตอบสนองความต้องการในขั้นต้นแล้ว ความต้องการก็จะพัฒนาไปสู่ขั้นถัดไป แต่หากความต้องการในขั้นถัดไปไม่ได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะถอยความต้องการกลับลงมาสู่ขั้นก่อน โดยละทิ้งความต้องการขั้นถัดไปโดยปริยายสุภัทษา สนธิช่วย 12590096
ทฤษฎีความต้องการของมาสโลว์ เมื่อความต้องการในแต่ละขั้นได้รับการตอบสนองแล้วมนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นในระดับขั้นที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ1.ความต้องการของร่างกาย หมายถึงความต้องการในปัจจัย 4 ของมนุษย์ ได้แก่อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค 2.ความต้องการความมั่นคงปลอดภัย หมายถึงความต้องการที่ได้รับความปลอดภัยในความเป็นอยู่และการทำงาน3.ความต้องการทางสังคม หมายถึงความต้องการเป็นที่รู้จัก และมีความผูกพันกับบุคคลอื่น4.ความต้องการการยกย่อง หมายถึง ความต้องการได้รับความภาคภูมิใจในตนเอง5.ความต้องการบรรลุความตั้งใจสูงสุดของตนเอง หมายถึงความต้องการที่มนุษย์แต่ละคนประสงค์ที่จะได้รับสูงสุด(นางสาวภิตติมาตุ์ เอื้ออรุณชัย 12590062)
1)ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์เป็นทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ มาสโลว์มองว่าความต้องการของมนุษย์มีลักษณะเป็นลำดับขั้น จากระดับต่ำสุดไปยังระดับสูงสุด เมื่อความต้องการในระดับหนึ่งได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นในระดับที่สูงขึ้นต่อไป2)ทฤษฎี ERG ของแอลเดอร์เฟอร์ ซึ่งคล้ายคลึงกับแนวคิดของมาสโลว์ แต่ทฤษฎีนี้ต่างกันตรงที่หากมนุษย์ได้รับการตอบสนองความต้องการในขั้นต้นแล้ว ความต้องการก็จะพัฒนาไปสู่ขั้นถัดไป แต่หากความต้องการในขั้นถัดไปไม่ได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะถอยความต้องการกลับลงมาสู่ขั้นก่อน โดยละทิ้งความต้องการขั้นถัดไปโดยปริยาย(อภิษฐา เนียมศิริ 12590101)
-ทฤษฎี ERG แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็นเพียง 3 ขั้น ได้แก่1.ความต้องการการอยู่รอด2.ความต้องการความสัมพันธ์3.ความต้องการเติบโตก้าวหน้าโดยเมื่อมนุษย์ได้รับการตอบสนองความต้องการในขั้นต้นแล้ว ความต้องการที่จะพัฒนาไปสู่ขั้นถัดไป แต่หากความต้องการในขั้นถัดไปไม่ได้รับการตอบสนอง แล้วมนุษย์ก็จะถอยความต้องการกลับลงมาสู่ขั้นก่อน โดยละทิ้งความต้องการขั้นถัดไป-ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ทฤษฎีนี้จัดแบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็น 5 ขั้นโดยระบุว่ามนุษย์มีความต้องการทีละขั้นโดยเริ่มจากขั้นต้นก่อน คือ ความต้องการของร่างกาย และเมื่อความต้องการในแต่ละขั้นได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นในระดับขั้นที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงความต้องการขั้นสูงสุด คือความต้องการได้บรรลุความตั้งใจสูงสุดของตนเอง(ศศิพิมพ์ ชัยกุลพัฒนา 12590076)
ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ จะมองว่าเป็น “มนุษย์ที่ประสงค์จะทำงานให้สำเร็จด้วยตนเอง” เป็นทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ มาสโลว์มองว่าความต้องการของมนุษย์มีลักษณะเป็นลำดับขั้น จากระดับต่ำสุดไปยังระดับสูงสุด เมื่อความต้องการในระดับหนึ่งได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นในระดับที่สูงขึ้นต่อไป-ทฤษฎีแรงจูงใจของแอลเดอร์เฟอร์ ได้เสนอทฤษฎีว่าด้วยความต้องการของมนุษย์ขึ้นมาเรียกว่าทฤษฎี อี อาร์ จี (ERG Theory) ซึ่งคล้ายคลึงกับแนวคิดของมาสโลว์ แต่ทฤษฎีนี้ต่างกันตรงที่หากมนุษย์ได้รับการตอบสนองความต้องการในขั้นต้นแล้ว ความต้องการก็จะพัฒนาไปสู่ขั้นถัดไป แต่หากความต้องการในขั้นถัดไปไม่ได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะถอยความต้องการกลับลงมาสู่ขั้นก่อน โดยละทิ้งความต้องการขั้นถัดไปโดยปริยายดวงหทัย โฉมมา 12590029
ทฤษฎีความต้องการของมาสโลว์ เมื่อความต้องการในแต่ละขั้นได้รับการตอบสนองแล้วมนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นในระดับขั้นที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ1.ความต้องการของร่างกาย หมายถึงความต้องการในปัจจัย 4 ของมนุษย์ ได้แก่อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค2.ความต้องการความมั่นคงปลอดภัย หมายถึงความต้องการที่ได้รับความปลอดภัยในความเป็นอยู่และการทำงาน3.ความต้องการทางสังคม หมายถึงความต้องการเป็นที่รู้จัก และมีความผูกพันกับบุคคลอื่น4.ความต้องการการยกย่อง หมายถึง ความต้องการได้รับความภาคภูมิใจในตนเอง5.ความต้องการบรรลุความตั้งใจสูงสุดของตนเอง หมายถึงความต้องการที่มนุษย์แต่ละคนประสงค์ที่จะได้รับสูงสุดส่วนทฤษฎีอีอาร์จี แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็นขั้นๆ และความต้องการของมนุษย์เริ่มต้นที่ขั้นต้นก่อนเช่นเดียวกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์แต่ทฤษฎีนี้แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเพียง 3 ขั้นได้แก่1.ความต้องการการอยู่รอด เป็นความต้องการขั้นแรกสุด อาทิการได้รับเงินเดือนประจำ มีการงานที่มั่นคง มีสภาพการทำงานที่ปลอดภัย2.ความต้องการความสัมพันธ์ เป็นความต้องการในเรื่องต่างๆ ซึ่งเกี่ยวพันกับมนุษย์3.ความต้องการการเติบโตก้าวหน้า เป็นควาต้องการงานที่น่าสนใจและท้าทาย ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์(นางสาวปรมาพร สิงขรรัตน์ 12590046)
ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ทฤษฎีนี้จัดแบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็น 5 ขั้นโดยระบุว่ามนุษย์มีความต้องการทีละขั้นโดยเริ่มจากขั้นต้นก่อน คือ ความต้องการของร่างกาย และเมื่อความต้องการในแต่ละขั้นได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นในระดับขั้นที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงความต้องการขั้นสูงสุด คือความต้องการได้บรรลุความตั้งใจสูงสุดของตนเองทฤษฎี ERGทฤษฎี ERG แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็นขั้นๆ และความต้องการของมนุษย์เริ่มต้นที่ขั้นต้นก่อนเช่นเดียวกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ แต่ทฤษฎีนี้แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็นเพียง 3 ขั้น ได้แก่1.ความต้องการการอยู่รอด2.ความต้องการความสัมพันธ์3.ความต้องการเติบโตก้าวหน้าทฤษฎีนี้ระบุว่า หากมนุษย์ได้รับการตอบสนองความต้องการในขั้นต้นแล้ว ความต้องการที่จะพัฒนาไปสู่ขั้นถัดไป แต่หากความต้องการในขั้นถัดไปไม่ได้รับการตอบสนอง แล้วมนุษย์ก็จะถอยความต้องการกลับลงมาสู่ขั้นก่อน โดยละทิ้งความต้องการขั้นถัดไปโดยปริยายนางสาวภัทราพร ผังรักษ์ 12590061
ทฤษฎีของมาสโลว์จะอธิบายเกี่ยวกับลำดับขั้นของความต้องการว่าเมื่อความต้องการนั้นได้รับการตอบรับแล้วมนุษย์ก็จะมีความต้องการอีกขั้นนึงไปเรื่อยๆไม่มีวันสิ้นสุดทฤษฎีERG เป็นทฤษฎีที่เป็นลำดับขั้นเหมือนกับทฤษฎีมาสโลว์ แต่แตกต่างกันที่ทฤษฎีERGจะบอกว่าความต้องการของมนุษย์สามารถเกิดขึ้นได้มากกว่า1อย่างในเวลาเดียวกัน(อภัสสร ปูชนียกุล 12590100)
ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ทฤษฎีนี้จัดแบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็น 5 ขั้นโดยระบุว่ามนุษย์มีความต้องการทีละขั้นโดยเริ่มจากขั้นต้นก่อน1.ความต้องการของร่างกาย หมายถึงความต้องการในปัจจัย 4 ของมนุษย์ ได้แก่อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค2.ความต้องการความมั่นคงปลอดภัย หมายถึงความต้องการที่ได้รับความปลอดภัยในความเป็นอยู่และการทำงาน3.ความต้องการทางสังคม หมายถึงความต้องการเป็นที่รู้จัก และมีความผูกพันกับบุคคลอื่น4.ความต้องการการยกย่อง หมายถึง ความต้องการได้รับความภาคภูมิใจในตนเอง5.ความต้องการบรรลุความตั้งใจสูงสุดของตนเอง หมายถึงความต้องการที่มนุษย์แต่ละคนประสงค์ที่จะได้รับสูงสุด(นางสาวบุญธิดา กะตะศิลา 12590043)
ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ จะมองว่าเป็น “มนุษย์ที่ประสงค์จะทำงานให้สำเร็จด้วยตนเอง” เป็นทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ มาสโลว์มองว่าความต้องการของมนุษย์มีลักษณะเป็นลำดับขั้น จากระดับต่ำสุดไปยังระดับสูงสุด เมื่อความต้องการในระดับหนึ่งได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นในระดับที่สูงขึ้นต่อไปทฤษฎีแรงจูงใจของแอลเดอร์เฟอร์ ได้เสนอทฤษฎีว่าด้วยความต้องการของมนุษย์ขึ้นมาเรียกว่าทฤษฎี อี อาร์ จี (ERG Theory) ซึ่งคล้ายคลึงกับแนวคิดของมาสโลว์ แต่ทฤษฎีนี้ต่างกันตรงที่หากมนุษย์ได้รับการตอบสนองความต้องการในขั้นต้นแล้ว ความต้องการก็จะพัฒนาไปสู่ขั้นถัดไป แต่หากความต้องการในขั้นถัดไปไม่ได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะถอยความต้องการกลับลงมาสู่ขั้นก่อน โดยละทิ้งความต้องการขั้นถัดไปโดยปริยาย (นางสาวเบญญาภา กรีรถ 12590044)
ทฤษฎีความต้องการของมาสโลว์ เมื่อความต้องการในแต่ละขั้นได้รับการตอบสนองแล้วมนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นในระดับขั้นที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ1.ความต้องการของร่างกาย หมายถึงความต้องการในปัจจัย 4 ของมนุษย์ ได้แก่อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค2.ความต้องการความมั่นคงปลอดภัย หมายถึงความต้องการที่ได้รับความปลอดภัยในความเป็นอยู่และการทำงาน3.ความต้องการทางสังคม หมายถึงความต้องการเป็นที่รู้จัก และมีความผูกพันกับบุคคลอื่น4.ความต้องการการยกย่อง หมายถึง ความต้องการได้รับความภาคภูมิใจในตนเอง5.ความต้องการบรรลุความตั้งใจสูงสุดของตนเอง หมายถึงความต้องการที่มนุษย์แต่ละคนประสงค์ที่จะได้รับสูงสุดส่วนทฤษฎีอีอาร์จี แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็นขั้นๆ และความต้องการของมนุษย์เริ่มต้นที่ขั้นต้นก่อนเช่นเดียวกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์แต่ทฤษฎีนี้แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเพียง 3 ขั้นได้แก่1.ความต้องการการอยู่รอด เป็นความต้องการขั้นแรกสุด อาทิการได้รับเงินเดือนประจำ มีการงานที่มั่นคง มีสภาพการทำงานที่ปลอดภัย2.ความต้องการความสัมพันธ์ เป็นความต้องการในเรื่องต่างๆ ซึ่งเกี่ยวพันกับมนุษย์3.ความต้องการการเติบโตก้าวหน้า เป็นควาต้องการงานที่น่าสนใจและท้าทาย ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์(นายสิทธิชัย พ่อค้าเรือ 12590083)
ทฤษฎีความต้องการของมาสโลว์ เมื่อความต้องการในแต่ละขั้นได้รับการตอบสนองแล้วมนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นในระดับขั้นที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ1.ความต้องการของร่างกาย หมายถึงความต้องการในปัจจัย 4 ของมนุษย์ ได้แก่อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค2.ความต้องการความมั่นคงปลอดภัย หมายถึงความต้องการที่ได้รับความปลอดภัยในความเป็นอยู่และการทำงาน3.ความต้องการทางสังคม หมายถึงความต้องการเป็นที่รู้จัก และมีความผูกพันกับบุคคลอื่น4.ความต้องการการยกย่อง หมายถึง ความต้องการได้รับความภาคภูมิใจในตนเอง5.ความต้องการบรรลุความตั้งใจสูงสุดของตนเอง หมายถึงความต้องการที่มนุษย์แต่ละคนประสงค์ที่จะได้รับสูงสุดส่วนทฤษฎีอีอาร์จี แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็นขั้นๆ และความต้องการของมนุษย์เริ่มต้นที่ขั้นต้นก่อนเช่นเดียวกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์แต่ทฤษฎีนี้แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเพียง 3 ขั้นได้แก่1.ความต้องการการอยู่รอด เป็นความต้องการขั้นแรกสุด อาทิการได้รับเงินเดือนประจำ มีการงานที่มั่นคง มีสภาพการทำงานที่ปลอดภัย2.ความต้องการความสัมพันธ์ เป็นความต้องการในเรื่องต่างๆ ซึ่งเกี่ยวพันกับมนุษย์3.ความต้องการการเติบโตก้าวหน้า เป็นควาต้องการงานที่น่าสนใจและท้าทาย ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์(นายชินวัตร พิพัฒน์พงศานนท์ 12590015)
ทฤษฎีความต้องการของมาสโลว์ เมื่อความต้องการในแต่ละขั้นได้รับการตอบสนองแล้วมนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นในระดับขั้นที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ1.ความต้องการของร่างกาย หมายถึงความต้องการในปัจจัย 4 ของมนุษย์ ได้แก่อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค2.ความต้องการความมั่นคงปลอดภัย หมายถึงความต้องการที่ได้รับความปลอดภัยในความเป็นอยู่และการทำงาน3.ความต้องการทางสังคม หมายถึงความต้องการเป็นที่รู้จัก และมีความผูกพันกับบุคคลอื่น4.ความต้องการการยกย่อง หมายถึง ความต้องการได้รับความภาคภูมิใจในตนเอง5.ความต้องการบรรลุความตั้งใจสูงสุดของตนเอง หมายถึงความต้องการที่มนุษย์แต่ละคนประสงค์ที่จะได้รับสูงสุดส่วนทฤษฎีอีอาร์จี แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็นขั้นๆ และความต้องการของมนุษย์เริ่มต้นที่ขั้นต้นก่อนเช่นเดียวกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์แต่ทฤษฎีนี้แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเพียง 3 ขั้นได้แก่1.ความต้องการการอยู่รอด เป็นความต้องการขั้นแรกสุด อาทิการได้รับเงินเดือนประจำ มีการงานที่มั่นคง มีสภาพการทำงานที่ปลอดภัย2.ความต้องการความสัมพันธ์ เป็นความต้องการในเรื่องต่างๆ ซึ่งเกี่ยวพันกับมนุษย์3.ความต้องการการเติบโตก้าวหน้า เป็นควาต้องการงานที่น่าสนใจและท้าทาย ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ (นางสาวชัชญาณ์ณัฐ ภูวิศภัทรนนท์ 12590110)
ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ จะมองว่าเป็น “มนุษย์ที่ประสงค์จะทำงานให้สำเร็จด้วยตนเอง” เป็นทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ มาสโลว์มองว่าความต้องการของมนุษย์มีลักษณะเป็นลำดับขั้น จากระดับต่ำสุดไปยังระดับสูงสุด เมื่อความต้องการในระดับหนึ่งได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นในระดับที่สูงขึ้นต่อไป-ทฤษฎีแรงจูงใจของแอลเดอร์เฟอร์ ได้เสนอทฤษฎีว่าด้วยความต้องการของมนุษย์ขึ้นมาเรียกว่าทฤษฎี อี อาร์ จี (ERG Theory) ซึ่งคล้ายคลึงกับแนวคิดของมาสโลว์ แต่ทฤษฎีนี้ต่างกันตรงที่หากมนุษย์ได้รับการตอบสนองความต้องการในขั้นต้นแล้ว ความต้องการก็จะพัฒนาไปสู่ขั้นถัดไป แต่หากความต้องการในขั้นถัดไปไม่ได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะถอยความต้องการกลับลงมาสู่ขั้นก่อน โดยละทิ้งความต้องการขั้นถัดไปโดยปริยาย(นางสาวณัฐพร ทองปลิว 12590024)
-ทฤษฎีอี-อาร์-จี(ERG Theory) Clayton Alderfer นักวิชาการแห่งมหาวิทยาลัย Yale ได้พัฒนาทฤษฎีความต้องการดำรงอยู่ความสัมพันธ์และความก้าวหน้า ที่เรียกร่วมกันว่า ทฤษฎี อี- อาร์ -จี(ERG Theory) ซึ่งมีพื้นฐานมาจากทฤษฎีความต้องการของ Maslow โดย Alderfer สรุปว่า ความต้องการของมนุษย์สามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่1.ความต้องการการดำรงอยู่ (Existence Needs) เป็นความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ในการที่จะดำรงชีพ เช่น อาหาร น้ำ อากาศ และที่อยู่อาศัย ซึ่งสามารถเปรียบเทียบได้กับความต้องการระดับต้น ในลำดับขั้นความต้องการของ Maslow2.ความต้องการความสัมพันธ์ (Reletedness Needs) เป็นความต้องการที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลอื่นในสังคม เช่น ความรัก และการยอมรับนับถือจากบุคคลอื่น ซึ่งจะเปรียบเทียบได้กับความต้องการการยอมรับ และความต้องการทางสังคม3.ความต้องการความต้องการ (Growth Needs) เป็นความต้องการของบุคคลที่จะก้าวหน้าและพัฒนาเอง ทฤษฎีอี-อาร์-จี จะมีพื้นฐานและความคล้ายคลึงกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของ Maslow แต่ก็มีความแตกต่างที่สำคัญคือ Alderfer มีความเห็นว่า บุคคลสามารถเกิดความต้องการได้มากกว่าหนึ่งในเวลาเดียวกัน ตลอดจนอธิบายปฏิกิริยาของบุคคลเมื่อไม่สามารถบรรลุความต้องการ โดยหลักความต้องการโดยหลักการความพอใจ-ความก้าวหน้า ( Satisfgaction- progression Principle)และหลักการความไม่พอใจ-ถดถอย ( Frustration – regression Principle)ซึ่งสามารถอธิบายได้ว่า ถ้าความต้องการของบุคคลไม่ได้การตอบสนอง เขาก็จะให้ความสำคัญกับความต้องการอื่นแทน ตัวอย่างเช่น ถึงแม้บุคคลจะไม่มีความภาคภูมิใจกับงานที่ซ้ำซากและน่าเบื่อของเขา แต่เขาก็ยังปฏิบัติงานนั้นอยู่ เนื่องจากรายได้ที่ดีและความมั่นคงของงาน เป็นต้น ทำให้นักวิชาการหลายคนให้การยอมรับว่าทฤษฎีอี-อาร์-จี มีความเป็นจริง ในการอธิบาย ความต้องการของมนุษย์มากกว่า ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการ (นางสาวพัชรา จูเอี่ยม 12590054)
ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ จะมองว่าเป็น “มนุษย์ที่ประสงค์จะทำงานให้สำเร็จด้วยตนเอง” เป็นทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ มาสโลว์มองว่าความต้องการของมนุษย์มีลักษณะเป็นลำดับขั้น จากระดับต่ำสุดไปยังระดับสูงสุด เมื่อความต้องการในระดับหนึ่งได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นในระดับที่สูงขึ้นต่อไปทฤษฎีแรงจูงใจของแอลเดอร์เฟอร์ ได้เสนอทฤษฎีว่าด้วยความต้องการของมนุษย์ขึ้นมาเรียกว่าทฤษฎี อี อาร์ จี (ERG Theory) ซึ่งคล้ายคลึงกับแนวคิดของมาสโลว์ แต่ทฤษฎีนี้ต่างกันตรงที่หากมนุษย์ได้รับการตอบสนองความต้องการในขั้นต้นแล้ว ความต้องการก็จะพัฒนาไปสู่ขั้นถัดไป แต่หากความต้องการในขั้นถัดไปไม่ได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะถอยความต้องการกลับลงมาสู่ขั้นก่อน โดยละทิ้งความต้องการขั้นถัดไปโดยปริยายวัชระ จริยสุขสกุล 071
ทฤษฎีERGจะมีพื้นฐานและความคล้ายคลึงกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ จะแตกต่างกันที่ทฤษฎีERGจะบอกว่าความต้องการของมนุษย์สามารถเกิดขึ้นได้พร้อมๆกันได้ในเวลาเดียวกัน และไม่จำเป็นต้องเรียงเป็นลำดับขั้น p ซึ่งทฤษฎีERG เป็นทฤษฎีที่พัฒนาจากกับทฤษฎีมาสโลว์ แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็นเพียง 3 ขั้น ได้แก่1.ความต้องการการอยู่รอด2.ความต้องการความสัมพันธ์3.ความต้องการเติบโตก้าวหน้านางสาววชิราพร คำกอง 12590068
ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ จะมองว่าเป็น “มนุษย์ที่ประสงค์จะทำงานให้สำเร็จด้วยตนเอง” เป็นทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ มาสโลว์มองว่าความต้องการของมนุษย์มีลักษณะเป็นลำดับขั้น จากระดับต่ำสุดไปยังระดับสูงสุด เมื่อความต้องการในระดับหนึ่งได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นในระดับที่สูงขึ้นต่อไป ทฤษฎีแรงจูงใจของแอลเดอร์เฟอร์ ได้เสนอทฤษฎีว่าด้วยความต้องการของมนุษย์ขึ้นมาเรียกว่าทฤษฎี อี อาร์ จี (ERG Theory) ซึ่งคล้ายคลึงกับแนวคิดของมาสโลว์ แต่ทฤษฎีนี้ต่างกันตรงที่หากมนุษย์ได้รับการตอบสนองความต้องการในขั้นต้นแล้ว ความต้องการก็จะพัฒนาไปสู่ขั้นถัดไป แต่หากความต้องการในขั้นถัดไปไม่ได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะถอยความต้องการกลับลงมาสู่ขั้นก่อน โดยละทิ้งความต้องการขั้นถัดไปโดยปริยายรัญชริดา มะนุ่น 12590067
ทฤษฎีความต้องการของมาสโลว์ ความต้องการของมนุษย์แบ่งเป็น 5 ขั้นโดยระบุว่ามนุษย์มีความต้องการทีละขั้นโดยเริ่มจากขั้นต้นก่อนคือความต้องการของร่างกายและเมื่อความต้องการในแต่ละขั้นได้รับการตอบสนองแล้วมนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นๆในระดับที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆจนถึงขั้นสูงสุดคือความต้องการได้บรรลุความตั้งใจสูงสุดของตนเองทฤษฎี erg แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็นขั้นๆและความต้องการของมนุษย์เริ่มต้นที่ขั้นต้นก่อนเช่นเดียวกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ แต่ทฤษฎีนี้แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเพียงแค่ 3 ขั้นได้แก่ 1 ความต้องการการอยู่รอด เป็นความต้องการขั้นแรกสุด เช่นกันได้รับเงินเดือนประจำมีงานที่มั่นคงมีการทำงานที่ปลอดภัย 2 ความต้องการความสัมพันธ์เป็นความต้องการในเรื่องต่างๆที่เกี่ยวพันกับมนุษย์เช่นการมีเพื่อนมีทีมงานมีครอบครัว 3 ความต้องการเจริญก้าวหน้าเป็นความต้องการงานที่น่าสนใจและท้าทายได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์มีความรับผิดชอบสูงได้รับการค้นคว้าความก้าวหน้าในองค์กรและได้รับความสำเร็จในชีวิต ทฤษฎีนี้ระบุว่าหากมนุษย์ได้รับการตอบสนองความต้องการในขั้นต้นแล้วความต้องการก็จะพัฒนาสูงขึ้นตามลำดับขั้นถัดไปแต่หากความต้องการในขั้นถัดไปไม่ได้รับการตอบสนองมนุษย์ก็จะถอยความต้องการกลับลงมาสู่ขั้นก่อนโดยละทิ้งความต้องการขั้นถัดไปโดยปริยายนายดนุสรณ์ เลิศเศรษฐี 12590028
ทฤษฎีความต้องการของมาสโลว์ ความต้องการของมนุษย์แบ่งเป็น 5 ขั้นโดยระบุว่ามนุษย์มีความต้องการทีละขั้นโดยเริ่มจากขั้นต้นก่อนคือความต้องการของร่างกายและเมื่อความต้องการในแต่ละขั้นได้รับการตอบสนองแล้วมนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นๆในระดับที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆจนถึงขั้นสูงสุดคือความต้องการได้บรรลุความตั้งใจสูงสุดของตนเองทฤษฎี erg แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็นขั้นๆและความต้องการของมนุษย์เริ่มต้นที่ขั้นต้นก่อนเช่นเดียวกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ แต่ทฤษฎีนี้แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเพียงแค่ 3 ขั้นได้แก่ 1 ความต้องการการอยู่รอด เป็นความต้องการขั้นแรกสุด เช่นกันได้รับเงินเดือนประจำมีงานที่มั่นคงมีการทำงานที่ปลอดภัย 2 ความต้องการความสัมพันธ์เป็นความต้องการในเรื่องต่างๆที่เกี่ยวพันกับมนุษย์เช่นการมีเพื่อนมีทีมงานมีครอบครัว 3 ความต้องการเจริญก้าวหน้าเป็นความต้องการงานที่น่าสนใจและท้าทายได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์มีความรับผิดชอบสูงได้รับการค้นคว้าความก้าวหน้าในองค์กรและได้รับความสำเร็จในชีวิต ทฤษฎีนี้ระบุว่าหากมนุษย์ได้รับการตอบสนองความต้องการในขั้นต้นแล้วความต้องการก็จะพัฒนาสูงขึ้นตามลำดับขั้นถัดไปแต่หากความต้องการในขั้นถัดไปไม่ได้รับการตอบสนองมนุษย์ก็จะถอยความต้องการกลับลงมาสู่ขั้นก่อนโดยละทิ้งความต้องการขั้นถัดไปโดยปริยาย(นายนภนต์ เจียรนัย 12590040)
ทฤษฎีอีอาร์จี จะมีพื้นฐานและความคล้ายคลึงกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ แต่ก็มีความแตกต่างที่สำคัญ คือ บุคคลสามารถเกิดความต้องการได้มากกว่าหนึ่งในเวลาเดียวกัน ตลอดจนอธิบายปฏิกิริยาของบุคคลเมื่อไม่สามารถบรรลุความต้องการ โดยหลักความต้องการ ความพึงพอใจ ความก้าวหน้า. และหลักการความไม่พอใจถดถอย ซึ่งสามารถอธิบายได้ว่า ถ้าความต้องการของบุคคลไม่ได้การตอบสนองเค้าก็จะให้ความสำคัญกับความต้องการอื่นแทน เช่น ถึงแม้บุคคลจะไม่มีความภาคภูมิใจกับ งานที่ซ้ำซากและน่าเบื่อของเค้า แต่เค้าก็ยังปฏิบัติงานนั้นอยู่ เนื่องจากรายได้ที่ดีและความมั่นคงของงาน เป็นต้น ทำให้นักวิชาการหลายคนให้การยอมรับว่าทฤษฎีอีอาร์จีมีความเป็นจริง ในการอธิบาย ความต้องการของมนุษย์ได้มากกว่าทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ (ธนพล โชครัตน์ประภา 12590033)
ทฤษฎีความต้องการของมาสโลว์ ความต้องการของมนุษย์แบ่งเป็น 5 ขั้นโดยระบุว่ามนุษย์มีความต้องการทีละขั้นโดยเริ่มจากขั้นต้นก่อนคือความต้องการของร่างกายและเมื่อความต้องการในแต่ละขั้นได้รับการตอบสนองแล้วมนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นๆในระดับที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆจนถึงขั้นสูงสุดคือความต้องการได้บรรลุความตั้งใจสูงสุดของตนเองทฤษฎี erg แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็นขั้นๆและความต้องการของมนุษย์เริ่มต้นที่ขั้นต้นก่อนเช่นเดียวกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ แต่ทฤษฎีนี้แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเพียงแค่ 3 ขั้นได้แก่ 1 ความต้องการการอยู่รอด เป็นความต้องการขั้นแรกสุด เช่นกันได้รับเงินเดือนประจำมีงานที่มั่นคงมีการทำงานที่ปลอดภัย 2 ความต้องการความสัมพันธ์เป็นความต้องการในเรื่องต่างๆที่เกี่ยวพันกับมนุษย์เช่นการมีเพื่อนมีทีมงานมีครอบครัว 3 ความต้องการเจริญก้าวหน้าเป็นความต้องการงานที่น่าสนใจและท้าทายได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์มีความรับผิดชอบสูงได้รับการค้นคว้าความก้าวหน้าในองค์กรและได้รับความสำเร็จในชีวิต ทฤษฎีนี้ระบุว่าหากมนุษย์ได้รับการตอบสนองความต้องการในขั้นต้นแล้วความต้องการก็จะพัฒนาสูงขึ้นตามลำดับขั้นถัดไปแต่หากความต้องการในขั้นถัดไปไม่ได้รับการตอบสนองมนุษย์ก็จะถอยความต้องการกลับลงมาสู่ขั้นก่อนโดยละทิ้งความต้องการขั้นถัดไปโดยปริยาย(วิลาิสนี เกตุแก้ว 12590073)
ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ จะมองว่าเป็น “มนุษย์ที่ประสงค์จะทำงานให้สำเร็จด้วยตนเอง” เป็นทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ มาสโลว์มองว่าความต้องการของมนุษย์มีลักษณะเป็นลำดับขั้น จากระดับต่ำสุดไปยังระดับสูงสุด เมื่อความต้องการในระดับหนึ่งได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นในระดับที่สูงขึ้นต่อไปทฤษฎีแรงจูงใจของแอลเดอร์เฟอร์ ได้เสนอทฤษฎีว่าด้วยความต้องการของมนุษย์ขึ้นมาเรียกว่าทฤษฎี อี อาร์ จี (ERG Theory) ซึ่งคล้ายคลึงกับแนวคิดของมาสโลว์ แต่ทฤษฎีนี้ต่างกันตรงที่หากมนุษย์ได้รับการตอบสนองความต้องการในขั้นต้นแล้ว ความต้องการก็จะพัฒนาไปสู่ขั้นถัดไป แต่หากความต้องการในขั้นถัดไปไม่ได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะถอยความต้องการกลับลงมาสู่ขั้นก่อน โดยละทิ้งความต้องการขั้นถัดไปโดยปริยาย (อังคณา พิทักษ์สุข 12590104)
ทฤษฎีความต้องการของมาสโลว์ ความต้องการของมนุษย์แบ่งเป็น 5 ขั้นโดยระบุว่ามนุษย์มีความต้องการทีละขั้นโดยเริ่มจากขั้นต้นก่อนคือความต้องการของร่างกายและเมื่อความต้องการในแต่ละขั้นได้รับการตอบสนองแล้วมนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นๆในระดับที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆจนถึงขั้นสูงสุดคือความต้องการได้บรรลุความตั้งใจสูงสุดของตนเองทฤษฎี erg แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็นขั้นๆและความต้องการของมนุษย์เริ่มต้นที่ขั้นต้นก่อนเช่นเดียวกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ แต่ทฤษฎีนี้แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเพียงแค่ 3 ขั้นได้แก่ 1 ความต้องการการอยู่รอด เป็นความต้องการขั้นแรกสุด เช่นกันได้รับเงินเดือนประจำมีงานที่มั่นคงมีการทำงานที่ปลอดภัย 2 ความต้องการความสัมพันธ์เป็นความต้องการในเรื่องต่างๆที่เกี่ยวพันกับมนุษย์เช่นการมีเพื่อนมีทีมงานมีครอบครัว 3 ความต้องการเจริญก้าวหน้าเป็นความต้องการงานที่น่าสนใจและท้าทายได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์มีความรับผิดชอบสูงได้รับการค้นคว้าความก้าวหน้าในองค์กรและได้รับความสำเร็จในชีวิต ทฤษฎีนี้ระบุว่าหากมนุษย์ได้รับการตอบสนองความต้องการในขั้นต้นแล้วความต้องการก็จะพัฒนาสูงขึ้นตามลำดับขั้นถัดไปแต่หากความต้องการในขั้นถัดไปไม่ได้รับการตอบสนองมนุษย์ก็จะถอยความต้องการกลับลงมาสู่ขั้นก่อนโดยละทิ้งความต้องการขั้นถัดไปโดยปริยาย(ชนาวาส บัววงค์ 12590013)
ถึงแม้ทฤษฎีอี-อาร์-จี จะมีพื้นฐานและความคล้ายคลึงกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของ Maslow แต่ก็มีความแตกต่างที่สำคัญคือ Alderfer มีความเห็นว่า บุคคลสามารถเกิดความต้องการได้มากกว่าหนึ่งในเวลาเดียวกัน ตลอดจนอธิบายปฏิกิริยาของบุคคลเมื่อไม่สามารถบรรลุความต้องการ โดยหลักความต้องการโดยหลักการความพอใจ-ความก้าวหน้า ( Satisfaction- progression Principle)และหลักการความไม่พอใจ-ถดถอย ( Frustration – regression Principle)ซึ่งสามารถอธิบายได้ว่า ถ้าความต้องการของบุคคลไม่ได้การตอบสนอง เขาก็จะให้ความสำคัญกับความต้องการอื่นแทน ตัวอย่างเช่น ถึงแม้บุคคลจะไม่มีความภาคภูมิใจกับงานที่ซ้ำซากและน่าเบื่อของเขา แต่เขาก็ยังปฏิบัติงานนั้นอยู่ เนื่องจากรายได้ที่ดีและความมั่นคงของงาน เป็นต้น ทำให้นักวิชาการหลายคนให้การยอมรับว่าทฤษฎีอี-อาร์-จี มีความเป็นจริง ในการอธิบาย ความต้องการของมนุษย์มากกว่า ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการ(น.ส.ดารารัตน์ ดาสาลี 12590030)
ทฤษฎีของมาสโลว์จะอธิบายเกี่ยวกับลำดับขั้นของความต้องการว่าเมื่อความต้องการนั้นได้รับการตอบรับแล้วมนุษย์ก็จะมีความต้องการอีกขั้นนึงไปเรื่อยๆไม่มีวันสิ้นสุดทฤษฎีERG เป็นทฤษฎีที่เป็นลำดับขั้นเหมือนกับทฤษฎีมาสโลว์ แต่แตกต่างกันที่ทฤษฎีERGจะบอกว่าความต้องการของมนุษย์สามารถเกิดขึ้นได้มากกว่า1อย่างในเวลาเดียวกัน(พงศธร ศิริสมบูรณ์ 12590052)
ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ทฤษฎีนี้จัดแบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็น 5 ขั้นโดยระบุว่ามนุษย์มีความต้องการทีละขั้นโดยเริ่มจากขั้นต้นก่อน คือ ความต้องการของร่างกาย และเมื่อความต้องการในแต่ละขั้นได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นในระดับขั้นที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงความต้องการขั้นสูงสุด คือความต้องการได้บรรลุความตั้งใจสูงสุดของตนเองทฤษฎี ERGทฤษฎี ERG แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็นขั้นๆ และความต้องการของมนุษย์เริ่มต้นที่ขั้นต้นก่อนเช่นเดียวกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ แต่ทฤษฎีนี้แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็นเพียง 3 ขั้น ได้แก่1.ความต้องการการอยู่รอด2.ความต้องการความสัมพันธ์3.ความต้องการเติบโตก้าวหน้าทฤษฎีนี้ระบุว่า หากมนุษย์ได้รับการตอบสนองความต้องการในขั้นต้นแล้ว ความต้องการที่จะพัฒนาไปสู่ขั้นถัดไป แต่หากความต้องการในขั้นถัดไปไม่ได้รับการตอบสนอง แล้วมนุษย์ก็จะถอยความต้องการกลับลงมาสู่ขั้นก่อน โดยละทิ้งความต้องการขั้นถัดไปโดยปริยาย(ศิฌาวี เรือนปัญจะ 12590078)
ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ จะมองว่าเป็น “มนุษย์ที่ประสงค์จะทำงานให้สำเร็จด้วยตนเอง” เป็นทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ มาสโลว์มองว่าความต้องการของมนุษย์มีลักษณะเป็นลำดับขั้น จากระดับต่ำสุดไปยังระดับสูงสุด เมื่อความต้องการในระดับหนึ่งได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นในระดับที่สูงขึ้นต่อไป-ทฤษฎีแรงจูงใจของแอลเดอร์เฟอร์ ได้เสนอทฤษฎีว่าด้วยความต้องการของมนุษย์ขึ้นมาเรียกว่าทฤษฎี อี อาร์ จี (ERG Theory) ซึ่งคล้ายคลึงกับแนวคิดของมาสโลว์ แต่ทฤษฎีนี้ต่างกันตรงที่หากมนุษย์ได้รับการตอบสนองความต้องการในขั้นต้นแล้ว ความต้องการก็จะพัฒนาไปสู่ขั้นถัดไป แต่หากความต้องการในขั้นถัดไปไม่ได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะถอยความต้องการกลับลงมาสู่ขั้นก่อน โดยละทิ้งความต้องการขั้นถัดไปโดยปริยาย ทฤษฎี erg แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็นขั้นๆและความต้องการของมนุษย์เริ่มต้นที่ขั้นต้นก่อนเช่นเดียวกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ แต่ทฤษฎีนี้แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเพียงแค่ 3 ขั้นได้แก่ 1 ความต้องการการอยู่รอด เป็นความต้องการขั้นแรกสุด เช่นกันได้รับเงินเดือนประจำมีงานที่มั่นคงมีการทำงานที่ปลอดภัย 2 ความต้องการความสัมพันธ์เป็นความต้องการในเรื่องต่างๆที่เกี่ยวพันกับมนุษย์เช่นการมีเพื่อนมีทีมงานมีครอบครัว 3 ความต้องการเจริญก้าวหน้าเป็นความต้องการงานที่น่าสนใจและท้าทายได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์มีความรับผิดชอบสูงได้รับการค้นคว้าความก้าวหน้าในองค์กรและได้รับความสำเร็จในชีวิต(สุรีรัตน์ ศักดิ์ภิรมย์ 12590954)
ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ (Maslows Hierarchy of Needs) จัดแบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็น 5 ขั้นโดยระบุว่ามนุษย์มีความต้องการที่ละขั้นโดยเริ่มจากขั้นต้นก่อนคือความต้องการของร่างกาย (Physiological Needs) และเมื่อความต้องการในแต่ละขั้นได้รับการตอบสนองแล้วมนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นในระดับขั้นที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆจนถึงความต้องการขันสูงสุดคือความต้องการได้บรรลุความตั้งใจสูงสุดของตนเอง ทฤษฎี ERG ระบุว่าหากมนุษย์ได้รับการตอบสนองความต้องการในขั้นต้นแล้วความต้องการก็จะพัฒนาไปสู่ขั้นถัดไป (Satisfaction-Progression Principle) แต่หากความต้องการในขั้นถัดไปไม่ได้รับการตอบสนองแล้วมนุษย์ก็จะถอยความต้องการกลับลงมาสู่ขั้นก่อนโดยละทิ้งความต้องการขั้นถัดไปโดยปริยายกุลปริยา แย้มเกษร 12590005
ถึงแม้ทฤษฎีอี-อาร์-จี จะมีพื้นฐานและความคล้ายคลึงกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของ Maslow แต่ก็มีความแตกต่างที่สำคัญคือ Alderfer มีความเห็นว่า บุคคลสามารถเกิดความต้องการได้มากกว่าหนึ่งในเวลาเดียวกัน ตลอดจนอธิบายปฏิกิริยาของบุคคลเมื่อไม่สามารถบรรลุความต้องการ โดยหลักความต้องการโดยหลักการความพอใจ-ความก้าวหน้า ( Satisfaction- progression Principle)และหลักการความไม่พอใจ-ถดถอย ( Frustration – regression Principle)ซึ่งสามารถอธิบายได้ว่า ถ้าความต้องการของบุคคลไม่ได้การตอบสนอง เขาก็จะให้ความสำคัญกับความต้องการอื่นแทน ตัวอย่างเช่น ถึงแม้บุคคลจะไม่มีความภาคภูมิใจกับงานที่ซ้ำซากและน่าเบื่อของเขา แต่เขาก็ยังปฏิบัติงานนั้นอยู่ เนื่องจากรายได้ที่ดีและความมั่นคงของงาน เป็นต้น ทำให้นักวิชาการหลายคนให้การยอมรับว่าทฤษฎีอี-อาร์-จี มีความเป็นจริง ในการอธิบาย ความต้องการของมนุษย์มากกว่า ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการ(นางสาวอรวี ศรีวิโน 12590103)
ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ จะมองว่าเป็น “มนุษย์ที่ประสงค์จะทำงานให้สำเร็จด้วยตนเอง” เป็นทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ มาสโลว์มองว่าความต้องการของมนุษย์มีลักษณะเป็นลำดับขั้น จากระดับต่ำสุดไปยังระดับสูงสุด เมื่อความต้องการในระดับหนึ่งได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นในระดับที่สูงขึ้นต่อไป-ทฤษฎีแรงจูงใจของแอลเดอร์เฟอร์ ได้เสนอทฤษฎีว่าด้วยความต้องการของมนุษย์ขึ้นมาเรียกว่าทฤษฎี อี อาร์ จี (ERG Theory) ซึ่งคล้ายคลึงกับแนวคิดของมาสโลว์ แต่ทฤษฎีนี้ต่างกันตรงที่หากมนุษย์ได้รับการตอบสนองความต้องการในขั้นต้นแล้ว ความต้องการก็จะพัฒนาไปสู่ขั้นถัดไป แต่หากความต้องการในขั้นถัดไปไม่ได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะถอยความต้องการกลับลงมาสู่ขั้นก่อน โดยละทิ้งความต้องการขั้นถัดไปโดยปริยาย ทฤษฎี erg แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็นขั้นๆและความต้องการของมนุษย์เริ่มต้นที่ขั้นต้นก่อนเช่นเดียวกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ แต่ทฤษฎีนี้แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเพียงแค่ 3 ขั้นได้แก่ 1 ความต้องการการอยู่รอด เป็นความต้องการขั้นแรกสุด เช่นกันได้รับเงินเดือนประจำมีงานที่มั่นคงมีการทำงานที่ปลอดภัย 2 ความต้องการความสัมพันธ์เป็นความต้องการในเรื่องต่างๆที่เกี่ยวพันกับมนุษย์เช่นการมีเพื่อนมีทีมงานมีครอบครัว 3 ความต้องการเจริญก้าวหน้าเป็นความต้องการงานที่น่าสนใจและท้าทายได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์มีความรับผิดชอบสูงได้รับการค้นคว้าความก้าวหน้าในองค์กรและได้รับความสำเร็จในชีวิต(ณัฐฌา ปักกัง 12590019)
- ทฤษฎีความต้องการ5 ขั้น ของมาสโลว์ ระบุว่ามนุษย์มีความต้องการทีละขั้นโดยเริ่มจากขั้นต้นก่อนคือความต้องการของร่างกายและเมื่อความต้องการในแต่ละขั้นได้รับการตอบสนองแล้วมนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่น ๆ ในระดับที่สูงขึ้นไปเรื่อย ๆ จนถึงขั้นสูงสุดคือความต้องการได้บรรลุความตั้งใจสูงสุดของตนเอง- ทฤษฎี ERG แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็นขั้นๆ และความต้องการของมนุษย์เริ่มต้นที่ขั้นต้นก่อนเช่นเดียวกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ แต่ทฤษฎีนี้แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเพียงแค่ 3 ขั้นได้แก่ 1. ความต้องการการอยู่รอด 2. ความต้องการความสัมพันธ์ 3. ความต้องการเติบโตก้าวหน้า(นางสาวกชกร เดชกำแหง 12590001)
-ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ ทฤษฎีนี้จัดแบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็น 5 ขั้นโดยระบุว่ามนุษย์มีความต้องการทีละขั้นโดยเริ่มจากขั้นต้นก่อน คือ ความต้องการของร่างกาย และเมื่อความต้องการในแต่ละขั้นได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นในระดับขั้นที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงความต้องการขั้นสูงสุด คือความต้องการได้บรรลุความตั้งใจสูงสุดของตนเอง-ทฤษฎี ERG แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็นขั้นๆ และความต้องการของมนุษย์เริ่มต้นที่ขั้นต้นก่อนเช่นเดียวกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ แต่ทฤษฎีนี้แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็นเพียง 3 ขั้น ได้แก่1.ความต้องการการอยู่รอด2.ความต้องการความสัมพันธ์3.ความต้องการเติบโตก้าวหน้าทฤษฎีนี้ระบุว่าหากมนุษย์ได้รับการตอบสนองความต้องการในขั้นต้นแล้ว ความต้องการที่จะพัฒนาไปสู่ขั้นถัดไป แต่หากความต้องการในขั้นถัดไปไม่ได้รับการตอบสนอง แล้วมนุษย์ก็จะถอยความต้องการกลับลงมาสู่ขั้นก่อน โดยละทิ้งความต้องการขั้นถัดไปโดยปริยาย(นางสาวศศิประภา ผาดศรี 12590075)
ทฤษฎีอี-อาร์-จี(ERG Theory) Clayton Alderfer นักวิชาการแห่งมหาวิทยาลัย Yale ได้พัฒนาทฤษฎีความต้องการดำรงอยู่ความสัมพันธ์และความก้าวหน้า ที่เรียกร่วมกันว่า ทฤษฎี อี- อาร์ -จี(ERG Theory) ซึ่งมีพื้นฐานมาจากทฤษฎีความต้องการของ Maslow โดย Alderfer สรุปว่า ความต้องการของมนุษย์สามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่1.ความต้องการการดำรงอยู่ (Existence Needs) เป็นความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ในการที่จะดำรงชีพ เช่น อาหาร น้ำ อากาศ และที่อยู่อาศัย ซึ่งสามารถเปรียบเทียบได้กับความต้องการระดับต้น ในลำดับขั้นความต้องการของ Maslow2.ความต้องการความสัมพันธ์ (Reletedness Needs) เป็นความต้องการที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลอื่นในสังคม เช่น ความรัก และการยอมรับนับถือจากบุคคลอื่น ซึ่งจะเปรียบเทียบได้กับความต้องการการยอมรับ และความต้องการทางสังคม3.ความต้องการความต้องการ (Growth Needs) เป็นความต้องการของบุคคลที่จะก้าวหน้าและพัฒนาเองทฤษฎีอี-อาร์-จี จะมีพื้นฐานและความคล้ายคลึงกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของ Maslow แต่ก็มีความแตกต่างที่สำคัญคือ Alderfer มีความเห็นว่า บุคคลสามารถเกิดความต้องการได้มากกว่าหนึ่งในเวลาเดียวกัน ตลอดจนอธิบายปฏิกิริยาของบุคคลเมื่อไม่สามารถบรรลุความต้องการ โดยหลักความต้องการโดยหลักการความพอใจ-ความก้าวหน้า ( Satisfgaction- progression Principle)และหลักการความไม่พอใจ-ถดถอย ( Frustration – regression Principle)ซึ่งสามารถอธิบายได้ว่า ถ้าความต้องการของบุคคลไม่ได้การตอบสนอง เขาก็จะให้ความสำคัญกับความต้องการอื่นแทน ตัวอย่างเช่น ถึงแม้บุคคลจะไม่มีความภาคภูมิใจกับงานที่ซ้ำซากและน่าเบื่อของเขา แต่เขาก็ยังปฏิบัติงานนั้นอยู่ เนื่องจากรายได้ที่ดีและความมั่นคงของงาน เป็นต้น ทำให้นักวิชาการหลายคนให้การยอมรับว่าทฤษฎีอี-อาร์-จี มีความเป็นจริง ในการอธิบาย ความต้องการของมนุษย์มากกว่า ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการ(นางสาวคณภัทร์ ศิริโยธิน 12590108)
ทฤษฎีความต้องการของมาสโลว์ ความต้องการของมนุษย์แบ่งเป็น 5 ขั้นโดยระบุว่ามนุษย์มีความต้องการทีละขั้นโดยเริ่มจากขั้นต้นก่อนคือความต้องการของร่างกายและเมื่อความต้องการในแต่ละขั้นได้รับการตอบสนองแล้วมนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นๆในระดับที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆจนถึงขั้นสูงสุดคือความต้องการได้บรรลุความตั้งใจสูงสุดของตนเองทฤษฎี erg แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็นขั้นๆและความต้องการของมนุษย์เริ่มต้นที่ขั้นต้นก่อนเช่นเดียวกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ แต่ทฤษฎีนี้แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเพียงแค่ 3 ขั้นได้แก่ 1 ความต้องการการอยู่รอด เป็นความต้องการขั้นแรกสุด เช่นกันได้รับเงินเดือนประจำมีงานที่มั่นคงมีการทำงานที่ปลอดภัย 2 ความต้องการความสัมพันธ์เป็นความต้องการในเรื่องต่างๆที่เกี่ยวพันกับมนุษย์เช่นการมีเพื่อนมีทีมงานมีครอบครัว 3 ความต้องการเจริญก้าวหน้าเป็นความต้องการงานที่น่าสนใจและท้าทายได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์มีความรับผิดชอบสูงได้รับการค้นคว้าความก้าวหน้าในองค์กรและได้รับความสำเร็จในชีวิต ทฤษฎีนี้ระบุว่าหากมนุษย์ได้รับการตอบสนองความต้องการในขั้นต้นแล้วความต้องการก็จะพัฒนาสูงขึ้นตามลำดับขั้นถัดไปแต่หากความต้องการในขั้นถัดไปไม่ได้รับการตอบสนองมนุษย์ก็จะถอยความต้องการกลับลงมาสู่ขั้นก่อนโดยละทิ้งความต้องการขั้นถัดไปโดยปริยาย(นางสาวสิตานัน หรุ่นทอง 12590082)
ทฤษฎีอีอาร์จี จะมีพื้นฐานและความคล้ายคลึงกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ แต่ก็มีความแตกต่างที่สำคัญ คือ บุคคลสามารถเกิดความต้องการได้มากกว่าหนึ่งในเวลาเดียวกัน ตลอดจนอธิบายปฏิกิริยาของบุคคลเมื่อไม่สามารถบรรลุความต้องการ โดยหลักความต้องการ ความพึงพอใจ ความก้าวหน้า และหลักการความไม่พอใจถดถอย ซึ่งสามารถอธิบายได้ว่า ถ้าความต้องการของบุคคลไม่ได้การตอบสนองเค้าก็จะให้ความสำคัญกับความต้องการอื่นแทน เช่น ถึงแม้บุคคลจะไม่มีความภาคภูมิใจกับ งานที่ซ้ำซากและน่าเบื่อของเค้า แต่เค้าก็ยังปฏิบัติงานนั้นอยู่ เนื่องจากรายได้ที่ดีและความมั่นคงของงาน เป็นต้น ทำให้นักวิชาการหลายคนให้การยอมรับว่าทฤษฎีอีอาร์จีมีความเป็นจริง ในการอธิบาย ความต้องการของมนุษย์ได้มากกว่าทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ (ศุภิสรา นริยา 12590717)
ทฤษฎีของมาสโลว์จะอธิบายเกี่ยวกับลำดับขั้นของความต้องการว่าเมื่อความต้องการนั้นได้รับการตอบรับแล้วมนุษย์ก็จะมีความต้องการอีกขั้นนึงไปเรื่อยๆไม่มีวันสิ้นสุดทฤษฎีERG เป็นทฤษฎีที่เป็นลำดับขั้นเหมือนกับทฤษฎีมาสโลว์ แต่แตกต่างกันที่ทฤษฎีERGจะบอกว่าความต้องการของมนุษย์สามารถเกิดขึ้นได้มากกว่า1อย่างในเวลาเดียวกัน(จุฬาลักษณ์ สกุลวงวาร 12590010)
ทฤษฎีความต้องการของมาสโลว์ เมื่อความต้องการในแต่ละขั้นได้รับการตอบสนองแล้วมนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นในระดับขั้นที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ1.ความต้องการของร่างกาย หมายถึงความต้องการในปัจจัย 4 ของมนุษย์ ได้แก่อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค2.ความต้องการความมั่นคงปลอดภัย หมายถึงความต้องการที่ได้รับความปลอดภัยในความเป็นอยู่และการทำงาน3.ความต้องการทางสังคม หมายถึงความต้องการเป็นที่รู้จัก และมีความผูกพันกับบุคคลอื่น4.ความต้องการการยกย่อง หมายถึง ความต้องการได้รับความภาคภูมิใจในตนเอง5.ความต้องการบรรลุความตั้งใจสูงสุดของตนเอง หมายถึงความต้องการที่มนุษย์แต่ละคนประสงค์ที่จะได้รับสูงสุดส่วนทฤษฎีอีอาร์จี แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็นขั้นๆ และความต้องการของมนุษย์เริ่มต้นที่ขั้นต้นก่อนเช่นเดียวกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์แต่ทฤษฎีนี้แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเพียง 3 ขั้นได้แก่1.ความต้องการการอยู่รอด เป็นความต้องการขั้นแรกสุด อาทิการได้รับเงินเดือนประจำ มีการงานที่มั่นคง มีสภาพการทำงานที่ปลอดภัย2.ความต้องการความสัมพันธ์ เป็นความต้องการในเรื่องต่างๆ ซึ่งเกี่ยวพันกับมนุษย์3.ความต้องการการเติบโตก้าวหน้า เป็นควาต้องการงานที่น่าสนใจและท้าทาย ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์(ภัทรานิษฐ์ กุญแจทอง 12590059)
ทฤษฎีความต้องการของมาสโลว์ ความต้องการของมนุษย์แบ่งเป็น 5 ขั้นโดยระบุว่ามนุษย์มีความต้องการทีละขั้นโดยเริ่มจากขั้นต้นก่อนคือความต้องการของร่างกายและเมื่อความต้องการในแต่ละขั้นได้รับการตอบสนองแล้วมนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นๆในระดับที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆจนถึงขั้นสูงสุดคือความต้องการได้บรรลุความตั้งใจสูงสุดของตนเองทฤษฎี erg แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็นขั้นๆและความต้องการของมนุษย์เริ่มต้นที่ขั้นต้นก่อนเช่นเดียวกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ แต่ทฤษฎีนี้แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเพียงแค่ 3 ขั้นได้แก่ 1 ความต้องการการอยู่รอด เป็นความต้องการขั้นแรกสุด เช่นกันได้รับเงินเดือนประจำมีงานที่มั่นคงมีการทำงานที่ปลอดภัย 2 ความต้องการความสัมพันธ์เป็นความต้องการในเรื่องต่างๆที่เกี่ยวพันกับมนุษย์เช่นการมีเพื่อนมีทีมงานมีครอบครัว 3 ความต้องการเจริญก้าวหน้าเป็นความต้องการงานที่น่าสนใจและท้าทายได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์มีความรับผิดชอบสูงได้รับการค้นคว้าความก้าวหน้าในองค์กรและได้รับความสำเร็จในชีวิต ทฤษฎีนี้ระบุว่าหากมนุษย์ได้รับการตอบสนองความต้องการในขั้นต้นแล้วความต้องการก็จะพัฒนาสูงขึ้นตามลำดับขั้นถัดไปแต่หากความต้องการในขั้นถัดไปไม่ได้รับการตอบสนองมนุษย์ก็จะถอยความต้องการกลับลงมาสู่ขั้นก่อนโดยละทิ้งความต้องการขั้นถัดไปโดยปริยาย(สุรีรัตน์ สระเกตุ 12590098)
ทฤษฎีความต้องการของมาสโลว์ ความต้องการของมนุษย์แบ่งเป็น 5 ขั้นโดยระบุว่ามนุษย์มีความต้องการทีละขั้นโดยเริ่มจากขั้นต้นก่อนคือความต้องการของร่างกายและเมื่อความต้องการในแต่ละขั้นได้รับการตอบสนองแล้วมนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นๆในระดับที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆจนถึงขั้นสูงสุดคือความต้องการได้บรรลุความตั้งใจสูงสุดของตนเองทฤษฎี erg แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็นขั้นๆและความต้องการของมนุษย์เริ่มต้นที่ขั้นต้นก่อนเช่นเดียวกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ แต่ทฤษฎีนี้แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเพียงแค่ 3 ขั้นได้แก่ 1 ความต้องการการอยู่รอด เป็นความต้องการขั้นแรกสุด เช่นกันได้รับเงินเดือนประจำมีงานที่มั่นคงมีการทำงานที่ปลอดภัย 2 ความต้องการความสัมพันธ์เป็นความต้องการในเรื่องต่างๆที่เกี่ยวพันกับมนุษย์เช่นการมีเพื่อนมีทีมงานมีครอบครัว 3 ความต้องการเจริญก้าวหน้าเป็นความต้องการงานที่น่าสนใจและท้าทายได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์มีความรับผิดชอบสูงได้รับการค้นคว้าความก้าวหน้าในองค์กรและได้รับความสำเร็จในชีวิต ทฤษฎีนี้ระบุว่าหากมนุษย์ได้รับการตอบสนองความต้องการในขั้นต้นแล้วความต้องการก็จะพัฒนาสูงขึ้นตามลำดับขั้นถัดไปแต่หากความต้องการในขั้นถัดไปไม่ได้รับการตอบสนองมนุษย์ก็จะถอยความต้องการกลับลงมาสู่ขั้นก่อนโดยละทิ้งความต้องการขั้นถัดไปโดยปริยาย(นางสาวสุชานรี เวียนมานะ 12590089)
-ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ จะมองว่าเป็น “มนุษย์ที่ประสงค์จะทำงานให้สำเร็จด้วยตนเอง” เป็นทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ มาสโลว์มองว่าความต้องการของมนุษย์มีลักษณะเป็นลำดับขั้น จากระดับต่ำสุดไปยังระดับสูงสุด เมื่อความต้องการในระดับหนึ่งได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นในระดับที่สูงขึ้นต่อไป-ทฤษฎีแรงจูงใจของแอลเดอร์เฟอร์ ได้เสนอทฤษฎีว่าด้วยความต้องการของมนุษย์ขึ้นมาเรียกว่าทฤษฎี อี อาร์ จี (ERG Theory) ซึ่งคล้ายคลึงกับแนวคิดของมาสโลว์ แต่ทฤษฎีนี้ต่างกันตรงที่หากมนุษย์ได้รับการตอบสนองความต้องการในขั้นต้นแล้ว ความต้องการก็จะพัฒนาไปสู่ขั้นถัดไป แต่หากความต้องการในขั้นถัดไปไม่ได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะถอยความต้องการกลับลงมาสู่ขั้นก่อน โดยละทิ้งความต้องการขั้นถัดไปโดยปริยาย(ณัฐนพิน ชินวัฒนา 12590021)
ทฤษฎีความต้องการของมาสโลว์ เมื่อความต้องการในแต่ละขั้นได้รับการตอบสนองแล้วมนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นในระดับขั้นที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ1.ความต้องการของร่างกาย หมายถึงความต้องการในปัจจัย 4 ของมนุษย์ ได้แก่อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค2.ความต้องการความมั่นคงปลอดภัย หมายถึงความต้องการที่ได้รับความปลอดภัยในความเป็นอยู่และการทำงาน3.ความต้องการทางสังคม หมายถึงความต้องการเป็นที่รู้จัก และมีความผูกพันกับบุคคลอื่น4.ความต้องการการยกย่อง หมายถึง ความต้องการได้รับความภาคภูมิใจในตนเอง5.ความต้องการบรรลุความตั้งใจสูงสุดของตนเอง หมายถึงความต้องการที่มนุษย์แต่ละคนประสงค์ที่จะได้รับสูงสุดส่วนทฤษฎีอีอาร์จี แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็นขั้นๆ และความต้องการของมนุษย์เริ่มต้นที่ขั้นต้นก่อนเช่นเดียวกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์แต่ทฤษฎีนี้แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเพียง 3 ขั้นได้แก่1.ความต้องการการอยู่รอด เป็นความต้องการขั้นแรกสุด อาทิการได้รับเงินเดือนประจำ มีการงานที่มั่นคง มีสภาพการทำงานที่ปลอดภัย2.ความต้องการความสัมพันธ์ เป็นความต้องการในเรื่องต่างๆ ซึ่งเกี่ยวพันกับมนุษย์3.ความต้องการการเติบโตก้าวหน้า เป็นควาต้องการงานที่น่าสนใจและท้าทาย ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์(นางสาวชุติกาญจน์ ปานดารา 12590016)
ทฤษฎีอีอาร์จี จะมีพื้นฐานและความคล้ายคลึงกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ แต่ก็มีความแตกต่างที่สำคัญ คือ บุคคลสามารถเกิดความต้องการได้มากกว่าหนึ่งในเวลาเดียวกัน ตลอดจนอธิบายปฏิกิริยาของบุคคลเมื่อไม่สามารถบรรลุความต้องการ โดยหลักความต้องการ ความพึงพอใจ ความก้าวหน้า. และหลักการความไม่พอใจถดถอย ซึ่งสามารถอธิบายได้ว่า ถ้าความต้องการของบุคคลไม่ได้การตอบสนองเค้าก็จะให้ความสำคัญกับความต้องการอื่นแทน เช่น ถึงแม้บุคคลจะไม่มีความภาคภูมิใจกับ งานที่ซ้ำซากและน่าเบื่อของเค้า แต่เค้าก็ยังปฏิบัติงานนั้นอยู่ เนื่องจากรายได้ที่ดีและความมั่นคงของงาน เป็นต้น ทำให้นักวิชาการหลายคนให้การยอมรับว่าทฤษฎีอีอาร์จีมีความเป็นจริง ในการอธิบาย ความต้องการของมนุษย์ได้มากกว่าทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์(วริศ เอี๊ยวชัยพร 070)
ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ จะมองว่าเป็น “มนุษย์ที่ประสงค์จะทำงานให้สำเร็จด้วยตนเอง” เป็นทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ มาสโลว์มองว่าความต้องการของมนุษย์มีลักษณะเป็นลำดับขั้น จากระดับต่ำสุดไปยังระดับสูงสุด เมื่อความต้องการในระดับหนึ่งได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นในระดับที่สูงขึ้นต่อไปทฤษฎีแรงจูงใจของแอลเดอร์เฟอร์ ได้เสนอทฤษฎีว่าด้วยความต้องการของมนุษย์ขึ้นมาเรียกว่าทฤษฎี อี อาร์ จี (ERG Theory) ซึ่งคล้ายคลึงกับแนวคิดของมาสโลว์ แต่ทฤษฎีนี้ต่างกันตรงที่หากมนุษย์ได้รับการตอบสนองความต้องการในขั้นต้นแล้ว ความต้องการก็จะพัฒนาไปสู่ขั้นถัดไป แต่หากความต้องการในขั้นถัดไปไม่ได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะถอยความต้องการกลับลงมาสู่ขั้นก่อน โดยละทิ้งความต้องการขั้นถัดไปโดยปริยาย(ปาลิตา มนัสปัญญากุล 12590049)
-ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ จะมองว่าเป็น “มนุษย์ที่ประสงค์จะทำงานให้สำเร็จด้วยตนเอง” เป็นทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ มาสโลว์มองว่าความต้องการของมนุษย์มีลักษณะเป็นลำดับขั้น จากระดับต่ำสุดไปยังระดับสูงสุด เมื่อความต้องการในระดับหนึ่งได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นในระดับที่สูงขึ้นต่อไป-ทฤษฎีแรงจูงใจของแอลเดอร์เฟอร์ ได้เสนอทฤษฎีว่าด้วยความต้องการของมนุษย์ขึ้นมาเรียกว่าทฤษฎี อี อาร์ จี (ERG Theory) ซึ่งคล้ายคลึงกับแนวคิดของมาสโลว์ แต่ทฤษฎีนี้ต่างกันตรงที่หากมนุษย์ได้รับการตอบสนองความต้องการในขั้นต้นแล้ว ความต้องการก็จะพัฒนาไปสู่ขั้นถัดไป แต่หากความต้องการในขั้นถัดไปไม่ได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะถอยความต้องการกลับลงมาสู่ขั้นก่อน โดยละทิ้งความต้องการขั้นถัดไปโดยปริยาย(สมภพ ขุนทรง 12590079)
-ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ จะมองว่าเป็น “มนุษย์ที่ประสงค์จะทำงานให้สำเร็จด้วยตนเอง” เป็นทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ มาสโลว์มองว่าความต้องการของมนุษย์มีลักษณะเป็นลำดับขั้น จากระดับต่ำสุดไปยังระดับสูงสุด เมื่อความต้องการในระดับหนึ่งได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นในระดับที่สูงขึ้นต่อไป-ทฤษฎีแรงจูงใจของแอลเดอร์เฟอร์ ได้เสนอทฤษฎีว่าด้วยความต้องการของมนุษย์ขึ้นมาเรียกว่าทฤษฎี อี อาร์ จี (ERG Theory) ซึ่งคล้ายคลึงกับแนวคิดของมาสโลว์ แต่ทฤษฎีนี้ต่างกันตรงที่หากมนุษย์ได้รับการตอบสนองความต้องการในขั้นต้นแล้ว ความต้องการก็จะพัฒนาไปสู่ขั้นถัดไป แต่หากความต้องการในขั้นถัดไปไม่ได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะถอยความต้องการกลับลงมาสู่ขั้นก่อน โดยละทิ้งความต้องการขั้นถัดไปโดยปริยาย(ธนสิทธิ์ อาจอ่อนศรี 12590036)
ทฤษฎีอีอาร์จี จะมีพื้นฐานและความคล้ายคลึงกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ แต่ก็มีความแตกต่างที่สำคัญ คือ บุคคลสามารถเกิดความต้องการได้มากกว่าหนึ่งในเวลาเดียวกัน ตลอดจนอธิบายปฏิกิริยาของบุคคลเมื่อไม่สามารถบรรลุความต้องการ โดยหลักความต้องการ ความพึงพอใจ ความก้าวหน้า. และหลักการความไม่พอใจถดถอย ซึ่งสามารถอธิบายได้ว่า ถ้าความต้องการของบุคคลไม่ได้การตอบสนองเค้าก็จะให้ความสำคัญกับความต้องการอื่นแทน เช่น ถึงแม้บุคคลจะไม่มีความภาคภูมิใจกับ งานที่ซ้ำซากและน่าเบื่อของเค้า แต่เค้าก็ยังปฏิบัติงานนั้นอยู่ เนื่องจากรายได้ที่ดีและความมั่นคงของงาน เป็นต้น ทำให้นักวิชาการหลายคนให้การยอมรับว่าทฤษฎีอีอาร์จีมีความเป็นจริง ในการอธิบาย ความต้องการของมนุษย์ได้มากกว่าทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์(นางสาวเอเซีย พิทยาพละ 12590112)
ทฤษฎีของมาสโลว์จะอธิบายเกี่ยวกับลำดับขั้นของความต้องการว่าเมื่อความต้องการนั้นได้รับการตอบรับแล้วมนุษย์ก็จะมีความต้องการอีกขั้นนึงไปเรื่อยๆไม่มีวันสิ้นสุด
ตอบลบทฤษฎีERG เป็นทฤษฎีที่เป็นลำดับขั้นเหมือนกับทฤษฎีมาสโลว์ แต่แตกต่างกันที่ทฤษฎีERGจะบอกว่าความต้องการของมนุษย์สามารถเกิดขึ้นได้มากกว่า1อย่างในเวลาเดียวกัน
(นางสาวอัมรินทร์ เกมอ 12590105)
-ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ จะมองว่าเป็น “มนุษย์ที่ประสงค์จะทำงานให้สำเร็จด้วยตนเอง” เป็นทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ มาสโลว์มองว่าความต้องการของมนุษย์มีลักษณะเป็นลำดับขั้น จากระดับต่ำสุดไปยังระดับสูงสุด เมื่อความต้องการในระดับหนึ่งได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นในระดับที่สูงขึ้นต่อไป
ตอบลบ-ทฤษฎีแรงจูงใจของแอลเดอร์เฟอร์ ได้เสนอทฤษฎีว่าด้วยความต้องการของมนุษย์ขึ้นมาเรียกว่าทฤษฎี อี อาร์ จี (ERG Theory) ซึ่งคล้ายคลึงกับแนวคิดของมาสโลว์ แต่ทฤษฎีนี้ต่างกันตรงที่หากมนุษย์ได้รับการตอบสนองความต้องการในขั้นต้นแล้ว ความต้องการก็จะพัฒนาไปสู่ขั้นถัดไป แต่หากความต้องการในขั้นถัดไปไม่ได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะถอยความต้องการกลับลงมาสู่ขั้นก่อน โดยละทิ้งความต้องการขั้นถัดไปโดยปริยาย
(ปิยาภรณ์ ชินวงค์พรหม 12590051)
ทฤษฎีความต้องการของมาสโลว์ ความต้องการของมนุษย์แบ่งเป็น 5 ขั้นโดยระบุว่ามนุษย์มีความต้องการทีละขั้นโดยเริ่มจากขั้นต้นก่อนคือความต้องการของร่างกายและเมื่อความต้องการในแต่ละขั้นได้รับการตอบสนองแล้วมนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นๆในระดับที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆจนถึงขั้นสูงสุดคือความต้องการได้บรรลุความตั้งใจสูงสุดของตนเอง
ตอบลบทฤษฎี erg แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็นขั้นๆและความต้องการของมนุษย์เริ่มต้นที่ขั้นต้นก่อนเช่นเดียวกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ แต่ทฤษฎีนี้แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเพียงแค่ 3 ขั้นได้แก่ 1 ความต้องการการอยู่รอด เป็นความต้องการขั้นแรกสุด เช่นกันได้รับเงินเดือนประจำมีงานที่มั่นคงมีการทำงานที่ปลอดภัย 2 ความต้องการความสัมพันธ์เป็นความต้องการในเรื่องต่างๆที่เกี่ยวพันกับมนุษย์เช่นการมีเพื่อนมีทีมงานมีครอบครัว 3 ความต้องการเจริญก้าวหน้าเป็นความต้องการงานที่น่าสนใจและท้าทายได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์มีความรับผิดชอบสูงได้รับการค้นคว้าความก้าวหน้าในองค์กรและได้รับความสำเร็จในชีวิต ทฤษฎีนี้ระบุว่าหากมนุษย์ได้รับการตอบสนองความต้องการในขั้นต้นแล้วความต้องการก็จะพัฒนาสูงขึ้นตามลำดับขั้นถัดไปแต่หากความต้องการในขั้นถัดไปไม่ได้รับการตอบสนองมนุษย์ก็จะถอยความต้องการกลับลงมาสู่ขั้นก่อนโดยละทิ้งความต้องการขั้นถัดไปโดยปริยาย
น.ส.วราภรณ์ ขันสมบัติ12590069
9. จงเปรียบเทียบทฤษฎีความต้องการของมาสโลว์และอีอาร์จีว่ามีลักษณะที่เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร
ตอบลบตอบ : ทฤษฎีอีอาร์จี แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็นขั้นๆ และความต้องการของมนุษย์เริ่มต้นที่ขั้นต้นก่อนเช่นเดียวกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์แต่ทฤษฎีนี้แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็นเพียง 3 ขั้น ได้แก่
1. ความต้องการการอยู่รอด : เป็นความต้องการขั้นแรกสุด อาทิ การได้รับเงินเดือนประจำ มีการงานที่มั่นคง
2. ความต้องการความสัมพันธ์ : เป็นความต้องการในเรื่องต่างๆซึ่งเกี่ยวพันธ์กับมนุษย์
3. ความต้องการเติบโตก้าวหน้า : เป็นความต้องการที่น่าสนใจและท้าทาย ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์
ซึ่งแตกต่างจากทฤษฎีของมาสโลว์ที่มีการแบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็น 5 ขั้น
นางสาวสุดารัตน์ สุขสาม (รหัส 12590090)
ทฤษฎีอีอาร์จี จะมีพื้นฐานและความคล้ายคลึงกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ แต่ก็มีความแตกต่างที่สำคัญ คือ บุคคลสามารถเกิดความต้องการได้มากกว่าหนึ่งในเวลาเดียวกัน ตลอดจนอธิบายปฏิกิริยาของบุคคลเมื่อไม่สามารถบรรลุความต้องการ โดยหลักความต้องการ ความพึงพอใจ ความก้าวหน้า. และหลักการความไม่พอใจถดถอย ซึ่งสามารถอธิบายได้ว่า ถ้าความต้องการของบุคคลไม่ได้การตอบสนองเค้าก็จะให้ความสำคัญกับความต้องการอื่นแทน เช่น ถึงแม้บุคคลจะไม่มีความภาคภูมิใจกับ งานที่ซ้ำซากและน่าเบื่อของเค้า แต่เค้าก็ยังปฏิบัติงานนั้นอยู่ เนื่องจากรายได้ที่ดีและความมั่นคงของงาน เป็นต้น ทำให้นักวิชาการหลายคนให้การยอมรับว่าทฤษฎีอีอาร์จีมีความเป็นจริง ในการอธิบาย ความต้องการของมนุษย์ได้มากกว่าทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์
ตอบลบ(ชนกนาฎ สหทรัพย์เจริญ 12590012)
ทฤษฎีความต้องการของมาสโลว์ เมื่อความต้องการในแต่ละขั้นได้รับการตอบสนองแล้วมนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นในระดับขั้นที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ
ตอบลบ1.ความต้องการของร่างกาย หมายถึงความต้องการในปัจจัย 4 ของมนุษย์ ได้แก่อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค
2.ความต้องการความมั่นคงปลอดภัย หมายถึงความต้องการที่ได้รับความปลอดภัยในความเป็นอยู่และการทำงาน
3.ความต้องการทางสังคม หมายถึงความต้องการเป็นที่รู้จัก และมีความผูกพันกับบุคคลอื่น
4.ความต้องการการยกย่อง หมายถึง ความต้องการได้รับความภาคภูมิใจในตนเอง
5.ความต้องการบรรลุความตั้งใจสูงสุดของตนเอง หมายถึงความต้องการที่มนุษย์แต่ละคนประสงค์ที่จะได้รับสูงสุด
ส่วนทฤษฎีอีอาร์จี แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็นขั้นๆ และความต้องการของมนุษย์เริ่มต้นที่ขั้นต้นก่อนเช่นเดียวกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์แต่ทฤษฎีนี้แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเพียง 3 ขั้นได้แก่
1.ความต้องการการอยู่รอด เป็นความต้องการขั้นแรกสุด อาทิการได้รับเงินเดือนประจำ มีการงานที่มั่นคง มีสภาพการทำงานที่ปลอดภัย
2.ความต้องการความสัมพันธ์ เป็นความต้องการในเรื่องต่างๆ ซึ่งเกี่ยวพันกับมนุษย์
3.ความต้องการการเติบโตก้าวหน้า เป็นควาต้องการงานที่น่าสนใจและท้าทาย ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์
(อารียา ปานทอง 12590109)
ข้อที่ 9
ตอบลบถึงแม้ทฤษฎีอี-อาร์-จี จะมีพื้นฐานและความคล้ายคลึงกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของ Maslow แต่ก็มีความแตกต่างที่สำคัญคือ Alderfer มีความเห็นว่า บุคคลสามารถเกิดความต้องการได้มากกว่าหนึ่งในเวลาเดียวกัน ตลอดจนอธิบายปฏิกิริยาของบุคคลเมื่อไม่สามารถบรรลุความต้องการ โดยหลักความต้องการโดยหลักการความพอใจ-ความก้าวหน้า ( Satisfaction- progression Principle)และหลักการความไม่พอใจ-ถดถอย ( Frustration – regression Principle)ซึ่งสามารถอธิบายได้ว่า ถ้าความต้องการของบุคคลไม่ได้การตอบสนอง เขาก็จะให้ความสำคัญกับความต้องการอื่นแทน ตัวอย่างเช่น ถึงแม้บุคคลจะไม่มีความภาคภูมิใจกับงานที่ซ้ำซากและน่าเบื่อของเขา แต่เขาก็ยังปฏิบัติงานนั้นอยู่ เนื่องจากรายได้ที่ดีและความมั่นคงของงาน เป็นต้น ทำให้นักวิชาการหลายคนให้การยอมรับว่าทฤษฎีอี-อาร์-จี มีความเป็นจริง ในการอธิบาย ความต้องการของมนุษย์มากกว่า ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการ
(อรณิชา ศรีสมัย 12590102)
-ทฤษฎีอี-อาร์-จี(ERG Theory) Clayton Alderfer นักวิชาการแห่งมหาวิทยาลัย Yale ได้พัฒนาทฤษฎีความต้องการดำรงอยู่ความสัมพันธ์และความก้าวหน้า ที่เรียกร่วมกันว่า ทฤษฎี อี- อาร์ -จี(ERG Theory) ซึ่งมีพื้นฐานมาจากทฤษฎีความต้องการของ Maslow โดย Alderfer สรุปว่า ความต้องการของมนุษย์สามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่
ตอบลบ1.ความต้องการการดำรงอยู่ (Existence Needs) เป็นความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ในการที่จะดำรงชีพ เช่น อาหาร น้ำ อากาศ และที่อยู่อาศัย ซึ่งสามารถเปรียบเทียบได้กับความต้องการระดับต้น ในลำดับขั้นความต้องการของ Maslow
2.ความต้องการความสัมพันธ์ (Reletedness Needs) เป็นความต้องการที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลอื่นในสังคม เช่น ความรัก และการยอมรับนับถือจากบุคคลอื่น ซึ่งจะเปรียบเทียบได้กับความต้องการการยอมรับ และความต้องการทางสังคม
3.ความต้องการความต้องการ (Growth Needs) เป็นความต้องการของบุคคลที่จะก้าวหน้าและพัฒนาเอง
ทฤษฎีอี-อาร์-จี จะมีพื้นฐานและความคล้ายคลึงกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของ Maslow แต่ก็มีความแตกต่างที่สำคัญคือ Alderfer มีความเห็นว่า บุคคลสามารถเกิดความต้องการได้มากกว่าหนึ่งในเวลาเดียวกัน ตลอดจนอธิบายปฏิกิริยาของบุคคลเมื่อไม่สามารถบรรลุความต้องการ โดยหลักความต้องการโดยหลักการความพอใจ-ความก้าวหน้า ( Satisfgaction- progression Principle)และหลักการความไม่พอใจ-ถดถอย ( Frustration – regression Principle)ซึ่งสามารถอธิบายได้ว่า ถ้าความต้องการของบุคคลไม่ได้การตอบสนอง เขาก็จะให้ความสำคัญกับความต้องการอื่นแทน ตัวอย่างเช่น ถึงแม้บุคคลจะไม่มีความภาคภูมิใจกับงานที่ซ้ำซากและน่าเบื่อของเขา แต่เขาก็ยังปฏิบัติงานนั้นอยู่ เนื่องจากรายได้ที่ดีและความมั่นคงของงาน เป็นต้น ทำให้นักวิชาการหลายคนให้การยอมรับว่าทฤษฎีอี-อาร์-จี มีความเป็นจริง ในการอธิบาย ความต้องการของมนุษย์มากกว่า ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการ
(นางสาวสิริรัตน์ ศิริพรทุม 12590086)
ทฤษฎีของมาสโลว์จะอธิบายเกี่ยวกับลำดับขั้นของความต้องการว่าเมื่อความต้องการนั้นได้รับการตอบรับแล้วมนุษย์ก็จะมีความต้องการอีกขั้นนึงไปเรื่อยๆไม่มีวันสิ้นสุด
ตอบลบทฤษฎีERG เป็นทฤษฎีที่เป็นลำดับขั้นเหมือนกับทฤษฎีมาสโลว์ แต่แตกต่างกันที่ทฤษฎีERGจะบอกว่าความต้องการของมนุษย์สามารถเกิดขึ้นได้มากกว่า1อย่างในเวลาเดียวกัน
(นางสาวณัฐฐา จินตกวีพันธุ์ 12590020)
ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ จะมองว่าเป็น “มนุษย์ที่ประสงค์จะทำงานให้สำเร็จด้วยตนเอง” เป็นทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ มาสโลว์มองว่าความต้องการของมนุษย์มีลักษณะเป็นลำดับขั้น จากระดับต่ำสุดไปยังระดับสูงสุด เมื่อความต้องการในระดับหนึ่งได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นในระดับที่สูงขึ้นต่อไป
ตอบลบทฤษฎีแรงจูงใจของแอลเดอร์เฟอร์ ได้เสนอทฤษฎีว่าด้วยความต้องการของมนุษย์ขึ้นมาเรียกว่าทฤษฎี อี อาร์ จี (ERG Theory) ซึ่งคล้ายคลึงกับแนวคิดของมาสโลว์ แต่ทฤษฎีนี้ต่างกันตรงที่หากมนุษย์ได้รับการตอบสนองความต้องการในขั้นต้นแล้ว ความต้องการก็จะพัฒนาไปสู่ขั้นถัดไป แต่หากความต้องการในขั้นถัดไปไม่ได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะถอยความต้องการกลับลงมาสู่ขั้นก่อน โดยละทิ้งความต้องการขั้นถัดไปโดยปริยาย
(นางสาวสิริกร ราชมณี12590084)
ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ
ตอบลบทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์
ตอบลบทฤษฎีนี้จัดแบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็น 5 ขั้นโดยระบุว่ามนุษย์มีความต้องการทีละขั้นโดยเริ่มจากขั้นต้นก่อน คือ ความต้องการของร่างกาย และเมื่อความต้องการในแต่ละขั้นได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นในระดับขั้นที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงความต้องการขั้นสูงสุด คือความต้องการได้บรรลุความตั้งใจสูงสุดของตนเอง
ทฤษฎี ERG
ทฤษฎี ERG แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็นขั้นๆ และความต้องการของมนุษย์เริ่มต้นที่ขั้นต้นก่อนเช่นเดียวกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ แต่ทฤษฎีนี้แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็นเพียง 3 ขั้น ได้แก่
1.ความต้องการการอยู่รอด
2.ความต้องการความสัมพันธ์
3.ความต้องการเติบโตก้าวหน้า
ทฤษฎีนี้ระบุว่า หากมนุษย์ได้รับการตอบสนองความต้องการในขั้นต้นแล้ว ความต้องการที่จะพัฒนาไปสู่ขั้นถัดไป แต่หากความต้องการในขั้นถัดไปไม่ได้รับการตอบสนอง แล้วมนุษย์ก็จะถอยความต้องการกลับลงมาสู่ขั้นก่อน โดยละทิ้งความต้องการขั้นถัดไปโดยปริยาย
(นางสาวกรกนก จันทร์พันธุ์ 12590003)
ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็น 5 ขั้นโดยระบุว่ามนุษย์มีความต้องการที่เรียงตามระดับขั้นจากล่างขึ้นบน ซึ่งไม่สามารถข้ามขั้นได้
ตอบลบในส่วนทฤษฎีERG เป็นทฤษฎีที่พัฒนาจากกับทฤษฎีมาสโลว์ แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็นเพียง 3 ขั้น ได้แก่
1.ความต้องการการอยู่รอด
2.ความต้องการความสัมพันธ์
3.ความต้องการเติบโตก้าวหน้า
จะแตกต่างกันที่ทฤษฎีERGจะบอกว่าความต้องการของมนุษย์สามารถเกิดขึ้นได้พร้อมๆกันได้ในเวลาเดียวกัน และไม่จำเป็นต้องเรียงเป็นลำดับขั้น
(ปวีณา เกตุแย้ม 12590047)
ทฤษฎีอีอาร์จี จะมีพื้นฐานและความคล้ายคลึงกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ แต่ก็มีความแตกต่างที่สำคัญ คือ บุคคลสามารถเกิดความต้องการได้มากกว่าหนึ่งในเวลาเดียวกัน ตลอดจนอธิบายปฏิกิริยาของบุคคลเมื่อไม่สามารถบรรลุความต้องการ โดยหลักความต้องการ ความพึงพอใจ ความก้าวหน้า. และหลักการความไม่พอใจถดถอย ซึ่งสามารถอธิบายได้ว่า ถ้าความต้องการของบุคคลไม่ได้การตอบสนองเค้าก็จะให้ความสำคัญกับความต้องการอื่นแทน เช่น ถึงแม้บุคคลจะไม่มีความภาคภูมิใจกับ งานที่ซ้ำซากและน่าเบื่อของเค้า แต่เค้าก็ยังปฏิบัติงานนั้นอยู่ เนื่องจากรายได้ที่ดีและความมั่นคงของงาน เป็นต้น ทำให้นักวิชาการหลายคนให้การยอมรับว่าทฤษฎีอีอาร์จีมีความเป็นจริง ในการอธิบาย ความต้องการของมนุษย์ได้มากกว่าทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์
ตอบลบ(นางสาว สรัสนันท์ บุญมี 12590080)
-ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ จะมองว่าเป็น “มนุษย์ที่ประสงค์จะทำงานให้สำเร็จด้วยตนเอง” เป็นทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ มาสโลว์มองว่าความต้องการของมนุษย์มีลักษณะเป็นลำดับขั้น จากระดับต่ำสุดไปยังระดับสูงสุด เมื่อความต้องการในระดับหนึ่งได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นในระดับที่สูงขึ้นต่อไป
ตอบลบ-ทฤษฎีแรงจูงใจของแอลเดอร์เฟอร์ ได้เสนอทฤษฎีว่าด้วยความต้องการของมนุษย์ขึ้นมาเรียกว่าทฤษฎี อี อาร์ จี (ERG Theory) ซึ่งคล้ายคลึงกับแนวคิดของมาสโลว์ แต่ทฤษฎีนี้ต่างกันตรงที่หากมนุษย์ได้รับการตอบสนองความต้องการในขั้นต้นแล้ว ความต้องการก็จะพัฒนาไปสู่ขั้นถัดไป แต่หากความต้องการในขั้นถัดไปไม่ได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะถอยความต้องการกลับลงมาสู่ขั้นก่อน โดยละทิ้งความต้องการขั้นถัดไปโดยปริยาย
สุภัทษา สนธิช่วย 12590096
ทฤษฎีความต้องการของมาสโลว์ เมื่อความต้องการในแต่ละขั้นได้รับการตอบสนองแล้วมนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นในระดับขั้นที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ
ตอบลบ1.ความต้องการของร่างกาย หมายถึงความต้องการในปัจจัย 4 ของมนุษย์ ได้แก่อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค
2.ความต้องการความมั่นคงปลอดภัย หมายถึงความต้องการที่ได้รับความปลอดภัยในความเป็นอยู่และการทำงาน
3.ความต้องการทางสังคม หมายถึงความต้องการเป็นที่รู้จัก และมีความผูกพันกับบุคคลอื่น
4.ความต้องการการยกย่อง หมายถึง ความต้องการได้รับความภาคภูมิใจในตนเอง
5.ความต้องการบรรลุความตั้งใจสูงสุดของตนเอง หมายถึงความต้องการที่มนุษย์แต่ละคนประสงค์ที่จะได้รับสูงสุด
(นางสาวภิตติมาตุ์ เอื้ออรุณชัย 12590062)
ตอบลบ1)ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์
เป็นทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ มาสโลว์มองว่าความต้องการของมนุษย์มีลักษณะเป็นลำดับขั้น จากระดับต่ำสุดไปยังระดับสูงสุด เมื่อความต้องการในระดับหนึ่งได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นในระดับที่สูงขึ้นต่อไป
2)ทฤษฎี ERG ของแอลเดอร์เฟอร์
ซึ่งคล้ายคลึงกับแนวคิดของมาสโลว์ แต่ทฤษฎีนี้ต่างกันตรงที่หากมนุษย์ได้รับการตอบสนองความต้องการในขั้นต้นแล้ว ความต้องการก็จะพัฒนาไปสู่ขั้นถัดไป แต่หากความต้องการในขั้นถัดไปไม่ได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะถอยความต้องการกลับลงมาสู่ขั้นก่อน โดยละทิ้งความต้องการขั้นถัดไปโดยปริยาย
(อภิษฐา เนียมศิริ 12590101)
-ทฤษฎี ERG แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็นเพียง 3 ขั้น ได้แก่
ตอบลบ1.ความต้องการการอยู่รอด
2.ความต้องการความสัมพันธ์
3.ความต้องการเติบโตก้าวหน้า
โดยเมื่อมนุษย์ได้รับการตอบสนองความต้องการในขั้นต้นแล้ว ความต้องการที่จะพัฒนาไปสู่ขั้นถัดไป แต่หากความต้องการในขั้นถัดไปไม่ได้รับการตอบสนอง แล้วมนุษย์ก็จะถอยความต้องการกลับลงมาสู่ขั้นก่อน โดยละทิ้งความต้องการขั้นถัดไป
-ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์
ทฤษฎีนี้จัดแบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็น 5 ขั้นโดยระบุว่ามนุษย์มีความต้องการทีละขั้นโดยเริ่มจากขั้นต้นก่อน คือ ความต้องการของร่างกาย และเมื่อความต้องการในแต่ละขั้นได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นในระดับขั้นที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงความต้องการขั้นสูงสุด คือความต้องการได้บรรลุความตั้งใจสูงสุดของตนเอง
(ศศิพิมพ์ ชัยกุลพัฒนา 12590076)
ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ จะมองว่าเป็น “มนุษย์ที่ประสงค์จะทำงานให้สำเร็จด้วยตนเอง” เป็นทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ มาสโลว์มองว่าความต้องการของมนุษย์มีลักษณะเป็นลำดับขั้น จากระดับต่ำสุดไปยังระดับสูงสุด เมื่อความต้องการในระดับหนึ่งได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นในระดับที่สูงขึ้นต่อไป
ตอบลบ-ทฤษฎีแรงจูงใจของแอลเดอร์เฟอร์ ได้เสนอทฤษฎีว่าด้วยความต้องการของมนุษย์ขึ้นมาเรียกว่าทฤษฎี อี อาร์ จี (ERG Theory) ซึ่งคล้ายคลึงกับแนวคิดของมาสโลว์ แต่ทฤษฎีนี้ต่างกันตรงที่หากมนุษย์ได้รับการตอบสนองความต้องการในขั้นต้นแล้ว ความต้องการก็จะพัฒนาไปสู่ขั้นถัดไป แต่หากความต้องการในขั้นถัดไปไม่ได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะถอยความต้องการกลับลงมาสู่ขั้นก่อน โดยละทิ้งความต้องการขั้นถัดไปโดยปริยาย
ดวงหทัย โฉมมา 12590029
ทฤษฎีความต้องการของมาสโลว์ เมื่อความต้องการในแต่ละขั้นได้รับการตอบสนองแล้วมนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นในระดับขั้นที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ
ตอบลบ1.ความต้องการของร่างกาย หมายถึงความต้องการในปัจจัย 4 ของมนุษย์ ได้แก่อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค
2.ความต้องการความมั่นคงปลอดภัย หมายถึงความต้องการที่ได้รับความปลอดภัยในความเป็นอยู่และการทำงาน
3.ความต้องการทางสังคม หมายถึงความต้องการเป็นที่รู้จัก และมีความผูกพันกับบุคคลอื่น
4.ความต้องการการยกย่อง หมายถึง ความต้องการได้รับความภาคภูมิใจในตนเอง
5.ความต้องการบรรลุความตั้งใจสูงสุดของตนเอง หมายถึงความต้องการที่มนุษย์แต่ละคนประสงค์ที่จะได้รับสูงสุด
ส่วนทฤษฎีอีอาร์จี แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็นขั้นๆ และความต้องการของมนุษย์เริ่มต้นที่ขั้นต้นก่อนเช่นเดียวกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์แต่ทฤษฎีนี้แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเพียง 3 ขั้นได้แก่
1.ความต้องการการอยู่รอด เป็นความต้องการขั้นแรกสุด อาทิการได้รับเงินเดือนประจำ มีการงานที่มั่นคง มีสภาพการทำงานที่ปลอดภัย
2.ความต้องการความสัมพันธ์ เป็นความต้องการในเรื่องต่างๆ ซึ่งเกี่ยวพันกับมนุษย์
3.ความต้องการการเติบโตก้าวหน้า เป็นควาต้องการงานที่น่าสนใจและท้าทาย ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์
(นางสาวปรมาพร สิงขรรัตน์ 12590046)
ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์
ตอบลบทฤษฎีนี้จัดแบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็น 5 ขั้นโดยระบุว่ามนุษย์มีความต้องการทีละขั้นโดยเริ่มจากขั้นต้นก่อน คือ ความต้องการของร่างกาย และเมื่อความต้องการในแต่ละขั้นได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นในระดับขั้นที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงความต้องการขั้นสูงสุด คือความต้องการได้บรรลุความตั้งใจสูงสุดของตนเอง
ทฤษฎี ERG
ทฤษฎี ERG แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็นขั้นๆ และความต้องการของมนุษย์เริ่มต้นที่ขั้นต้นก่อนเช่นเดียวกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ แต่ทฤษฎีนี้แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็นเพียง 3 ขั้น ได้แก่
1.ความต้องการการอยู่รอด
2.ความต้องการความสัมพันธ์
3.ความต้องการเติบโตก้าวหน้า
ทฤษฎีนี้ระบุว่า หากมนุษย์ได้รับการตอบสนองความต้องการในขั้นต้นแล้ว ความต้องการที่จะพัฒนาไปสู่ขั้นถัดไป แต่หากความต้องการในขั้นถัดไปไม่ได้รับการตอบสนอง แล้วมนุษย์ก็จะถอยความต้องการกลับลงมาสู่ขั้นก่อน โดยละทิ้งความต้องการขั้นถัดไปโดยปริยาย
นางสาวภัทราพร ผังรักษ์ 12590061
ทฤษฎีของมาสโลว์จะอธิบายเกี่ยวกับลำดับขั้นของความต้องการว่าเมื่อความต้องการนั้นได้รับการตอบรับแล้วมนุษย์ก็จะมีความต้องการอีกขั้นนึงไปเรื่อยๆไม่มีวันสิ้นสุด
ตอบลบทฤษฎีERG เป็นทฤษฎีที่เป็นลำดับขั้นเหมือนกับทฤษฎีมาสโลว์ แต่แตกต่างกันที่ทฤษฎีERGจะบอกว่าความต้องการของมนุษย์สามารถเกิดขึ้นได้มากกว่า1อย่างในเวลาเดียวกัน
(อภัสสร ปูชนียกุล 12590100)
ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์
ตอบลบทฤษฎีนี้จัดแบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็น 5 ขั้นโดยระบุว่ามนุษย์มีความต้องการทีละขั้นโดยเริ่มจากขั้นต้นก่อน1.ความต้องการของร่างกาย หมายถึงความต้องการในปัจจัย 4 ของมนุษย์ ได้แก่อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค
2.ความต้องการความมั่นคงปลอดภัย หมายถึงความต้องการที่ได้รับความปลอดภัยในความเป็นอยู่และการทำงาน
3.ความต้องการทางสังคม หมายถึงความต้องการเป็นที่รู้จัก และมีความผูกพันกับบุคคลอื่น
4.ความต้องการการยกย่อง หมายถึง ความต้องการได้รับความภาคภูมิใจในตนเอง
5.ความต้องการบรรลุความตั้งใจสูงสุดของตนเอง หมายถึงความต้องการที่มนุษย์แต่ละคนประสงค์ที่จะได้รับสูงสุด
(นางสาวบุญธิดา กะตะศิลา 12590043)
ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ จะมองว่าเป็น “มนุษย์ที่ประสงค์จะทำงานให้สำเร็จด้วยตนเอง” เป็นทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ มาสโลว์มองว่าความต้องการของมนุษย์มีลักษณะเป็นลำดับขั้น จากระดับต่ำสุดไปยังระดับสูงสุด เมื่อความต้องการในระดับหนึ่งได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นในระดับที่สูงขึ้นต่อไป
ตอบลบทฤษฎีแรงจูงใจของแอลเดอร์เฟอร์ ได้เสนอทฤษฎีว่าด้วยความต้องการของมนุษย์ขึ้นมาเรียกว่าทฤษฎี อี อาร์ จี (ERG Theory) ซึ่งคล้ายคลึงกับแนวคิดของมาสโลว์ แต่ทฤษฎีนี้ต่างกันตรงที่หากมนุษย์ได้รับการตอบสนองความต้องการในขั้นต้นแล้ว ความต้องการก็จะพัฒนาไปสู่ขั้นถัดไป แต่หากความต้องการในขั้นถัดไปไม่ได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะถอยความต้องการกลับลงมาสู่ขั้นก่อน โดยละทิ้งความต้องการขั้นถัดไปโดยปริยาย
(นางสาวเบญญาภา กรีรถ 12590044)
ทฤษฎีความต้องการของมาสโลว์ เมื่อความต้องการในแต่ละขั้นได้รับการตอบสนองแล้วมนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นในระดับขั้นที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ
ตอบลบ1.ความต้องการของร่างกาย หมายถึงความต้องการในปัจจัย 4 ของมนุษย์ ได้แก่อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค
2.ความต้องการความมั่นคงปลอดภัย หมายถึงความต้องการที่ได้รับความปลอดภัยในความเป็นอยู่และการทำงาน
3.ความต้องการทางสังคม หมายถึงความต้องการเป็นที่รู้จัก และมีความผูกพันกับบุคคลอื่น
4.ความต้องการการยกย่อง หมายถึง ความต้องการได้รับความภาคภูมิใจในตนเอง
5.ความต้องการบรรลุความตั้งใจสูงสุดของตนเอง หมายถึงความต้องการที่มนุษย์แต่ละคนประสงค์ที่จะได้รับสูงสุด
ส่วนทฤษฎีอีอาร์จี แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็นขั้นๆ และความต้องการของมนุษย์เริ่มต้นที่ขั้นต้นก่อนเช่นเดียวกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์แต่ทฤษฎีนี้แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเพียง 3 ขั้นได้แก่
1.ความต้องการการอยู่รอด เป็นความต้องการขั้นแรกสุด อาทิการได้รับเงินเดือนประจำ มีการงานที่มั่นคง มีสภาพการทำงานที่ปลอดภัย
2.ความต้องการความสัมพันธ์ เป็นความต้องการในเรื่องต่างๆ ซึ่งเกี่ยวพันกับมนุษย์
3.ความต้องการการเติบโตก้าวหน้า เป็นควาต้องการงานที่น่าสนใจและท้าทาย ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์
(นายสิทธิชัย พ่อค้าเรือ 12590083)
ทฤษฎีความต้องการของมาสโลว์ เมื่อความต้องการในแต่ละขั้นได้รับการตอบสนองแล้วมนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นในระดับขั้นที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ
ตอบลบ1.ความต้องการของร่างกาย หมายถึงความต้องการในปัจจัย 4 ของมนุษย์ ได้แก่อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค
2.ความต้องการความมั่นคงปลอดภัย หมายถึงความต้องการที่ได้รับความปลอดภัยในความเป็นอยู่และการทำงาน
3.ความต้องการทางสังคม หมายถึงความต้องการเป็นที่รู้จัก และมีความผูกพันกับบุคคลอื่น
4.ความต้องการการยกย่อง หมายถึง ความต้องการได้รับความภาคภูมิใจในตนเอง
5.ความต้องการบรรลุความตั้งใจสูงสุดของตนเอง หมายถึงความต้องการที่มนุษย์แต่ละคนประสงค์ที่จะได้รับสูงสุด
ส่วนทฤษฎีอีอาร์จี แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็นขั้นๆ และความต้องการของมนุษย์เริ่มต้นที่ขั้นต้นก่อนเช่นเดียวกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์แต่ทฤษฎีนี้แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเพียง 3 ขั้นได้แก่
1.ความต้องการการอยู่รอด เป็นความต้องการขั้นแรกสุด อาทิการได้รับเงินเดือนประจำ มีการงานที่มั่นคง มีสภาพการทำงานที่ปลอดภัย
2.ความต้องการความสัมพันธ์ เป็นความต้องการในเรื่องต่างๆ ซึ่งเกี่ยวพันกับมนุษย์
3.ความต้องการการเติบโตก้าวหน้า เป็นควาต้องการงานที่น่าสนใจและท้าทาย ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์
(นายชินวัตร พิพัฒน์พงศานนท์ 12590015)
ทฤษฎีความต้องการของมาสโลว์ เมื่อความต้องการในแต่ละขั้นได้รับการตอบสนองแล้วมนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นในระดับขั้นที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ
ตอบลบ1.ความต้องการของร่างกาย หมายถึงความต้องการในปัจจัย 4 ของมนุษย์ ได้แก่อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค
2.ความต้องการความมั่นคงปลอดภัย หมายถึงความต้องการที่ได้รับความปลอดภัยในความเป็นอยู่และการทำงาน
3.ความต้องการทางสังคม หมายถึงความต้องการเป็นที่รู้จัก และมีความผูกพันกับบุคคลอื่น
4.ความต้องการการยกย่อง หมายถึง ความต้องการได้รับความภาคภูมิใจในตนเอง
5.ความต้องการบรรลุความตั้งใจสูงสุดของตนเอง หมายถึงความต้องการที่มนุษย์แต่ละคนประสงค์ที่จะได้รับสูงสุด
ส่วนทฤษฎีอีอาร์จี แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็นขั้นๆ และความต้องการของมนุษย์เริ่มต้นที่ขั้นต้นก่อนเช่นเดียวกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์แต่ทฤษฎีนี้แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเพียง 3 ขั้นได้แก่
1.ความต้องการการอยู่รอด เป็นความต้องการขั้นแรกสุด อาทิการได้รับเงินเดือนประจำ มีการงานที่มั่นคง มีสภาพการทำงานที่ปลอดภัย
2.ความต้องการความสัมพันธ์ เป็นความต้องการในเรื่องต่างๆ ซึ่งเกี่ยวพันกับมนุษย์
3.ความต้องการการเติบโตก้าวหน้า เป็นควาต้องการงานที่น่าสนใจและท้าทาย ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ (นางสาวชัชญาณ์ณัฐ ภูวิศภัทรนนท์ 12590110)
ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ จะมองว่าเป็น “มนุษย์ที่ประสงค์จะทำงานให้สำเร็จด้วยตนเอง” เป็นทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ มาสโลว์มองว่าความต้องการของมนุษย์มีลักษณะเป็นลำดับขั้น จากระดับต่ำสุดไปยังระดับสูงสุด เมื่อความต้องการในระดับหนึ่งได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นในระดับที่สูงขึ้นต่อไป
ตอบลบ-ทฤษฎีแรงจูงใจของแอลเดอร์เฟอร์ ได้เสนอทฤษฎีว่าด้วยความต้องการของมนุษย์ขึ้นมาเรียกว่าทฤษฎี อี อาร์ จี (ERG Theory) ซึ่งคล้ายคลึงกับแนวคิดของมาสโลว์ แต่ทฤษฎีนี้ต่างกันตรงที่หากมนุษย์ได้รับการตอบสนองความต้องการในขั้นต้นแล้ว ความต้องการก็จะพัฒนาไปสู่ขั้นถัดไป แต่หากความต้องการในขั้นถัดไปไม่ได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะถอยความต้องการกลับลงมาสู่ขั้นก่อน โดยละทิ้งความต้องการขั้นถัดไปโดยปริยาย
(นางสาวณัฐพร ทองปลิว 12590024)
ตอบลบ-ทฤษฎีอี-อาร์-จี(ERG Theory) Clayton Alderfer นักวิชาการแห่งมหาวิทยาลัย Yale ได้พัฒนาทฤษฎีความต้องการดำรงอยู่ความสัมพันธ์และความก้าวหน้า ที่เรียกร่วมกันว่า ทฤษฎี อี- อาร์ -จี(ERG Theory) ซึ่งมีพื้นฐานมาจากทฤษฎีความต้องการของ Maslow โดย Alderfer สรุปว่า ความต้องการของมนุษย์สามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่
1.ความต้องการการดำรงอยู่ (Existence Needs) เป็นความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ในการที่จะดำรงชีพ เช่น อาหาร น้ำ อากาศ และที่อยู่อาศัย ซึ่งสามารถเปรียบเทียบได้กับความต้องการระดับต้น ในลำดับขั้นความต้องการของ Maslow
2.ความต้องการความสัมพันธ์ (Reletedness Needs) เป็นความต้องการที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลอื่นในสังคม เช่น ความรัก และการยอมรับนับถือจากบุคคลอื่น ซึ่งจะเปรียบเทียบได้กับความต้องการการยอมรับ และความต้องการทางสังคม
3.ความต้องการความต้องการ (Growth Needs) เป็นความต้องการของบุคคลที่จะก้าวหน้าและพัฒนาเอง
ทฤษฎีอี-อาร์-จี จะมีพื้นฐานและความคล้ายคลึงกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของ Maslow แต่ก็มีความแตกต่างที่สำคัญคือ Alderfer มีความเห็นว่า บุคคลสามารถเกิดความต้องการได้มากกว่าหนึ่งในเวลาเดียวกัน ตลอดจนอธิบายปฏิกิริยาของบุคคลเมื่อไม่สามารถบรรลุความต้องการ โดยหลักความต้องการโดยหลักการความพอใจ-ความก้าวหน้า ( Satisfgaction- progression Principle)และหลักการความไม่พอใจ-ถดถอย ( Frustration – regression Principle)ซึ่งสามารถอธิบายได้ว่า ถ้าความต้องการของบุคคลไม่ได้การตอบสนอง เขาก็จะให้ความสำคัญกับความต้องการอื่นแทน ตัวอย่างเช่น ถึงแม้บุคคลจะไม่มีความภาคภูมิใจกับงานที่ซ้ำซากและน่าเบื่อของเขา แต่เขาก็ยังปฏิบัติงานนั้นอยู่ เนื่องจากรายได้ที่ดีและความมั่นคงของงาน เป็นต้น ทำให้นักวิชาการหลายคนให้การยอมรับว่าทฤษฎีอี-อาร์-จี มีความเป็นจริง ในการอธิบาย ความต้องการของมนุษย์มากกว่า ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการ
(นางสาวพัชรา จูเอี่ยม 12590054)
ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ จะมองว่าเป็น “มนุษย์ที่ประสงค์จะทำงานให้สำเร็จด้วยตนเอง” เป็นทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ มาสโลว์มองว่าความต้องการของมนุษย์มีลักษณะเป็นลำดับขั้น จากระดับต่ำสุดไปยังระดับสูงสุด เมื่อความต้องการในระดับหนึ่งได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นในระดับที่สูงขึ้นต่อไป
ตอบลบทฤษฎีแรงจูงใจของแอลเดอร์เฟอร์ ได้เสนอทฤษฎีว่าด้วยความต้องการของมนุษย์ขึ้นมาเรียกว่าทฤษฎี อี อาร์ จี (ERG Theory) ซึ่งคล้ายคลึงกับแนวคิดของมาสโลว์ แต่ทฤษฎีนี้ต่างกันตรงที่หากมนุษย์ได้รับการตอบสนองความต้องการในขั้นต้นแล้ว ความต้องการก็จะพัฒนาไปสู่ขั้นถัดไป แต่หากความต้องการในขั้นถัดไปไม่ได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะถอยความต้องการกลับลงมาสู่ขั้นก่อน โดยละทิ้งความต้องการขั้นถัดไปโดยปริยาย
วัชระ จริยสุขสกุล 071
ทฤษฎีERGจะมีพื้นฐานและความคล้ายคลึงกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ จะแตกต่างกันที่ทฤษฎีERGจะบอกว่าความต้องการของมนุษย์สามารถเกิดขึ้นได้พร้อมๆกันได้ในเวลาเดียวกัน และไม่จำเป็นต้องเรียงเป็นลำดับขั้น p ซึ่งทฤษฎีERG เป็นทฤษฎีที่พัฒนาจากกับทฤษฎีมาสโลว์ แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็นเพียง 3 ขั้น ได้แก่
ตอบลบ1.ความต้องการการอยู่รอด
2.ความต้องการความสัมพันธ์
3.ความต้องการเติบโตก้าวหน้า
นางสาววชิราพร คำกอง 12590068
ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ จะมองว่าเป็น “มนุษย์ที่ประสงค์จะทำงานให้สำเร็จด้วยตนเอง” เป็นทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ มาสโลว์มองว่าความต้องการของมนุษย์มีลักษณะเป็นลำดับขั้น จากระดับต่ำสุดไปยังระดับสูงสุด เมื่อความต้องการในระดับหนึ่งได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นในระดับที่สูงขึ้นต่อไป
ตอบลบทฤษฎีแรงจูงใจของแอลเดอร์เฟอร์ ได้เสนอทฤษฎีว่าด้วยความต้องการของมนุษย์ขึ้นมาเรียกว่าทฤษฎี อี อาร์ จี (ERG Theory) ซึ่งคล้ายคลึงกับแนวคิดของมาสโลว์ แต่ทฤษฎีนี้ต่างกันตรงที่หากมนุษย์ได้รับการตอบสนองความต้องการในขั้นต้นแล้ว ความต้องการก็จะพัฒนาไปสู่ขั้นถัดไป แต่หากความต้องการในขั้นถัดไปไม่ได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะถอยความต้องการกลับลงมาสู่ขั้นก่อน โดยละทิ้งความต้องการขั้นถัดไปโดยปริยาย
รัญชริดา มะนุ่น 12590067
ทฤษฎีความต้องการของมาสโลว์ ความต้องการของมนุษย์แบ่งเป็น 5 ขั้นโดยระบุว่ามนุษย์มีความต้องการทีละขั้นโดยเริ่มจากขั้นต้นก่อนคือความต้องการของร่างกายและเมื่อความต้องการในแต่ละขั้นได้รับการตอบสนองแล้วมนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นๆในระดับที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆจนถึงขั้นสูงสุดคือความต้องการได้บรรลุความตั้งใจสูงสุดของตนเอง
ตอบลบทฤษฎี erg แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็นขั้นๆและความต้องการของมนุษย์เริ่มต้นที่ขั้นต้นก่อนเช่นเดียวกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ แต่ทฤษฎีนี้แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเพียงแค่ 3 ขั้นได้แก่ 1 ความต้องการการอยู่รอด เป็นความต้องการขั้นแรกสุด เช่นกันได้รับเงินเดือนประจำมีงานที่มั่นคงมีการทำงานที่ปลอดภัย 2 ความต้องการความสัมพันธ์เป็นความต้องการในเรื่องต่างๆที่เกี่ยวพันกับมนุษย์เช่นการมีเพื่อนมีทีมงานมีครอบครัว 3 ความต้องการเจริญก้าวหน้าเป็นความต้องการงานที่น่าสนใจและท้าทายได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์มีความรับผิดชอบสูงได้รับการค้นคว้าความก้าวหน้าในองค์กรและได้รับความสำเร็จในชีวิต ทฤษฎีนี้ระบุว่าหากมนุษย์ได้รับการตอบสนองความต้องการในขั้นต้นแล้วความต้องการก็จะพัฒนาสูงขึ้นตามลำดับขั้นถัดไปแต่หากความต้องการในขั้นถัดไปไม่ได้รับการตอบสนองมนุษย์ก็จะถอยความต้องการกลับลงมาสู่ขั้นก่อนโดยละทิ้งความต้องการขั้นถัดไปโดยปริยาย
นายดนุสรณ์ เลิศเศรษฐี 12590028
ทฤษฎีความต้องการของมาสโลว์ ความต้องการของมนุษย์แบ่งเป็น 5 ขั้นโดยระบุว่ามนุษย์มีความต้องการทีละขั้นโดยเริ่มจากขั้นต้นก่อนคือความต้องการของร่างกายและเมื่อความต้องการในแต่ละขั้นได้รับการตอบสนองแล้วมนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นๆในระดับที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆจนถึงขั้นสูงสุดคือความต้องการได้บรรลุความตั้งใจสูงสุดของตนเอง
ตอบลบทฤษฎี erg แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็นขั้นๆและความต้องการของมนุษย์เริ่มต้นที่ขั้นต้นก่อนเช่นเดียวกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ แต่ทฤษฎีนี้แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเพียงแค่ 3 ขั้นได้แก่ 1 ความต้องการการอยู่รอด เป็นความต้องการขั้นแรกสุด เช่นกันได้รับเงินเดือนประจำมีงานที่มั่นคงมีการทำงานที่ปลอดภัย 2 ความต้องการความสัมพันธ์เป็นความต้องการในเรื่องต่างๆที่เกี่ยวพันกับมนุษย์เช่นการมีเพื่อนมีทีมงานมีครอบครัว 3 ความต้องการเจริญก้าวหน้าเป็นความต้องการงานที่น่าสนใจและท้าทายได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์มีความรับผิดชอบสูงได้รับการค้นคว้าความก้าวหน้าในองค์กรและได้รับความสำเร็จในชีวิต ทฤษฎีนี้ระบุว่าหากมนุษย์ได้รับการตอบสนองความต้องการในขั้นต้นแล้วความต้องการก็จะพัฒนาสูงขึ้นตามลำดับขั้นถัดไปแต่หากความต้องการในขั้นถัดไปไม่ได้รับการตอบสนองมนุษย์ก็จะถอยความต้องการกลับลงมาสู่ขั้นก่อนโดยละทิ้งความต้องการขั้นถัดไปโดยปริยาย
(นายนภนต์ เจียรนัย 12590040)
ทฤษฎีอีอาร์จี จะมีพื้นฐานและความคล้ายคลึงกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ แต่ก็มีความแตกต่างที่สำคัญ คือ บุคคลสามารถเกิดความต้องการได้มากกว่าหนึ่งในเวลาเดียวกัน ตลอดจนอธิบายปฏิกิริยาของบุคคลเมื่อไม่สามารถบรรลุความต้องการ โดยหลักความต้องการ ความพึงพอใจ ความก้าวหน้า. และหลักการความไม่พอใจถดถอย ซึ่งสามารถอธิบายได้ว่า ถ้าความต้องการของบุคคลไม่ได้การตอบสนองเค้าก็จะให้ความสำคัญกับความต้องการอื่นแทน เช่น ถึงแม้บุคคลจะไม่มีความภาคภูมิใจกับ งานที่ซ้ำซากและน่าเบื่อของเค้า แต่เค้าก็ยังปฏิบัติงานนั้นอยู่ เนื่องจากรายได้ที่ดีและความมั่นคงของงาน เป็นต้น ทำให้นักวิชาการหลายคนให้การยอมรับว่าทฤษฎีอีอาร์จีมีความเป็นจริง ในการอธิบาย ความต้องการของมนุษย์ได้มากกว่าทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์
ตอบลบ(ธนพล โชครัตน์ประภา 12590033)
ทฤษฎีความต้องการของมาสโลว์ ความต้องการของมนุษย์แบ่งเป็น 5 ขั้นโดยระบุว่ามนุษย์มีความต้องการทีละขั้นโดยเริ่มจากขั้นต้นก่อนคือความต้องการของร่างกายและเมื่อความต้องการในแต่ละขั้นได้รับการตอบสนองแล้วมนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นๆในระดับที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆจนถึงขั้นสูงสุดคือความต้องการได้บรรลุความตั้งใจสูงสุดของตนเอง
ตอบลบทฤษฎี erg แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็นขั้นๆและความต้องการของมนุษย์เริ่มต้นที่ขั้นต้นก่อนเช่นเดียวกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ แต่ทฤษฎีนี้แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเพียงแค่ 3 ขั้นได้แก่ 1 ความต้องการการอยู่รอด เป็นความต้องการขั้นแรกสุด เช่นกันได้รับเงินเดือนประจำมีงานที่มั่นคงมีการทำงานที่ปลอดภัย 2 ความต้องการความสัมพันธ์เป็นความต้องการในเรื่องต่างๆที่เกี่ยวพันกับมนุษย์เช่นการมีเพื่อนมีทีมงานมีครอบครัว 3 ความต้องการเจริญก้าวหน้าเป็นความต้องการงานที่น่าสนใจและท้าทายได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์มีความรับผิดชอบสูงได้รับการค้นคว้าความก้าวหน้าในองค์กรและได้รับความสำเร็จในชีวิต ทฤษฎีนี้ระบุว่าหากมนุษย์ได้รับการตอบสนองความต้องการในขั้นต้นแล้วความต้องการก็จะพัฒนาสูงขึ้นตามลำดับขั้นถัดไปแต่หากความต้องการในขั้นถัดไปไม่ได้รับการตอบสนองมนุษย์ก็จะถอยความต้องการกลับลงมาสู่ขั้นก่อนโดยละทิ้งความต้องการขั้นถัดไปโดยปริยาย
(วิลาิสนี เกตุแก้ว 12590073)
ตอบลบทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ จะมองว่าเป็น “มนุษย์ที่ประสงค์จะทำงานให้สำเร็จด้วยตนเอง” เป็นทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ มาสโลว์มองว่าความต้องการของมนุษย์มีลักษณะเป็นลำดับขั้น จากระดับต่ำสุดไปยังระดับสูงสุด เมื่อความต้องการในระดับหนึ่งได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นในระดับที่สูงขึ้นต่อไป
ทฤษฎีแรงจูงใจของแอลเดอร์เฟอร์ ได้เสนอทฤษฎีว่าด้วยความต้องการของมนุษย์ขึ้นมาเรียกว่าทฤษฎี อี อาร์ จี (ERG Theory) ซึ่งคล้ายคลึงกับแนวคิดของมาสโลว์ แต่ทฤษฎีนี้ต่างกันตรงที่หากมนุษย์ได้รับการตอบสนองความต้องการในขั้นต้นแล้ว ความต้องการก็จะพัฒนาไปสู่ขั้นถัดไป แต่หากความต้องการในขั้นถัดไปไม่ได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะถอยความต้องการกลับลงมาสู่ขั้นก่อน โดยละทิ้งความต้องการขั้นถัดไปโดยปริยาย (อังคณา พิทักษ์สุข 12590104)
ตอบลบทฤษฎีความต้องการของมาสโลว์ ความต้องการของมนุษย์แบ่งเป็น 5 ขั้นโดยระบุว่ามนุษย์มีความต้องการทีละขั้นโดยเริ่มจากขั้นต้นก่อนคือความต้องการของร่างกายและเมื่อความต้องการในแต่ละขั้นได้รับการตอบสนองแล้วมนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นๆในระดับที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆจนถึงขั้นสูงสุดคือความต้องการได้บรรลุความตั้งใจสูงสุดของตนเอง
ทฤษฎี erg แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็นขั้นๆและความต้องการของมนุษย์เริ่มต้นที่ขั้นต้นก่อนเช่นเดียวกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ แต่ทฤษฎีนี้แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเพียงแค่ 3 ขั้นได้แก่ 1 ความต้องการการอยู่รอด เป็นความต้องการขั้นแรกสุด เช่นกันได้รับเงินเดือนประจำมีงานที่มั่นคงมีการทำงานที่ปลอดภัย 2 ความต้องการความสัมพันธ์เป็นความต้องการในเรื่องต่างๆที่เกี่ยวพันกับมนุษย์เช่นการมีเพื่อนมีทีมงานมีครอบครัว 3 ความต้องการเจริญก้าวหน้าเป็นความต้องการงานที่น่าสนใจและท้าทายได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์มีความรับผิดชอบสูงได้รับการค้นคว้าความก้าวหน้าในองค์กรและได้รับความสำเร็จในชีวิต ทฤษฎีนี้ระบุว่าหากมนุษย์ได้รับการตอบสนองความต้องการในขั้นต้นแล้วความต้องการก็จะพัฒนาสูงขึ้นตามลำดับขั้นถัดไปแต่หากความต้องการในขั้นถัดไปไม่ได้รับการตอบสนองมนุษย์ก็จะถอยความต้องการกลับลงมาสู่ขั้นก่อนโดยละทิ้งความต้องการขั้นถัดไปโดยปริยาย
(ชนาวาส บัววงค์ 12590013)
ถึงแม้ทฤษฎีอี-อาร์-จี จะมีพื้นฐานและความคล้ายคลึงกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของ Maslow แต่ก็มีความแตกต่างที่สำคัญคือ Alderfer มีความเห็นว่า บุคคลสามารถเกิดความต้องการได้มากกว่าหนึ่งในเวลาเดียวกัน ตลอดจนอธิบายปฏิกิริยาของบุคคลเมื่อไม่สามารถบรรลุความต้องการ โดยหลักความต้องการโดยหลักการความพอใจ-ความก้าวหน้า ( Satisfaction- progression Principle)และหลักการความไม่พอใจ-ถดถอย ( Frustration – regression Principle)ซึ่งสามารถอธิบายได้ว่า ถ้าความต้องการของบุคคลไม่ได้การตอบสนอง เขาก็จะให้ความสำคัญกับความต้องการอื่นแทน ตัวอย่างเช่น ถึงแม้บุคคลจะไม่มีความภาคภูมิใจกับงานที่ซ้ำซากและน่าเบื่อของเขา แต่เขาก็ยังปฏิบัติงานนั้นอยู่ เนื่องจากรายได้ที่ดีและความมั่นคงของงาน เป็นต้น ทำให้นักวิชาการหลายคนให้การยอมรับว่าทฤษฎีอี-อาร์-จี มีความเป็นจริง ในการอธิบาย ความต้องการของมนุษย์มากกว่า ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการ
ตอบลบ(น.ส.ดารารัตน์ ดาสาลี 12590030)
ทฤษฎีของมาสโลว์จะอธิบายเกี่ยวกับลำดับขั้นของความต้องการว่าเมื่อความต้องการนั้นได้รับการตอบรับแล้วมนุษย์ก็จะมีความต้องการอีกขั้นนึงไปเรื่อยๆไม่มีวันสิ้นสุด
ตอบลบทฤษฎีERG เป็นทฤษฎีที่เป็นลำดับขั้นเหมือนกับทฤษฎีมาสโลว์ แต่แตกต่างกันที่ทฤษฎีERGจะบอกว่าความต้องการของมนุษย์สามารถเกิดขึ้นได้มากกว่า1อย่างในเวลาเดียวกัน
(พงศธร ศิริสมบูรณ์ 12590052)
ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์
ตอบลบทฤษฎีนี้จัดแบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็น 5 ขั้นโดยระบุว่ามนุษย์มีความต้องการทีละขั้นโดยเริ่มจากขั้นต้นก่อน คือ ความต้องการของร่างกาย และเมื่อความต้องการในแต่ละขั้นได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นในระดับขั้นที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงความต้องการขั้นสูงสุด คือความต้องการได้บรรลุความตั้งใจสูงสุดของตนเอง
ทฤษฎี ERG
ทฤษฎี ERG แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็นขั้นๆ และความต้องการของมนุษย์เริ่มต้นที่ขั้นต้นก่อนเช่นเดียวกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ แต่ทฤษฎีนี้แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็นเพียง 3 ขั้น ได้แก่
1.ความต้องการการอยู่รอด
2.ความต้องการความสัมพันธ์
3.ความต้องการเติบโตก้าวหน้า
ทฤษฎีนี้ระบุว่า หากมนุษย์ได้รับการตอบสนองความต้องการในขั้นต้นแล้ว ความต้องการที่จะพัฒนาไปสู่ขั้นถัดไป แต่หากความต้องการในขั้นถัดไปไม่ได้รับการตอบสนอง แล้วมนุษย์ก็จะถอยความต้องการกลับลงมาสู่ขั้นก่อน โดยละทิ้งความต้องการขั้นถัดไปโดยปริยาย
(ศิฌาวี เรือนปัญจะ 12590078)
ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ จะมองว่าเป็น “มนุษย์ที่ประสงค์จะทำงานให้สำเร็จด้วยตนเอง” เป็นทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ มาสโลว์มองว่าความต้องการของมนุษย์มีลักษณะเป็นลำดับขั้น จากระดับต่ำสุดไปยังระดับสูงสุด เมื่อความต้องการในระดับหนึ่งได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นในระดับที่สูงขึ้นต่อไป
ตอบลบ-ทฤษฎีแรงจูงใจของแอลเดอร์เฟอร์ ได้เสนอทฤษฎีว่าด้วยความต้องการของมนุษย์ขึ้นมาเรียกว่าทฤษฎี อี อาร์ จี (ERG Theory) ซึ่งคล้ายคลึงกับแนวคิดของมาสโลว์ แต่ทฤษฎีนี้ต่างกันตรงที่หากมนุษย์ได้รับการตอบสนองความต้องการในขั้นต้นแล้ว ความต้องการก็จะพัฒนาไปสู่ขั้นถัดไป แต่หากความต้องการในขั้นถัดไปไม่ได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะถอยความต้องการกลับลงมาสู่ขั้นก่อน โดยละทิ้งความต้องการขั้นถัดไปโดยปริยาย ทฤษฎี erg แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็นขั้นๆและความต้องการของมนุษย์เริ่มต้นที่ขั้นต้นก่อนเช่นเดียวกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ แต่ทฤษฎีนี้แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเพียงแค่ 3 ขั้นได้แก่ 1 ความต้องการการอยู่รอด เป็นความต้องการขั้นแรกสุด เช่นกันได้รับเงินเดือนประจำมีงานที่มั่นคงมีการทำงานที่ปลอดภัย 2 ความต้องการความสัมพันธ์เป็นความต้องการในเรื่องต่างๆที่เกี่ยวพันกับมนุษย์เช่นการมีเพื่อนมีทีมงานมีครอบครัว 3 ความต้องการเจริญก้าวหน้าเป็นความต้องการงานที่น่าสนใจและท้าทายได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์มีความรับผิดชอบสูงได้รับการค้นคว้าความก้าวหน้าในองค์กรและได้รับความสำเร็จในชีวิต
(สุรีรัตน์ ศักดิ์ภิรมย์ 12590954)
ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ (Maslows Hierarchy of Needs) จัดแบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็น 5 ขั้นโดยระบุว่ามนุษย์มีความต้องการที่ละขั้นโดยเริ่มจากขั้นต้นก่อนคือความต้องการของร่างกาย (Physiological Needs) และเมื่อความต้องการในแต่ละขั้นได้รับการตอบสนองแล้วมนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นในระดับขั้นที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆจนถึงความต้องการขันสูงสุดคือความต้องการได้บรรลุความตั้งใจสูงสุดของตนเอง
ตอบลบทฤษฎี ERG ระบุว่าหากมนุษย์ได้รับการตอบสนองความต้องการในขั้นต้นแล้วความต้องการก็จะพัฒนาไปสู่ขั้นถัดไป (Satisfaction-Progression Principle) แต่หากความต้องการในขั้นถัดไปไม่ได้รับการตอบสนองแล้วมนุษย์ก็จะถอยความต้องการกลับลงมาสู่ขั้นก่อนโดยละทิ้งความต้องการขั้นถัดไปโดยปริยาย
กุลปริยา แย้มเกษร 12590005
ถึงแม้ทฤษฎีอี-อาร์-จี จะมีพื้นฐานและความคล้ายคลึงกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของ Maslow แต่ก็มีความแตกต่างที่สำคัญคือ Alderfer มีความเห็นว่า บุคคลสามารถเกิดความต้องการได้มากกว่าหนึ่งในเวลาเดียวกัน ตลอดจนอธิบายปฏิกิริยาของบุคคลเมื่อไม่สามารถบรรลุความต้องการ โดยหลักความต้องการโดยหลักการความพอใจ-ความก้าวหน้า ( Satisfaction- progression Principle)และหลักการความไม่พอใจ-ถดถอย ( Frustration – regression Principle)ซึ่งสามารถอธิบายได้ว่า ถ้าความต้องการของบุคคลไม่ได้การตอบสนอง เขาก็จะให้ความสำคัญกับความต้องการอื่นแทน ตัวอย่างเช่น ถึงแม้บุคคลจะไม่มีความภาคภูมิใจกับงานที่ซ้ำซากและน่าเบื่อของเขา แต่เขาก็ยังปฏิบัติงานนั้นอยู่ เนื่องจากรายได้ที่ดีและความมั่นคงของงาน เป็นต้น ทำให้นักวิชาการหลายคนให้การยอมรับว่าทฤษฎีอี-อาร์-จี มีความเป็นจริง ในการอธิบาย ความต้องการของมนุษย์มากกว่า ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการ
ตอบลบ(นางสาวอรวี ศรีวิโน 12590103)
ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ จะมองว่าเป็น “มนุษย์ที่ประสงค์จะทำงานให้สำเร็จด้วยตนเอง” เป็นทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ มาสโลว์มองว่าความต้องการของมนุษย์มีลักษณะเป็นลำดับขั้น จากระดับต่ำสุดไปยังระดับสูงสุด เมื่อความต้องการในระดับหนึ่งได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นในระดับที่สูงขึ้นต่อไป
ตอบลบ-ทฤษฎีแรงจูงใจของแอลเดอร์เฟอร์ ได้เสนอทฤษฎีว่าด้วยความต้องการของมนุษย์ขึ้นมาเรียกว่าทฤษฎี อี อาร์ จี (ERG Theory) ซึ่งคล้ายคลึงกับแนวคิดของมาสโลว์ แต่ทฤษฎีนี้ต่างกันตรงที่หากมนุษย์ได้รับการตอบสนองความต้องการในขั้นต้นแล้ว ความต้องการก็จะพัฒนาไปสู่ขั้นถัดไป แต่หากความต้องการในขั้นถัดไปไม่ได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะถอยความต้องการกลับลงมาสู่ขั้นก่อน โดยละทิ้งความต้องการขั้นถัดไปโดยปริยาย ทฤษฎี erg แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็นขั้นๆและความต้องการของมนุษย์เริ่มต้นที่ขั้นต้นก่อนเช่นเดียวกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ แต่ทฤษฎีนี้แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเพียงแค่ 3 ขั้นได้แก่ 1 ความต้องการการอยู่รอด เป็นความต้องการขั้นแรกสุด เช่นกันได้รับเงินเดือนประจำมีงานที่มั่นคงมีการทำงานที่ปลอดภัย 2 ความต้องการความสัมพันธ์เป็นความต้องการในเรื่องต่างๆที่เกี่ยวพันกับมนุษย์เช่นการมีเพื่อนมีทีมงานมีครอบครัว 3 ความต้องการเจริญก้าวหน้าเป็นความต้องการงานที่น่าสนใจและท้าทายได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์มีความรับผิดชอบสูงได้รับการค้นคว้าความก้าวหน้าในองค์กรและได้รับความสำเร็จในชีวิต
(ณัฐฌา ปักกัง 12590019)
- ทฤษฎีความต้องการ5 ขั้น ของมาสโลว์ ระบุว่ามนุษย์มีความต้องการทีละขั้นโดยเริ่มจากขั้นต้นก่อนคือความต้องการของร่างกายและเมื่อความต้องการในแต่ละขั้นได้รับการตอบสนองแล้วมนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่น ๆ ในระดับที่สูงขึ้นไปเรื่อย ๆ จนถึงขั้นสูงสุดคือความต้องการได้บรรลุความตั้งใจสูงสุดของตนเอง
ตอบลบ- ทฤษฎี ERG แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็นขั้นๆ และความต้องการของมนุษย์เริ่มต้นที่ขั้นต้นก่อนเช่นเดียวกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ แต่ทฤษฎีนี้แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเพียงแค่ 3 ขั้นได้แก่
1. ความต้องการการอยู่รอด
2. ความต้องการความสัมพันธ์
3. ความต้องการเติบโตก้าวหน้า
(นางสาวกชกร เดชกำแหง 12590001)
-ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ ทฤษฎีนี้จัดแบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็น 5 ขั้นโดยระบุว่ามนุษย์มีความต้องการทีละขั้นโดยเริ่มจากขั้นต้นก่อน คือ ความต้องการของร่างกาย และเมื่อความต้องการในแต่ละขั้นได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นในระดับขั้นที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงความต้องการขั้นสูงสุด คือความต้องการได้บรรลุความตั้งใจสูงสุดของตนเอง
ตอบลบ-ทฤษฎี ERG แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็นขั้นๆ และความต้องการของมนุษย์เริ่มต้นที่ขั้นต้นก่อนเช่นเดียวกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ แต่ทฤษฎีนี้แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็นเพียง 3 ขั้น ได้แก่
1.ความต้องการการอยู่รอด
2.ความต้องการความสัมพันธ์
3.ความต้องการเติบโตก้าวหน้า
ทฤษฎีนี้ระบุว่าหากมนุษย์ได้รับการตอบสนองความต้องการในขั้นต้นแล้ว ความต้องการที่จะพัฒนาไปสู่ขั้นถัดไป แต่หากความต้องการในขั้นถัดไปไม่ได้รับการตอบสนอง แล้วมนุษย์ก็จะถอยความต้องการกลับลงมาสู่ขั้นก่อน โดยละทิ้งความต้องการขั้นถัดไปโดยปริยาย
(นางสาวศศิประภา ผาดศรี 12590075)
ทฤษฎีอี-อาร์-จี(ERG Theory) Clayton Alderfer นักวิชาการแห่งมหาวิทยาลัย Yale ได้พัฒนาทฤษฎีความต้องการดำรงอยู่ความสัมพันธ์และความก้าวหน้า ที่เรียกร่วมกันว่า ทฤษฎี อี- อาร์ -จี(ERG Theory) ซึ่งมีพื้นฐานมาจากทฤษฎีความต้องการของ Maslow โดย Alderfer สรุปว่า ความต้องการของมนุษย์สามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่
ตอบลบ1.ความต้องการการดำรงอยู่ (Existence Needs) เป็นความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ในการที่จะดำรงชีพ เช่น อาหาร น้ำ อากาศ และที่อยู่อาศัย ซึ่งสามารถเปรียบเทียบได้กับความต้องการระดับต้น ในลำดับขั้นความต้องการของ Maslow
2.ความต้องการความสัมพันธ์ (Reletedness Needs) เป็นความต้องการที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลอื่นในสังคม เช่น ความรัก และการยอมรับนับถือจากบุคคลอื่น ซึ่งจะเปรียบเทียบได้กับความต้องการการยอมรับ และความต้องการทางสังคม
3.ความต้องการความต้องการ (Growth Needs) เป็นความต้องการของบุคคลที่จะก้าวหน้าและพัฒนาเอง
ทฤษฎีอี-อาร์-จี จะมีพื้นฐานและความคล้ายคลึงกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของ Maslow แต่ก็มีความแตกต่างที่สำคัญคือ Alderfer มีความเห็นว่า บุคคลสามารถเกิดความต้องการได้มากกว่าหนึ่งในเวลาเดียวกัน ตลอดจนอธิบายปฏิกิริยาของบุคคลเมื่อไม่สามารถบรรลุความต้องการ โดยหลักความต้องการโดยหลักการความพอใจ-ความก้าวหน้า ( Satisfgaction- progression Principle)และหลักการความไม่พอใจ-ถดถอย ( Frustration – regression Principle)ซึ่งสามารถอธิบายได้ว่า ถ้าความต้องการของบุคคลไม่ได้การตอบสนอง เขาก็จะให้ความสำคัญกับความต้องการอื่นแทน ตัวอย่างเช่น ถึงแม้บุคคลจะไม่มีความภาคภูมิใจกับงานที่ซ้ำซากและน่าเบื่อของเขา แต่เขาก็ยังปฏิบัติงานนั้นอยู่ เนื่องจากรายได้ที่ดีและความมั่นคงของงาน เป็นต้น ทำให้นักวิชาการหลายคนให้การยอมรับว่าทฤษฎีอี-อาร์-จี มีความเป็นจริง ในการอธิบาย ความต้องการของมนุษย์มากกว่า ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการ
(นางสาวคณภัทร์ ศิริโยธิน 12590108)
ทฤษฎีความต้องการของมาสโลว์ ความต้องการของมนุษย์แบ่งเป็น 5 ขั้นโดยระบุว่ามนุษย์มีความต้องการทีละขั้นโดยเริ่มจากขั้นต้นก่อนคือความต้องการของร่างกายและเมื่อความต้องการในแต่ละขั้นได้รับการตอบสนองแล้วมนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นๆในระดับที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆจนถึงขั้นสูงสุดคือความต้องการได้บรรลุความตั้งใจสูงสุดของตนเอง
ตอบลบทฤษฎี erg แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็นขั้นๆและความต้องการของมนุษย์เริ่มต้นที่ขั้นต้นก่อนเช่นเดียวกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ แต่ทฤษฎีนี้แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเพียงแค่ 3 ขั้นได้แก่ 1 ความต้องการการอยู่รอด เป็นความต้องการขั้นแรกสุด เช่นกันได้รับเงินเดือนประจำมีงานที่มั่นคงมีการทำงานที่ปลอดภัย 2 ความต้องการความสัมพันธ์เป็นความต้องการในเรื่องต่างๆที่เกี่ยวพันกับมนุษย์เช่นการมีเพื่อนมีทีมงานมีครอบครัว 3 ความต้องการเจริญก้าวหน้าเป็นความต้องการงานที่น่าสนใจและท้าทายได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์มีความรับผิดชอบสูงได้รับการค้นคว้าความก้าวหน้าในองค์กรและได้รับความสำเร็จในชีวิต ทฤษฎีนี้ระบุว่าหากมนุษย์ได้รับการตอบสนองความต้องการในขั้นต้นแล้วความต้องการก็จะพัฒนาสูงขึ้นตามลำดับขั้นถัดไปแต่หากความต้องการในขั้นถัดไปไม่ได้รับการตอบสนองมนุษย์ก็จะถอยความต้องการกลับลงมาสู่ขั้นก่อนโดยละทิ้งความต้องการขั้นถัดไปโดยปริยาย
(นางสาวสิตานัน หรุ่นทอง 12590082)
ทฤษฎีอีอาร์จี จะมีพื้นฐานและความคล้ายคลึงกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ แต่ก็มีความแตกต่างที่สำคัญ คือ บุคคลสามารถเกิดความต้องการได้มากกว่าหนึ่งในเวลาเดียวกัน ตลอดจนอธิบายปฏิกิริยาของบุคคลเมื่อไม่สามารถบรรลุความต้องการ โดยหลักความต้องการ ความพึงพอใจ ความก้าวหน้า และหลักการความไม่พอใจถดถอย ซึ่งสามารถอธิบายได้ว่า ถ้าความต้องการของบุคคลไม่ได้การตอบสนองเค้าก็จะให้ความสำคัญกับความต้องการอื่นแทน เช่น ถึงแม้บุคคลจะไม่มีความภาคภูมิใจกับ งานที่ซ้ำซากและน่าเบื่อของเค้า แต่เค้าก็ยังปฏิบัติงานนั้นอยู่ เนื่องจากรายได้ที่ดีและความมั่นคงของงาน เป็นต้น ทำให้นักวิชาการหลายคนให้การยอมรับว่าทฤษฎีอีอาร์จีมีความเป็นจริง ในการอธิบาย ความต้องการของมนุษย์ได้มากกว่าทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ (ศุภิสรา นริยา 12590717)
ตอบลบทฤษฎีของมาสโลว์จะอธิบายเกี่ยวกับลำดับขั้นของความต้องการว่าเมื่อความต้องการนั้นได้รับการตอบรับแล้วมนุษย์ก็จะมีความต้องการอีกขั้นนึงไปเรื่อยๆไม่มีวันสิ้นสุด
ตอบลบทฤษฎีERG เป็นทฤษฎีที่เป็นลำดับขั้นเหมือนกับทฤษฎีมาสโลว์ แต่แตกต่างกันที่ทฤษฎีERGจะบอกว่าความต้องการของมนุษย์สามารถเกิดขึ้นได้มากกว่า1อย่างในเวลาเดียวกัน
(จุฬาลักษณ์ สกุลวงวาร 12590010)
ทฤษฎีความต้องการของมาสโลว์ เมื่อความต้องการในแต่ละขั้นได้รับการตอบสนองแล้วมนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นในระดับขั้นที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ
ตอบลบ1.ความต้องการของร่างกาย หมายถึงความต้องการในปัจจัย 4 ของมนุษย์ ได้แก่อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค
2.ความต้องการความมั่นคงปลอดภัย หมายถึงความต้องการที่ได้รับความปลอดภัยในความเป็นอยู่และการทำงาน
3.ความต้องการทางสังคม หมายถึงความต้องการเป็นที่รู้จัก และมีความผูกพันกับบุคคลอื่น
4.ความต้องการการยกย่อง หมายถึง ความต้องการได้รับความภาคภูมิใจในตนเอง
5.ความต้องการบรรลุความตั้งใจสูงสุดของตนเอง หมายถึงความต้องการที่มนุษย์แต่ละคนประสงค์ที่จะได้รับสูงสุด
ส่วนทฤษฎีอีอาร์จี แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็นขั้นๆ และความต้องการของมนุษย์เริ่มต้นที่ขั้นต้นก่อนเช่นเดียวกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์แต่ทฤษฎีนี้แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเพียง 3 ขั้นได้แก่
1.ความต้องการการอยู่รอด เป็นความต้องการขั้นแรกสุด อาทิการได้รับเงินเดือนประจำ มีการงานที่มั่นคง มีสภาพการทำงานที่ปลอดภัย
2.ความต้องการความสัมพันธ์ เป็นความต้องการในเรื่องต่างๆ ซึ่งเกี่ยวพันกับมนุษย์
3.ความต้องการการเติบโตก้าวหน้า เป็นควาต้องการงานที่น่าสนใจและท้าทาย ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์
(ภัทรานิษฐ์ กุญแจทอง 12590059)
ทฤษฎีความต้องการของมาสโลว์ ความต้องการของมนุษย์แบ่งเป็น 5 ขั้นโดยระบุว่ามนุษย์มีความต้องการทีละขั้นโดยเริ่มจากขั้นต้นก่อนคือความต้องการของร่างกายและเมื่อความต้องการในแต่ละขั้นได้รับการตอบสนองแล้วมนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นๆในระดับที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆจนถึงขั้นสูงสุดคือความต้องการได้บรรลุความตั้งใจสูงสุดของตนเอง
ตอบลบทฤษฎี erg แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็นขั้นๆและความต้องการของมนุษย์เริ่มต้นที่ขั้นต้นก่อนเช่นเดียวกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ แต่ทฤษฎีนี้แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเพียงแค่ 3 ขั้นได้แก่ 1 ความต้องการการอยู่รอด เป็นความต้องการขั้นแรกสุด เช่นกันได้รับเงินเดือนประจำมีงานที่มั่นคงมีการทำงานที่ปลอดภัย 2 ความต้องการความสัมพันธ์เป็นความต้องการในเรื่องต่างๆที่เกี่ยวพันกับมนุษย์เช่นการมีเพื่อนมีทีมงานมีครอบครัว 3 ความต้องการเจริญก้าวหน้าเป็นความต้องการงานที่น่าสนใจและท้าทายได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์มีความรับผิดชอบสูงได้รับการค้นคว้าความก้าวหน้าในองค์กรและได้รับความสำเร็จในชีวิต ทฤษฎีนี้ระบุว่าหากมนุษย์ได้รับการตอบสนองความต้องการในขั้นต้นแล้วความต้องการก็จะพัฒนาสูงขึ้นตามลำดับขั้นถัดไปแต่หากความต้องการในขั้นถัดไปไม่ได้รับการตอบสนองมนุษย์ก็จะถอยความต้องการกลับลงมาสู่ขั้นก่อนโดยละทิ้งความต้องการขั้นถัดไปโดยปริยาย
(สุรีรัตน์ สระเกตุ 12590098)
ตอบลบทฤษฎีความต้องการของมาสโลว์ ความต้องการของมนุษย์แบ่งเป็น 5 ขั้นโดยระบุว่ามนุษย์มีความต้องการทีละขั้นโดยเริ่มจากขั้นต้นก่อนคือความต้องการของร่างกายและเมื่อความต้องการในแต่ละขั้นได้รับการตอบสนองแล้วมนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นๆในระดับที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆจนถึงขั้นสูงสุดคือความต้องการได้บรรลุความตั้งใจสูงสุดของตนเอง
ทฤษฎี erg แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็นขั้นๆและความต้องการของมนุษย์เริ่มต้นที่ขั้นต้นก่อนเช่นเดียวกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ แต่ทฤษฎีนี้แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเพียงแค่ 3 ขั้นได้แก่ 1 ความต้องการการอยู่รอด เป็นความต้องการขั้นแรกสุด เช่นกันได้รับเงินเดือนประจำมีงานที่มั่นคงมีการทำงานที่ปลอดภัย 2 ความต้องการความสัมพันธ์เป็นความต้องการในเรื่องต่างๆที่เกี่ยวพันกับมนุษย์เช่นการมีเพื่อนมีทีมงานมีครอบครัว 3 ความต้องการเจริญก้าวหน้าเป็นความต้องการงานที่น่าสนใจและท้าทายได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์มีความรับผิดชอบสูงได้รับการค้นคว้าความก้าวหน้าในองค์กรและได้รับความสำเร็จในชีวิต ทฤษฎีนี้ระบุว่าหากมนุษย์ได้รับการตอบสนองความต้องการในขั้นต้นแล้วความต้องการก็จะพัฒนาสูงขึ้นตามลำดับขั้นถัดไปแต่หากความต้องการในขั้นถัดไปไม่ได้รับการตอบสนองมนุษย์ก็จะถอยความต้องการกลับลงมาสู่ขั้นก่อนโดยละทิ้งความต้องการขั้นถัดไปโดยปริยาย
(นางสาวสุชานรี เวียนมานะ 12590089)
-ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ จะมองว่าเป็น “มนุษย์ที่ประสงค์จะทำงานให้สำเร็จด้วยตนเอง” เป็นทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ มาสโลว์มองว่าความต้องการของมนุษย์มีลักษณะเป็นลำดับขั้น จากระดับต่ำสุดไปยังระดับสูงสุด เมื่อความต้องการในระดับหนึ่งได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นในระดับที่สูงขึ้นต่อไป
ตอบลบ-ทฤษฎีแรงจูงใจของแอลเดอร์เฟอร์ ได้เสนอทฤษฎีว่าด้วยความต้องการของมนุษย์ขึ้นมาเรียกว่าทฤษฎี อี อาร์ จี (ERG Theory) ซึ่งคล้ายคลึงกับแนวคิดของมาสโลว์ แต่ทฤษฎีนี้ต่างกันตรงที่หากมนุษย์ได้รับการตอบสนองความต้องการในขั้นต้นแล้ว ความต้องการก็จะพัฒนาไปสู่ขั้นถัดไป แต่หากความต้องการในขั้นถัดไปไม่ได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะถอยความต้องการกลับลงมาสู่ขั้นก่อน โดยละทิ้งความต้องการขั้นถัดไปโดยปริยาย
(ณัฐนพิน ชินวัฒนา 12590021)
ทฤษฎีความต้องการของมาสโลว์ เมื่อความต้องการในแต่ละขั้นได้รับการตอบสนองแล้วมนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นในระดับขั้นที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ
ตอบลบ1.ความต้องการของร่างกาย หมายถึงความต้องการในปัจจัย 4 ของมนุษย์ ได้แก่อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค
2.ความต้องการความมั่นคงปลอดภัย หมายถึงความต้องการที่ได้รับความปลอดภัยในความเป็นอยู่และการทำงาน
3.ความต้องการทางสังคม หมายถึงความต้องการเป็นที่รู้จัก และมีความผูกพันกับบุคคลอื่น
4.ความต้องการการยกย่อง หมายถึง ความต้องการได้รับความภาคภูมิใจในตนเอง
5.ความต้องการบรรลุความตั้งใจสูงสุดของตนเอง หมายถึงความต้องการที่มนุษย์แต่ละคนประสงค์ที่จะได้รับสูงสุด
ส่วนทฤษฎีอีอาร์จี แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็นขั้นๆ และความต้องการของมนุษย์เริ่มต้นที่ขั้นต้นก่อนเช่นเดียวกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์แต่ทฤษฎีนี้แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเพียง 3 ขั้นได้แก่
1.ความต้องการการอยู่รอด เป็นความต้องการขั้นแรกสุด อาทิการได้รับเงินเดือนประจำ มีการงานที่มั่นคง มีสภาพการทำงานที่ปลอดภัย
2.ความต้องการความสัมพันธ์ เป็นความต้องการในเรื่องต่างๆ ซึ่งเกี่ยวพันกับมนุษย์
3.ความต้องการการเติบโตก้าวหน้า เป็นควาต้องการงานที่น่าสนใจและท้าทาย ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์
(นางสาวชุติกาญจน์ ปานดารา 12590016)
ทฤษฎีอีอาร์จี จะมีพื้นฐานและความคล้ายคลึงกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ แต่ก็มีความแตกต่างที่สำคัญ คือ บุคคลสามารถเกิดความต้องการได้มากกว่าหนึ่งในเวลาเดียวกัน ตลอดจนอธิบายปฏิกิริยาของบุคคลเมื่อไม่สามารถบรรลุความต้องการ โดยหลักความต้องการ ความพึงพอใจ ความก้าวหน้า. และหลักการความไม่พอใจถดถอย ซึ่งสามารถอธิบายได้ว่า ถ้าความต้องการของบุคคลไม่ได้การตอบสนองเค้าก็จะให้ความสำคัญกับความต้องการอื่นแทน เช่น ถึงแม้บุคคลจะไม่มีความภาคภูมิใจกับ งานที่ซ้ำซากและน่าเบื่อของเค้า แต่เค้าก็ยังปฏิบัติงานนั้นอยู่ เนื่องจากรายได้ที่ดีและความมั่นคงของงาน เป็นต้น ทำให้นักวิชาการหลายคนให้การยอมรับว่าทฤษฎีอีอาร์จีมีความเป็นจริง ในการอธิบาย ความต้องการของมนุษย์ได้มากกว่าทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์
ตอบลบ(วริศ เอี๊ยวชัยพร 070)
ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ จะมองว่าเป็น “มนุษย์ที่ประสงค์จะทำงานให้สำเร็จด้วยตนเอง” เป็นทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ มาสโลว์มองว่าความต้องการของมนุษย์มีลักษณะเป็นลำดับขั้น จากระดับต่ำสุดไปยังระดับสูงสุด เมื่อความต้องการในระดับหนึ่งได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นในระดับที่สูงขึ้นต่อไป
ตอบลบทฤษฎีแรงจูงใจของแอลเดอร์เฟอร์ ได้เสนอทฤษฎีว่าด้วยความต้องการของมนุษย์ขึ้นมาเรียกว่าทฤษฎี อี อาร์ จี (ERG Theory) ซึ่งคล้ายคลึงกับแนวคิดของมาสโลว์ แต่ทฤษฎีนี้ต่างกันตรงที่หากมนุษย์ได้รับการตอบสนองความต้องการในขั้นต้นแล้ว ความต้องการก็จะพัฒนาไปสู่ขั้นถัดไป แต่หากความต้องการในขั้นถัดไปไม่ได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะถอยความต้องการกลับลงมาสู่ขั้นก่อน โดยละทิ้งความต้องการขั้นถัดไปโดยปริยาย
(ปาลิตา มนัสปัญญากุล 12590049)
-ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ จะมองว่าเป็น “มนุษย์ที่ประสงค์จะทำงานให้สำเร็จด้วยตนเอง” เป็นทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ มาสโลว์มองว่าความต้องการของมนุษย์มีลักษณะเป็นลำดับขั้น จากระดับต่ำสุดไปยังระดับสูงสุด เมื่อความต้องการในระดับหนึ่งได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นในระดับที่สูงขึ้นต่อไป
ตอบลบ-ทฤษฎีแรงจูงใจของแอลเดอร์เฟอร์ ได้เสนอทฤษฎีว่าด้วยความต้องการของมนุษย์ขึ้นมาเรียกว่าทฤษฎี อี อาร์ จี (ERG Theory) ซึ่งคล้ายคลึงกับแนวคิดของมาสโลว์ แต่ทฤษฎีนี้ต่างกันตรงที่หากมนุษย์ได้รับการตอบสนองความต้องการในขั้นต้นแล้ว ความต้องการก็จะพัฒนาไปสู่ขั้นถัดไป แต่หากความต้องการในขั้นถัดไปไม่ได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะถอยความต้องการกลับลงมาสู่ขั้นก่อน โดยละทิ้งความต้องการขั้นถัดไปโดยปริยาย
(สมภพ ขุนทรง 12590079)
-ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ จะมองว่าเป็น “มนุษย์ที่ประสงค์จะทำงานให้สำเร็จด้วยตนเอง” เป็นทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ มาสโลว์มองว่าความต้องการของมนุษย์มีลักษณะเป็นลำดับขั้น จากระดับต่ำสุดไปยังระดับสูงสุด เมื่อความต้องการในระดับหนึ่งได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะมีความต้องการอื่นในระดับที่สูงขึ้นต่อไป
ตอบลบ-ทฤษฎีแรงจูงใจของแอลเดอร์เฟอร์ ได้เสนอทฤษฎีว่าด้วยความต้องการของมนุษย์ขึ้นมาเรียกว่าทฤษฎี อี อาร์ จี (ERG Theory) ซึ่งคล้ายคลึงกับแนวคิดของมาสโลว์ แต่ทฤษฎีนี้ต่างกันตรงที่หากมนุษย์ได้รับการตอบสนองความต้องการในขั้นต้นแล้ว ความต้องการก็จะพัฒนาไปสู่ขั้นถัดไป แต่หากความต้องการในขั้นถัดไปไม่ได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะถอยความต้องการกลับลงมาสู่ขั้นก่อน โดยละทิ้งความต้องการขั้นถัดไปโดยปริยาย
(ธนสิทธิ์ อาจอ่อนศรี 12590036)
ทฤษฎีอีอาร์จี จะมีพื้นฐานและความคล้ายคลึงกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ แต่ก็มีความแตกต่างที่สำคัญ คือ บุคคลสามารถเกิดความต้องการได้มากกว่าหนึ่งในเวลาเดียวกัน ตลอดจนอธิบายปฏิกิริยาของบุคคลเมื่อไม่สามารถบรรลุความต้องการ โดยหลักความต้องการ ความพึงพอใจ ความก้าวหน้า. และหลักการความไม่พอใจถดถอย ซึ่งสามารถอธิบายได้ว่า ถ้าความต้องการของบุคคลไม่ได้การตอบสนองเค้าก็จะให้ความสำคัญกับความต้องการอื่นแทน เช่น ถึงแม้บุคคลจะไม่มีความภาคภูมิใจกับ งานที่ซ้ำซากและน่าเบื่อของเค้า แต่เค้าก็ยังปฏิบัติงานนั้นอยู่ เนื่องจากรายได้ที่ดีและความมั่นคงของงาน เป็นต้น ทำให้นักวิชาการหลายคนให้การยอมรับว่าทฤษฎีอีอาร์จีมีความเป็นจริง ในการอธิบาย ความต้องการของมนุษย์ได้มากกว่าทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์
ตอบลบ(นางสาวเอเซีย พิทยาพละ 12590112)