วันอังคารที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2562

15.ท่านจะสร้างวัฒนรรมการปฏิบัติงานให้แก่พนักงานเพื่อบรรลุผลสำเร็จขององค์กรอย่างไร จงอธิบายโดยใช้ทฤษฎีการเสริมแรง

60 ความคิดเห็น:

  1. 1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
    2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
    3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนหนึ่งกลับออกจากสำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานดังกล่าวยิ่งกลับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อมาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลักเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์และเปลืองค่าแอร์และค่าไฟฟ้าโดยใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยเลิกให้คำชมพนักงานคนนั้นเมื่อพนักงานรับรู้ว่าผู้บริหารจงใจเลิกให้คำชมย่อมทำให้พนักงานคนดังกล่าวกลับบ้านเร็วขึ้นหรืออีกกรณีที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในชั้นเรียนของนิสิตนักศึกษาโดยทั่วไปคือการคุยกันเองของนักศึกษาจนกระทั่งรบกวนการเรียนการสอนอาจารย์ผู้สอนอาจใช้วิธีหยุดพูดเช่นกันซึ่งเมื่อหยุดพูดนักศึกษาจะรับรู้ได้เองว่าตนเองควรหยุดพูดกรณีนี้ก็นับว่าเป็นการทำให้สูญสิ้นอีกรูปแบบหนึ่ง
    4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น
    (นางสาวอัมรินทร์ เกมอ 12590105)

    ตอบลบ
  2. -ทฤษฎีการเสริมแรงของสกินเนอร์ (Reinforcement theories of motivation) ได้นำเสนอการใช้การเสริมแรงเพื่อการจูงใจบุคคลให้เกิดพฤติกรรมใหม่ ทำพฤติกรรมซ้ำหรือหยุดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ ตั้งเป็น law of effect โดยมองการเสริมแรงเป็น 2 ด้าน ได้แก่
    1.การเสริมแรงทางบวก เป็นการให้ผลตอบแทนในสิ่งที่บุคคลอยากได้ เช่น เงิน คำยกย่อง ความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน การเพิ่มสวัสดิการ การให้วันหยุด เพื่อจูงใจให้ บุคคลเกิดแรงจูงใจที่จะกระทำพฤติกรรมพึงประสงค์ต่างๆ
    2.การเสริมแรงทางลบ เป็นการไม่ให้ผลตอบแทนที่บุคคลไม่อยากได้ โดยมีการกำหนดพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่ต้องไม่กระทำและบทลงโทษต่างๆ เช่น ไล่ออก ตัดเงินเดือน ตักเตือน โดยที่หากบุคคลกระทำแต่พฤติกรรมพึงประสงค์ ก็จะไม่ให้ผลตอบแทนทางลบแก่ผู้นั้น
    -เราสามารถสร้างวัฒนธรรมการปฏิบัติงานให้แก่พนักงานเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จขององค์กรได้ดังนี้
    1.การให้อย่างต่อเนื่อง (continuous reinforcement) เป็นการให้การเสริมแรงทางบวกอย่างต่อเนื่องทุกครั้งที่ทำพฤติกรรมที่กำหนดไว้
    2.การให้ตามปริมาณงาน (Fixed Ratio) เป็นการให้การเสริมแรงตามปริมาณงานที่บุคคลกระทำ หรือการจ่ายค่าตอบแทนการทำงานเป็นชิ้น เช่น ยกของได้ชิ้นละ 10 บาท ยกของไป 30 ชิ้นก็จะได้ 300 บาท หากต้องการผลตอบแทนมากก็จะทำงานมาก หากมีความต้องการไม่มากก็จะกระทำเพียงเท่าที่ต้องการเท่านั้น
    3.การให้ตามระยะเวลา (Fixed Interval) เป็นการให้การเสริมแรงเมื่อบุคคลกระทำพฤติกรรมพึงประสงค์ตามระยะเวลาที่แน่นอน เช่น ทุก 2 สัปดาห์ ทุกเดือน เช่น ค่าจ้าง เงินเดือน ซึ่งทำให้บุคคลกระทำพฤติกรรมในระดับคงที่ และจะแสดงพฤติกรรมพึงประสงค์ได้ให้เกิดขึ้นมากในช่วงใกล้วันรับค่าตอบแทน
    4.การให้ตามปริมาณงานยืดหยุ่น (Variable Ratio) เป็นการให้ตามปริมาณงานแต่ไม่กำหนดตายตัว โดยอาจพิจารณาในด้านคุณภาพร่วมด้วย เช่น พนักงานขายนำเสนอสินค้ากับลูกค้า 10 ราย อาจขายได้ 1 ราย หรือ 5 รายก็ได้โดยยิ่งกระทำมากก็มีโอกาสได้ผลตอบแทนมากขึ้น
    5.การให้ตามระยะเวลายืดหยุ่น (Variable Interval) เป็นการให้การเสริมแรงโดยให้ตามเวลาแต่ไม่มีการกำหนดแน่นอน อาจให้หรือไม่ให้ก็ได้ เช่น จ่ายเป็น 3 เดือนบ้าง 6 เดือนบ้าง เป็นการจูงใจให้บุคคลทำพฤติกรรมพึงประสงค์อย่างต่อเนื่องโดยไม่อาจคาดเดาได้ว่าจะได้รับผลตอบแทนเมื่อใด เช่น การให้รางวัลกับพนักงานดีเด่นเฉพาะในวาระพิเศษเท่านั้น
    (ปิยาภรณ์ ชินวงค์พรหม 12590051)

    ตอบลบ
  3. ทฤษฎีการเสริมแรงแสดงให้เห็นถึงแนวคิดที่สำคัญประการหนึ่งในการทางพฤติกรรมหรือบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเองและสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลนั้นดังนั้นการที่จะทำให้บุคคลมีพฤติกรรมที่พึงประสงค์สามารถทำได้โดยการทำให้บุคคลนั้นได้รับประสบการณ์ในรูปแบบที่ตนเองเคยประสบมาแล้วซึ่งจะส่งผลให้บุคคลมีพฤติกรรมในรูปแบบที่เป็นไปตามความต้องการได้การทำให้บุคคลได้รับประสบการณ์ตามทฤษฎีการเสริมแรงสามารถทำได้ 4 กรณีดังนี้ 1 การเสริมแรงทางบวกหากบุคคลเรียนรู้ว่าแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวกบุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้สำเร็จเรียบร้อยตามกำหนดการแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกจะได้รับ คำชมเชยได้รับรางวัล 2 การเสริมแรงทางลบตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็น ต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจะจนเสร็จงาน ก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับคำบ่นอีกหรือคำประชดจากหัวหน้าพนักงานจึงต้องร่วมมือกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพียงกัน 3 การทำให้สูญสิ้นการทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนนึงกลับออกจาก สำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานคนดังกล่าวยิ่งกับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อ มาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลังเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์หรือเปลืองค่าแอร์และค่าไฟโดยไม่ใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยฤกษ์ให้คำชมพนักงานคนนั้น
    น.ส.วราภรณ์ ขันสมบัติ 12590069

    ตอบลบ
  4. 15. ท่านจะสร้างวัฒนธรรมการปฏิบัติงานให้แก่พนักงานเพื่อบรรลุผลสำเร็จขององค์กรอย่างไร จงอธิบายโดยใช้ทฤษฎีการเสริมแรง
    ตอบ : ทฤษฎีการเสริมแรงของสกินเนอร์ (Reinforcement theories of motivation) ได้นำเสนอการใช้การเสริมแรงเพื่อการจูงใจบุคคลให้เกิดพฤติกรรมใหม่ ทำพฤติกรรมซ้ำหรือหยุดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ ตั้งเป็น law of effect โดยมองการเสริมแรงเป็น 2 ด้าน ได้แก่
    1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
    2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
    3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนหนึ่งกลับออกจากสำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานดังกล่าวยิ่งกลับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อมาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลักเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์และเปลืองค่าแอร์และค่าไฟฟ้าโดยใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยเลิกให้คำชมพนักงานคนนั้นเมื่อพนักงานรับรู้ว่าผู้บริหารจงใจเลิกให้คำชมย่อมทำให้พนักงานคนดังกล่าวกลับบ้านเร็วขึ้นหรืออีกกรณีที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในชั้นเรียนของนิสิตนักศึกษาโดยทั่วไปคือการคุยกันเองของนักศึกษาจนกระทั่งรบกวนการเรียนการสอนอาจารย์ผู้สอนอาจใช้วิธีหยุดพูดเช่นกันซึ่งเมื่อหยุดพูดนักศึกษาจะรับรู้ได้เองว่าตนเองควรหยุดพูดกรณีนี้ก็นับว่าเป็นการทำให้สูญสิ้นอีกรูปแบบหนึ่ง
    4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น
    นางสาวสุดารัตน์ สุขสาม (รหัส 12590090)

    ตอบลบ

  5. ทฤษฎีการเสริมแรง แสดงแนวคิดว่าบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่กับตนเอง และสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลอื่น การทำให้พนักงานบรรลุผลสำเร็จขององค์กรตามทฤษฎีการเสริมแรง สามารถทำได้ใน 4 กรณี
    1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
    2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
    3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคล
    4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น
    ทฤษฎีการเสริมแรงทั้ง 4 กรณีนี้ จะพิจารณาได้วว่าการเสริมแรงทั้งทางบวกและทางลบเป็นวิธีการในการเพิ่มพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ดังนั้น ผู้บริหารควรคำนึงถึงประเด็นต่างๆเหล่านี้ให้รอบคอบเพื่อจะสามารถเลือกใช้การเสริมแรงที่เหมาะสมกับสถานการณ์และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร
    (ชนกนาฎ​ สหทรัพย์เจริญ 12590012)

    ตอบลบ
  6. ทฤษฎีการเสริมแรง แสดงแนวคิดว่าบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเอง และสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลนั้น โดยทฤษฎีเสริมแรงสามารถทำได้ 4 กรณี ดังนี้
    1.การเสริมแรงทางบวก หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่ประสงค์ หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆ
    2.การเสริมแรงทางลบ เช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติ หากไม่ร่วมมือกัน ก็อาจโดนหัวหน้าบ่นหรือประชด
    3.การทำให้สูญสิ้น สามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้าน
    4.การลงโทษ เช่นใครมาสายเกิดเวลากำหนด จะไม่ได้รับโบนัส
    ดังนั้นจะสร้างวัฒนธรรมการปฏิบัติงานให้แก่พนักงานเพื่อบรรลุเป้าหมายขององค์กรโดยการใช้การเสริมแรงบวกและแรงลบ ในการเพิ่มพฤติกรรมที่พึงประสงค์ และใช้การทำให้สูญสิ้นและลงโทษ ในการลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์
    (อารียา ปานทอง 12590109)

    ตอบลบ
  7. ข้อที่ 15
    ทฤษฎีการเสริมแรงของสกินเนอร์ (Reinforcement theories of motivation) สกินเนอร์ได้นำเสนอการใช้การเสริมแรงเพื่อการจูงใจบุคคลให้เกิดพฤติกรรมใหม่ ทำพฤติกรรมซ้ำหรือหยุดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ ตั้งเป็น law of effect โดยมองการเสริมแรงเป็น 2 ด้าน ได้แก่
    1. การเสริมแรงทางบวก (Positive reinforcement) เป็นการให้ผลตอบแทนในสิ่งที่บุคคลอยากได้ เช่น เงิน คำยกย่อง ความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน การเพิ่มสวัสดิการ การให้วันหยุด เป็นต้น เพื่อจูงใจให้บุคลเกิดแรงจูงใจที่จะกระทำพฤติกรรมพึงประสงค์ต่าง ๆ
    2. การเสริมแรงทางลบ (Negative reinforcement) เป็นการไม่ให้ผลตอบแทนที่บุคคลไม่อยากได้ โดยมีการกำหนดพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่ต้องไม่กระทำและบทลงโทษต่าง ๆ เช่น ไล่ออก ตัดเงินเดือน ตักเตือน โดยที่หากบุคคลกระทำแต่พฤติกรรมพึงประสงค์ ก็จะไม่ให้ผลตอบแทนทางลบแก่ผู้นั้น
    (อรณิชา ศรีสมัย 1259102)

    ตอบลบ
  8. - ทฤษฎีการเสริมแรง (Reinforcement Theory)
    1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
    2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
    3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคล
    4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น
    (นางสาวสิริรัตน์ ศิริพรทุม 12590086)

    ตอบลบ
  9. 1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
    2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
    3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนหนึ่งกลับออกจากสำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานดังกล่าวยิ่งกลับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อมาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลักเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์และเปลืองค่าแอร์และค่าไฟฟ้าโดยใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยเลิกให้คำชมพนักงานคนนั้นเมื่อพนักงานรับรู้ว่าผู้บริหารจงใจเลิกให้คำชมย่อมทำให้พนักงานคนดังกล่าวกลับบ้านเร็วขึ้นหรืออีกกรณีที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในชั้นเรียนของนิสิตนักศึกษาโดยทั่วไปคือการคุยกันเองของนักศึกษาจนกระทั่งรบกวนการเรียนการสอนอาจารย์ผู้สอนอาจใช้วิธีหยุดพูดเช่นกันซึ่งเมื่อหยุดพูดนักศึกษาจะรับรู้ได้เองว่าตนเองควรหยุดพูดกรณีนี้ก็นับว่าเป็นการทำให้สูญสิ้นอีกรูปแบบหนึ่ง
    4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น
    (นางสาวณัฐฐา จินตกวีพันธุ์ 12590020)

    ตอบลบ
  10. ทฤษฎีการเสริมแรงของสกินเนอร์ (Reinforcement theories of motivation) ได้นำเสนอการใช้การเสริมแรงเพื่อการจูงใจบุคคลให้เกิดพฤติกรรมใหม่ ทำพฤติกรรมซ้ำหรือหยุดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ ตั้งเป็น law of effect โดยมองการเสริมแรงเป็น 2 ด้าน ได้แก่
    1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
    2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
    3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนหนึ่งกลับออกจากสำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานดังกล่าวยิ่งกลับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อมาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลักเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์และเปลืองค่าแอร์และค่าไฟฟ้าโดยใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยเลิกให้คำชมพนักงานคนนั้นเมื่อพนักงานรับรู้ว่าผู้บริหารจงใจเลิกให้คำชมย่อมทำให้พนักงานคนดังกล่าวกลับบ้านเร็วขึ้นหรืออีกกรณีที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในชั้นเรียนของนิสิตนักศึกษาโดยทั่วไปคือการคุยกันเองของนักศึกษาจนกระทั่งรบกวนการเรียนการสอนอาจารย์ผู้สอนอาจใช้วิธีหยุดพูดเช่นกันซึ่งเมื่อหยุดพูดนักศึกษาจะรับรู้ได้เองว่าตนเองควรหยุดพูดกรณีนี้ก็นับว่าเป็นการทำให้สูญสิ้นอีกรูปแบบหนึ่ง
    4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น

    (นางสาวสิริกร ราชมณี12590084)

    ตอบลบ
  11. ทฤษฎีการเสริมแรง แสดงแนวคิดว่าบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเอง และสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลนั้น การทำให้บุคคลได้รับประสบการณ์ทฤษฎีการเสริมแรงสามารถทำได้ใน 4 กรณี ได้แก่
    1.การเสริมแรงทางบวก
    หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์ หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆ เช่น หากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวก เช่น ได้รับคำชมเชย ได้รางวัลพิเศษ หรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคต พนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีก เนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
    2.การเสริมแรงทางลบ
    ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบ เช่น ในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติ ถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จ ก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือ ดังนั้น เพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างาน พนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกัน การที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
    3.การทำให้สูญสิ้น
    การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคล เช่น ถ้าพนักงานคนหนึ่งกลับออกจากสำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้ง และพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยัน จึงเป็นเหตุให้พนักงานดังกล่าวยิ่งกลับช้าอย่างสม่ำเสมอ แต่หากต่อมาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลักเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์และเปลืองค่าแอร์และค่าไฟฟ้าโดยใช่เหตุ ผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยเลิกให้คำชมพนักงานคนนั้น เมื่อพนักงานรับรู้ว่าผู้บริหารจงใจเลิกให้คำชมย่อมทำให้พนักงานคนดังกล่าวกลับบ้านเร็วขึ้น หรืออีกกรณีที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในชั้นเรียนของนิสิตนักศึกษาโดยทั่วไป คือการคุยกันเองของนักศึกษา จนกระทั่งรบกวนการเรียนการสอนอาจารย์ผู้สอนอาจใช้วิธีหยุดพูดเช่นกัน ซึ่งเมื่อหยุดพูดนักศึกษาจะรับรู้ได้เองว่าตนเองควรหยุดพูดกรณีนี้ก็นับว่าเป็นการทำให้สูญสิ้นอีกรูปแบบหนึ่ง
    4.การลงโทษ
    การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงาน เช่น ผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปี เป็นต้น
    (นางสาวกรกนก จันทร์พันธุ์ 12590003)

    ตอบลบ
  12. 1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
    2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
    3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนหนึ่งกลับออกจากสำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานดังกล่าวยิ่งกลับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อมาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลักเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์และเปลืองค่าแอร์และค่าไฟฟ้าโดยใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยเลิกให้คำชมพนักงานคนนั้นเมื่อพนักงานรับรู้ว่าผู้บริหารจงใจเลิกให้คำชมย่อมทำให้พนักงานคนดังกล่าวกลับบ้านเร็วขึ้นหรืออีกกรณีที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในชั้นเรียนของนิสิตนักศึกษาโดยทั่วไปคือการคุยกันเองของนักศึกษาจนกระทั่งรบกวนการเรียนการสอนอาจารย์ผู้สอนอาจใช้วิธีหยุดพูดเช่นกันซึ่งเมื่อหยุดพูดนักศึกษาจะรับรู้ได้เองว่าตนเองควรหยุดพูดกรณีนี้ก็นับว่าเป็นการทำให้สูญสิ้นอีกรูปแบบหนึ่ง
    4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น

    (นางสาว สรัสนันท์ บุญมี 12590080)

    ตอบลบ
  13. ทฤษฎีการเสริมแรง แสดงแนวคิดว่าบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่กับตนเอง และสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลอื่น การทำให้พนักงานบรรลุผลสำเร็จขององค์กรตามทฤษฎีการเสริมแรง สามารถทำได้ใน 4 กรณี
    1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
    2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
    3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคล
    4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น
    ทฤษฎีการเสริมแรงทั้ง 4 กรณีนี้ จะพิจารณาได้วว่าการเสริมแรงทั้งทางบวกและทางลบเป็นวิธีการในการเพิ่มพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ดังนั้น ผู้บริหารควรคำนึงถึงประเด็นต่างๆเหล่านี้ให้รอบคอบเพื่อจะสามารถเลือกใช้การเสริมแรงที่เหมาะสมกับสถานการณ์และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร

    สุภัทษา สนธิช่วย 12590096

    ตอบลบ
  14. ทฤษฎีการเสริมแรงของสกินเนอร์ (Reinforcement theories of motivation) ได้นำเสนอการใช้การเสริมแรงเพื่อการจูงใจบุคคลให้เกิดพฤติกรรมใหม่ ทำพฤติกรรมซ้ำหรือหยุดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ ตั้งเป็น law of effect โดยมองการเสริมแรงเป็น 2 ด้าน ได้แก่
    1.การเสริมแรงทางบวก เป็นการให้ผลตอบแทนในสิ่งที่บุคคลอยากได้ เช่น เงิน คำยกย่อง ความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน การเพิ่มสวัสดิการ การให้วันหยุด เพื่อจูงใจให้ บุคคลเกิดแรงจูงใจที่จะกระทำพฤติกรรมพึงประสงค์ต่างๆ
    2.การเสริมแรงทางลบ เป็นการไม่ให้ผลตอบแทนที่บุคคลไม่อยากได้ โดยมีการกำหนดพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่ต้องไม่กระทำและบทลงโทษต่างๆ เช่น ไล่ออก ตัดเงินเดือน ตักเตือน โดยที่หากบุคคลกระทำแต่พฤติกรรมพึงประสงค์ ก็จะไม่ให้ผลตอบแทนทางลบแก่ผู้นั้น
    (นางสาวภิตติมาตุ์ เอื้ออรุณชัย 12590062)

    ตอบลบ
  15. ทฤษฎีการเสริมแรง แสดงแนวคิดว่าบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่กับตนเอง และสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลอื่น การทำให้พนักงานบรรลุผลสำเร็จขององค์กรตามทฤษฎีการเสริมแรง สามารถทำได้ใน 4 กรณี
    1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
    2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
    3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคล
    4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินกว่า 5 ครั้งใน 1 เดือน จะไม่ได้รับโบนัสประจำปี เป็นต้น ดังนั้น ผู้บริหารควรคำนึงถึงประเด็นต่างๆเหล่านี้ให้รอบคอบเพื่อจะสามารถเลือกใช้การเสริมแรงที่เหมาะสมกับสถานการณ์และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร
    (ศศิพิมพ์ ชัยกัลพัฒนา 12590076)

    ตอบลบ
  16. ไม่ระบุชื่อ16 กันยายน 2562 เวลา 05:51

    ทฤษฎีการเสริมแรง
    คือแนวคิดว่าบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเอง และสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลนั้น
    1.การเสริมแรงทางบวก
    หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่ประสงค์ หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆ
    2.การเสริมแรงทางลบ
    เช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติ หากไม่ร่วมมือกัน ก็อาจโดนหัวหน้าบ่นหรือประชด
    3.การทำให้สูญสิ้น
    สามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้าน
    4.การลงโทษ
    เช่นใครมาสายเกิดเวลากำหนด จะไม่ได้รับโบนัส

    ดังนั้นจะสร้างวัฒนธรรมการปฏิบัติงานให้แก่พนักงานเพื่อบรรลุเป้าหมายขององค์กรโดยการใช้การเสริมแรงบวกและแรงลบ ในการเพิ่มพฤติกรรมที่พึงประสงค์ และใช้การทำให้สูญสิ้นและลงโทษ ในการลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์
    (อภิษฐา เนียมศิริ 12590101)

    ตอบลบ
  17. 1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
    2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
    3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนหนึ่งกลับออกจากสำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานดังกล่าวยิ่งกลับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อมาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลักเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์และเปลืองค่าแอร์และค่าไฟฟ้าโดยใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยเลิกให้คำชมพนักงานคนนั้นเมื่อพนักงานรับรู้ว่าผู้บริหารจงใจเลิกให้คำชมย่อมทำให้พนักงานคนดังกล่าวกลับบ้านเร็วขึ้นหรืออีกกรณีที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในชั้นเรียนของนิสิตนักศึกษาโดยทั่วไปคือการคุยกันเองของนักศึกษาจนกระทั่งรบกวนการเรียนการสอนอาจารย์ผู้สอนอาจใช้วิธีหยุดพูดเช่นกันซึ่งเมื่อหยุดพูดนักศึกษาจะรับรู้ได้เองว่าตนเองควรหยุดพูดกรณีนี้ก็นับว่าเป็นการทำให้สูญสิ้นอีกรูปแบบหนึ่ง
    4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น
    ดวงหทัย โฉมมา 12590029

    ตอบลบ
  18. ทฤษฎีการเสริมแรง แสดงแนวคิดว่าบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเอง และสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลนั้น โดยทฤษฎีเสริมแรงสามารถทำได้ 4 กรณี ดังนี้
    1.การเสริมแรงทางบวก หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่ประสงค์ หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆ
    2.การเสริมแรงทางลบ เช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติ หากไม่ร่วมมือกัน ก็อาจโดนหัวหน้าบ่นหรือประชด
    3.การทำให้สูญสิ้น สามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้าน
    4.การลงโทษ เช่นใครมาสายเกิดเวลากำหนด จะไม่ได้รับโบนัส
    ดังนั้นจะสร้างวัฒนธรรมการปฏิบัติงานให้แก่พนักงานเพื่อบรรลุเป้าหมายขององค์กรโดยการใช้การเสริมแรงบวกและแรงลบ ในการเพิ่มพฤติกรรมที่พึงประสงค์ และใช้การทำให้สูญสิ้นและลงโทษ ในการลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์
    (นางสาวปรมาพร สิงขรรัตน์ 12590046)

    ตอบลบ
  19. 1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
    2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
    3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนหนึ่งกลับออกจากสำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานดังกล่าวยิ่งกลับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อมาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลักเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์และเปลืองค่าแอร์และค่าไฟฟ้าโดยใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยเลิกให้คำชมพนักงานคนนั้นเมื่อพนักงานรับรู้ว่าผู้บริหารจงใจเลิกให้คำชมย่อมทำให้พนักงานคนดังกล่าวกลับบ้านเร็วขึ้นหรืออีกกรณีที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในชั้นเรียนของนิสิตนักศึกษาโดยทั่วไปคือการคุยกันเองของนักศึกษาจนกระทั่งรบกวนการเรียนการสอนอาจารย์ผู้สอนอาจใช้วิธีหยุดพูดเช่นกันซึ่งเมื่อหยุดพูดนักศึกษาจะรับรู้ได้เองว่าตนเองควรหยุดพูดกรณีนี้ก็นับว่าเป็นการทำให้สูญสิ้นอีกรูปแบบหนึ่ง
    4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น
    นางาสาวภัทราพร ผังรักษ์ 12590061

    ตอบลบ
  20. ทฤษฎีการเสริมแรง
    1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
    2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
    3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนหนึ่งกลับออกจากสำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานดังกล่าวยิ่งกลับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อมาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลักเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์และเปลืองค่าแอร์และค่าไฟฟ้าโดยใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยเลิกให้คำชมพนักงานคนนั้นเมื่อพนักงานรับรู้ว่าผู้บริหารจงใจเลิกให้คำชมย่อมทำให้พนักงานคนดังกล่าวกลับบ้านเร็วขึ้นหรืออีกกรณีที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในชั้นเรียนของนิสิตนักศึกษาโดยทั่วไปคือการคุยกันเองของนักศึกษาจนกระทั่งรบกวนการเรียนการสอนอาจารย์ผู้สอนอาจใช้วิธีหยุดพูดเช่นกันซึ่งเมื่อหยุดพูดนักศึกษาจะรับรู้ได้เองว่าตนเองควรหยุดพูดกรณีนี้ก็นับว่าเป็นการทำให้สูญสิ้นอีกรูปแบบหนึ่ง
    4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น
    (อภัสสร ปูชนียกุล 12590100)

    ตอบลบ
  21. ทฤษฎีการเสริมแรง แสดงแนวคิดว่าบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเอง และสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลนั้น โดยทฤษฎีเสริมแรงสามารถทำได้ 4 กรณี ดังนี้
    1.การเสริมแรงทางบวก หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่ประสงค์ หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆ
    2.การเสริมแรงทางลบ เช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติ หากไม่ร่วมมือกัน ก็อาจโดนหัวหน้าบ่นหรือประชด
    3.การทำให้สูญสิ้น สามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้าน
    4.การลงโทษ เช่นใครมาสายเกิดเวลากำหนด จะไม่ได้รับโบนัส
    ดังนั้นจะสร้างวัฒนธรรมการปฏิบัติงานให้แก่พนักงานเพื่อบรรลุเป้าหมายขององค์กรโดยการใช้การเสริมแรงบวกและแรงลบ ในการเพิ่มพฤติกรรมที่พึงประสงค์ และใช้การทำให้สูญสิ้นและลงโทษ ในการลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์
    (นางสาวบุญธิดา กะตะศิลา 12590043)

    ตอบลบ
  22. ทฤษฎีการเสริมแรงแสดงให้เห็นถึงแนวคิดที่สำคัญประการหนึ่งในการทางพฤติกรรมหรือบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเองและสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลนั้นดังนั้นการที่จะทำให้บุคคลมีพฤติกรรมที่พึงประสงค์สามารถทำได้โดยการทำให้บุคคลนั้นได้รับประสบการณ์ในรูปแบบที่ตนเองเคยประสบมาแล้วซึ่งจะส่งผลให้บุคคลมีพฤติกรรมในรูปแบบที่เป็นไปตามความต้องการได้การทำให้บุคคลได้รับประสบการณ์ตามทฤษฎีการเสริมแรงสามารถทำได้ 4 กรณีดังนี้ 1 การเสริมแรงทางบวกหากบุคคลเรียนรู้ว่าแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวกบุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้สำเร็จเรียบร้อยตามกำหนดการแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกจะได้รับ คำชมเชยได้รับรางวัล 2 การเสริมแรงทางลบตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็น ต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจะจนเสร็จงาน ก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับคำบ่นอีกหรือคำประชดจากหัวหน้าพนักงานจึงต้องร่วมมือกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพียงกัน 3 การทำให้สูญสิ้นการทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนนึงกลับออกจาก สำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานคนดังกล่าวยิ่งกับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อ มาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลังเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์หรือเปลืองค่าแอร์และค่าไฟโดยไม่ใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยฤกษ์ให้คำชมพนักงานคนนั้น
    (นางสาวเบญญาภา กรีรถ 12590044)

    ตอบลบ
  23. ทฤษฎีการเสริมแรง แสดงแนวคิดว่าบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่กับตนเอง และสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลอื่น การทำให้พนักงานบรรลุผลสำเร็จขององค์กรตามทฤษฎีการเสริมแรง สามารถทำได้ใน 4 กรณี
    1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
    2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
    3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคล
    4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น
    ทฤษฎีการเสริมแรงทั้ง 4 กรณีนี้ จะพิจารณาได้วว่าการเสริมแรงทั้งทางบวกและทางลบเป็นวิธีการในการเพิ่มพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ดังนั้น ผู้บริหารควรคำนึงถึงประเด็นต่างๆเหล่านี้ให้รอบคอบเพื่อจะสามารถเลือกใช้การเสริมแรงที่เหมาะสมกับสถานการณ์และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร
    (นายสิทธิชัย พ่อค้าเรือ 12590083)

    ตอบลบ
  24. ทฤษฎีการเสริมแรง แสดงแนวคิดว่าบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเอง และสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลนั้น การทำให้บุคคลได้รับประสบการณ์ทฤษฎีการเสริมแรงสามารถทำได้ใน 4 กรณี ได้แก่
    1.การเสริมแรงทางบวก
    หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์ หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆ เช่น หากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวก เช่น ได้รับคำชมเชย ได้รางวัลพิเศษ หรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคต พนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีก เนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
    2.การเสริมแรงทางลบ
    ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบ เช่น ในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติ ถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จ ก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือ ดังนั้น เพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างาน พนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกัน การที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
    3.การทำให้สูญสิ้น
    การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคล เช่น ถ้าพนักงานคนหนึ่งกลับออกจากสำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้ง และพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยัน จึงเป็นเหตุให้พนักงานดังกล่าวยิ่งกลับช้าอย่างสม่ำเสมอ แต่หากต่อมาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลักเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์และเปลืองค่าแอร์และค่าไฟฟ้าโดยใช่เหตุ ผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยเลิกให้คำชมพนักงานคนนั้น เมื่อพนักงานรับรู้ว่าผู้บริหารจงใจเลิกให้คำชมย่อมทำให้พนักงานคนดังกล่าวกลับบ้านเร็วขึ้น หรืออีกกรณีที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในชั้นเรียนของนิสิตนักศึกษาโดยทั่วไป คือการคุยกันเองของนักศึกษา จนกระทั่งรบกวนการเรียนการสอนอาจารย์ผู้สอนอาจใช้วิธีหยุดพูดเช่นกัน ซึ่งเมื่อหยุดพูดนักศึกษาจะรับรู้ได้เองว่าตนเองควรหยุดพูดกรณีนี้ก็นับว่าเป็นการทำให้สูญสิ้นอีกรูปแบบหนึ่ง
    4.การลงโทษ
    การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงาน เช่น ผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปี เป็นต้น
    (นายชินวัตร พิิพัฒน์พงศานนท์ 12590015)

    ตอบลบ
  25. ทฤษฎีการเสริมแรง (Reinforcement Theory)
    1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
    2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
    3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคล
    4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น (นางสาวชัชญาณ์ณัฐ ภูวิศภัทรนนท์ 12590110)

    ตอบลบ
  26. ทฤษฎีการเสริมแรง (Reinforcement Theory)
    1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
    2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
    3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคล
    4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น
    (นางสาวณัฐพร ทองปลิว 12590024)

    ตอบลบ
  27. 1.ดูการเสริมแรงทางบวก(Positive Reinforcement)หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก(Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อย
    2.การเสริมแรงทางลบ(Negative Reinforcement)ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
    3.การทำให้สูญสิ้น(Extinction)การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนหนึ่งกลับออกจากสำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานดังกล่าวยิ่งกลับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อมาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลักเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์และเปลืองค่าแอร์และค่าไฟฟ้าโดยใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยเลิกให้คำชมพนักงานคนนั้นเมื่อพนักงานรับรู้ว่าผู้บริหารจงใจเลิกให้คำชมย่อมทำให้พนักงานคนดังกล่าวกลับบ้านเร็วขึ้นหรืออีกกรณีที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในชั้นเรียนของนิสิตนักศึกษาโดยทั่วไปคือการคุยกันเองของนักศึกษาจนกระทั่งรบกวนการเรียนการสอนอาจารย์ผู้สอนอาจใช้วิธีหยุดพูดเช่นกันซึ่งเมื่อหยุดพูดนักศึกษาจะรับรู้ได้เองว่าตนเองควรหยุดพูดกรณีนี้ก็นับว่าเป็นการทำให้สูญสิ้นอีกรูปแบบหนึ่ง
    4.การลงโทษ(Punishment)การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น
    (ปวีญา เกตุแย้ม 12590047)

    ตอบลบ
  28. ทฤษฎีการเสริมแรงแสดงให้เห็นถึงแนวคิดที่สำคัญประการหนึ่งในการทางพฤติกรรมหรือบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเองและสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลนั้นดังนั้นการที่จะทำให้บุคคลมีพฤติกรรมที่พึงประสงค์สามารถทำได้โดยการทำให้บุคคลนั้นได้รับประสบการณ์ในรูปแบบที่ตนเองเคยประสบมาแล้วซึ่งจะส่งผลให้บุคคลมีพฤติกรรมในรูปแบบที่เป็นไปตามความต้องการได้การทำให้บุคคลได้รับประสบการณ์ตามทฤษฎีการเสริมแรงสามารถทำได้ 4 กรณีดังนี้ 1 การเสริมแรงทางบวกหากบุคคลเรียนรู้ว่าแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวกบุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้สำเร็จเรียบร้อยตามกำหนดการแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกจะได้รับ คำชมเชยได้รับรางวัล 2 การเสริมแรงทางลบตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็น ต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจะจนเสร็จงาน ก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับคำบ่นอีกหรือคำประชดจากหัวหน้าพนักงานจึงต้องร่วมมือกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพียงกัน 3 การทำให้สูญสิ้นการทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนนึงกลับออกจาก สำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานคนดังกล่าวยิ่งกับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อ มาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลังเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์หรือเปลืองค่าแอร์และค่าไฟโดยไม่ใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยฤกษ์ให้คำชมพนักงานคนนั้น
    (นางสาวพัชรา จูเอี่ยม 12590054)

    ตอบลบ
  29. ทฤษฎีการเสริมแรง แสดงแนวคิดว่าบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่กับตนเอง และสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลอื่น การทำให้พนักงานบรรลุผลสำเร็จขององค์กรตามทฤษฎีการเสริมแรง สามารถทำได้ใน 4 กรณี
    1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
    2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
    3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคล
    4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น
    ทฤษฎีการเสริมแรงทั้ง 4 กรณีนี้ จะพิจารณาได้วว่าการเสริมแรงทั้งทางบวกและทางลบเป็นวิธีการในการเพิ่มพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ดังนั้น ผู้บริหารควรคำนึงถึงประเด็นต่างๆเหล่านี้ให้รอบคอบเพื่อจะสามารถเลือกใช้การเสริมแรงที่เหมาะสมกับสถานการณ์และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร

    วัชระ จริยสุขสกุล 071

    ตอบลบ
  30. ทฤษฎีการเสริมแรงแสดงให้เห็นถึงแนวคิดที่สำคัญประการหนึ่งในการทางพฤติกรรมหรือบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเองและสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลนั้นดังนั้นการที่จะทำให้บุคคลมีพฤติกรรมที่พึงประสงค์สามารถทำได้โดยการทำให้บุคคลนั้นได้รับประสบการณ์ในรูปแบบที่ตนเองเคยประสบมาแล้วซึ่งจะส่งผลให้บุคคลมีพฤติกรรมในรูปแบบที่เป็นไปตามความต้องการได้การทำให้บุคคลได้รับประสบการณ์ตามทฤษฎีการเสริมแรงสามารถทำได้ 4 กรณีดังนี้ 1 การเสริมแรงทางบวกหากบุคคลเรียนรู้ว่าแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวกบุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้สำเร็จเรียบร้อยตามกำหนดการแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกจะได้รับ คำชมเชยได้รับรางวัล 2 การเสริมแรงทางลบตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็น ต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจะจนเสร็จงาน ก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับคำบ่นอีกหรือคำประชดจากหัวหน้าพนักงานจึงต้องร่วมมือกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพียงกัน 3 การทำให้สูญสิ้นการทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนนึงกลับออกจาก สำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานคนดังกล่าวยิ่งกับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อ มาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลังเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์หรือเปลืองค่าแอร์และค่าไฟโดยไม่ใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยฤกษ์ให้คำชมพนักงานคนนั้น
    นางสาววชิราพร คำกอง 12590068

    ตอบลบ
  31. ทฤษฎีการเสริมแรง แสดงแนวคิดว่าบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่กับตนเอง และสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลอื่น การทำให้พนักงานบรรลุผลสำเร็จขององค์กรตามทฤษฎีการเสริมแรง สามารถทำได้ใน 4 กรณี
    1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
    2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
    3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคล
    4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น
    ทฤษฎีการเสริมแรงทั้ง 4 กรณีนี้ จะพิจารณาได้วว่าการเสริมแรงทั้งทางบวกและทางลบเป็นวิธีการในการเพิ่มพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ดังนั้น ผู้บริหารควรคำนึงถึงประเด็นต่างๆเหล่านี้ให้รอบคอบเพื่อจะสามารถเลือกใช้การเสริมแรงที่เหมาะสมกับสถานการณ์และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร

    รัญชริดา มะนุ่น 12590067

    ตอบลบ
  32. 1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
    2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
    3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนหนึ่งกลับออกจากสำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานดังกล่าวยิ่งกลับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อมาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลักเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์และเปลืองค่าแอร์และค่าไฟฟ้าโดยใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยเลิกให้คำชมพนักงานคนนั้นเมื่อพนักงานรับรู้ว่าผู้บริหารจงใจเลิกให้คำชมย่อมทำให้พนักงานคนดังกล่าวกลับบ้านเร็วขึ้นหรืออีกกรณีที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในชั้นเรียนของนิสิตนักศึกษาโดยทั่วไปคือการคุยกันเองของนักศึกษาจนกระทั่งรบกวนการเรียนการสอนอาจารย์ผู้สอนอาจใช้วิธีหยุดพูดเช่นกันซึ่งเมื่อหยุดพูดนักศึกษาจะรับรู้ได้เองว่าตนเองควรหยุดพูดกรณีนี้ก็นับว่าเป็นการทำให้สูญสิ้นอีกรูปแบบหนึ่ง
    4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น

    นายดนุสรณ์ เลิศเศรษฐี 12590028

    ตอบลบ
  33. ทฤษฎีการเสริมแรงแสดงให้เห็นถึงแนวคิดที่สำคัญประการหนึ่งในการทางพฤติกรรมหรือบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเองและสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลนั้นดังนั้นการที่จะทำให้บุคคลมีพฤติกรรมที่พึงประสงค์สามารถทำได้โดยการทำให้บุคคลนั้นได้รับประสบการณ์ในรูปแบบที่ตนเองเคยประสบมาแล้วซึ่งจะส่งผลให้บุคคลมีพฤติกรรมในรูปแบบที่เป็นไปตามความต้องการได้การทำให้บุคคลได้รับประสบการณ์ตามทฤษฎีการเสริมแรงสามารถทำได้ 4 กรณีดังนี้ 1 การเสริมแรงทางบวกหากบุคคลเรียนรู้ว่าแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวกบุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้สำเร็จเรียบร้อยตามกำหนดการแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกจะได้รับ คำชมเชยได้รับรางวัล 2 การเสริมแรงทางลบตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็น ต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจะจนเสร็จงาน ก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับคำบ่นอีกหรือคำประชดจากหัวหน้าพนักงานจึงต้องร่วมมือกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพียงกัน 3 การทำให้สูญสิ้นการทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนนึงกลับออกจาก สำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานคนดังกล่าวยิ่งกับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อ มาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลังเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์หรือเปลืองค่าแอร์และค่าไฟโดยไม่ใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยฤกษ์ให้คำชมพนักงานคนนั้น
    (นายนภนต์ เจียรนัย 12590040)

    ตอบลบ
  34. ทฤษฎีการเสริมแรง แสดงแนวคิดว่าบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่กับตนเอง และสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลอื่น การทำให้พนักงานบรรลุผลสำเร็จขององค์กรตามทฤษฎีการเสริมแรง สามารถทำได้ใน 4 กรณี
    1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
    2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
    3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคล
    4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น
    ทฤษฎีการเสริมแรงทั้ง 4 กรณีนี้ จะพิจารณาได้วว่าการเสริมแรงทั้งทางบวกและทางลบเป็นวิธีการในการเพิ่มพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ดังนั้น ผู้บริหารควรคำนึงถึงประเด็นต่างๆเหล่านี้ให้รอบคอบเพื่อจะสามารถเลือกใช้การเสริมแรงที่เหมาะสมกับสถานการณ์และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร
    (ธนพล โชครัตน์ประภา 12590033)

    ตอบลบ
  35. ทฤษฎีการเสริมแรงแสดงให้เห็นถึงแนวคิดที่สำคัญประการหนึ่งในการทางพฤติกรรมหรือบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเองและสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลนั้นดังนั้นการที่จะทำให้บุคคลมีพฤติกรรมที่พึงประสงค์สามารถทำได้โดยการทำให้บุคคลนั้นได้รับประสบการณ์ในรูปแบบที่ตนเองเคยประสบมาแล้วซึ่งจะส่งผลให้บุคคลมีพฤติกรรมในรูปแบบที่เป็นไปตามความต้องการได้การทำให้บุคคลได้รับประสบการณ์ตามทฤษฎีการเสริมแรงสามารถทำได้ 4 กรณีดังนี้ 1 การเสริมแรงทางบวกหากบุคคลเรียนรู้ว่าแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวกบุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้สำเร็จเรียบร้อยตามกำหนดการแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกจะได้รับ คำชมเชยได้รับรางวัล 2 การเสริมแรงทางลบตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็น ต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจะจนเสร็จงาน ก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับคำบ่นอีกหรือคำประชดจากหัวหน้าพนักงานจึงต้องร่วมมือกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพียงกัน 3 การทำให้สูญสิ้นการทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนนึงกลับออกจาก สำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานคนดังกล่าวยิ่งกับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อ มาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลังเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์หรือเปลืองค่าแอร์และค่าไฟโดยไม่ใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยฤกษ์ให้คำชมพนักงานคนนั้น
    (วิลาสินี เกตุแก้ว 12590073)

    ตอบลบ

  36. ทฤษฎีการเสริมแรง แสดงแนวคิดว่าบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเอง และสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลนั้น โดยทฤษฎีเสริมแรงสามารถทำได้ 4 กรณี ดังนี้
    1.การเสริมแรงทางบวก หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่ประสงค์ หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆ
    2.การเสริมแรงทางลบ เช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติ หากไม่ร่วมมือกัน ก็อาจโดนหัวหน้าบ่นหรือประชด
    3.การทำให้สูญสิ้น สามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้าน
    4.การลงโทษ เช่นใครมาสายเกิดเวลากำหนด จะไม่ได้รับโบนัส
    ดังนั้นจะสร้างวัฒนธรรมการปฏิบัติงานให้แก่พนักงานเพื่อบรรลุเป้าหมายขององค์กรโดยการใช้การเสริมแรงบวกและแรงลบ ในการเพิ่มพฤติกรรมที่พึงประสงค์ และใช้การทำให้สูญสิ้นและลงโทษ ในการลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์
    (ชนาวาส บัววงค์ 12590013)

    ตอบลบ
  37. ทฤษฎีการเสริมแรง แสดงแนวคิดว่าบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่กับตนเอง และสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลอื่น การทำให้พนักงานบรรลุผลสำเร็จขององค์กรตามทฤษฎีการเสริมแรง สามารถทำได้ใน 4 กรณี
    1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
    2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
    3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคล
    4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น
    ทฤษฎีการเสริมแรงทั้ง 4 กรณีนี้ จะพิจารณาได้วว่าการเสริมแรงทั้งทางบวกและทางลบเป็นวิธีการในการเพิ่มพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ดังนั้น ผู้บริหารควรคำนึงถึงประเด็นต่างๆเหล่านี้ให้รอบคอบเพื่อจะสามารถเลือกใช้การเสริมแรงที่เหมาะสมกับสถานการณ์และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร
    (อังคณา พิทักษ์สุข 12590104)

    ตอบลบ
  38. 1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
    2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
    3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนหนึ่งกลับออกจากสำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานดังกล่าวยิ่งกลับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อมาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลักเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์และเปลืองค่าแอร์และค่าไฟฟ้าโดยใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยเลิกให้คำชมพนักงานคนนั้นเมื่อพนักงานรับรู้ว่าผู้บริหารจงใจเลิกให้คำชมย่อมทำให้พนักงานคนดังกล่าวกลับบ้านเร็วขึ้นหรืออีกกรณีที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในชั้นเรียนของนิสิตนักศึกษาโดยทั่วไปคือการคุยกันเองของนักศึกษาจนกระทั่งรบกวนการเรียนการสอนอาจารย์ผู้สอนอาจใช้วิธีหยุดพูดเช่นกันซึ่งเมื่อหยุดพูดนักศึกษาจะรับรู้ได้เองว่าตนเองควรหยุดพูดกรณีนี้ก็นับว่าเป็นการทำให้สูญสิ้นอีกรูปแบบหนึ่ง
    4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น
    (น.ส.ดารารัตน์ ดาสาลี 12590030)

    ตอบลบ

  39. 1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
    2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
    3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนหนึ่งกลับออกจากสำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานดังกล่าวยิ่งกลับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อมาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลักเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์และเปลืองค่าแอร์และค่าไฟฟ้าโดยใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยเลิกให้คำชมพนักงานคนนั้นเมื่อพนักงานรับรู้ว่าผู้บริหารจงใจเลิกให้คำชมย่อมทำให้พนักงานคนดังกล่าวกลับบ้านเร็วขึ้นหรืออีกกรณีที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในชั้นเรียนของนิสิตนักศึกษาโดยทั่วไปคือการคุยกันเองของนักศึกษาจนกระทั่งรบกวนการเรียนการสอนอาจารย์ผู้สอนอาจใช้วิธีหยุดพูดเช่นกันซึ่งเมื่อหยุดพูดนักศึกษาจะรับรู้ได้เองว่าตนเองควรหยุดพูดกรณีนี้ก็นับว่าเป็นการทำให้สูญสิ้นอีกรูปแบบหนึ่ง
    4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น
    (พงศธร ศิริสมบูรณ์ 12590052)

    ตอบลบ
  40. ทฤษฎีการเสริมแรงของสกินเนอร์ (Reinforcement theories of motivation) สกินเนอร์ได้นำเสนอการใช้การเสริมแรงเพื่อการจูงใจบุคคลให้เกิดพฤติกรรมใหม่ ทำพฤติกรรมซ้ำหรือหยุดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ ตั้งเป็น law of effect โดยมองการเสริมแรงเป็น 2 ด้าน ได้แก่
    1. การเสริมแรงทางบวก (Positive reinforcement) เป็นการให้ผลตอบแทนในสิ่งที่บุคคลอยากได้ เช่น เงิน คำยกย่อง ความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน การเพิ่มสวัสดิการ การให้วันหยุด เป็นต้น เพื่อจูงใจให้บุคลเกิดแรงจูงใจที่จะกระทำพฤติกรรมพึงประสงค์ต่าง ๆ
    2. การเสริมแรงทางลบ (Negative reinforcement) เป็นการไม่ให้ผลตอบแทนที่บุคคลไม่อยากได้ โดยมีการกำหนดพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่ต้องไม่กระทำและบทลงโทษต่าง ๆ เช่น ไล่ออก ตัดเงินเดือน ตักเตือน โดยที่หากบุคคลกระทำแต่พฤติกรรมพึงประสงค์ ก็จะไม่ให้ผลตอบแทนทางลบแก่ผู้นั้น

    (ศิฌาวี เรือนปัญจะ 12590078)

    ตอบลบ
  41. ทฤษฎีการเสริมแรงแสดงให้เห็นถึงแนวคิดที่สำคัญประการหนึ่งในการทางพฤติกรรมหรือบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเองและสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลนั้นดังนั้นการที่จะทำให้บุคคลมีพฤติกรรมที่พึงประสงค์สามารถทำได้โดยการทำให้บุคคลนั้นได้รับประสบการณ์ในรูปแบบที่ตนเองเคยประสบมาแล้วซึ่งจะส่งผลให้บุคคลมีพฤติกรรมในรูปแบบที่เป็นไปตามความต้องการได้การทำให้บุคคลได้รับประสบการณ์ตามทฤษฎีการเสริมแรงสามารถทำได้ 4 กรณีดังนี้ 1 การเสริมแรงทางบวกหากบุคคลเรียนรู้ว่าแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวกบุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้สำเร็จเรียบร้อยตามกำหนดการแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกจะได้รับ คำชมเชยได้รับรางวัล 2 การเสริมแรงทางลบตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็น ต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจะจนเสร็จงาน ก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับคำบ่นอีกหรือคำประชดจากหัวหน้าพนักงานจึงต้องร่วมมือกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพียงกัน 3 การทำให้สูญสิ้นการทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนนึงกลับออกจาก สำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานคนดังกล่าวยิ่งกับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อ มาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลังเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์หรือเปลืองค่าแอร์และค่าไฟโดยไม่ใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยฤกษ์ให้คำชมพนักงานคนนั้น
    (สุรีรัตน์ ศักดิ์ภิรมย์ 12590954)

    ตอบลบ
  42. ทฤษฎีการเสริมแรง แสดงแนวคิดว่าบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่กับตนเอง และสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลอื่น การทำให้พนักงานบรรลุผลสำเร็จขององค์กรตามทฤษฎีการเสริมแรง สามารถทำได้ใน 4 กรณี
    1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
    2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
    3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคล
    4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น
    ทฤษฎีการเสริมแรงทั้ง 4 กรณีนี้ จะพิจารณาได้วว่าการเสริมแรงทั้งทางบวกและทางลบเป็นวิธีการในการเพิ่มพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ดังนั้น ผู้บริหารควรคำนึงถึงประเด็นต่างๆเหล่านี้ให้รอบคอบเพื่อจะสามารถเลือกใช้การเสริมแรงที่เหมาะสมกับสถานการณ์และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร

    กุลปริยา แย้มเกษร 12590005

    ตอบลบ
  43. ทฤษฎีความเสมอภาค (equity theory)
    J. Stacy Adams เป็นผู้พัฒนาทฤษฎีนี้ โดยมีพื้นฐานความคิดว่า บุคคลย่อมแสวงหาความเสมอภาคทางสังคมโดยพิจารณาผลตอบแทนที่ได้รับ (output) กับตัวป้อน (input) คือพฤติกรรมและคุณสมบัติในตัวที่เขาใส่ให้กับงาน ความเสมอภาคจะมีเพียงใดขึ้นอยู่กับการเปรียบเทียบการรับรู้ความสอดคล้องระหว่างตัวป้อนต่อผลตอบแทน (perceived inputs to outputs) เมื่อเราทราบระดับการรับรู้ความเสมอภาคของบุคคลใด ก็สามารถทำนายพฤติกรรมการทำงานของเขาได้
    (นางสาวอรวี ศรีวิโน 12590103)

    ตอบลบ
  44. ทฤษฎีเสริมแรง แสดงแนวคิดว่าบุคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเอง ส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคล
    1. การเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำ ๆ เช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
    2. การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบ เช่น ในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
    3. การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคล เช่น ถ้าพนักงานคนหนึ่งกลับออกจากสำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานดังกล่าวยิ่งกลับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อมาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลักเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์และเปลืองค่าแอร์และค่าไฟฟ้าโดยใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยเลิกให้คำชมพนักงานคนนั้นเมื่อพนักงานรับรู้ว่าผู้บริหารจงใจเลิกให้คำชมย่อมทำให้พนักงานคนดังกล่าวกลับบ้านเร็วขึ้นหรืออีกกรณีที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในชั้นเรียนของนิสิตนักศึกษาโดยทั่วไปคือการคุยกันเองของนักศึกษาจนกระทั่งรบกวนการเรียนการสอนอาจารย์ผู้สอนอาจใช้วิธีหยุดพูดเช่นกันซึ่งเมื่อหยุดพูดนักศึกษาจะรับรู้ได้เองว่าตนเองควรหยุดพูดกรณีนี้ก็นับว่าเป็นการทำให้สูญสิ้นอีกรูปแบบหนึ่ง
    4. การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปี เป็นต้น

    (นางสาวกชกร เดชกำแหง 12590001)

    ตอบลบ
  45. ทฤษฎีการเสริมแรง
    1.ดูการเสริมแรงทางบวก หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
    2.การเสริมแรงทางลบ ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
    3.การทำให้สูญสิ้น การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนหนึ่งกลับออกจากสำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานดังกล่าวยิ่งกลับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อมาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลักเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์และเปลืองค่าแอร์และค่าไฟฟ้าโดยใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยเลิกให้คำชมพนักงานคนนั้นเมื่อพนักงานรับรู้ว่าผู้บริหารจงใจเลิกให้คำชมย่อมทำให้พนักงานคนดังกล่าวกลับบ้านเร็วขึ้นหรืออีกกรณีที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในชั้นเรียนของนิสิตนักศึกษาโดยทั่วไปคือการคุยกันเองของนักศึกษาจนกระทั่งรบกวนการเรียนการสอนอาจารย์ผู้สอนอาจใช้วิธีหยุดพูดเช่นกันซึ่งเมื่อหยุดพูดนักศึกษาจะรับรู้ได้เองว่าตนเองควรหยุดพูดกรณีนี้ก็นับว่าเป็นการทำให้สูญสิ้นอีกรูปแบบหนึ่ง
    4.การลงโทษ การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า5ครั้งใน1เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น
    (นางสาวศศิประภา ผาดศรี 12590075)

    ตอบลบ
  46. ทฤษฎีการเสริมแรง แสดงแนวคิดว่าบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่กับตนเอง และสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลอื่น การทำให้พนักงานบรรลุผลสำเร็จขององค์กรตามทฤษฎีการเสริมแรง สามารถทำได้ใน 4 กรณี
    1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
    2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
    3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคล
    4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น
    ทฤษฎีการเสริมแรงทั้ง 4 กรณีนี้ จะพิจารณาได้วว่าการเสริมแรงทั้งทางบวกและทางลบเป็นวิธีการในการเพิ่มพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ดังนั้น ผู้บริหารควรคำนึงถึงประเด็นต่างๆเหล่านี้ให้รอบคอบเพื่อจะสามารถเลือกใช้การเสริมแรงที่เหมาะสมกับสถานการณ์และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร
    (นางสาวคณภัทร์ ศิริโยธิน 12590108)

    ตอบลบ

  47. 1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
    2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
    3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนหนึ่งกลับออกจากสำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานดังกล่าวยิ่งกลับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อมาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลักเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์และเปลืองค่าแอร์และค่าไฟฟ้าโดยใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยเลิกให้คำชมพนักงานคนนั้นเมื่อพนักงานรับรู้ว่าผู้บริหารจงใจเลิกให้คำชมย่อมทำให้พนักงานคนดังกล่าวกลับบ้านเร็วขึ้นหรืออีกกรณีที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในชั้นเรียนของนิสิตนักศึกษาโดยทั่วไปคือการคุยกันเองของนักศึกษาจนกระทั่งรบกวนการเรียนการสอนอาจารย์ผู้สอนอาจใช้วิธีหยุดพูดเช่นกันซึ่งเมื่อหยุดพูดนักศึกษาจะรับรู้ได้เองว่าตนเองควรหยุดพูดกรณีนี้ก็นับว่าเป็นการทำให้สูญสิ้นอีกรูปแบบหนึ่ง
    4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น
    (นางสาวสิตานัน หรุ่นทอง 12590082)

    ตอบลบ
  48. ทฤษฎีการเสริมแรงของสกินเนอร์ (Reinforcement theories of motivation) ได้นำเสนอการใช้การเสริมแรงเพื่อการจูงใจบุคคลให้เกิดพฤติกรรมใหม่ ทำพฤติกรรมซ้ำหรือหยุดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ ตั้งเป็น law of effect โดยมองการเสริมแรงเป็น 2 ด้าน ได้แก่
    1.การเสริมแรงทางบวก เป็นการให้ผลตอบแทนในสิ่งที่บุคคลอยากได้ เช่น เงิน คำยกย่อง ความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน การเพิ่มสวัสดิการ การให้วันหยุด เพื่อจูงใจให้ บุคคลเกิดแรงจูงใจที่จะกระทำพฤติกรรมพึงประสงค์ต่างๆ
    2.การเสริมแรงทางลบ เป็นการไม่ให้ผลตอบแทนที่บุคคลไม่อยากได้ โดยมีการกำหนดพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่ต้องไม่กระทำและบทลงโทษต่างๆ เช่น ไล่ออก ตัดเงินเดือน ตักเตือน โดยที่หากบุคคลกระทำแต่พฤติกรรมพึงประสงค์ ก็จะไม่ให้ผลตอบแทนทางลบแก่ผู้นั้น

    เราสามารถสร้างวัฒนธรรมการปฏิบัติงานให้แก่พนักงานเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จขององค์กรได้ดังนี้
    1.การให้อย่างต่อเนื่อง (continuous reinforcement) เป็นการให้การเสริมแรงทางบวกอย่างต่อเนื่องทุกครั้งที่ทำพฤติกรรมที่กำหนดไว้
    2.การให้ตามปริมาณงาน (Fixed Ratio) เป็นการให้การเสริมแรงตามปริมาณงานที่บุคคลกระทำ หรือการจ่ายค่าตอบแทนการทำงานเป็นชิ้น เช่น ยกของได้ชิ้นละ 10 บาท ยกของไป 30 ชิ้นก็จะได้ 300 บาท หากต้องการผลตอบแทนมากก็จะทำงานมาก หากมีความต้องการไม่มากก็จะกระทำเพียงเท่าที่ต้องการเท่านั้น
    3.การให้ตามระยะเวลา (Fixed Interval) เป็นการให้การเสริมแรงเมื่อบุคคลกระทำพฤติกรรมพึงประสงค์ตามระยะเวลาที่แน่นอน เช่น ทุก 2 สัปดาห์ ทุกเดือน เช่น ค่าจ้าง เงินเดือน ซึ่งทำให้บุคคลกระทำพฤติกรรมในระดับคงที่ และจะแสดงพฤติกรรมพึงประสงค์ได้ให้เกิดขึ้นมากในช่วงใกล้วันรับค่าตอบแทน
    4.การให้ตามปริมาณงานยืดหยุ่น (Variable Ratio) เป็นการให้ตามปริมาณงานแต่ไม่กำหนดตายตัว โดยอาจพิจารณาในด้านคุณภาพร่วมด้วย เช่น พนักงานขายนำเสนอสินค้ากับลูกค้า 10 ราย อาจขายได้ 1 ราย หรือ 5 รายก็ได้โดยยิ่งกระทำมากก็มีโอกาสได้ผลตอบแทนมากขึ้น
    5.การให้ตามระยะเวลายืดหยุ่น (Variable Interval) เป็นการให้การเสริมแรงโดยให้ตามเวลาแต่ไม่มีการกำหนดแน่นอน อาจให้หรือไม่ให้ก็ได้ เและป็นการจูงใจให้บุคคลทำพฤติกรรมพึงประสงค์อย่างต่อเนื่องโดยไม่อาจคาดเดาได้ว่าจะได้รับผลตอบแทนเมื่อใด เช่น การให้รางวัลกับพนักงานดีเด่นเฉพาะในวาระพิเศษเท่านั้น
    (ณัฐฌา ปักกัง 12590019)

    ตอบลบ
  49. ทฤษฎีการเสริมแรง (Reinforcement Theory)
    1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
    2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
    3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคล
    4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น (ศุภิสรา นรินยา 12590717)

    ตอบลบ
  50. ทฤษฎีการเสริมแรง แสดงแนวคิดว่าบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเอง และสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลนั้น โดยทฤษฎีเสริมแรงสามารถทำได้ 4 กรณี ดังนี้
    1.การเสริมแรงทางบวก หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่ประสงค์ หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆ
    2.การเสริมแรงทางลบ เช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติ หากไม่ร่วมมือกัน ก็อาจโดนหัวหน้าบ่นหรือประชด
    3.การทำให้สูญสิ้น สามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้าน
    4.การลงโทษ เช่นใครมาสายเกิดเวลากำหนด จะไม่ได้รับโบนัส
    ดังนั้นจะสร้างวัฒนธรรมการปฏิบัติงานให้แก่พนักงานเพื่อบรรลุเป้าหมายขององค์กรโดยการใช้การเสริมแรงบวกและแรงลบ ในการเพิ่มพฤติกรรมที่พึงประสงค์ และใช้การทำให้สูญสิ้นและลงโทษ ในการลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์
    (จุฬาลักษณ์ สกุลวงวาร 12590010)

    ตอบลบ
  51. ทฤษฎีการเสริมแรงของสกินเนอร์ (Reinforcement theories of motivation) ได้นำเสนอการใช้การเสริมแรงเพื่อการจูงใจบุคคลให้เกิดพฤติกรรมใหม่ ทำพฤติกรรมซ้ำหรือหยุดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ ตั้งเป็น law of effect โดยมองการเสริมแรงเป็น 2 ด้าน ได้แก่
    1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
    2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
    3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนหนึ่งกลับออกจากสำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานดังกล่าวยิ่งกลับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อมาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลักเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์และเปลืองค่าแอร์และค่าไฟฟ้าโดยใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยเลิกให้คำชมพนักงานคนนั้นเมื่อพนักงานรับรู้ว่าผู้บริหารจงใจเลิกให้คำชมย่อมทำให้พนักงานคนดังกล่าวกลับบ้านเร็วขึ้นหรืออีกกรณีที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในชั้นเรียนของนิสิตนักศึกษาโดยทั่วไปคือการคุยกันเองของนักศึกษาจนกระทั่งรบกวนการเรียนการสอนอาจารย์ผู้สอนอาจใช้วิธีหยุดพูดเช่นกันซึ่งเมื่อหยุดพูดนักศึกษาจะรับรู้ได้เองว่าตนเองควรหยุดพูดกรณีนี้ก็นับว่าเป็นการทำให้สูญสิ้นอีกรูปแบบหนึ่ง
    4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น
    (ภัทรานิษฐ์ กุญแจทอง 12590059)

    ตอบลบ
  52. ทฤษฎีการเสริมแรง แสดงแนวคิดว่าบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่กับตนเอง และสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลอื่น การทำให้พนักงานบรรลุผลสำเร็จขององค์กรตามทฤษฎีการเสริมแรง สามารถทำได้ใน 4 กรณี
    1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
    2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
    3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคล
    4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น
    ทฤษฎีการเสริมแรงทั้ง 4 กรณีนี้ จะพิจารณาได้วว่าการเสริมแรงทั้งทางบวกและทางลบเป็นวิธีการในการเพิ่มพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ดังนั้น ผู้บริหารควรคำนึงถึงประเด็นต่างๆเหล่านี้ให้รอบคอบเพื่อจะสามารถเลือกใช้การเสริมแรงที่เหมาะสมกับสถานการณ์และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร
    (สุรีรัตน์ สระเกตุ 12590098)

    ตอบลบ
  53. ทฤษฎีการเสริมแรง
    1.ดูการเสริมแรงทางบวก หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
    2.การเสริมแรงทางลบ ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
    3.การทำให้สูญสิ้น การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนหนึ่งกลับออกจากสำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานดังกล่าวยิ่งกลับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อมาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลักเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์และเปลืองค่าแอร์และค่าไฟฟ้าโดยใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยเลิกให้คำชมพนักงานคนนั้นเมื่อพนักงานรับรู้ว่าผู้บริหารจงใจเลิกให้คำชมย่อมทำให้พนักงานคนดังกล่าวกลับบ้านเร็วขึ้นหรืออีกกรณีที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในชั้นเรียนของนิสิตนักศึกษาโดยทั่วไปคือการคุยกันเองของนักศึกษาจนกระทั่งรบกวนการเรียนการสอนอาจารย์ผู้สอนอาจใช้วิธีหยุดพูดเช่นกันซึ่งเมื่อหยุดพูดนักศึกษาจะรับรู้ได้เองว่าตนเองควรหยุดพูดกรณีนี้ก็นับว่าเป็นการทำให้สูญสิ้นอีกรูปแบบหนึ่ง
    4.การลงโทษ การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า5ครั้งใน1เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น
    (นางสาวสุชานรี เวียนมานะ 12590089)

    ตอบลบ
  54. ทฤษฎีการเสริมแรง แสดงแนวคิดว่าบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่กับตนเอง และสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลอื่น การทำให้พนักงานบรรลุผลสำเร็จขององค์กรตามทฤษฎีการเสริมแรง สามารถทำได้ใน 4 กรณี
    1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
    2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
    3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคล
    4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น
    ทฤษฎีการเสริมแรงทั้ง 4 กรณีนี้ จะพิจารณาได้วว่าการเสริมแรงทั้งทางบวกและทางลบเป็นวิธีการในการเพิ่มพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ดังนั้น ผู้บริหารควรคำนึงถึงประเด็นต่างๆเหล่านี้ให้รอบคอบเพื่อจะสามารถเลือกใช้การเสริมแรงที่เหมาะสมกับสถานการณ์และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร
    (ณัฐนพิน ชินวัฒนา 12590021)

    ตอบลบ
  55. 1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
    2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
    3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนหนึ่งกลับออกจากสำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานดังกล่าวยิ่งกลับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อมาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลักเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์และเปลืองค่าแอร์และค่าไฟฟ้าโดยใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยเลิกให้คำชมพนักงานคนนั้นเมื่อพนักงานรับรู้ว่าผู้บริหารจงใจเลิกให้คำชมย่อมทำให้พนักงานคนดังกล่าวกลับบ้านเร็วขึ้นหรืออีกกรณีที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในชั้นเรียนของนิสิตนักศึกษาโดยทั่วไปคือการคุยกันเองของนักศึกษาจนกระทั่งรบกวนการเรียนการสอนอาจารย์ผู้สอนอาจใช้วิธีหยุดพูดเช่นกันซึ่งเมื่อหยุดพูดนักศึกษาจะรับรู้ได้เองว่าตนเองควรหยุดพูดกรณีนี้ก็นับว่าเป็นการทำให้สูญสิ้นอีกรูปแบบหนึ่ง
    4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น
    (นางสาวชุติกาญจน์ ปานดารา 12590016)

    ตอบลบ
  56. ทฤษฎีการเสริมแรง
    1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
    2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
    3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนหนึ่งกลับออกจากสำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานดังกล่าวยิ่งกลับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อมาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลักเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์และเปลืองค่าแอร์และค่าไฟฟ้าโดยใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยเลิกให้คำชมพนักงานคนนั้นเมื่อพนักงานรับรู้ว่าผู้บริหารจงใจเลิกให้คำชมย่อมทำให้พนักงานคนดังกล่าวกลับบ้านเร็วขึ้นหรืออีกกรณีที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในชั้นเรียนของนิสิตนักศึกษาโดยทั่วไปคือการคุยกันเองของนักศึกษาจนกระทั่งรบกวนการเรียนการสอนอาจารย์ผู้สอนอาจใช้วิธีหยุดพูดเช่นกันซึ่งเมื่อหยุดพูดนักศึกษาจะรับรู้ได้เองว่าตนเองควรหยุดพูดกรณีนี้ก็นับว่าเป็นการทำให้สูญสิ้นอีกรูปแบบหนึ่ง
    4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น
    (วริศ เอี๊ยวชัยพร 070)

    ตอบลบ

  57. ทฤษฎีการเสริมแรง แสดงแนวคิดว่าบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่กับตนเอง และสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลอื่น การทำให้พนักงานบรรลุผลสำเร็จขององค์กรตามทฤษฎีการเสริมแรง สามารถทำได้ใน 4 กรณี
    1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
    2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
    3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคล
    4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินกว่า 5 ครั้งใน 1 เดือน จะไม่ได้รับโบนัสประจำปี เป็นต้น ดังนั้น ผู้บริหารควรคำนึงถึงประเด็นต่างๆเหล่านี้ให้รอบคอบเพื่อจะสามารถเลือกใช้การเสริมแรงที่เหมาะสมกับสถานการณ์และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร
    (ปาลิตา มนัสปัญญากุล 12590049)

    ตอบลบ
  58. -ทฤษฎีการเสริมแรงของสกินเนอร์ (Reinforcement theories of motivation) ได้นำเสนอการใช้การเสริมแรงเพื่อการจูงใจบุคคลให้เกิดพฤติกรรมใหม่ ทำพฤติกรรมซ้ำหรือหยุดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ ตั้งเป็น law of effect โดยมองการเสริมแรงเป็น 2 ด้าน ได้แก่
    1.การเสริมแรงทางบวก เป็นการให้ผลตอบแทนในสิ่งที่บุคคลอยากได้ เช่น เงิน คำยกย่อง ความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน การเพิ่มสวัสดิการ การให้วันหยุด เพื่อจูงใจให้ บุคคลเกิดแรงจูงใจที่จะกระทำพฤติกรรมพึงประสงค์ต่างๆ
    2.การเสริมแรงทางลบ เป็นการไม่ให้ผลตอบแทนที่บุคคลไม่อยากได้ โดยมีการกำหนดพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่ต้องไม่กระทำและบทลงโทษต่างๆ เช่น ไล่ออก ตัดเงินเดือน ตักเตือน โดยที่หากบุคคลกระทำแต่พฤติกรรมพึงประสงค์ ก็จะไม่ให้ผลตอบแทนทางลบแก่ผู้นั้น
    -เราสามารถสร้างวัฒนธรรมการปฏิบัติงานให้แก่พนักงานเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จขององค์กรได้ดังนี้
    1.การให้อย่างต่อเนื่อง (continuous reinforcement) เป็นการให้การเสริมแรงทางบวกอย่างต่อเนื่องทุกครั้งที่ทำพฤติกรรมที่กำหนดไว้
    2.การให้ตามปริมาณงาน (Fixed Ratio) เป็นการให้การเสริมแรงตามปริมาณงานที่บุคคลกระทำ หรือการจ่ายค่าตอบแทนการทำงานเป็นชิ้น เช่น ยกของได้ชิ้นละ 10 บาท ยกของไป 30 ชิ้นก็จะได้ 300 บาท หากต้องการผลตอบแทนมากก็จะทำงานมาก หากมีความต้องการไม่มากก็จะกระทำเพียงเท่าที่ต้องการเท่านั้น
    3.การให้ตามระยะเวลา (Fixed Interval) เป็นการให้การเสริมแรงเมื่อบุคคลกระทำพฤติกรรมพึงประสงค์ตามระยะเวลาที่แน่นอน เช่น ทุก 2 สัปดาห์ ทุกเดือน เช่น ค่าจ้าง เงินเดือน ซึ่งทำให้บุคคลกระทำพฤติกรรมในระดับคงที่ และจะแสดงพฤติกรรมพึงประสงค์ได้ให้เกิดขึ้นมากในช่วงใกล้วันรับค่าตอบแทน
    4.การให้ตามปริมาณงานยืดหยุ่น (Variable Ratio) เป็นการให้ตามปริมาณงานแต่ไม่กำหนดตายตัว โดยอาจพิจารณาในด้านคุณภาพร่วมด้วย เช่น พนักงานขายนำเสนอสินค้ากับลูกค้า 10 ราย อาจขายได้ 1 ราย หรือ 5 รายก็ได้โดยยิ่งกระทำมากก็มีโอกาสได้ผลตอบแทนมากขึ้น
    5.การให้ตามระยะเวลายืดหยุ่น (Variable Interval) เป็นการให้การเสริมแรงโดยให้ตามเวลาแต่ไม่มีการกำหนดแน่นอน อาจให้หรือไม่ให้ก็ได้ เช่น จ่ายเป็น 3 เดือนบ้าง 6 เดือนบ้าง เป็นการจูงใจให้บุคคลทำพฤติกรรมพึงประสงค์อย่างต่อเนื่องโดยไม่อาจคาดเดาได้ว่าจะได้รับผลตอบแทนเมื่อใด เช่น การให้รางวัลกับพนักงานดีเด่นเฉพาะในวาระพิเศษเท่านั้น

    (สมภพ ขุนทรง 12590079)

    ตอบลบ
  59. 1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
    2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
    3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนหนึ่งกลับออกจากสำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานดังกล่าวยิ่งกลับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อมาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลักเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์และเปลืองค่าแอร์และค่าไฟฟ้าโดยใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยเลิกให้คำชมพนักงานคนนั้นเมื่อพนักงานรับรู้ว่าผู้บริหารจงใจเลิกให้คำชมย่อมทำให้พนักงานคนดังกล่าวกลับบ้านเร็วขึ้นหรืออีกกรณีที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในชั้นเรียนของนิสิตนักศึกษาโดยทั่วไปคือการคุยกันเองของนักศึกษาจนกระทั่งรบกวนการเรียนการสอนอาจารย์ผู้สอนอาจใช้วิธีหยุดพูดเช่นกันซึ่งเมื่อหยุดพูดนักศึกษาจะรับรู้ได้เองว่าตนเองควรหยุดพูดกรณีนี้ก็นับว่าเป็นการทำให้สูญสิ้นอีกรูปแบบหนึ่ง
    4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น
    (ธนสิทธิ์ อาจอ่อนศรี 12590036)

    ตอบลบ
  60. 1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
    2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
    3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนหนึ่งกลับออกจากสำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานดังกล่าวยิ่งกลับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อมาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลักเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์และเปลืองค่าแอร์และค่าไฟฟ้าโดยใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยเลิกให้คำชมพนักงานคนนั้นเมื่อพนักงานรับรู้ว่าผู้บริหารจงใจเลิกให้คำชมย่อมทำให้พนักงานคนดังกล่าวกลับบ้านเร็วขึ้นหรืออีกกรณีที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในชั้นเรียนของนิสิตนักศึกษาโดยทั่วไปคือการคุยกันเองของนักศึกษาจนกระทั่งรบกวนการเรียนการสอนอาจารย์ผู้สอนอาจใช้วิธีหยุดพูดเช่นกันซึ่งเมื่อหยุดพูดนักศึกษาจะรับรู้ได้เองว่าตนเองควรหยุดพูดกรณีนี้ก็นับว่าเป็นการทำให้สูญสิ้นอีกรูปแบบหนึ่ง
    4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า5ครั้งใน1เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น
    (นางสาวเอเซีย พิทยาพละ 12590112)

    ตอบลบ