1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์ 2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ 3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนหนึ่งกลับออกจากสำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานดังกล่าวยิ่งกลับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อมาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลักเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์และเปลืองค่าแอร์และค่าไฟฟ้าโดยใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยเลิกให้คำชมพนักงานคนนั้นเมื่อพนักงานรับรู้ว่าผู้บริหารจงใจเลิกให้คำชมย่อมทำให้พนักงานคนดังกล่าวกลับบ้านเร็วขึ้นหรืออีกกรณีที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในชั้นเรียนของนิสิตนักศึกษาโดยทั่วไปคือการคุยกันเองของนักศึกษาจนกระทั่งรบกวนการเรียนการสอนอาจารย์ผู้สอนอาจใช้วิธีหยุดพูดเช่นกันซึ่งเมื่อหยุดพูดนักศึกษาจะรับรู้ได้เองว่าตนเองควรหยุดพูดกรณีนี้ก็นับว่าเป็นการทำให้สูญสิ้นอีกรูปแบบหนึ่ง4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น(นางสาวอัมรินทร์ เกมอ 12590105)
-ทฤษฎีการเสริมแรงของสกินเนอร์ (Reinforcement theories of motivation) ได้นำเสนอการใช้การเสริมแรงเพื่อการจูงใจบุคคลให้เกิดพฤติกรรมใหม่ ทำพฤติกรรมซ้ำหรือหยุดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ ตั้งเป็น law of effect โดยมองการเสริมแรงเป็น 2 ด้าน ได้แก่1.การเสริมแรงทางบวก เป็นการให้ผลตอบแทนในสิ่งที่บุคคลอยากได้ เช่น เงิน คำยกย่อง ความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน การเพิ่มสวัสดิการ การให้วันหยุด เพื่อจูงใจให้ บุคคลเกิดแรงจูงใจที่จะกระทำพฤติกรรมพึงประสงค์ต่างๆ2.การเสริมแรงทางลบ เป็นการไม่ให้ผลตอบแทนที่บุคคลไม่อยากได้ โดยมีการกำหนดพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่ต้องไม่กระทำและบทลงโทษต่างๆ เช่น ไล่ออก ตัดเงินเดือน ตักเตือน โดยที่หากบุคคลกระทำแต่พฤติกรรมพึงประสงค์ ก็จะไม่ให้ผลตอบแทนทางลบแก่ผู้นั้น-เราสามารถสร้างวัฒนธรรมการปฏิบัติงานให้แก่พนักงานเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จขององค์กรได้ดังนี้1.การให้อย่างต่อเนื่อง (continuous reinforcement) เป็นการให้การเสริมแรงทางบวกอย่างต่อเนื่องทุกครั้งที่ทำพฤติกรรมที่กำหนดไว้2.การให้ตามปริมาณงาน (Fixed Ratio) เป็นการให้การเสริมแรงตามปริมาณงานที่บุคคลกระทำ หรือการจ่ายค่าตอบแทนการทำงานเป็นชิ้น เช่น ยกของได้ชิ้นละ 10 บาท ยกของไป 30 ชิ้นก็จะได้ 300 บาท หากต้องการผลตอบแทนมากก็จะทำงานมาก หากมีความต้องการไม่มากก็จะกระทำเพียงเท่าที่ต้องการเท่านั้น3.การให้ตามระยะเวลา (Fixed Interval) เป็นการให้การเสริมแรงเมื่อบุคคลกระทำพฤติกรรมพึงประสงค์ตามระยะเวลาที่แน่นอน เช่น ทุก 2 สัปดาห์ ทุกเดือน เช่น ค่าจ้าง เงินเดือน ซึ่งทำให้บุคคลกระทำพฤติกรรมในระดับคงที่ และจะแสดงพฤติกรรมพึงประสงค์ได้ให้เกิดขึ้นมากในช่วงใกล้วันรับค่าตอบแทน4.การให้ตามปริมาณงานยืดหยุ่น (Variable Ratio) เป็นการให้ตามปริมาณงานแต่ไม่กำหนดตายตัว โดยอาจพิจารณาในด้านคุณภาพร่วมด้วย เช่น พนักงานขายนำเสนอสินค้ากับลูกค้า 10 ราย อาจขายได้ 1 ราย หรือ 5 รายก็ได้โดยยิ่งกระทำมากก็มีโอกาสได้ผลตอบแทนมากขึ้น 5.การให้ตามระยะเวลายืดหยุ่น (Variable Interval) เป็นการให้การเสริมแรงโดยให้ตามเวลาแต่ไม่มีการกำหนดแน่นอน อาจให้หรือไม่ให้ก็ได้ เช่น จ่ายเป็น 3 เดือนบ้าง 6 เดือนบ้าง เป็นการจูงใจให้บุคคลทำพฤติกรรมพึงประสงค์อย่างต่อเนื่องโดยไม่อาจคาดเดาได้ว่าจะได้รับผลตอบแทนเมื่อใด เช่น การให้รางวัลกับพนักงานดีเด่นเฉพาะในวาระพิเศษเท่านั้น(ปิยาภรณ์ ชินวงค์พรหม 12590051)
ทฤษฎีการเสริมแรงแสดงให้เห็นถึงแนวคิดที่สำคัญประการหนึ่งในการทางพฤติกรรมหรือบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเองและสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลนั้นดังนั้นการที่จะทำให้บุคคลมีพฤติกรรมที่พึงประสงค์สามารถทำได้โดยการทำให้บุคคลนั้นได้รับประสบการณ์ในรูปแบบที่ตนเองเคยประสบมาแล้วซึ่งจะส่งผลให้บุคคลมีพฤติกรรมในรูปแบบที่เป็นไปตามความต้องการได้การทำให้บุคคลได้รับประสบการณ์ตามทฤษฎีการเสริมแรงสามารถทำได้ 4 กรณีดังนี้ 1 การเสริมแรงทางบวกหากบุคคลเรียนรู้ว่าแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวกบุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้สำเร็จเรียบร้อยตามกำหนดการแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกจะได้รับ คำชมเชยได้รับรางวัล 2 การเสริมแรงทางลบตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็น ต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจะจนเสร็จงาน ก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับคำบ่นอีกหรือคำประชดจากหัวหน้าพนักงานจึงต้องร่วมมือกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพียงกัน 3 การทำให้สูญสิ้นการทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนนึงกลับออกจาก สำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานคนดังกล่าวยิ่งกับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อ มาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลังเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์หรือเปลืองค่าแอร์และค่าไฟโดยไม่ใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยฤกษ์ให้คำชมพนักงานคนนั้นน.ส.วราภรณ์ ขันสมบัติ 12590069
15. ท่านจะสร้างวัฒนธรรมการปฏิบัติงานให้แก่พนักงานเพื่อบรรลุผลสำเร็จขององค์กรอย่างไร จงอธิบายโดยใช้ทฤษฎีการเสริมแรงตอบ : ทฤษฎีการเสริมแรงของสกินเนอร์ (Reinforcement theories of motivation) ได้นำเสนอการใช้การเสริมแรงเพื่อการจูงใจบุคคลให้เกิดพฤติกรรมใหม่ ทำพฤติกรรมซ้ำหรือหยุดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ ตั้งเป็น law of effect โดยมองการเสริมแรงเป็น 2 ด้าน ได้แก่1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนหนึ่งกลับออกจากสำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานดังกล่าวยิ่งกลับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อมาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลักเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์และเปลืองค่าแอร์และค่าไฟฟ้าโดยใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยเลิกให้คำชมพนักงานคนนั้นเมื่อพนักงานรับรู้ว่าผู้บริหารจงใจเลิกให้คำชมย่อมทำให้พนักงานคนดังกล่าวกลับบ้านเร็วขึ้นหรืออีกกรณีที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในชั้นเรียนของนิสิตนักศึกษาโดยทั่วไปคือการคุยกันเองของนักศึกษาจนกระทั่งรบกวนการเรียนการสอนอาจารย์ผู้สอนอาจใช้วิธีหยุดพูดเช่นกันซึ่งเมื่อหยุดพูดนักศึกษาจะรับรู้ได้เองว่าตนเองควรหยุดพูดกรณีนี้ก็นับว่าเป็นการทำให้สูญสิ้นอีกรูปแบบหนึ่ง4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้นนางสาวสุดารัตน์ สุขสาม (รหัส 12590090)
ทฤษฎีการเสริมแรง แสดงแนวคิดว่าบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่กับตนเอง และสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลอื่น การทำให้พนักงานบรรลุผลสำเร็จขององค์กรตามทฤษฎีการเสริมแรง สามารถทำได้ใน 4 กรณี 1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์ 2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ 3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคล 4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น ทฤษฎีการเสริมแรงทั้ง 4 กรณีนี้ จะพิจารณาได้วว่าการเสริมแรงทั้งทางบวกและทางลบเป็นวิธีการในการเพิ่มพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ดังนั้น ผู้บริหารควรคำนึงถึงประเด็นต่างๆเหล่านี้ให้รอบคอบเพื่อจะสามารถเลือกใช้การเสริมแรงที่เหมาะสมกับสถานการณ์และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร(ชนกนาฎ สหทรัพย์เจริญ 12590012)
ทฤษฎีการเสริมแรง แสดงแนวคิดว่าบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเอง และสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลนั้น โดยทฤษฎีเสริมแรงสามารถทำได้ 4 กรณี ดังนี้1.การเสริมแรงทางบวก หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่ประสงค์ หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆ 2.การเสริมแรงทางลบ เช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติ หากไม่ร่วมมือกัน ก็อาจโดนหัวหน้าบ่นหรือประชด3.การทำให้สูญสิ้น สามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้าน4.การลงโทษ เช่นใครมาสายเกิดเวลากำหนด จะไม่ได้รับโบนัสดังนั้นจะสร้างวัฒนธรรมการปฏิบัติงานให้แก่พนักงานเพื่อบรรลุเป้าหมายขององค์กรโดยการใช้การเสริมแรงบวกและแรงลบ ในการเพิ่มพฤติกรรมที่พึงประสงค์ และใช้การทำให้สูญสิ้นและลงโทษ ในการลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์(อารียา ปานทอง 12590109)
ข้อที่ 15ทฤษฎีการเสริมแรงของสกินเนอร์ (Reinforcement theories of motivation) สกินเนอร์ได้นำเสนอการใช้การเสริมแรงเพื่อการจูงใจบุคคลให้เกิดพฤติกรรมใหม่ ทำพฤติกรรมซ้ำหรือหยุดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ ตั้งเป็น law of effect โดยมองการเสริมแรงเป็น 2 ด้าน ได้แก่1. การเสริมแรงทางบวก (Positive reinforcement) เป็นการให้ผลตอบแทนในสิ่งที่บุคคลอยากได้ เช่น เงิน คำยกย่อง ความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน การเพิ่มสวัสดิการ การให้วันหยุด เป็นต้น เพื่อจูงใจให้บุคลเกิดแรงจูงใจที่จะกระทำพฤติกรรมพึงประสงค์ต่าง ๆ2. การเสริมแรงทางลบ (Negative reinforcement) เป็นการไม่ให้ผลตอบแทนที่บุคคลไม่อยากได้ โดยมีการกำหนดพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่ต้องไม่กระทำและบทลงโทษต่าง ๆ เช่น ไล่ออก ตัดเงินเดือน ตักเตือน โดยที่หากบุคคลกระทำแต่พฤติกรรมพึงประสงค์ ก็จะไม่ให้ผลตอบแทนทางลบแก่ผู้นั้น (อรณิชา ศรีสมัย 1259102)
- ทฤษฎีการเสริมแรง (Reinforcement Theory)1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคล4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น(นางสาวสิริรัตน์ ศิริพรทุม 12590086)
1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนหนึ่งกลับออกจากสำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานดังกล่าวยิ่งกลับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อมาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลักเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์และเปลืองค่าแอร์และค่าไฟฟ้าโดยใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยเลิกให้คำชมพนักงานคนนั้นเมื่อพนักงานรับรู้ว่าผู้บริหารจงใจเลิกให้คำชมย่อมทำให้พนักงานคนดังกล่าวกลับบ้านเร็วขึ้นหรืออีกกรณีที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในชั้นเรียนของนิสิตนักศึกษาโดยทั่วไปคือการคุยกันเองของนักศึกษาจนกระทั่งรบกวนการเรียนการสอนอาจารย์ผู้สอนอาจใช้วิธีหยุดพูดเช่นกันซึ่งเมื่อหยุดพูดนักศึกษาจะรับรู้ได้เองว่าตนเองควรหยุดพูดกรณีนี้ก็นับว่าเป็นการทำให้สูญสิ้นอีกรูปแบบหนึ่ง4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น(นางสาวณัฐฐา จินตกวีพันธุ์ 12590020)
ทฤษฎีการเสริมแรงของสกินเนอร์ (Reinforcement theories of motivation) ได้นำเสนอการใช้การเสริมแรงเพื่อการจูงใจบุคคลให้เกิดพฤติกรรมใหม่ ทำพฤติกรรมซ้ำหรือหยุดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ ตั้งเป็น law of effect โดยมองการเสริมแรงเป็น 2 ด้าน ได้แก่1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนหนึ่งกลับออกจากสำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานดังกล่าวยิ่งกลับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อมาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลักเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์และเปลืองค่าแอร์และค่าไฟฟ้าโดยใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยเลิกให้คำชมพนักงานคนนั้นเมื่อพนักงานรับรู้ว่าผู้บริหารจงใจเลิกให้คำชมย่อมทำให้พนักงานคนดังกล่าวกลับบ้านเร็วขึ้นหรืออีกกรณีที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในชั้นเรียนของนิสิตนักศึกษาโดยทั่วไปคือการคุยกันเองของนักศึกษาจนกระทั่งรบกวนการเรียนการสอนอาจารย์ผู้สอนอาจใช้วิธีหยุดพูดเช่นกันซึ่งเมื่อหยุดพูดนักศึกษาจะรับรู้ได้เองว่าตนเองควรหยุดพูดกรณีนี้ก็นับว่าเป็นการทำให้สูญสิ้นอีกรูปแบบหนึ่ง4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น(นางสาวสิริกร ราชมณี12590084)
ทฤษฎีการเสริมแรง แสดงแนวคิดว่าบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเอง และสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลนั้น การทำให้บุคคลได้รับประสบการณ์ทฤษฎีการเสริมแรงสามารถทำได้ใน 4 กรณี ได้แก่1.การเสริมแรงทางบวก หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์ หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆ เช่น หากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวก เช่น ได้รับคำชมเชย ได้รางวัลพิเศษ หรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคต พนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีก เนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์2.การเสริมแรงทางลบตัวอย่างการเสริมแรงทางลบ เช่น ในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติ ถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จ ก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือ ดังนั้น เพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างาน พนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกัน การที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ3.การทำให้สูญสิ้นการทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคล เช่น ถ้าพนักงานคนหนึ่งกลับออกจากสำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้ง และพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยัน จึงเป็นเหตุให้พนักงานดังกล่าวยิ่งกลับช้าอย่างสม่ำเสมอ แต่หากต่อมาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลักเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์และเปลืองค่าแอร์และค่าไฟฟ้าโดยใช่เหตุ ผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยเลิกให้คำชมพนักงานคนนั้น เมื่อพนักงานรับรู้ว่าผู้บริหารจงใจเลิกให้คำชมย่อมทำให้พนักงานคนดังกล่าวกลับบ้านเร็วขึ้น หรืออีกกรณีที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในชั้นเรียนของนิสิตนักศึกษาโดยทั่วไป คือการคุยกันเองของนักศึกษา จนกระทั่งรบกวนการเรียนการสอนอาจารย์ผู้สอนอาจใช้วิธีหยุดพูดเช่นกัน ซึ่งเมื่อหยุดพูดนักศึกษาจะรับรู้ได้เองว่าตนเองควรหยุดพูดกรณีนี้ก็นับว่าเป็นการทำให้สูญสิ้นอีกรูปแบบหนึ่ง4.การลงโทษการลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงาน เช่น ผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปี เป็นต้น(นางสาวกรกนก จันทร์พันธุ์ 12590003)
1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนหนึ่งกลับออกจากสำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานดังกล่าวยิ่งกลับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อมาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลักเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์และเปลืองค่าแอร์และค่าไฟฟ้าโดยใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยเลิกให้คำชมพนักงานคนนั้นเมื่อพนักงานรับรู้ว่าผู้บริหารจงใจเลิกให้คำชมย่อมทำให้พนักงานคนดังกล่าวกลับบ้านเร็วขึ้นหรืออีกกรณีที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในชั้นเรียนของนิสิตนักศึกษาโดยทั่วไปคือการคุยกันเองของนักศึกษาจนกระทั่งรบกวนการเรียนการสอนอาจารย์ผู้สอนอาจใช้วิธีหยุดพูดเช่นกันซึ่งเมื่อหยุดพูดนักศึกษาจะรับรู้ได้เองว่าตนเองควรหยุดพูดกรณีนี้ก็นับว่าเป็นการทำให้สูญสิ้นอีกรูปแบบหนึ่ง4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น(นางสาว สรัสนันท์ บุญมี 12590080)
ทฤษฎีการเสริมแรง แสดงแนวคิดว่าบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่กับตนเอง และสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลอื่น การทำให้พนักงานบรรลุผลสำเร็จขององค์กรตามทฤษฎีการเสริมแรง สามารถทำได้ใน 4 กรณี1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคล4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้นทฤษฎีการเสริมแรงทั้ง 4 กรณีนี้ จะพิจารณาได้วว่าการเสริมแรงทั้งทางบวกและทางลบเป็นวิธีการในการเพิ่มพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ดังนั้น ผู้บริหารควรคำนึงถึงประเด็นต่างๆเหล่านี้ให้รอบคอบเพื่อจะสามารถเลือกใช้การเสริมแรงที่เหมาะสมกับสถานการณ์และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อองค์กรสุภัทษา สนธิช่วย 12590096
ทฤษฎีการเสริมแรงของสกินเนอร์ (Reinforcement theories of motivation) ได้นำเสนอการใช้การเสริมแรงเพื่อการจูงใจบุคคลให้เกิดพฤติกรรมใหม่ ทำพฤติกรรมซ้ำหรือหยุดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ ตั้งเป็น law of effect โดยมองการเสริมแรงเป็น 2 ด้าน ได้แก่1.การเสริมแรงทางบวก เป็นการให้ผลตอบแทนในสิ่งที่บุคคลอยากได้ เช่น เงิน คำยกย่อง ความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน การเพิ่มสวัสดิการ การให้วันหยุด เพื่อจูงใจให้ บุคคลเกิดแรงจูงใจที่จะกระทำพฤติกรรมพึงประสงค์ต่างๆ2.การเสริมแรงทางลบ เป็นการไม่ให้ผลตอบแทนที่บุคคลไม่อยากได้ โดยมีการกำหนดพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่ต้องไม่กระทำและบทลงโทษต่างๆ เช่น ไล่ออก ตัดเงินเดือน ตักเตือน โดยที่หากบุคคลกระทำแต่พฤติกรรมพึงประสงค์ ก็จะไม่ให้ผลตอบแทนทางลบแก่ผู้นั้น(นางสาวภิตติมาตุ์ เอื้ออรุณชัย 12590062)
ทฤษฎีการเสริมแรง แสดงแนวคิดว่าบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่กับตนเอง และสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลอื่น การทำให้พนักงานบรรลุผลสำเร็จขององค์กรตามทฤษฎีการเสริมแรง สามารถทำได้ใน 4 กรณี1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคล4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินกว่า 5 ครั้งใน 1 เดือน จะไม่ได้รับโบนัสประจำปี เป็นต้น ดังนั้น ผู้บริหารควรคำนึงถึงประเด็นต่างๆเหล่านี้ให้รอบคอบเพื่อจะสามารถเลือกใช้การเสริมแรงที่เหมาะสมกับสถานการณ์และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร(ศศิพิมพ์ ชัยกัลพัฒนา 12590076)
ทฤษฎีการเสริมแรง คือแนวคิดว่าบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเอง และสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลนั้น 1.การเสริมแรงทางบวก หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่ประสงค์ หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆ 2.การเสริมแรงทางลบ เช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติ หากไม่ร่วมมือกัน ก็อาจโดนหัวหน้าบ่นหรือประชด3.การทำให้สูญสิ้น สามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้าน4.การลงโทษ เช่นใครมาสายเกิดเวลากำหนด จะไม่ได้รับโบนัสดังนั้นจะสร้างวัฒนธรรมการปฏิบัติงานให้แก่พนักงานเพื่อบรรลุเป้าหมายขององค์กรโดยการใช้การเสริมแรงบวกและแรงลบ ในการเพิ่มพฤติกรรมที่พึงประสงค์ และใช้การทำให้สูญสิ้นและลงโทษ ในการลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์(อภิษฐา เนียมศิริ 12590101)
1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์ 2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ 3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนหนึ่งกลับออกจากสำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานดังกล่าวยิ่งกลับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อมาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลักเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์และเปลืองค่าแอร์และค่าไฟฟ้าโดยใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยเลิกให้คำชมพนักงานคนนั้นเมื่อพนักงานรับรู้ว่าผู้บริหารจงใจเลิกให้คำชมย่อมทำให้พนักงานคนดังกล่าวกลับบ้านเร็วขึ้นหรืออีกกรณีที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในชั้นเรียนของนิสิตนักศึกษาโดยทั่วไปคือการคุยกันเองของนักศึกษาจนกระทั่งรบกวนการเรียนการสอนอาจารย์ผู้สอนอาจใช้วิธีหยุดพูดเช่นกันซึ่งเมื่อหยุดพูดนักศึกษาจะรับรู้ได้เองว่าตนเองควรหยุดพูดกรณีนี้ก็นับว่าเป็นการทำให้สูญสิ้นอีกรูปแบบหนึ่ง4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้นดวงหทัย โฉมมา 12590029
ทฤษฎีการเสริมแรง แสดงแนวคิดว่าบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเอง และสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลนั้น โดยทฤษฎีเสริมแรงสามารถทำได้ 4 กรณี ดังนี้1.การเสริมแรงทางบวก หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่ประสงค์ หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆ2.การเสริมแรงทางลบ เช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติ หากไม่ร่วมมือกัน ก็อาจโดนหัวหน้าบ่นหรือประชด3.การทำให้สูญสิ้น สามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้าน4.การลงโทษ เช่นใครมาสายเกิดเวลากำหนด จะไม่ได้รับโบนัสดังนั้นจะสร้างวัฒนธรรมการปฏิบัติงานให้แก่พนักงานเพื่อบรรลุเป้าหมายขององค์กรโดยการใช้การเสริมแรงบวกและแรงลบ ในการเพิ่มพฤติกรรมที่พึงประสงค์ และใช้การทำให้สูญสิ้นและลงโทษ ในการลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์(นางสาวปรมาพร สิงขรรัตน์ 12590046)
1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนหนึ่งกลับออกจากสำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานดังกล่าวยิ่งกลับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อมาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลักเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์และเปลืองค่าแอร์และค่าไฟฟ้าโดยใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยเลิกให้คำชมพนักงานคนนั้นเมื่อพนักงานรับรู้ว่าผู้บริหารจงใจเลิกให้คำชมย่อมทำให้พนักงานคนดังกล่าวกลับบ้านเร็วขึ้นหรืออีกกรณีที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในชั้นเรียนของนิสิตนักศึกษาโดยทั่วไปคือการคุยกันเองของนักศึกษาจนกระทั่งรบกวนการเรียนการสอนอาจารย์ผู้สอนอาจใช้วิธีหยุดพูดเช่นกันซึ่งเมื่อหยุดพูดนักศึกษาจะรับรู้ได้เองว่าตนเองควรหยุดพูดกรณีนี้ก็นับว่าเป็นการทำให้สูญสิ้นอีกรูปแบบหนึ่ง4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้นนางาสาวภัทราพร ผังรักษ์ 12590061
ทฤษฎีการเสริมแรง1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนหนึ่งกลับออกจากสำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานดังกล่าวยิ่งกลับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อมาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลักเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์และเปลืองค่าแอร์และค่าไฟฟ้าโดยใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยเลิกให้คำชมพนักงานคนนั้นเมื่อพนักงานรับรู้ว่าผู้บริหารจงใจเลิกให้คำชมย่อมทำให้พนักงานคนดังกล่าวกลับบ้านเร็วขึ้นหรืออีกกรณีที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในชั้นเรียนของนิสิตนักศึกษาโดยทั่วไปคือการคุยกันเองของนักศึกษาจนกระทั่งรบกวนการเรียนการสอนอาจารย์ผู้สอนอาจใช้วิธีหยุดพูดเช่นกันซึ่งเมื่อหยุดพูดนักศึกษาจะรับรู้ได้เองว่าตนเองควรหยุดพูดกรณีนี้ก็นับว่าเป็นการทำให้สูญสิ้นอีกรูปแบบหนึ่ง4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น(อภัสสร ปูชนียกุล 12590100)
ทฤษฎีการเสริมแรง แสดงแนวคิดว่าบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเอง และสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลนั้น โดยทฤษฎีเสริมแรงสามารถทำได้ 4 กรณี ดังนี้1.การเสริมแรงทางบวก หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่ประสงค์ หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆ2.การเสริมแรงทางลบ เช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติ หากไม่ร่วมมือกัน ก็อาจโดนหัวหน้าบ่นหรือประชด3.การทำให้สูญสิ้น สามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้าน4.การลงโทษ เช่นใครมาสายเกิดเวลากำหนด จะไม่ได้รับโบนัสดังนั้นจะสร้างวัฒนธรรมการปฏิบัติงานให้แก่พนักงานเพื่อบรรลุเป้าหมายขององค์กรโดยการใช้การเสริมแรงบวกและแรงลบ ในการเพิ่มพฤติกรรมที่พึงประสงค์ และใช้การทำให้สูญสิ้นและลงโทษ ในการลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์(นางสาวบุญธิดา กะตะศิลา 12590043)
ทฤษฎีการเสริมแรงแสดงให้เห็นถึงแนวคิดที่สำคัญประการหนึ่งในการทางพฤติกรรมหรือบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเองและสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลนั้นดังนั้นการที่จะทำให้บุคคลมีพฤติกรรมที่พึงประสงค์สามารถทำได้โดยการทำให้บุคคลนั้นได้รับประสบการณ์ในรูปแบบที่ตนเองเคยประสบมาแล้วซึ่งจะส่งผลให้บุคคลมีพฤติกรรมในรูปแบบที่เป็นไปตามความต้องการได้การทำให้บุคคลได้รับประสบการณ์ตามทฤษฎีการเสริมแรงสามารถทำได้ 4 กรณีดังนี้ 1 การเสริมแรงทางบวกหากบุคคลเรียนรู้ว่าแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวกบุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้สำเร็จเรียบร้อยตามกำหนดการแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกจะได้รับ คำชมเชยได้รับรางวัล 2 การเสริมแรงทางลบตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็น ต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจะจนเสร็จงาน ก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับคำบ่นอีกหรือคำประชดจากหัวหน้าพนักงานจึงต้องร่วมมือกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพียงกัน 3 การทำให้สูญสิ้นการทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนนึงกลับออกจาก สำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานคนดังกล่าวยิ่งกับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อ มาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลังเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์หรือเปลืองค่าแอร์และค่าไฟโดยไม่ใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยฤกษ์ให้คำชมพนักงานคนนั้น (นางสาวเบญญาภา กรีรถ 12590044)
ทฤษฎีการเสริมแรง แสดงแนวคิดว่าบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่กับตนเอง และสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลอื่น การทำให้พนักงานบรรลุผลสำเร็จขององค์กรตามทฤษฎีการเสริมแรง สามารถทำได้ใน 4 กรณี1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคล4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้นทฤษฎีการเสริมแรงทั้ง 4 กรณีนี้ จะพิจารณาได้วว่าการเสริมแรงทั้งทางบวกและทางลบเป็นวิธีการในการเพิ่มพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ดังนั้น ผู้บริหารควรคำนึงถึงประเด็นต่างๆเหล่านี้ให้รอบคอบเพื่อจะสามารถเลือกใช้การเสริมแรงที่เหมาะสมกับสถานการณ์และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร(นายสิทธิชัย พ่อค้าเรือ 12590083)
ทฤษฎีการเสริมแรง แสดงแนวคิดว่าบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเอง และสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลนั้น การทำให้บุคคลได้รับประสบการณ์ทฤษฎีการเสริมแรงสามารถทำได้ใน 4 กรณี ได้แก่1.การเสริมแรงทางบวกหากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์ หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆ เช่น หากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวก เช่น ได้รับคำชมเชย ได้รางวัลพิเศษ หรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคต พนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีก เนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์2.การเสริมแรงทางลบตัวอย่างการเสริมแรงทางลบ เช่น ในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติ ถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จ ก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือ ดังนั้น เพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างาน พนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกัน การที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ3.การทำให้สูญสิ้นการทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคล เช่น ถ้าพนักงานคนหนึ่งกลับออกจากสำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้ง และพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยัน จึงเป็นเหตุให้พนักงานดังกล่าวยิ่งกลับช้าอย่างสม่ำเสมอ แต่หากต่อมาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลักเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์และเปลืองค่าแอร์และค่าไฟฟ้าโดยใช่เหตุ ผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยเลิกให้คำชมพนักงานคนนั้น เมื่อพนักงานรับรู้ว่าผู้บริหารจงใจเลิกให้คำชมย่อมทำให้พนักงานคนดังกล่าวกลับบ้านเร็วขึ้น หรืออีกกรณีที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในชั้นเรียนของนิสิตนักศึกษาโดยทั่วไป คือการคุยกันเองของนักศึกษา จนกระทั่งรบกวนการเรียนการสอนอาจารย์ผู้สอนอาจใช้วิธีหยุดพูดเช่นกัน ซึ่งเมื่อหยุดพูดนักศึกษาจะรับรู้ได้เองว่าตนเองควรหยุดพูดกรณีนี้ก็นับว่าเป็นการทำให้สูญสิ้นอีกรูปแบบหนึ่ง4.การลงโทษการลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงาน เช่น ผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปี เป็นต้น(นายชินวัตร พิิพัฒน์พงศานนท์ 12590015)
ทฤษฎีการเสริมแรง (Reinforcement Theory)1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคล4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น (นางสาวชัชญาณ์ณัฐ ภูวิศภัทรนนท์ 12590110)
ทฤษฎีการเสริมแรง (Reinforcement Theory)1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคล4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น(นางสาวณัฐพร ทองปลิว 12590024)
1.ดูการเสริมแรงทางบวก(Positive Reinforcement)หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก(Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อย2.การเสริมแรงทางลบ(Negative Reinforcement)ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ3.การทำให้สูญสิ้น(Extinction)การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนหนึ่งกลับออกจากสำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานดังกล่าวยิ่งกลับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อมาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลักเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์และเปลืองค่าแอร์และค่าไฟฟ้าโดยใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยเลิกให้คำชมพนักงานคนนั้นเมื่อพนักงานรับรู้ว่าผู้บริหารจงใจเลิกให้คำชมย่อมทำให้พนักงานคนดังกล่าวกลับบ้านเร็วขึ้นหรืออีกกรณีที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในชั้นเรียนของนิสิตนักศึกษาโดยทั่วไปคือการคุยกันเองของนักศึกษาจนกระทั่งรบกวนการเรียนการสอนอาจารย์ผู้สอนอาจใช้วิธีหยุดพูดเช่นกันซึ่งเมื่อหยุดพูดนักศึกษาจะรับรู้ได้เองว่าตนเองควรหยุดพูดกรณีนี้ก็นับว่าเป็นการทำให้สูญสิ้นอีกรูปแบบหนึ่ง4.การลงโทษ(Punishment)การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น(ปวีญา เกตุแย้ม 12590047)
ทฤษฎีการเสริมแรงแสดงให้เห็นถึงแนวคิดที่สำคัญประการหนึ่งในการทางพฤติกรรมหรือบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเองและสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลนั้นดังนั้นการที่จะทำให้บุคคลมีพฤติกรรมที่พึงประสงค์สามารถทำได้โดยการทำให้บุคคลนั้นได้รับประสบการณ์ในรูปแบบที่ตนเองเคยประสบมาแล้วซึ่งจะส่งผลให้บุคคลมีพฤติกรรมในรูปแบบที่เป็นไปตามความต้องการได้การทำให้บุคคลได้รับประสบการณ์ตามทฤษฎีการเสริมแรงสามารถทำได้ 4 กรณีดังนี้ 1 การเสริมแรงทางบวกหากบุคคลเรียนรู้ว่าแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวกบุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้สำเร็จเรียบร้อยตามกำหนดการแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกจะได้รับ คำชมเชยได้รับรางวัล 2 การเสริมแรงทางลบตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็น ต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจะจนเสร็จงาน ก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับคำบ่นอีกหรือคำประชดจากหัวหน้าพนักงานจึงต้องร่วมมือกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพียงกัน 3 การทำให้สูญสิ้นการทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนนึงกลับออกจาก สำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานคนดังกล่าวยิ่งกับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อ มาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลังเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์หรือเปลืองค่าแอร์และค่าไฟโดยไม่ใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยฤกษ์ให้คำชมพนักงานคนนั้น(นางสาวพัชรา จูเอี่ยม 12590054)
ทฤษฎีการเสริมแรง แสดงแนวคิดว่าบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่กับตนเอง และสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลอื่น การทำให้พนักงานบรรลุผลสำเร็จขององค์กรตามทฤษฎีการเสริมแรง สามารถทำได้ใน 4 กรณี1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคล4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้นทฤษฎีการเสริมแรงทั้ง 4 กรณีนี้ จะพิจารณาได้วว่าการเสริมแรงทั้งทางบวกและทางลบเป็นวิธีการในการเพิ่มพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ดังนั้น ผู้บริหารควรคำนึงถึงประเด็นต่างๆเหล่านี้ให้รอบคอบเพื่อจะสามารถเลือกใช้การเสริมแรงที่เหมาะสมกับสถานการณ์และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อองค์กรวัชระ จริยสุขสกุล 071
ทฤษฎีการเสริมแรงแสดงให้เห็นถึงแนวคิดที่สำคัญประการหนึ่งในการทางพฤติกรรมหรือบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเองและสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลนั้นดังนั้นการที่จะทำให้บุคคลมีพฤติกรรมที่พึงประสงค์สามารถทำได้โดยการทำให้บุคคลนั้นได้รับประสบการณ์ในรูปแบบที่ตนเองเคยประสบมาแล้วซึ่งจะส่งผลให้บุคคลมีพฤติกรรมในรูปแบบที่เป็นไปตามความต้องการได้การทำให้บุคคลได้รับประสบการณ์ตามทฤษฎีการเสริมแรงสามารถทำได้ 4 กรณีดังนี้ 1 การเสริมแรงทางบวกหากบุคคลเรียนรู้ว่าแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวกบุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้สำเร็จเรียบร้อยตามกำหนดการแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกจะได้รับ คำชมเชยได้รับรางวัล 2 การเสริมแรงทางลบตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็น ต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจะจนเสร็จงาน ก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับคำบ่นอีกหรือคำประชดจากหัวหน้าพนักงานจึงต้องร่วมมือกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพียงกัน 3 การทำให้สูญสิ้นการทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนนึงกลับออกจาก สำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานคนดังกล่าวยิ่งกับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อ มาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลังเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์หรือเปลืองค่าแอร์และค่าไฟโดยไม่ใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยฤกษ์ให้คำชมพนักงานคนนั้นนางสาววชิราพร คำกอง 12590068
ทฤษฎีการเสริมแรง แสดงแนวคิดว่าบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่กับตนเอง และสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลอื่น การทำให้พนักงานบรรลุผลสำเร็จขององค์กรตามทฤษฎีการเสริมแรง สามารถทำได้ใน 4 กรณี1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคล4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น ทฤษฎีการเสริมแรงทั้ง 4 กรณีนี้ จะพิจารณาได้วว่าการเสริมแรงทั้งทางบวกและทางลบเป็นวิธีการในการเพิ่มพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ดังนั้น ผู้บริหารควรคำนึงถึงประเด็นต่างๆเหล่านี้ให้รอบคอบเพื่อจะสามารถเลือกใช้การเสริมแรงที่เหมาะสมกับสถานการณ์และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อองค์กรรัญชริดา มะนุ่น 12590067
1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนหนึ่งกลับออกจากสำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานดังกล่าวยิ่งกลับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อมาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลักเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์และเปลืองค่าแอร์และค่าไฟฟ้าโดยใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยเลิกให้คำชมพนักงานคนนั้นเมื่อพนักงานรับรู้ว่าผู้บริหารจงใจเลิกให้คำชมย่อมทำให้พนักงานคนดังกล่าวกลับบ้านเร็วขึ้นหรืออีกกรณีที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในชั้นเรียนของนิสิตนักศึกษาโดยทั่วไปคือการคุยกันเองของนักศึกษาจนกระทั่งรบกวนการเรียนการสอนอาจารย์ผู้สอนอาจใช้วิธีหยุดพูดเช่นกันซึ่งเมื่อหยุดพูดนักศึกษาจะรับรู้ได้เองว่าตนเองควรหยุดพูดกรณีนี้ก็นับว่าเป็นการทำให้สูญสิ้นอีกรูปแบบหนึ่ง4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้นนายดนุสรณ์ เลิศเศรษฐี 12590028
ทฤษฎีการเสริมแรงแสดงให้เห็นถึงแนวคิดที่สำคัญประการหนึ่งในการทางพฤติกรรมหรือบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเองและสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลนั้นดังนั้นการที่จะทำให้บุคคลมีพฤติกรรมที่พึงประสงค์สามารถทำได้โดยการทำให้บุคคลนั้นได้รับประสบการณ์ในรูปแบบที่ตนเองเคยประสบมาแล้วซึ่งจะส่งผลให้บุคคลมีพฤติกรรมในรูปแบบที่เป็นไปตามความต้องการได้การทำให้บุคคลได้รับประสบการณ์ตามทฤษฎีการเสริมแรงสามารถทำได้ 4 กรณีดังนี้ 1 การเสริมแรงทางบวกหากบุคคลเรียนรู้ว่าแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวกบุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้สำเร็จเรียบร้อยตามกำหนดการแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกจะได้รับ คำชมเชยได้รับรางวัล 2 การเสริมแรงทางลบตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็น ต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจะจนเสร็จงาน ก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับคำบ่นอีกหรือคำประชดจากหัวหน้าพนักงานจึงต้องร่วมมือกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพียงกัน 3 การทำให้สูญสิ้นการทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนนึงกลับออกจาก สำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานคนดังกล่าวยิ่งกับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อ มาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลังเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์หรือเปลืองค่าแอร์และค่าไฟโดยไม่ใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยฤกษ์ให้คำชมพนักงานคนนั้น(นายนภนต์ เจียรนัย 12590040)
ทฤษฎีการเสริมแรง แสดงแนวคิดว่าบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่กับตนเอง และสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลอื่น การทำให้พนักงานบรรลุผลสำเร็จขององค์กรตามทฤษฎีการเสริมแรง สามารถทำได้ใน 4 กรณี1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคล4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้นทฤษฎีการเสริมแรงทั้ง 4 กรณีนี้ จะพิจารณาได้วว่าการเสริมแรงทั้งทางบวกและทางลบเป็นวิธีการในการเพิ่มพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ดังนั้น ผู้บริหารควรคำนึงถึงประเด็นต่างๆเหล่านี้ให้รอบคอบเพื่อจะสามารถเลือกใช้การเสริมแรงที่เหมาะสมกับสถานการณ์และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร(ธนพล โชครัตน์ประภา 12590033)
ทฤษฎีการเสริมแรงแสดงให้เห็นถึงแนวคิดที่สำคัญประการหนึ่งในการทางพฤติกรรมหรือบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเองและสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลนั้นดังนั้นการที่จะทำให้บุคคลมีพฤติกรรมที่พึงประสงค์สามารถทำได้โดยการทำให้บุคคลนั้นได้รับประสบการณ์ในรูปแบบที่ตนเองเคยประสบมาแล้วซึ่งจะส่งผลให้บุคคลมีพฤติกรรมในรูปแบบที่เป็นไปตามความต้องการได้การทำให้บุคคลได้รับประสบการณ์ตามทฤษฎีการเสริมแรงสามารถทำได้ 4 กรณีดังนี้ 1 การเสริมแรงทางบวกหากบุคคลเรียนรู้ว่าแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวกบุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้สำเร็จเรียบร้อยตามกำหนดการแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกจะได้รับ คำชมเชยได้รับรางวัล 2 การเสริมแรงทางลบตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็น ต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจะจนเสร็จงาน ก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับคำบ่นอีกหรือคำประชดจากหัวหน้าพนักงานจึงต้องร่วมมือกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพียงกัน 3 การทำให้สูญสิ้นการทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนนึงกลับออกจาก สำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานคนดังกล่าวยิ่งกับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อ มาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลังเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์หรือเปลืองค่าแอร์และค่าไฟโดยไม่ใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยฤกษ์ให้คำชมพนักงานคนนั้น(วิลาสินี เกตุแก้ว 12590073)
ทฤษฎีการเสริมแรง แสดงแนวคิดว่าบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเอง และสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลนั้น โดยทฤษฎีเสริมแรงสามารถทำได้ 4 กรณี ดังนี้1.การเสริมแรงทางบวก หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่ประสงค์ หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆ 2.การเสริมแรงทางลบ เช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติ หากไม่ร่วมมือกัน ก็อาจโดนหัวหน้าบ่นหรือประชด3.การทำให้สูญสิ้น สามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้าน4.การลงโทษ เช่นใครมาสายเกิดเวลากำหนด จะไม่ได้รับโบนัสดังนั้นจะสร้างวัฒนธรรมการปฏิบัติงานให้แก่พนักงานเพื่อบรรลุเป้าหมายขององค์กรโดยการใช้การเสริมแรงบวกและแรงลบ ในการเพิ่มพฤติกรรมที่พึงประสงค์ และใช้การทำให้สูญสิ้นและลงโทษ ในการลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์(ชนาวาส บัววงค์ 12590013)
ทฤษฎีการเสริมแรง แสดงแนวคิดว่าบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่กับตนเอง และสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลอื่น การทำให้พนักงานบรรลุผลสำเร็จขององค์กรตามทฤษฎีการเสริมแรง สามารถทำได้ใน 4 กรณี1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคล4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้นทฤษฎีการเสริมแรงทั้ง 4 กรณีนี้ จะพิจารณาได้วว่าการเสริมแรงทั้งทางบวกและทางลบเป็นวิธีการในการเพิ่มพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ดังนั้น ผู้บริหารควรคำนึงถึงประเด็นต่างๆเหล่านี้ให้รอบคอบเพื่อจะสามารถเลือกใช้การเสริมแรงที่เหมาะสมกับสถานการณ์และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร(อังคณา พิทักษ์สุข 12590104)
1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนหนึ่งกลับออกจากสำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานดังกล่าวยิ่งกลับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อมาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลักเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์และเปลืองค่าแอร์และค่าไฟฟ้าโดยใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยเลิกให้คำชมพนักงานคนนั้นเมื่อพนักงานรับรู้ว่าผู้บริหารจงใจเลิกให้คำชมย่อมทำให้พนักงานคนดังกล่าวกลับบ้านเร็วขึ้นหรืออีกกรณีที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในชั้นเรียนของนิสิตนักศึกษาโดยทั่วไปคือการคุยกันเองของนักศึกษาจนกระทั่งรบกวนการเรียนการสอนอาจารย์ผู้สอนอาจใช้วิธีหยุดพูดเช่นกันซึ่งเมื่อหยุดพูดนักศึกษาจะรับรู้ได้เองว่าตนเองควรหยุดพูดกรณีนี้ก็นับว่าเป็นการทำให้สูญสิ้นอีกรูปแบบหนึ่ง4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น(น.ส.ดารารัตน์ ดาสาลี 12590030)
1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์ 2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ 3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนหนึ่งกลับออกจากสำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานดังกล่าวยิ่งกลับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อมาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลักเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์และเปลืองค่าแอร์และค่าไฟฟ้าโดยใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยเลิกให้คำชมพนักงานคนนั้นเมื่อพนักงานรับรู้ว่าผู้บริหารจงใจเลิกให้คำชมย่อมทำให้พนักงานคนดังกล่าวกลับบ้านเร็วขึ้นหรืออีกกรณีที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในชั้นเรียนของนิสิตนักศึกษาโดยทั่วไปคือการคุยกันเองของนักศึกษาจนกระทั่งรบกวนการเรียนการสอนอาจารย์ผู้สอนอาจใช้วิธีหยุดพูดเช่นกันซึ่งเมื่อหยุดพูดนักศึกษาจะรับรู้ได้เองว่าตนเองควรหยุดพูดกรณีนี้ก็นับว่าเป็นการทำให้สูญสิ้นอีกรูปแบบหนึ่ง4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น(พงศธร ศิริสมบูรณ์ 12590052)
ทฤษฎีการเสริมแรงของสกินเนอร์ (Reinforcement theories of motivation) สกินเนอร์ได้นำเสนอการใช้การเสริมแรงเพื่อการจูงใจบุคคลให้เกิดพฤติกรรมใหม่ ทำพฤติกรรมซ้ำหรือหยุดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ ตั้งเป็น law of effect โดยมองการเสริมแรงเป็น 2 ด้าน ได้แก่1. การเสริมแรงทางบวก (Positive reinforcement) เป็นการให้ผลตอบแทนในสิ่งที่บุคคลอยากได้ เช่น เงิน คำยกย่อง ความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน การเพิ่มสวัสดิการ การให้วันหยุด เป็นต้น เพื่อจูงใจให้บุคลเกิดแรงจูงใจที่จะกระทำพฤติกรรมพึงประสงค์ต่าง ๆ2. การเสริมแรงทางลบ (Negative reinforcement) เป็นการไม่ให้ผลตอบแทนที่บุคคลไม่อยากได้ โดยมีการกำหนดพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่ต้องไม่กระทำและบทลงโทษต่าง ๆ เช่น ไล่ออก ตัดเงินเดือน ตักเตือน โดยที่หากบุคคลกระทำแต่พฤติกรรมพึงประสงค์ ก็จะไม่ให้ผลตอบแทนทางลบแก่ผู้นั้น(ศิฌาวี เรือนปัญจะ 12590078)
ทฤษฎีการเสริมแรงแสดงให้เห็นถึงแนวคิดที่สำคัญประการหนึ่งในการทางพฤติกรรมหรือบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเองและสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลนั้นดังนั้นการที่จะทำให้บุคคลมีพฤติกรรมที่พึงประสงค์สามารถทำได้โดยการทำให้บุคคลนั้นได้รับประสบการณ์ในรูปแบบที่ตนเองเคยประสบมาแล้วซึ่งจะส่งผลให้บุคคลมีพฤติกรรมในรูปแบบที่เป็นไปตามความต้องการได้การทำให้บุคคลได้รับประสบการณ์ตามทฤษฎีการเสริมแรงสามารถทำได้ 4 กรณีดังนี้ 1 การเสริมแรงทางบวกหากบุคคลเรียนรู้ว่าแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวกบุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้สำเร็จเรียบร้อยตามกำหนดการแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกจะได้รับ คำชมเชยได้รับรางวัล 2 การเสริมแรงทางลบตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็น ต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจะจนเสร็จงาน ก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับคำบ่นอีกหรือคำประชดจากหัวหน้าพนักงานจึงต้องร่วมมือกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพียงกัน 3 การทำให้สูญสิ้นการทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนนึงกลับออกจาก สำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานคนดังกล่าวยิ่งกับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อ มาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลังเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์หรือเปลืองค่าแอร์และค่าไฟโดยไม่ใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยฤกษ์ให้คำชมพนักงานคนนั้น(สุรีรัตน์ ศักดิ์ภิรมย์ 12590954)
ทฤษฎีการเสริมแรง แสดงแนวคิดว่าบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่กับตนเอง และสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลอื่น การทำให้พนักงานบรรลุผลสำเร็จขององค์กรตามทฤษฎีการเสริมแรง สามารถทำได้ใน 4 กรณี1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคล4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้นทฤษฎีการเสริมแรงทั้ง 4 กรณีนี้ จะพิจารณาได้วว่าการเสริมแรงทั้งทางบวกและทางลบเป็นวิธีการในการเพิ่มพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ดังนั้น ผู้บริหารควรคำนึงถึงประเด็นต่างๆเหล่านี้ให้รอบคอบเพื่อจะสามารถเลือกใช้การเสริมแรงที่เหมาะสมกับสถานการณ์และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อองค์กรกุลปริยา แย้มเกษร 12590005
ทฤษฎีความเสมอภาค (equity theory) J. Stacy Adams เป็นผู้พัฒนาทฤษฎีนี้ โดยมีพื้นฐานความคิดว่า บุคคลย่อมแสวงหาความเสมอภาคทางสังคมโดยพิจารณาผลตอบแทนที่ได้รับ (output) กับตัวป้อน (input) คือพฤติกรรมและคุณสมบัติในตัวที่เขาใส่ให้กับงาน ความเสมอภาคจะมีเพียงใดขึ้นอยู่กับการเปรียบเทียบการรับรู้ความสอดคล้องระหว่างตัวป้อนต่อผลตอบแทน (perceived inputs to outputs) เมื่อเราทราบระดับการรับรู้ความเสมอภาคของบุคคลใด ก็สามารถทำนายพฤติกรรมการทำงานของเขาได้ (นางสาวอรวี ศรีวิโน 12590103)
ทฤษฎีเสริมแรง แสดงแนวคิดว่าบุคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเอง ส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคล1. การเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำ ๆ เช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์2. การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบ เช่น ในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ3. การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคล เช่น ถ้าพนักงานคนหนึ่งกลับออกจากสำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานดังกล่าวยิ่งกลับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อมาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลักเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์และเปลืองค่าแอร์และค่าไฟฟ้าโดยใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยเลิกให้คำชมพนักงานคนนั้นเมื่อพนักงานรับรู้ว่าผู้บริหารจงใจเลิกให้คำชมย่อมทำให้พนักงานคนดังกล่าวกลับบ้านเร็วขึ้นหรืออีกกรณีที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในชั้นเรียนของนิสิตนักศึกษาโดยทั่วไปคือการคุยกันเองของนักศึกษาจนกระทั่งรบกวนการเรียนการสอนอาจารย์ผู้สอนอาจใช้วิธีหยุดพูดเช่นกันซึ่งเมื่อหยุดพูดนักศึกษาจะรับรู้ได้เองว่าตนเองควรหยุดพูดกรณีนี้ก็นับว่าเป็นการทำให้สูญสิ้นอีกรูปแบบหนึ่ง4. การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปี เป็นต้น(นางสาวกชกร เดชกำแหง 12590001)
ทฤษฎีการเสริมแรง1.ดูการเสริมแรงทางบวก หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์2.การเสริมแรงทางลบ ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ3.การทำให้สูญสิ้น การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนหนึ่งกลับออกจากสำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานดังกล่าวยิ่งกลับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อมาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลักเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์และเปลืองค่าแอร์และค่าไฟฟ้าโดยใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยเลิกให้คำชมพนักงานคนนั้นเมื่อพนักงานรับรู้ว่าผู้บริหารจงใจเลิกให้คำชมย่อมทำให้พนักงานคนดังกล่าวกลับบ้านเร็วขึ้นหรืออีกกรณีที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในชั้นเรียนของนิสิตนักศึกษาโดยทั่วไปคือการคุยกันเองของนักศึกษาจนกระทั่งรบกวนการเรียนการสอนอาจารย์ผู้สอนอาจใช้วิธีหยุดพูดเช่นกันซึ่งเมื่อหยุดพูดนักศึกษาจะรับรู้ได้เองว่าตนเองควรหยุดพูดกรณีนี้ก็นับว่าเป็นการทำให้สูญสิ้นอีกรูปแบบหนึ่ง4.การลงโทษ การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า5ครั้งใน1เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น(นางสาวศศิประภา ผาดศรี 12590075)
ทฤษฎีการเสริมแรง แสดงแนวคิดว่าบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่กับตนเอง และสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลอื่น การทำให้พนักงานบรรลุผลสำเร็จขององค์กรตามทฤษฎีการเสริมแรง สามารถทำได้ใน 4 กรณี1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคล4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้นทฤษฎีการเสริมแรงทั้ง 4 กรณีนี้ จะพิจารณาได้วว่าการเสริมแรงทั้งทางบวกและทางลบเป็นวิธีการในการเพิ่มพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ดังนั้น ผู้บริหารควรคำนึงถึงประเด็นต่างๆเหล่านี้ให้รอบคอบเพื่อจะสามารถเลือกใช้การเสริมแรงที่เหมาะสมกับสถานการณ์และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร(นางสาวคณภัทร์ ศิริโยธิน 12590108)
1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์ 2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ 3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนหนึ่งกลับออกจากสำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานดังกล่าวยิ่งกลับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อมาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลักเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์และเปลืองค่าแอร์และค่าไฟฟ้าโดยใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยเลิกให้คำชมพนักงานคนนั้นเมื่อพนักงานรับรู้ว่าผู้บริหารจงใจเลิกให้คำชมย่อมทำให้พนักงานคนดังกล่าวกลับบ้านเร็วขึ้นหรืออีกกรณีที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในชั้นเรียนของนิสิตนักศึกษาโดยทั่วไปคือการคุยกันเองของนักศึกษาจนกระทั่งรบกวนการเรียนการสอนอาจารย์ผู้สอนอาจใช้วิธีหยุดพูดเช่นกันซึ่งเมื่อหยุดพูดนักศึกษาจะรับรู้ได้เองว่าตนเองควรหยุดพูดกรณีนี้ก็นับว่าเป็นการทำให้สูญสิ้นอีกรูปแบบหนึ่ง4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น(นางสาวสิตานัน หรุ่นทอง 12590082)
ทฤษฎีการเสริมแรงของสกินเนอร์ (Reinforcement theories of motivation) ได้นำเสนอการใช้การเสริมแรงเพื่อการจูงใจบุคคลให้เกิดพฤติกรรมใหม่ ทำพฤติกรรมซ้ำหรือหยุดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ ตั้งเป็น law of effect โดยมองการเสริมแรงเป็น 2 ด้าน ได้แก่1.การเสริมแรงทางบวก เป็นการให้ผลตอบแทนในสิ่งที่บุคคลอยากได้ เช่น เงิน คำยกย่อง ความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน การเพิ่มสวัสดิการ การให้วันหยุด เพื่อจูงใจให้ บุคคลเกิดแรงจูงใจที่จะกระทำพฤติกรรมพึงประสงค์ต่างๆ2.การเสริมแรงทางลบ เป็นการไม่ให้ผลตอบแทนที่บุคคลไม่อยากได้ โดยมีการกำหนดพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่ต้องไม่กระทำและบทลงโทษต่างๆ เช่น ไล่ออก ตัดเงินเดือน ตักเตือน โดยที่หากบุคคลกระทำแต่พฤติกรรมพึงประสงค์ ก็จะไม่ให้ผลตอบแทนทางลบแก่ผู้นั้นเราสามารถสร้างวัฒนธรรมการปฏิบัติงานให้แก่พนักงานเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จขององค์กรได้ดังนี้1.การให้อย่างต่อเนื่อง (continuous reinforcement) เป็นการให้การเสริมแรงทางบวกอย่างต่อเนื่องทุกครั้งที่ทำพฤติกรรมที่กำหนดไว้2.การให้ตามปริมาณงาน (Fixed Ratio) เป็นการให้การเสริมแรงตามปริมาณงานที่บุคคลกระทำ หรือการจ่ายค่าตอบแทนการทำงานเป็นชิ้น เช่น ยกของได้ชิ้นละ 10 บาท ยกของไป 30 ชิ้นก็จะได้ 300 บาท หากต้องการผลตอบแทนมากก็จะทำงานมาก หากมีความต้องการไม่มากก็จะกระทำเพียงเท่าที่ต้องการเท่านั้น3.การให้ตามระยะเวลา (Fixed Interval) เป็นการให้การเสริมแรงเมื่อบุคคลกระทำพฤติกรรมพึงประสงค์ตามระยะเวลาที่แน่นอน เช่น ทุก 2 สัปดาห์ ทุกเดือน เช่น ค่าจ้าง เงินเดือน ซึ่งทำให้บุคคลกระทำพฤติกรรมในระดับคงที่ และจะแสดงพฤติกรรมพึงประสงค์ได้ให้เกิดขึ้นมากในช่วงใกล้วันรับค่าตอบแทน4.การให้ตามปริมาณงานยืดหยุ่น (Variable Ratio) เป็นการให้ตามปริมาณงานแต่ไม่กำหนดตายตัว โดยอาจพิจารณาในด้านคุณภาพร่วมด้วย เช่น พนักงานขายนำเสนอสินค้ากับลูกค้า 10 ราย อาจขายได้ 1 ราย หรือ 5 รายก็ได้โดยยิ่งกระทำมากก็มีโอกาสได้ผลตอบแทนมากขึ้น5.การให้ตามระยะเวลายืดหยุ่น (Variable Interval) เป็นการให้การเสริมแรงโดยให้ตามเวลาแต่ไม่มีการกำหนดแน่นอน อาจให้หรือไม่ให้ก็ได้ เและป็นการจูงใจให้บุคคลทำพฤติกรรมพึงประสงค์อย่างต่อเนื่องโดยไม่อาจคาดเดาได้ว่าจะได้รับผลตอบแทนเมื่อใด เช่น การให้รางวัลกับพนักงานดีเด่นเฉพาะในวาระพิเศษเท่านั้น(ณัฐฌา ปักกัง 12590019)
ทฤษฎีการเสริมแรง (Reinforcement Theory)1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคล4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น (ศุภิสรา นรินยา 12590717)
ทฤษฎีการเสริมแรง แสดงแนวคิดว่าบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเอง และสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลนั้น โดยทฤษฎีเสริมแรงสามารถทำได้ 4 กรณี ดังนี้1.การเสริมแรงทางบวก หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่ประสงค์ หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆ 2.การเสริมแรงทางลบ เช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติ หากไม่ร่วมมือกัน ก็อาจโดนหัวหน้าบ่นหรือประชด3.การทำให้สูญสิ้น สามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้าน4.การลงโทษ เช่นใครมาสายเกิดเวลากำหนด จะไม่ได้รับโบนัสดังนั้นจะสร้างวัฒนธรรมการปฏิบัติงานให้แก่พนักงานเพื่อบรรลุเป้าหมายขององค์กรโดยการใช้การเสริมแรงบวกและแรงลบ ในการเพิ่มพฤติกรรมที่พึงประสงค์ และใช้การทำให้สูญสิ้นและลงโทษ ในการลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์(จุฬาลักษณ์ สกุลวงวาร 12590010)
ทฤษฎีการเสริมแรงของสกินเนอร์ (Reinforcement theories of motivation) ได้นำเสนอการใช้การเสริมแรงเพื่อการจูงใจบุคคลให้เกิดพฤติกรรมใหม่ ทำพฤติกรรมซ้ำหรือหยุดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ ตั้งเป็น law of effect โดยมองการเสริมแรงเป็น 2 ด้าน ได้แก่1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนหนึ่งกลับออกจากสำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานดังกล่าวยิ่งกลับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อมาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลักเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์และเปลืองค่าแอร์และค่าไฟฟ้าโดยใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยเลิกให้คำชมพนักงานคนนั้นเมื่อพนักงานรับรู้ว่าผู้บริหารจงใจเลิกให้คำชมย่อมทำให้พนักงานคนดังกล่าวกลับบ้านเร็วขึ้นหรืออีกกรณีที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในชั้นเรียนของนิสิตนักศึกษาโดยทั่วไปคือการคุยกันเองของนักศึกษาจนกระทั่งรบกวนการเรียนการสอนอาจารย์ผู้สอนอาจใช้วิธีหยุดพูดเช่นกันซึ่งเมื่อหยุดพูดนักศึกษาจะรับรู้ได้เองว่าตนเองควรหยุดพูดกรณีนี้ก็นับว่าเป็นการทำให้สูญสิ้นอีกรูปแบบหนึ่ง4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น(ภัทรานิษฐ์ กุญแจทอง 12590059)
ทฤษฎีการเสริมแรง แสดงแนวคิดว่าบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่กับตนเอง และสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลอื่น การทำให้พนักงานบรรลุผลสำเร็จขององค์กรตามทฤษฎีการเสริมแรง สามารถทำได้ใน 4 กรณี1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคล4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้นทฤษฎีการเสริมแรงทั้ง 4 กรณีนี้ จะพิจารณาได้วว่าการเสริมแรงทั้งทางบวกและทางลบเป็นวิธีการในการเพิ่มพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ดังนั้น ผู้บริหารควรคำนึงถึงประเด็นต่างๆเหล่านี้ให้รอบคอบเพื่อจะสามารถเลือกใช้การเสริมแรงที่เหมาะสมกับสถานการณ์และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร(สุรีรัตน์ สระเกตุ 12590098)
ทฤษฎีการเสริมแรง1.ดูการเสริมแรงทางบวก หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์2.การเสริมแรงทางลบ ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ3.การทำให้สูญสิ้น การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนหนึ่งกลับออกจากสำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานดังกล่าวยิ่งกลับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อมาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลักเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์และเปลืองค่าแอร์และค่าไฟฟ้าโดยใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยเลิกให้คำชมพนักงานคนนั้นเมื่อพนักงานรับรู้ว่าผู้บริหารจงใจเลิกให้คำชมย่อมทำให้พนักงานคนดังกล่าวกลับบ้านเร็วขึ้นหรืออีกกรณีที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในชั้นเรียนของนิสิตนักศึกษาโดยทั่วไปคือการคุยกันเองของนักศึกษาจนกระทั่งรบกวนการเรียนการสอนอาจารย์ผู้สอนอาจใช้วิธีหยุดพูดเช่นกันซึ่งเมื่อหยุดพูดนักศึกษาจะรับรู้ได้เองว่าตนเองควรหยุดพูดกรณีนี้ก็นับว่าเป็นการทำให้สูญสิ้นอีกรูปแบบหนึ่ง4.การลงโทษ การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า5ครั้งใน1เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น(นางสาวสุชานรี เวียนมานะ 12590089)
ทฤษฎีการเสริมแรง แสดงแนวคิดว่าบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่กับตนเอง และสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลอื่น การทำให้พนักงานบรรลุผลสำเร็จขององค์กรตามทฤษฎีการเสริมแรง สามารถทำได้ใน 4 กรณี1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคล4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้นทฤษฎีการเสริมแรงทั้ง 4 กรณีนี้ จะพิจารณาได้วว่าการเสริมแรงทั้งทางบวกและทางลบเป็นวิธีการในการเพิ่มพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ดังนั้น ผู้บริหารควรคำนึงถึงประเด็นต่างๆเหล่านี้ให้รอบคอบเพื่อจะสามารถเลือกใช้การเสริมแรงที่เหมาะสมกับสถานการณ์และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร(ณัฐนพิน ชินวัฒนา 12590021)
1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์ 2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ 3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนหนึ่งกลับออกจากสำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานดังกล่าวยิ่งกลับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อมาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลักเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์และเปลืองค่าแอร์และค่าไฟฟ้าโดยใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยเลิกให้คำชมพนักงานคนนั้นเมื่อพนักงานรับรู้ว่าผู้บริหารจงใจเลิกให้คำชมย่อมทำให้พนักงานคนดังกล่าวกลับบ้านเร็วขึ้นหรืออีกกรณีที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในชั้นเรียนของนิสิตนักศึกษาโดยทั่วไปคือการคุยกันเองของนักศึกษาจนกระทั่งรบกวนการเรียนการสอนอาจารย์ผู้สอนอาจใช้วิธีหยุดพูดเช่นกันซึ่งเมื่อหยุดพูดนักศึกษาจะรับรู้ได้เองว่าตนเองควรหยุดพูดกรณีนี้ก็นับว่าเป็นการทำให้สูญสิ้นอีกรูปแบบหนึ่ง4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น(นางสาวชุติกาญจน์ ปานดารา 12590016)
ทฤษฎีการเสริมแรง1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนหนึ่งกลับออกจากสำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานดังกล่าวยิ่งกลับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อมาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลักเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์และเปลืองค่าแอร์และค่าไฟฟ้าโดยใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยเลิกให้คำชมพนักงานคนนั้นเมื่อพนักงานรับรู้ว่าผู้บริหารจงใจเลิกให้คำชมย่อมทำให้พนักงานคนดังกล่าวกลับบ้านเร็วขึ้นหรืออีกกรณีที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในชั้นเรียนของนิสิตนักศึกษาโดยทั่วไปคือการคุยกันเองของนักศึกษาจนกระทั่งรบกวนการเรียนการสอนอาจารย์ผู้สอนอาจใช้วิธีหยุดพูดเช่นกันซึ่งเมื่อหยุดพูดนักศึกษาจะรับรู้ได้เองว่าตนเองควรหยุดพูดกรณีนี้ก็นับว่าเป็นการทำให้สูญสิ้นอีกรูปแบบหนึ่ง4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น(วริศ เอี๊ยวชัยพร 070)
ทฤษฎีการเสริมแรง แสดงแนวคิดว่าบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่กับตนเอง และสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลอื่น การทำให้พนักงานบรรลุผลสำเร็จขององค์กรตามทฤษฎีการเสริมแรง สามารถทำได้ใน 4 กรณี1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคล4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินกว่า 5 ครั้งใน 1 เดือน จะไม่ได้รับโบนัสประจำปี เป็นต้น ดังนั้น ผู้บริหารควรคำนึงถึงประเด็นต่างๆเหล่านี้ให้รอบคอบเพื่อจะสามารถเลือกใช้การเสริมแรงที่เหมาะสมกับสถานการณ์และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร(ปาลิตา มนัสปัญญากุล 12590049)
-ทฤษฎีการเสริมแรงของสกินเนอร์ (Reinforcement theories of motivation) ได้นำเสนอการใช้การเสริมแรงเพื่อการจูงใจบุคคลให้เกิดพฤติกรรมใหม่ ทำพฤติกรรมซ้ำหรือหยุดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ ตั้งเป็น law of effect โดยมองการเสริมแรงเป็น 2 ด้าน ได้แก่1.การเสริมแรงทางบวก เป็นการให้ผลตอบแทนในสิ่งที่บุคคลอยากได้ เช่น เงิน คำยกย่อง ความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน การเพิ่มสวัสดิการ การให้วันหยุด เพื่อจูงใจให้ บุคคลเกิดแรงจูงใจที่จะกระทำพฤติกรรมพึงประสงค์ต่างๆ2.การเสริมแรงทางลบ เป็นการไม่ให้ผลตอบแทนที่บุคคลไม่อยากได้ โดยมีการกำหนดพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่ต้องไม่กระทำและบทลงโทษต่างๆ เช่น ไล่ออก ตัดเงินเดือน ตักเตือน โดยที่หากบุคคลกระทำแต่พฤติกรรมพึงประสงค์ ก็จะไม่ให้ผลตอบแทนทางลบแก่ผู้นั้น-เราสามารถสร้างวัฒนธรรมการปฏิบัติงานให้แก่พนักงานเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จขององค์กรได้ดังนี้1.การให้อย่างต่อเนื่อง (continuous reinforcement) เป็นการให้การเสริมแรงทางบวกอย่างต่อเนื่องทุกครั้งที่ทำพฤติกรรมที่กำหนดไว้2.การให้ตามปริมาณงาน (Fixed Ratio) เป็นการให้การเสริมแรงตามปริมาณงานที่บุคคลกระทำ หรือการจ่ายค่าตอบแทนการทำงานเป็นชิ้น เช่น ยกของได้ชิ้นละ 10 บาท ยกของไป 30 ชิ้นก็จะได้ 300 บาท หากต้องการผลตอบแทนมากก็จะทำงานมาก หากมีความต้องการไม่มากก็จะกระทำเพียงเท่าที่ต้องการเท่านั้น3.การให้ตามระยะเวลา (Fixed Interval) เป็นการให้การเสริมแรงเมื่อบุคคลกระทำพฤติกรรมพึงประสงค์ตามระยะเวลาที่แน่นอน เช่น ทุก 2 สัปดาห์ ทุกเดือน เช่น ค่าจ้าง เงินเดือน ซึ่งทำให้บุคคลกระทำพฤติกรรมในระดับคงที่ และจะแสดงพฤติกรรมพึงประสงค์ได้ให้เกิดขึ้นมากในช่วงใกล้วันรับค่าตอบแทน4.การให้ตามปริมาณงานยืดหยุ่น (Variable Ratio) เป็นการให้ตามปริมาณงานแต่ไม่กำหนดตายตัว โดยอาจพิจารณาในด้านคุณภาพร่วมด้วย เช่น พนักงานขายนำเสนอสินค้ากับลูกค้า 10 ราย อาจขายได้ 1 ราย หรือ 5 รายก็ได้โดยยิ่งกระทำมากก็มีโอกาสได้ผลตอบแทนมากขึ้น5.การให้ตามระยะเวลายืดหยุ่น (Variable Interval) เป็นการให้การเสริมแรงโดยให้ตามเวลาแต่ไม่มีการกำหนดแน่นอน อาจให้หรือไม่ให้ก็ได้ เช่น จ่ายเป็น 3 เดือนบ้าง 6 เดือนบ้าง เป็นการจูงใจให้บุคคลทำพฤติกรรมพึงประสงค์อย่างต่อเนื่องโดยไม่อาจคาดเดาได้ว่าจะได้รับผลตอบแทนเมื่อใด เช่น การให้รางวัลกับพนักงานดีเด่นเฉพาะในวาระพิเศษเท่านั้น(สมภพ ขุนทรง 12590079)
1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนหนึ่งกลับออกจากสำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานดังกล่าวยิ่งกลับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อมาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลักเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์และเปลืองค่าแอร์และค่าไฟฟ้าโดยใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยเลิกให้คำชมพนักงานคนนั้นเมื่อพนักงานรับรู้ว่าผู้บริหารจงใจเลิกให้คำชมย่อมทำให้พนักงานคนดังกล่าวกลับบ้านเร็วขึ้นหรืออีกกรณีที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในชั้นเรียนของนิสิตนักศึกษาโดยทั่วไปคือการคุยกันเองของนักศึกษาจนกระทั่งรบกวนการเรียนการสอนอาจารย์ผู้สอนอาจใช้วิธีหยุดพูดเช่นกันซึ่งเมื่อหยุดพูดนักศึกษาจะรับรู้ได้เองว่าตนเองควรหยุดพูดกรณีนี้ก็นับว่าเป็นการทำให้สูญสิ้นอีกรูปแบบหนึ่ง4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น(ธนสิทธิ์ อาจอ่อนศรี 12590036)
1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์ 2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ 3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนหนึ่งกลับออกจากสำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานดังกล่าวยิ่งกลับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อมาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลักเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์และเปลืองค่าแอร์และค่าไฟฟ้าโดยใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยเลิกให้คำชมพนักงานคนนั้นเมื่อพนักงานรับรู้ว่าผู้บริหารจงใจเลิกให้คำชมย่อมทำให้พนักงานคนดังกล่าวกลับบ้านเร็วขึ้นหรืออีกกรณีที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในชั้นเรียนของนิสิตนักศึกษาโดยทั่วไปคือการคุยกันเองของนักศึกษาจนกระทั่งรบกวนการเรียนการสอนอาจารย์ผู้สอนอาจใช้วิธีหยุดพูดเช่นกันซึ่งเมื่อหยุดพูดนักศึกษาจะรับรู้ได้เองว่าตนเองควรหยุดพูดกรณีนี้ก็นับว่าเป็นการทำให้สูญสิ้นอีกรูปแบบหนึ่ง4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า5ครั้งใน1เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น(นางสาวเอเซีย พิทยาพละ 12590112)
1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
ตอบลบ2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนหนึ่งกลับออกจากสำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานดังกล่าวยิ่งกลับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อมาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลักเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์และเปลืองค่าแอร์และค่าไฟฟ้าโดยใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยเลิกให้คำชมพนักงานคนนั้นเมื่อพนักงานรับรู้ว่าผู้บริหารจงใจเลิกให้คำชมย่อมทำให้พนักงานคนดังกล่าวกลับบ้านเร็วขึ้นหรืออีกกรณีที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในชั้นเรียนของนิสิตนักศึกษาโดยทั่วไปคือการคุยกันเองของนักศึกษาจนกระทั่งรบกวนการเรียนการสอนอาจารย์ผู้สอนอาจใช้วิธีหยุดพูดเช่นกันซึ่งเมื่อหยุดพูดนักศึกษาจะรับรู้ได้เองว่าตนเองควรหยุดพูดกรณีนี้ก็นับว่าเป็นการทำให้สูญสิ้นอีกรูปแบบหนึ่ง
4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น
(นางสาวอัมรินทร์ เกมอ 12590105)
-ทฤษฎีการเสริมแรงของสกินเนอร์ (Reinforcement theories of motivation) ได้นำเสนอการใช้การเสริมแรงเพื่อการจูงใจบุคคลให้เกิดพฤติกรรมใหม่ ทำพฤติกรรมซ้ำหรือหยุดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ ตั้งเป็น law of effect โดยมองการเสริมแรงเป็น 2 ด้าน ได้แก่
ตอบลบ1.การเสริมแรงทางบวก เป็นการให้ผลตอบแทนในสิ่งที่บุคคลอยากได้ เช่น เงิน คำยกย่อง ความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน การเพิ่มสวัสดิการ การให้วันหยุด เพื่อจูงใจให้ บุคคลเกิดแรงจูงใจที่จะกระทำพฤติกรรมพึงประสงค์ต่างๆ
2.การเสริมแรงทางลบ เป็นการไม่ให้ผลตอบแทนที่บุคคลไม่อยากได้ โดยมีการกำหนดพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่ต้องไม่กระทำและบทลงโทษต่างๆ เช่น ไล่ออก ตัดเงินเดือน ตักเตือน โดยที่หากบุคคลกระทำแต่พฤติกรรมพึงประสงค์ ก็จะไม่ให้ผลตอบแทนทางลบแก่ผู้นั้น
-เราสามารถสร้างวัฒนธรรมการปฏิบัติงานให้แก่พนักงานเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จขององค์กรได้ดังนี้
1.การให้อย่างต่อเนื่อง (continuous reinforcement) เป็นการให้การเสริมแรงทางบวกอย่างต่อเนื่องทุกครั้งที่ทำพฤติกรรมที่กำหนดไว้
2.การให้ตามปริมาณงาน (Fixed Ratio) เป็นการให้การเสริมแรงตามปริมาณงานที่บุคคลกระทำ หรือการจ่ายค่าตอบแทนการทำงานเป็นชิ้น เช่น ยกของได้ชิ้นละ 10 บาท ยกของไป 30 ชิ้นก็จะได้ 300 บาท หากต้องการผลตอบแทนมากก็จะทำงานมาก หากมีความต้องการไม่มากก็จะกระทำเพียงเท่าที่ต้องการเท่านั้น
3.การให้ตามระยะเวลา (Fixed Interval) เป็นการให้การเสริมแรงเมื่อบุคคลกระทำพฤติกรรมพึงประสงค์ตามระยะเวลาที่แน่นอน เช่น ทุก 2 สัปดาห์ ทุกเดือน เช่น ค่าจ้าง เงินเดือน ซึ่งทำให้บุคคลกระทำพฤติกรรมในระดับคงที่ และจะแสดงพฤติกรรมพึงประสงค์ได้ให้เกิดขึ้นมากในช่วงใกล้วันรับค่าตอบแทน
4.การให้ตามปริมาณงานยืดหยุ่น (Variable Ratio) เป็นการให้ตามปริมาณงานแต่ไม่กำหนดตายตัว โดยอาจพิจารณาในด้านคุณภาพร่วมด้วย เช่น พนักงานขายนำเสนอสินค้ากับลูกค้า 10 ราย อาจขายได้ 1 ราย หรือ 5 รายก็ได้โดยยิ่งกระทำมากก็มีโอกาสได้ผลตอบแทนมากขึ้น
5.การให้ตามระยะเวลายืดหยุ่น (Variable Interval) เป็นการให้การเสริมแรงโดยให้ตามเวลาแต่ไม่มีการกำหนดแน่นอน อาจให้หรือไม่ให้ก็ได้ เช่น จ่ายเป็น 3 เดือนบ้าง 6 เดือนบ้าง เป็นการจูงใจให้บุคคลทำพฤติกรรมพึงประสงค์อย่างต่อเนื่องโดยไม่อาจคาดเดาได้ว่าจะได้รับผลตอบแทนเมื่อใด เช่น การให้รางวัลกับพนักงานดีเด่นเฉพาะในวาระพิเศษเท่านั้น
(ปิยาภรณ์ ชินวงค์พรหม 12590051)
ทฤษฎีการเสริมแรงแสดงให้เห็นถึงแนวคิดที่สำคัญประการหนึ่งในการทางพฤติกรรมหรือบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเองและสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลนั้นดังนั้นการที่จะทำให้บุคคลมีพฤติกรรมที่พึงประสงค์สามารถทำได้โดยการทำให้บุคคลนั้นได้รับประสบการณ์ในรูปแบบที่ตนเองเคยประสบมาแล้วซึ่งจะส่งผลให้บุคคลมีพฤติกรรมในรูปแบบที่เป็นไปตามความต้องการได้การทำให้บุคคลได้รับประสบการณ์ตามทฤษฎีการเสริมแรงสามารถทำได้ 4 กรณีดังนี้ 1 การเสริมแรงทางบวกหากบุคคลเรียนรู้ว่าแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวกบุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้สำเร็จเรียบร้อยตามกำหนดการแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกจะได้รับ คำชมเชยได้รับรางวัล 2 การเสริมแรงทางลบตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็น ต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจะจนเสร็จงาน ก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับคำบ่นอีกหรือคำประชดจากหัวหน้าพนักงานจึงต้องร่วมมือกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพียงกัน 3 การทำให้สูญสิ้นการทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนนึงกลับออกจาก สำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานคนดังกล่าวยิ่งกับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อ มาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลังเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์หรือเปลืองค่าแอร์และค่าไฟโดยไม่ใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยฤกษ์ให้คำชมพนักงานคนนั้น
ตอบลบน.ส.วราภรณ์ ขันสมบัติ 12590069
15. ท่านจะสร้างวัฒนธรรมการปฏิบัติงานให้แก่พนักงานเพื่อบรรลุผลสำเร็จขององค์กรอย่างไร จงอธิบายโดยใช้ทฤษฎีการเสริมแรง
ตอบลบตอบ : ทฤษฎีการเสริมแรงของสกินเนอร์ (Reinforcement theories of motivation) ได้นำเสนอการใช้การเสริมแรงเพื่อการจูงใจบุคคลให้เกิดพฤติกรรมใหม่ ทำพฤติกรรมซ้ำหรือหยุดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ ตั้งเป็น law of effect โดยมองการเสริมแรงเป็น 2 ด้าน ได้แก่
1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนหนึ่งกลับออกจากสำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานดังกล่าวยิ่งกลับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อมาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลักเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์และเปลืองค่าแอร์และค่าไฟฟ้าโดยใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยเลิกให้คำชมพนักงานคนนั้นเมื่อพนักงานรับรู้ว่าผู้บริหารจงใจเลิกให้คำชมย่อมทำให้พนักงานคนดังกล่าวกลับบ้านเร็วขึ้นหรืออีกกรณีที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในชั้นเรียนของนิสิตนักศึกษาโดยทั่วไปคือการคุยกันเองของนักศึกษาจนกระทั่งรบกวนการเรียนการสอนอาจารย์ผู้สอนอาจใช้วิธีหยุดพูดเช่นกันซึ่งเมื่อหยุดพูดนักศึกษาจะรับรู้ได้เองว่าตนเองควรหยุดพูดกรณีนี้ก็นับว่าเป็นการทำให้สูญสิ้นอีกรูปแบบหนึ่ง
4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น
นางสาวสุดารัตน์ สุขสาม (รหัส 12590090)
ตอบลบทฤษฎีการเสริมแรง แสดงแนวคิดว่าบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่กับตนเอง และสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลอื่น การทำให้พนักงานบรรลุผลสำเร็จขององค์กรตามทฤษฎีการเสริมแรง สามารถทำได้ใน 4 กรณี
1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคล
4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น
ทฤษฎีการเสริมแรงทั้ง 4 กรณีนี้ จะพิจารณาได้วว่าการเสริมแรงทั้งทางบวกและทางลบเป็นวิธีการในการเพิ่มพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ดังนั้น ผู้บริหารควรคำนึงถึงประเด็นต่างๆเหล่านี้ให้รอบคอบเพื่อจะสามารถเลือกใช้การเสริมแรงที่เหมาะสมกับสถานการณ์และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร
(ชนกนาฎ สหทรัพย์เจริญ 12590012)
ทฤษฎีการเสริมแรง แสดงแนวคิดว่าบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเอง และสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลนั้น โดยทฤษฎีเสริมแรงสามารถทำได้ 4 กรณี ดังนี้
ตอบลบ1.การเสริมแรงทางบวก หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่ประสงค์ หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆ
2.การเสริมแรงทางลบ เช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติ หากไม่ร่วมมือกัน ก็อาจโดนหัวหน้าบ่นหรือประชด
3.การทำให้สูญสิ้น สามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้าน
4.การลงโทษ เช่นใครมาสายเกิดเวลากำหนด จะไม่ได้รับโบนัส
ดังนั้นจะสร้างวัฒนธรรมการปฏิบัติงานให้แก่พนักงานเพื่อบรรลุเป้าหมายขององค์กรโดยการใช้การเสริมแรงบวกและแรงลบ ในการเพิ่มพฤติกรรมที่พึงประสงค์ และใช้การทำให้สูญสิ้นและลงโทษ ในการลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์
(อารียา ปานทอง 12590109)
ข้อที่ 15
ตอบลบทฤษฎีการเสริมแรงของสกินเนอร์ (Reinforcement theories of motivation) สกินเนอร์ได้นำเสนอการใช้การเสริมแรงเพื่อการจูงใจบุคคลให้เกิดพฤติกรรมใหม่ ทำพฤติกรรมซ้ำหรือหยุดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ ตั้งเป็น law of effect โดยมองการเสริมแรงเป็น 2 ด้าน ได้แก่
1. การเสริมแรงทางบวก (Positive reinforcement) เป็นการให้ผลตอบแทนในสิ่งที่บุคคลอยากได้ เช่น เงิน คำยกย่อง ความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน การเพิ่มสวัสดิการ การให้วันหยุด เป็นต้น เพื่อจูงใจให้บุคลเกิดแรงจูงใจที่จะกระทำพฤติกรรมพึงประสงค์ต่าง ๆ
2. การเสริมแรงทางลบ (Negative reinforcement) เป็นการไม่ให้ผลตอบแทนที่บุคคลไม่อยากได้ โดยมีการกำหนดพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่ต้องไม่กระทำและบทลงโทษต่าง ๆ เช่น ไล่ออก ตัดเงินเดือน ตักเตือน โดยที่หากบุคคลกระทำแต่พฤติกรรมพึงประสงค์ ก็จะไม่ให้ผลตอบแทนทางลบแก่ผู้นั้น
(อรณิชา ศรีสมัย 1259102)
- ทฤษฎีการเสริมแรง (Reinforcement Theory)
ตอบลบ1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคล
4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น
(นางสาวสิริรัตน์ ศิริพรทุม 12590086)
1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
ตอบลบ2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนหนึ่งกลับออกจากสำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานดังกล่าวยิ่งกลับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อมาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลักเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์และเปลืองค่าแอร์และค่าไฟฟ้าโดยใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยเลิกให้คำชมพนักงานคนนั้นเมื่อพนักงานรับรู้ว่าผู้บริหารจงใจเลิกให้คำชมย่อมทำให้พนักงานคนดังกล่าวกลับบ้านเร็วขึ้นหรืออีกกรณีที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในชั้นเรียนของนิสิตนักศึกษาโดยทั่วไปคือการคุยกันเองของนักศึกษาจนกระทั่งรบกวนการเรียนการสอนอาจารย์ผู้สอนอาจใช้วิธีหยุดพูดเช่นกันซึ่งเมื่อหยุดพูดนักศึกษาจะรับรู้ได้เองว่าตนเองควรหยุดพูดกรณีนี้ก็นับว่าเป็นการทำให้สูญสิ้นอีกรูปแบบหนึ่ง
4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น
(นางสาวณัฐฐา จินตกวีพันธุ์ 12590020)
ทฤษฎีการเสริมแรงของสกินเนอร์ (Reinforcement theories of motivation) ได้นำเสนอการใช้การเสริมแรงเพื่อการจูงใจบุคคลให้เกิดพฤติกรรมใหม่ ทำพฤติกรรมซ้ำหรือหยุดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ ตั้งเป็น law of effect โดยมองการเสริมแรงเป็น 2 ด้าน ได้แก่
ตอบลบ1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนหนึ่งกลับออกจากสำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานดังกล่าวยิ่งกลับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อมาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลักเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์และเปลืองค่าแอร์และค่าไฟฟ้าโดยใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยเลิกให้คำชมพนักงานคนนั้นเมื่อพนักงานรับรู้ว่าผู้บริหารจงใจเลิกให้คำชมย่อมทำให้พนักงานคนดังกล่าวกลับบ้านเร็วขึ้นหรืออีกกรณีที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในชั้นเรียนของนิสิตนักศึกษาโดยทั่วไปคือการคุยกันเองของนักศึกษาจนกระทั่งรบกวนการเรียนการสอนอาจารย์ผู้สอนอาจใช้วิธีหยุดพูดเช่นกันซึ่งเมื่อหยุดพูดนักศึกษาจะรับรู้ได้เองว่าตนเองควรหยุดพูดกรณีนี้ก็นับว่าเป็นการทำให้สูญสิ้นอีกรูปแบบหนึ่ง
4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น
(นางสาวสิริกร ราชมณี12590084)
ทฤษฎีการเสริมแรง แสดงแนวคิดว่าบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเอง และสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลนั้น การทำให้บุคคลได้รับประสบการณ์ทฤษฎีการเสริมแรงสามารถทำได้ใน 4 กรณี ได้แก่
ตอบลบ1.การเสริมแรงทางบวก
หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์ หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆ เช่น หากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวก เช่น ได้รับคำชมเชย ได้รางวัลพิเศษ หรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคต พนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีก เนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
2.การเสริมแรงทางลบ
ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบ เช่น ในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติ ถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จ ก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือ ดังนั้น เพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างาน พนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกัน การที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
3.การทำให้สูญสิ้น
การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคล เช่น ถ้าพนักงานคนหนึ่งกลับออกจากสำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้ง และพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยัน จึงเป็นเหตุให้พนักงานดังกล่าวยิ่งกลับช้าอย่างสม่ำเสมอ แต่หากต่อมาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลักเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์และเปลืองค่าแอร์และค่าไฟฟ้าโดยใช่เหตุ ผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยเลิกให้คำชมพนักงานคนนั้น เมื่อพนักงานรับรู้ว่าผู้บริหารจงใจเลิกให้คำชมย่อมทำให้พนักงานคนดังกล่าวกลับบ้านเร็วขึ้น หรืออีกกรณีที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในชั้นเรียนของนิสิตนักศึกษาโดยทั่วไป คือการคุยกันเองของนักศึกษา จนกระทั่งรบกวนการเรียนการสอนอาจารย์ผู้สอนอาจใช้วิธีหยุดพูดเช่นกัน ซึ่งเมื่อหยุดพูดนักศึกษาจะรับรู้ได้เองว่าตนเองควรหยุดพูดกรณีนี้ก็นับว่าเป็นการทำให้สูญสิ้นอีกรูปแบบหนึ่ง
4.การลงโทษ
การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงาน เช่น ผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปี เป็นต้น
(นางสาวกรกนก จันทร์พันธุ์ 12590003)
1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
ตอบลบ2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนหนึ่งกลับออกจากสำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานดังกล่าวยิ่งกลับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อมาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลักเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์และเปลืองค่าแอร์และค่าไฟฟ้าโดยใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยเลิกให้คำชมพนักงานคนนั้นเมื่อพนักงานรับรู้ว่าผู้บริหารจงใจเลิกให้คำชมย่อมทำให้พนักงานคนดังกล่าวกลับบ้านเร็วขึ้นหรืออีกกรณีที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในชั้นเรียนของนิสิตนักศึกษาโดยทั่วไปคือการคุยกันเองของนักศึกษาจนกระทั่งรบกวนการเรียนการสอนอาจารย์ผู้สอนอาจใช้วิธีหยุดพูดเช่นกันซึ่งเมื่อหยุดพูดนักศึกษาจะรับรู้ได้เองว่าตนเองควรหยุดพูดกรณีนี้ก็นับว่าเป็นการทำให้สูญสิ้นอีกรูปแบบหนึ่ง
4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น
(นางสาว สรัสนันท์ บุญมี 12590080)
ทฤษฎีการเสริมแรง แสดงแนวคิดว่าบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่กับตนเอง และสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลอื่น การทำให้พนักงานบรรลุผลสำเร็จขององค์กรตามทฤษฎีการเสริมแรง สามารถทำได้ใน 4 กรณี
ตอบลบ1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคล
4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น
ทฤษฎีการเสริมแรงทั้ง 4 กรณีนี้ จะพิจารณาได้วว่าการเสริมแรงทั้งทางบวกและทางลบเป็นวิธีการในการเพิ่มพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ดังนั้น ผู้บริหารควรคำนึงถึงประเด็นต่างๆเหล่านี้ให้รอบคอบเพื่อจะสามารถเลือกใช้การเสริมแรงที่เหมาะสมกับสถานการณ์และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร
สุภัทษา สนธิช่วย 12590096
ทฤษฎีการเสริมแรงของสกินเนอร์ (Reinforcement theories of motivation) ได้นำเสนอการใช้การเสริมแรงเพื่อการจูงใจบุคคลให้เกิดพฤติกรรมใหม่ ทำพฤติกรรมซ้ำหรือหยุดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ ตั้งเป็น law of effect โดยมองการเสริมแรงเป็น 2 ด้าน ได้แก่
ตอบลบ1.การเสริมแรงทางบวก เป็นการให้ผลตอบแทนในสิ่งที่บุคคลอยากได้ เช่น เงิน คำยกย่อง ความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน การเพิ่มสวัสดิการ การให้วันหยุด เพื่อจูงใจให้ บุคคลเกิดแรงจูงใจที่จะกระทำพฤติกรรมพึงประสงค์ต่างๆ
2.การเสริมแรงทางลบ เป็นการไม่ให้ผลตอบแทนที่บุคคลไม่อยากได้ โดยมีการกำหนดพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่ต้องไม่กระทำและบทลงโทษต่างๆ เช่น ไล่ออก ตัดเงินเดือน ตักเตือน โดยที่หากบุคคลกระทำแต่พฤติกรรมพึงประสงค์ ก็จะไม่ให้ผลตอบแทนทางลบแก่ผู้นั้น
(นางสาวภิตติมาตุ์ เอื้ออรุณชัย 12590062)
ทฤษฎีการเสริมแรง แสดงแนวคิดว่าบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่กับตนเอง และสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลอื่น การทำให้พนักงานบรรลุผลสำเร็จขององค์กรตามทฤษฎีการเสริมแรง สามารถทำได้ใน 4 กรณี
ตอบลบ1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคล
4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินกว่า 5 ครั้งใน 1 เดือน จะไม่ได้รับโบนัสประจำปี เป็นต้น ดังนั้น ผู้บริหารควรคำนึงถึงประเด็นต่างๆเหล่านี้ให้รอบคอบเพื่อจะสามารถเลือกใช้การเสริมแรงที่เหมาะสมกับสถานการณ์และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร
(ศศิพิมพ์ ชัยกัลพัฒนา 12590076)
ทฤษฎีการเสริมแรง
ตอบลบคือแนวคิดว่าบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเอง และสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลนั้น
1.การเสริมแรงทางบวก
หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่ประสงค์ หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆ
2.การเสริมแรงทางลบ
เช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติ หากไม่ร่วมมือกัน ก็อาจโดนหัวหน้าบ่นหรือประชด
3.การทำให้สูญสิ้น
สามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้าน
4.การลงโทษ
เช่นใครมาสายเกิดเวลากำหนด จะไม่ได้รับโบนัส
ดังนั้นจะสร้างวัฒนธรรมการปฏิบัติงานให้แก่พนักงานเพื่อบรรลุเป้าหมายขององค์กรโดยการใช้การเสริมแรงบวกและแรงลบ ในการเพิ่มพฤติกรรมที่พึงประสงค์ และใช้การทำให้สูญสิ้นและลงโทษ ในการลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์
(อภิษฐา เนียมศิริ 12590101)
1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
ตอบลบ2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนหนึ่งกลับออกจากสำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานดังกล่าวยิ่งกลับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อมาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลักเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์และเปลืองค่าแอร์และค่าไฟฟ้าโดยใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยเลิกให้คำชมพนักงานคนนั้นเมื่อพนักงานรับรู้ว่าผู้บริหารจงใจเลิกให้คำชมย่อมทำให้พนักงานคนดังกล่าวกลับบ้านเร็วขึ้นหรืออีกกรณีที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในชั้นเรียนของนิสิตนักศึกษาโดยทั่วไปคือการคุยกันเองของนักศึกษาจนกระทั่งรบกวนการเรียนการสอนอาจารย์ผู้สอนอาจใช้วิธีหยุดพูดเช่นกันซึ่งเมื่อหยุดพูดนักศึกษาจะรับรู้ได้เองว่าตนเองควรหยุดพูดกรณีนี้ก็นับว่าเป็นการทำให้สูญสิ้นอีกรูปแบบหนึ่ง
4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น
ดวงหทัย โฉมมา 12590029
ทฤษฎีการเสริมแรง แสดงแนวคิดว่าบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเอง และสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลนั้น โดยทฤษฎีเสริมแรงสามารถทำได้ 4 กรณี ดังนี้
ตอบลบ1.การเสริมแรงทางบวก หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่ประสงค์ หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆ
2.การเสริมแรงทางลบ เช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติ หากไม่ร่วมมือกัน ก็อาจโดนหัวหน้าบ่นหรือประชด
3.การทำให้สูญสิ้น สามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้าน
4.การลงโทษ เช่นใครมาสายเกิดเวลากำหนด จะไม่ได้รับโบนัส
ดังนั้นจะสร้างวัฒนธรรมการปฏิบัติงานให้แก่พนักงานเพื่อบรรลุเป้าหมายขององค์กรโดยการใช้การเสริมแรงบวกและแรงลบ ในการเพิ่มพฤติกรรมที่พึงประสงค์ และใช้การทำให้สูญสิ้นและลงโทษ ในการลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์
(นางสาวปรมาพร สิงขรรัตน์ 12590046)
1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
ตอบลบ2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนหนึ่งกลับออกจากสำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานดังกล่าวยิ่งกลับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อมาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลักเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์และเปลืองค่าแอร์และค่าไฟฟ้าโดยใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยเลิกให้คำชมพนักงานคนนั้นเมื่อพนักงานรับรู้ว่าผู้บริหารจงใจเลิกให้คำชมย่อมทำให้พนักงานคนดังกล่าวกลับบ้านเร็วขึ้นหรืออีกกรณีที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในชั้นเรียนของนิสิตนักศึกษาโดยทั่วไปคือการคุยกันเองของนักศึกษาจนกระทั่งรบกวนการเรียนการสอนอาจารย์ผู้สอนอาจใช้วิธีหยุดพูดเช่นกันซึ่งเมื่อหยุดพูดนักศึกษาจะรับรู้ได้เองว่าตนเองควรหยุดพูดกรณีนี้ก็นับว่าเป็นการทำให้สูญสิ้นอีกรูปแบบหนึ่ง
4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น
นางาสาวภัทราพร ผังรักษ์ 12590061
ทฤษฎีการเสริมแรง
ตอบลบ1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนหนึ่งกลับออกจากสำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานดังกล่าวยิ่งกลับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อมาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลักเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์และเปลืองค่าแอร์และค่าไฟฟ้าโดยใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยเลิกให้คำชมพนักงานคนนั้นเมื่อพนักงานรับรู้ว่าผู้บริหารจงใจเลิกให้คำชมย่อมทำให้พนักงานคนดังกล่าวกลับบ้านเร็วขึ้นหรืออีกกรณีที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในชั้นเรียนของนิสิตนักศึกษาโดยทั่วไปคือการคุยกันเองของนักศึกษาจนกระทั่งรบกวนการเรียนการสอนอาจารย์ผู้สอนอาจใช้วิธีหยุดพูดเช่นกันซึ่งเมื่อหยุดพูดนักศึกษาจะรับรู้ได้เองว่าตนเองควรหยุดพูดกรณีนี้ก็นับว่าเป็นการทำให้สูญสิ้นอีกรูปแบบหนึ่ง
4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น
(อภัสสร ปูชนียกุล 12590100)
ทฤษฎีการเสริมแรง แสดงแนวคิดว่าบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเอง และสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลนั้น โดยทฤษฎีเสริมแรงสามารถทำได้ 4 กรณี ดังนี้
ตอบลบ1.การเสริมแรงทางบวก หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่ประสงค์ หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆ
2.การเสริมแรงทางลบ เช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติ หากไม่ร่วมมือกัน ก็อาจโดนหัวหน้าบ่นหรือประชด
3.การทำให้สูญสิ้น สามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้าน
4.การลงโทษ เช่นใครมาสายเกิดเวลากำหนด จะไม่ได้รับโบนัส
ดังนั้นจะสร้างวัฒนธรรมการปฏิบัติงานให้แก่พนักงานเพื่อบรรลุเป้าหมายขององค์กรโดยการใช้การเสริมแรงบวกและแรงลบ ในการเพิ่มพฤติกรรมที่พึงประสงค์ และใช้การทำให้สูญสิ้นและลงโทษ ในการลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์
(นางสาวบุญธิดา กะตะศิลา 12590043)
ทฤษฎีการเสริมแรงแสดงให้เห็นถึงแนวคิดที่สำคัญประการหนึ่งในการทางพฤติกรรมหรือบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเองและสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลนั้นดังนั้นการที่จะทำให้บุคคลมีพฤติกรรมที่พึงประสงค์สามารถทำได้โดยการทำให้บุคคลนั้นได้รับประสบการณ์ในรูปแบบที่ตนเองเคยประสบมาแล้วซึ่งจะส่งผลให้บุคคลมีพฤติกรรมในรูปแบบที่เป็นไปตามความต้องการได้การทำให้บุคคลได้รับประสบการณ์ตามทฤษฎีการเสริมแรงสามารถทำได้ 4 กรณีดังนี้ 1 การเสริมแรงทางบวกหากบุคคลเรียนรู้ว่าแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวกบุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้สำเร็จเรียบร้อยตามกำหนดการแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกจะได้รับ คำชมเชยได้รับรางวัล 2 การเสริมแรงทางลบตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็น ต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจะจนเสร็จงาน ก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับคำบ่นอีกหรือคำประชดจากหัวหน้าพนักงานจึงต้องร่วมมือกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพียงกัน 3 การทำให้สูญสิ้นการทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนนึงกลับออกจาก สำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานคนดังกล่าวยิ่งกับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อ มาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลังเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์หรือเปลืองค่าแอร์และค่าไฟโดยไม่ใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยฤกษ์ให้คำชมพนักงานคนนั้น
ตอบลบ(นางสาวเบญญาภา กรีรถ 12590044)
ทฤษฎีการเสริมแรง แสดงแนวคิดว่าบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่กับตนเอง และสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลอื่น การทำให้พนักงานบรรลุผลสำเร็จขององค์กรตามทฤษฎีการเสริมแรง สามารถทำได้ใน 4 กรณี
ตอบลบ1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคล
4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น
ทฤษฎีการเสริมแรงทั้ง 4 กรณีนี้ จะพิจารณาได้วว่าการเสริมแรงทั้งทางบวกและทางลบเป็นวิธีการในการเพิ่มพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ดังนั้น ผู้บริหารควรคำนึงถึงประเด็นต่างๆเหล่านี้ให้รอบคอบเพื่อจะสามารถเลือกใช้การเสริมแรงที่เหมาะสมกับสถานการณ์และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร
(นายสิทธิชัย พ่อค้าเรือ 12590083)
ทฤษฎีการเสริมแรง แสดงแนวคิดว่าบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเอง และสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลนั้น การทำให้บุคคลได้รับประสบการณ์ทฤษฎีการเสริมแรงสามารถทำได้ใน 4 กรณี ได้แก่
ตอบลบ1.การเสริมแรงทางบวก
หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์ หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆ เช่น หากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวก เช่น ได้รับคำชมเชย ได้รางวัลพิเศษ หรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคต พนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีก เนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
2.การเสริมแรงทางลบ
ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบ เช่น ในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติ ถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จ ก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือ ดังนั้น เพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างาน พนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกัน การที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
3.การทำให้สูญสิ้น
การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคล เช่น ถ้าพนักงานคนหนึ่งกลับออกจากสำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้ง และพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยัน จึงเป็นเหตุให้พนักงานดังกล่าวยิ่งกลับช้าอย่างสม่ำเสมอ แต่หากต่อมาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลักเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์และเปลืองค่าแอร์และค่าไฟฟ้าโดยใช่เหตุ ผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยเลิกให้คำชมพนักงานคนนั้น เมื่อพนักงานรับรู้ว่าผู้บริหารจงใจเลิกให้คำชมย่อมทำให้พนักงานคนดังกล่าวกลับบ้านเร็วขึ้น หรืออีกกรณีที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในชั้นเรียนของนิสิตนักศึกษาโดยทั่วไป คือการคุยกันเองของนักศึกษา จนกระทั่งรบกวนการเรียนการสอนอาจารย์ผู้สอนอาจใช้วิธีหยุดพูดเช่นกัน ซึ่งเมื่อหยุดพูดนักศึกษาจะรับรู้ได้เองว่าตนเองควรหยุดพูดกรณีนี้ก็นับว่าเป็นการทำให้สูญสิ้นอีกรูปแบบหนึ่ง
4.การลงโทษ
การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงาน เช่น ผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปี เป็นต้น
(นายชินวัตร พิิพัฒน์พงศานนท์ 12590015)
ทฤษฎีการเสริมแรง (Reinforcement Theory)
ตอบลบ1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคล
4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น (นางสาวชัชญาณ์ณัฐ ภูวิศภัทรนนท์ 12590110)
ทฤษฎีการเสริมแรง (Reinforcement Theory)
ตอบลบ1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคล
4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น
(นางสาวณัฐพร ทองปลิว 12590024)
1.ดูการเสริมแรงทางบวก(Positive Reinforcement)หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก(Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อย
ตอบลบ2.การเสริมแรงทางลบ(Negative Reinforcement)ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
3.การทำให้สูญสิ้น(Extinction)การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนหนึ่งกลับออกจากสำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานดังกล่าวยิ่งกลับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อมาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลักเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์และเปลืองค่าแอร์และค่าไฟฟ้าโดยใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยเลิกให้คำชมพนักงานคนนั้นเมื่อพนักงานรับรู้ว่าผู้บริหารจงใจเลิกให้คำชมย่อมทำให้พนักงานคนดังกล่าวกลับบ้านเร็วขึ้นหรืออีกกรณีที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในชั้นเรียนของนิสิตนักศึกษาโดยทั่วไปคือการคุยกันเองของนักศึกษาจนกระทั่งรบกวนการเรียนการสอนอาจารย์ผู้สอนอาจใช้วิธีหยุดพูดเช่นกันซึ่งเมื่อหยุดพูดนักศึกษาจะรับรู้ได้เองว่าตนเองควรหยุดพูดกรณีนี้ก็นับว่าเป็นการทำให้สูญสิ้นอีกรูปแบบหนึ่ง
4.การลงโทษ(Punishment)การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น
(ปวีญา เกตุแย้ม 12590047)
ทฤษฎีการเสริมแรงแสดงให้เห็นถึงแนวคิดที่สำคัญประการหนึ่งในการทางพฤติกรรมหรือบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเองและสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลนั้นดังนั้นการที่จะทำให้บุคคลมีพฤติกรรมที่พึงประสงค์สามารถทำได้โดยการทำให้บุคคลนั้นได้รับประสบการณ์ในรูปแบบที่ตนเองเคยประสบมาแล้วซึ่งจะส่งผลให้บุคคลมีพฤติกรรมในรูปแบบที่เป็นไปตามความต้องการได้การทำให้บุคคลได้รับประสบการณ์ตามทฤษฎีการเสริมแรงสามารถทำได้ 4 กรณีดังนี้ 1 การเสริมแรงทางบวกหากบุคคลเรียนรู้ว่าแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวกบุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้สำเร็จเรียบร้อยตามกำหนดการแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกจะได้รับ คำชมเชยได้รับรางวัล 2 การเสริมแรงทางลบตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็น ต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจะจนเสร็จงาน ก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับคำบ่นอีกหรือคำประชดจากหัวหน้าพนักงานจึงต้องร่วมมือกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพียงกัน 3 การทำให้สูญสิ้นการทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนนึงกลับออกจาก สำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานคนดังกล่าวยิ่งกับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อ มาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลังเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์หรือเปลืองค่าแอร์และค่าไฟโดยไม่ใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยฤกษ์ให้คำชมพนักงานคนนั้น
ตอบลบ(นางสาวพัชรา จูเอี่ยม 12590054)
ทฤษฎีการเสริมแรง แสดงแนวคิดว่าบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่กับตนเอง และสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลอื่น การทำให้พนักงานบรรลุผลสำเร็จขององค์กรตามทฤษฎีการเสริมแรง สามารถทำได้ใน 4 กรณี
ตอบลบ1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคล
4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น
ทฤษฎีการเสริมแรงทั้ง 4 กรณีนี้ จะพิจารณาได้วว่าการเสริมแรงทั้งทางบวกและทางลบเป็นวิธีการในการเพิ่มพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ดังนั้น ผู้บริหารควรคำนึงถึงประเด็นต่างๆเหล่านี้ให้รอบคอบเพื่อจะสามารถเลือกใช้การเสริมแรงที่เหมาะสมกับสถานการณ์และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร
วัชระ จริยสุขสกุล 071
ทฤษฎีการเสริมแรงแสดงให้เห็นถึงแนวคิดที่สำคัญประการหนึ่งในการทางพฤติกรรมหรือบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเองและสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลนั้นดังนั้นการที่จะทำให้บุคคลมีพฤติกรรมที่พึงประสงค์สามารถทำได้โดยการทำให้บุคคลนั้นได้รับประสบการณ์ในรูปแบบที่ตนเองเคยประสบมาแล้วซึ่งจะส่งผลให้บุคคลมีพฤติกรรมในรูปแบบที่เป็นไปตามความต้องการได้การทำให้บุคคลได้รับประสบการณ์ตามทฤษฎีการเสริมแรงสามารถทำได้ 4 กรณีดังนี้ 1 การเสริมแรงทางบวกหากบุคคลเรียนรู้ว่าแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวกบุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้สำเร็จเรียบร้อยตามกำหนดการแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกจะได้รับ คำชมเชยได้รับรางวัล 2 การเสริมแรงทางลบตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็น ต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจะจนเสร็จงาน ก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับคำบ่นอีกหรือคำประชดจากหัวหน้าพนักงานจึงต้องร่วมมือกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพียงกัน 3 การทำให้สูญสิ้นการทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนนึงกลับออกจาก สำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานคนดังกล่าวยิ่งกับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อ มาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลังเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์หรือเปลืองค่าแอร์และค่าไฟโดยไม่ใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยฤกษ์ให้คำชมพนักงานคนนั้น
ตอบลบนางสาววชิราพร คำกอง 12590068
ทฤษฎีการเสริมแรง แสดงแนวคิดว่าบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่กับตนเอง และสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลอื่น การทำให้พนักงานบรรลุผลสำเร็จขององค์กรตามทฤษฎีการเสริมแรง สามารถทำได้ใน 4 กรณี
ตอบลบ1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคล
4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น
ทฤษฎีการเสริมแรงทั้ง 4 กรณีนี้ จะพิจารณาได้วว่าการเสริมแรงทั้งทางบวกและทางลบเป็นวิธีการในการเพิ่มพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ดังนั้น ผู้บริหารควรคำนึงถึงประเด็นต่างๆเหล่านี้ให้รอบคอบเพื่อจะสามารถเลือกใช้การเสริมแรงที่เหมาะสมกับสถานการณ์และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร
รัญชริดา มะนุ่น 12590067
1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
ตอบลบ2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนหนึ่งกลับออกจากสำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานดังกล่าวยิ่งกลับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อมาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลักเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์และเปลืองค่าแอร์และค่าไฟฟ้าโดยใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยเลิกให้คำชมพนักงานคนนั้นเมื่อพนักงานรับรู้ว่าผู้บริหารจงใจเลิกให้คำชมย่อมทำให้พนักงานคนดังกล่าวกลับบ้านเร็วขึ้นหรืออีกกรณีที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในชั้นเรียนของนิสิตนักศึกษาโดยทั่วไปคือการคุยกันเองของนักศึกษาจนกระทั่งรบกวนการเรียนการสอนอาจารย์ผู้สอนอาจใช้วิธีหยุดพูดเช่นกันซึ่งเมื่อหยุดพูดนักศึกษาจะรับรู้ได้เองว่าตนเองควรหยุดพูดกรณีนี้ก็นับว่าเป็นการทำให้สูญสิ้นอีกรูปแบบหนึ่ง
4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น
นายดนุสรณ์ เลิศเศรษฐี 12590028
ทฤษฎีการเสริมแรงแสดงให้เห็นถึงแนวคิดที่สำคัญประการหนึ่งในการทางพฤติกรรมหรือบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเองและสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลนั้นดังนั้นการที่จะทำให้บุคคลมีพฤติกรรมที่พึงประสงค์สามารถทำได้โดยการทำให้บุคคลนั้นได้รับประสบการณ์ในรูปแบบที่ตนเองเคยประสบมาแล้วซึ่งจะส่งผลให้บุคคลมีพฤติกรรมในรูปแบบที่เป็นไปตามความต้องการได้การทำให้บุคคลได้รับประสบการณ์ตามทฤษฎีการเสริมแรงสามารถทำได้ 4 กรณีดังนี้ 1 การเสริมแรงทางบวกหากบุคคลเรียนรู้ว่าแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวกบุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้สำเร็จเรียบร้อยตามกำหนดการแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกจะได้รับ คำชมเชยได้รับรางวัล 2 การเสริมแรงทางลบตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็น ต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจะจนเสร็จงาน ก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับคำบ่นอีกหรือคำประชดจากหัวหน้าพนักงานจึงต้องร่วมมือกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพียงกัน 3 การทำให้สูญสิ้นการทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนนึงกลับออกจาก สำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานคนดังกล่าวยิ่งกับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อ มาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลังเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์หรือเปลืองค่าแอร์และค่าไฟโดยไม่ใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยฤกษ์ให้คำชมพนักงานคนนั้น
ตอบลบ(นายนภนต์ เจียรนัย 12590040)
ทฤษฎีการเสริมแรง แสดงแนวคิดว่าบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่กับตนเอง และสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลอื่น การทำให้พนักงานบรรลุผลสำเร็จขององค์กรตามทฤษฎีการเสริมแรง สามารถทำได้ใน 4 กรณี
ตอบลบ1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคล
4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น
ทฤษฎีการเสริมแรงทั้ง 4 กรณีนี้ จะพิจารณาได้วว่าการเสริมแรงทั้งทางบวกและทางลบเป็นวิธีการในการเพิ่มพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ดังนั้น ผู้บริหารควรคำนึงถึงประเด็นต่างๆเหล่านี้ให้รอบคอบเพื่อจะสามารถเลือกใช้การเสริมแรงที่เหมาะสมกับสถานการณ์และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร
(ธนพล โชครัตน์ประภา 12590033)
ทฤษฎีการเสริมแรงแสดงให้เห็นถึงแนวคิดที่สำคัญประการหนึ่งในการทางพฤติกรรมหรือบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเองและสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลนั้นดังนั้นการที่จะทำให้บุคคลมีพฤติกรรมที่พึงประสงค์สามารถทำได้โดยการทำให้บุคคลนั้นได้รับประสบการณ์ในรูปแบบที่ตนเองเคยประสบมาแล้วซึ่งจะส่งผลให้บุคคลมีพฤติกรรมในรูปแบบที่เป็นไปตามความต้องการได้การทำให้บุคคลได้รับประสบการณ์ตามทฤษฎีการเสริมแรงสามารถทำได้ 4 กรณีดังนี้ 1 การเสริมแรงทางบวกหากบุคคลเรียนรู้ว่าแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวกบุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้สำเร็จเรียบร้อยตามกำหนดการแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกจะได้รับ คำชมเชยได้รับรางวัล 2 การเสริมแรงทางลบตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็น ต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจะจนเสร็จงาน ก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับคำบ่นอีกหรือคำประชดจากหัวหน้าพนักงานจึงต้องร่วมมือกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพียงกัน 3 การทำให้สูญสิ้นการทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนนึงกลับออกจาก สำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานคนดังกล่าวยิ่งกับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อ มาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลังเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์หรือเปลืองค่าแอร์และค่าไฟโดยไม่ใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยฤกษ์ให้คำชมพนักงานคนนั้น
ตอบลบ(วิลาสินี เกตุแก้ว 12590073)
ตอบลบทฤษฎีการเสริมแรง แสดงแนวคิดว่าบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเอง และสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลนั้น โดยทฤษฎีเสริมแรงสามารถทำได้ 4 กรณี ดังนี้
1.การเสริมแรงทางบวก หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่ประสงค์ หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆ
2.การเสริมแรงทางลบ เช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติ หากไม่ร่วมมือกัน ก็อาจโดนหัวหน้าบ่นหรือประชด
3.การทำให้สูญสิ้น สามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้าน
4.การลงโทษ เช่นใครมาสายเกิดเวลากำหนด จะไม่ได้รับโบนัส
ดังนั้นจะสร้างวัฒนธรรมการปฏิบัติงานให้แก่พนักงานเพื่อบรรลุเป้าหมายขององค์กรโดยการใช้การเสริมแรงบวกและแรงลบ ในการเพิ่มพฤติกรรมที่พึงประสงค์ และใช้การทำให้สูญสิ้นและลงโทษ ในการลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์
(ชนาวาส บัววงค์ 12590013)
ทฤษฎีการเสริมแรง แสดงแนวคิดว่าบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่กับตนเอง และสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลอื่น การทำให้พนักงานบรรลุผลสำเร็จขององค์กรตามทฤษฎีการเสริมแรง สามารถทำได้ใน 4 กรณี
ตอบลบ1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคล
4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น
ทฤษฎีการเสริมแรงทั้ง 4 กรณีนี้ จะพิจารณาได้วว่าการเสริมแรงทั้งทางบวกและทางลบเป็นวิธีการในการเพิ่มพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ดังนั้น ผู้บริหารควรคำนึงถึงประเด็นต่างๆเหล่านี้ให้รอบคอบเพื่อจะสามารถเลือกใช้การเสริมแรงที่เหมาะสมกับสถานการณ์และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร
(อังคณา พิทักษ์สุข 12590104)
1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
ตอบลบ2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนหนึ่งกลับออกจากสำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานดังกล่าวยิ่งกลับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อมาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลักเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์และเปลืองค่าแอร์และค่าไฟฟ้าโดยใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยเลิกให้คำชมพนักงานคนนั้นเมื่อพนักงานรับรู้ว่าผู้บริหารจงใจเลิกให้คำชมย่อมทำให้พนักงานคนดังกล่าวกลับบ้านเร็วขึ้นหรืออีกกรณีที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในชั้นเรียนของนิสิตนักศึกษาโดยทั่วไปคือการคุยกันเองของนักศึกษาจนกระทั่งรบกวนการเรียนการสอนอาจารย์ผู้สอนอาจใช้วิธีหยุดพูดเช่นกันซึ่งเมื่อหยุดพูดนักศึกษาจะรับรู้ได้เองว่าตนเองควรหยุดพูดกรณีนี้ก็นับว่าเป็นการทำให้สูญสิ้นอีกรูปแบบหนึ่ง
4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น
(น.ส.ดารารัตน์ ดาสาลี 12590030)
ตอบลบ1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนหนึ่งกลับออกจากสำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานดังกล่าวยิ่งกลับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อมาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลักเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์และเปลืองค่าแอร์และค่าไฟฟ้าโดยใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยเลิกให้คำชมพนักงานคนนั้นเมื่อพนักงานรับรู้ว่าผู้บริหารจงใจเลิกให้คำชมย่อมทำให้พนักงานคนดังกล่าวกลับบ้านเร็วขึ้นหรืออีกกรณีที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในชั้นเรียนของนิสิตนักศึกษาโดยทั่วไปคือการคุยกันเองของนักศึกษาจนกระทั่งรบกวนการเรียนการสอนอาจารย์ผู้สอนอาจใช้วิธีหยุดพูดเช่นกันซึ่งเมื่อหยุดพูดนักศึกษาจะรับรู้ได้เองว่าตนเองควรหยุดพูดกรณีนี้ก็นับว่าเป็นการทำให้สูญสิ้นอีกรูปแบบหนึ่ง
4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น
(พงศธร ศิริสมบูรณ์ 12590052)
ทฤษฎีการเสริมแรงของสกินเนอร์ (Reinforcement theories of motivation) สกินเนอร์ได้นำเสนอการใช้การเสริมแรงเพื่อการจูงใจบุคคลให้เกิดพฤติกรรมใหม่ ทำพฤติกรรมซ้ำหรือหยุดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ ตั้งเป็น law of effect โดยมองการเสริมแรงเป็น 2 ด้าน ได้แก่
ตอบลบ1. การเสริมแรงทางบวก (Positive reinforcement) เป็นการให้ผลตอบแทนในสิ่งที่บุคคลอยากได้ เช่น เงิน คำยกย่อง ความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน การเพิ่มสวัสดิการ การให้วันหยุด เป็นต้น เพื่อจูงใจให้บุคลเกิดแรงจูงใจที่จะกระทำพฤติกรรมพึงประสงค์ต่าง ๆ
2. การเสริมแรงทางลบ (Negative reinforcement) เป็นการไม่ให้ผลตอบแทนที่บุคคลไม่อยากได้ โดยมีการกำหนดพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่ต้องไม่กระทำและบทลงโทษต่าง ๆ เช่น ไล่ออก ตัดเงินเดือน ตักเตือน โดยที่หากบุคคลกระทำแต่พฤติกรรมพึงประสงค์ ก็จะไม่ให้ผลตอบแทนทางลบแก่ผู้นั้น
(ศิฌาวี เรือนปัญจะ 12590078)
ทฤษฎีการเสริมแรงแสดงให้เห็นถึงแนวคิดที่สำคัญประการหนึ่งในการทางพฤติกรรมหรือบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเองและสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลนั้นดังนั้นการที่จะทำให้บุคคลมีพฤติกรรมที่พึงประสงค์สามารถทำได้โดยการทำให้บุคคลนั้นได้รับประสบการณ์ในรูปแบบที่ตนเองเคยประสบมาแล้วซึ่งจะส่งผลให้บุคคลมีพฤติกรรมในรูปแบบที่เป็นไปตามความต้องการได้การทำให้บุคคลได้รับประสบการณ์ตามทฤษฎีการเสริมแรงสามารถทำได้ 4 กรณีดังนี้ 1 การเสริมแรงทางบวกหากบุคคลเรียนรู้ว่าแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวกบุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้สำเร็จเรียบร้อยตามกำหนดการแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกจะได้รับ คำชมเชยได้รับรางวัล 2 การเสริมแรงทางลบตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็น ต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจะจนเสร็จงาน ก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับคำบ่นอีกหรือคำประชดจากหัวหน้าพนักงานจึงต้องร่วมมือกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพียงกัน 3 การทำให้สูญสิ้นการทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนนึงกลับออกจาก สำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานคนดังกล่าวยิ่งกับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อ มาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลังเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์หรือเปลืองค่าแอร์และค่าไฟโดยไม่ใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยฤกษ์ให้คำชมพนักงานคนนั้น
ตอบลบ(สุรีรัตน์ ศักดิ์ภิรมย์ 12590954)
ทฤษฎีการเสริมแรง แสดงแนวคิดว่าบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่กับตนเอง และสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลอื่น การทำให้พนักงานบรรลุผลสำเร็จขององค์กรตามทฤษฎีการเสริมแรง สามารถทำได้ใน 4 กรณี
ตอบลบ1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคล
4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น
ทฤษฎีการเสริมแรงทั้ง 4 กรณีนี้ จะพิจารณาได้วว่าการเสริมแรงทั้งทางบวกและทางลบเป็นวิธีการในการเพิ่มพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ดังนั้น ผู้บริหารควรคำนึงถึงประเด็นต่างๆเหล่านี้ให้รอบคอบเพื่อจะสามารถเลือกใช้การเสริมแรงที่เหมาะสมกับสถานการณ์และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร
กุลปริยา แย้มเกษร 12590005
ทฤษฎีความเสมอภาค (equity theory)
ตอบลบJ. Stacy Adams เป็นผู้พัฒนาทฤษฎีนี้ โดยมีพื้นฐานความคิดว่า บุคคลย่อมแสวงหาความเสมอภาคทางสังคมโดยพิจารณาผลตอบแทนที่ได้รับ (output) กับตัวป้อน (input) คือพฤติกรรมและคุณสมบัติในตัวที่เขาใส่ให้กับงาน ความเสมอภาคจะมีเพียงใดขึ้นอยู่กับการเปรียบเทียบการรับรู้ความสอดคล้องระหว่างตัวป้อนต่อผลตอบแทน (perceived inputs to outputs) เมื่อเราทราบระดับการรับรู้ความเสมอภาคของบุคคลใด ก็สามารถทำนายพฤติกรรมการทำงานของเขาได้
(นางสาวอรวี ศรีวิโน 12590103)
ทฤษฎีเสริมแรง แสดงแนวคิดว่าบุคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเอง ส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคล
ตอบลบ1. การเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำ ๆ เช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
2. การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบ เช่น ในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
3. การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคล เช่น ถ้าพนักงานคนหนึ่งกลับออกจากสำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานดังกล่าวยิ่งกลับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อมาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลักเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์และเปลืองค่าแอร์และค่าไฟฟ้าโดยใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยเลิกให้คำชมพนักงานคนนั้นเมื่อพนักงานรับรู้ว่าผู้บริหารจงใจเลิกให้คำชมย่อมทำให้พนักงานคนดังกล่าวกลับบ้านเร็วขึ้นหรืออีกกรณีที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในชั้นเรียนของนิสิตนักศึกษาโดยทั่วไปคือการคุยกันเองของนักศึกษาจนกระทั่งรบกวนการเรียนการสอนอาจารย์ผู้สอนอาจใช้วิธีหยุดพูดเช่นกันซึ่งเมื่อหยุดพูดนักศึกษาจะรับรู้ได้เองว่าตนเองควรหยุดพูดกรณีนี้ก็นับว่าเป็นการทำให้สูญสิ้นอีกรูปแบบหนึ่ง
4. การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปี เป็นต้น
(นางสาวกชกร เดชกำแหง 12590001)
ทฤษฎีการเสริมแรง
ตอบลบ1.ดูการเสริมแรงทางบวก หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
2.การเสริมแรงทางลบ ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
3.การทำให้สูญสิ้น การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนหนึ่งกลับออกจากสำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานดังกล่าวยิ่งกลับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อมาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลักเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์และเปลืองค่าแอร์และค่าไฟฟ้าโดยใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยเลิกให้คำชมพนักงานคนนั้นเมื่อพนักงานรับรู้ว่าผู้บริหารจงใจเลิกให้คำชมย่อมทำให้พนักงานคนดังกล่าวกลับบ้านเร็วขึ้นหรืออีกกรณีที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในชั้นเรียนของนิสิตนักศึกษาโดยทั่วไปคือการคุยกันเองของนักศึกษาจนกระทั่งรบกวนการเรียนการสอนอาจารย์ผู้สอนอาจใช้วิธีหยุดพูดเช่นกันซึ่งเมื่อหยุดพูดนักศึกษาจะรับรู้ได้เองว่าตนเองควรหยุดพูดกรณีนี้ก็นับว่าเป็นการทำให้สูญสิ้นอีกรูปแบบหนึ่ง
4.การลงโทษ การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า5ครั้งใน1เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น
(นางสาวศศิประภา ผาดศรี 12590075)
ทฤษฎีการเสริมแรง แสดงแนวคิดว่าบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่กับตนเอง และสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลอื่น การทำให้พนักงานบรรลุผลสำเร็จขององค์กรตามทฤษฎีการเสริมแรง สามารถทำได้ใน 4 กรณี
ตอบลบ1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคล
4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น
ทฤษฎีการเสริมแรงทั้ง 4 กรณีนี้ จะพิจารณาได้วว่าการเสริมแรงทั้งทางบวกและทางลบเป็นวิธีการในการเพิ่มพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ดังนั้น ผู้บริหารควรคำนึงถึงประเด็นต่างๆเหล่านี้ให้รอบคอบเพื่อจะสามารถเลือกใช้การเสริมแรงที่เหมาะสมกับสถานการณ์และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร
(นางสาวคณภัทร์ ศิริโยธิน 12590108)
ตอบลบ1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนหนึ่งกลับออกจากสำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานดังกล่าวยิ่งกลับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อมาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลักเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์และเปลืองค่าแอร์และค่าไฟฟ้าโดยใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยเลิกให้คำชมพนักงานคนนั้นเมื่อพนักงานรับรู้ว่าผู้บริหารจงใจเลิกให้คำชมย่อมทำให้พนักงานคนดังกล่าวกลับบ้านเร็วขึ้นหรืออีกกรณีที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในชั้นเรียนของนิสิตนักศึกษาโดยทั่วไปคือการคุยกันเองของนักศึกษาจนกระทั่งรบกวนการเรียนการสอนอาจารย์ผู้สอนอาจใช้วิธีหยุดพูดเช่นกันซึ่งเมื่อหยุดพูดนักศึกษาจะรับรู้ได้เองว่าตนเองควรหยุดพูดกรณีนี้ก็นับว่าเป็นการทำให้สูญสิ้นอีกรูปแบบหนึ่ง
4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น
(นางสาวสิตานัน หรุ่นทอง 12590082)
ทฤษฎีการเสริมแรงของสกินเนอร์ (Reinforcement theories of motivation) ได้นำเสนอการใช้การเสริมแรงเพื่อการจูงใจบุคคลให้เกิดพฤติกรรมใหม่ ทำพฤติกรรมซ้ำหรือหยุดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ ตั้งเป็น law of effect โดยมองการเสริมแรงเป็น 2 ด้าน ได้แก่
ตอบลบ1.การเสริมแรงทางบวก เป็นการให้ผลตอบแทนในสิ่งที่บุคคลอยากได้ เช่น เงิน คำยกย่อง ความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน การเพิ่มสวัสดิการ การให้วันหยุด เพื่อจูงใจให้ บุคคลเกิดแรงจูงใจที่จะกระทำพฤติกรรมพึงประสงค์ต่างๆ
2.การเสริมแรงทางลบ เป็นการไม่ให้ผลตอบแทนที่บุคคลไม่อยากได้ โดยมีการกำหนดพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่ต้องไม่กระทำและบทลงโทษต่างๆ เช่น ไล่ออก ตัดเงินเดือน ตักเตือน โดยที่หากบุคคลกระทำแต่พฤติกรรมพึงประสงค์ ก็จะไม่ให้ผลตอบแทนทางลบแก่ผู้นั้น
เราสามารถสร้างวัฒนธรรมการปฏิบัติงานให้แก่พนักงานเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จขององค์กรได้ดังนี้
1.การให้อย่างต่อเนื่อง (continuous reinforcement) เป็นการให้การเสริมแรงทางบวกอย่างต่อเนื่องทุกครั้งที่ทำพฤติกรรมที่กำหนดไว้
2.การให้ตามปริมาณงาน (Fixed Ratio) เป็นการให้การเสริมแรงตามปริมาณงานที่บุคคลกระทำ หรือการจ่ายค่าตอบแทนการทำงานเป็นชิ้น เช่น ยกของได้ชิ้นละ 10 บาท ยกของไป 30 ชิ้นก็จะได้ 300 บาท หากต้องการผลตอบแทนมากก็จะทำงานมาก หากมีความต้องการไม่มากก็จะกระทำเพียงเท่าที่ต้องการเท่านั้น
3.การให้ตามระยะเวลา (Fixed Interval) เป็นการให้การเสริมแรงเมื่อบุคคลกระทำพฤติกรรมพึงประสงค์ตามระยะเวลาที่แน่นอน เช่น ทุก 2 สัปดาห์ ทุกเดือน เช่น ค่าจ้าง เงินเดือน ซึ่งทำให้บุคคลกระทำพฤติกรรมในระดับคงที่ และจะแสดงพฤติกรรมพึงประสงค์ได้ให้เกิดขึ้นมากในช่วงใกล้วันรับค่าตอบแทน
4.การให้ตามปริมาณงานยืดหยุ่น (Variable Ratio) เป็นการให้ตามปริมาณงานแต่ไม่กำหนดตายตัว โดยอาจพิจารณาในด้านคุณภาพร่วมด้วย เช่น พนักงานขายนำเสนอสินค้ากับลูกค้า 10 ราย อาจขายได้ 1 ราย หรือ 5 รายก็ได้โดยยิ่งกระทำมากก็มีโอกาสได้ผลตอบแทนมากขึ้น
5.การให้ตามระยะเวลายืดหยุ่น (Variable Interval) เป็นการให้การเสริมแรงโดยให้ตามเวลาแต่ไม่มีการกำหนดแน่นอน อาจให้หรือไม่ให้ก็ได้ เและป็นการจูงใจให้บุคคลทำพฤติกรรมพึงประสงค์อย่างต่อเนื่องโดยไม่อาจคาดเดาได้ว่าจะได้รับผลตอบแทนเมื่อใด เช่น การให้รางวัลกับพนักงานดีเด่นเฉพาะในวาระพิเศษเท่านั้น
(ณัฐฌา ปักกัง 12590019)
ทฤษฎีการเสริมแรง (Reinforcement Theory)
ตอบลบ1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคล
4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น (ศุภิสรา นรินยา 12590717)
ทฤษฎีการเสริมแรง แสดงแนวคิดว่าบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเอง และสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลนั้น โดยทฤษฎีเสริมแรงสามารถทำได้ 4 กรณี ดังนี้
ตอบลบ1.การเสริมแรงทางบวก หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่ประสงค์ หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆ
2.การเสริมแรงทางลบ เช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติ หากไม่ร่วมมือกัน ก็อาจโดนหัวหน้าบ่นหรือประชด
3.การทำให้สูญสิ้น สามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้าน
4.การลงโทษ เช่นใครมาสายเกิดเวลากำหนด จะไม่ได้รับโบนัส
ดังนั้นจะสร้างวัฒนธรรมการปฏิบัติงานให้แก่พนักงานเพื่อบรรลุเป้าหมายขององค์กรโดยการใช้การเสริมแรงบวกและแรงลบ ในการเพิ่มพฤติกรรมที่พึงประสงค์ และใช้การทำให้สูญสิ้นและลงโทษ ในการลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์
(จุฬาลักษณ์ สกุลวงวาร 12590010)
ทฤษฎีการเสริมแรงของสกินเนอร์ (Reinforcement theories of motivation) ได้นำเสนอการใช้การเสริมแรงเพื่อการจูงใจบุคคลให้เกิดพฤติกรรมใหม่ ทำพฤติกรรมซ้ำหรือหยุดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ ตั้งเป็น law of effect โดยมองการเสริมแรงเป็น 2 ด้าน ได้แก่
ตอบลบ1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนหนึ่งกลับออกจากสำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานดังกล่าวยิ่งกลับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อมาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลักเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์และเปลืองค่าแอร์และค่าไฟฟ้าโดยใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยเลิกให้คำชมพนักงานคนนั้นเมื่อพนักงานรับรู้ว่าผู้บริหารจงใจเลิกให้คำชมย่อมทำให้พนักงานคนดังกล่าวกลับบ้านเร็วขึ้นหรืออีกกรณีที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในชั้นเรียนของนิสิตนักศึกษาโดยทั่วไปคือการคุยกันเองของนักศึกษาจนกระทั่งรบกวนการเรียนการสอนอาจารย์ผู้สอนอาจใช้วิธีหยุดพูดเช่นกันซึ่งเมื่อหยุดพูดนักศึกษาจะรับรู้ได้เองว่าตนเองควรหยุดพูดกรณีนี้ก็นับว่าเป็นการทำให้สูญสิ้นอีกรูปแบบหนึ่ง
4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น
(ภัทรานิษฐ์ กุญแจทอง 12590059)
ทฤษฎีการเสริมแรง แสดงแนวคิดว่าบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่กับตนเอง และสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลอื่น การทำให้พนักงานบรรลุผลสำเร็จขององค์กรตามทฤษฎีการเสริมแรง สามารถทำได้ใน 4 กรณี
ตอบลบ1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคล
4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น
ทฤษฎีการเสริมแรงทั้ง 4 กรณีนี้ จะพิจารณาได้วว่าการเสริมแรงทั้งทางบวกและทางลบเป็นวิธีการในการเพิ่มพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ดังนั้น ผู้บริหารควรคำนึงถึงประเด็นต่างๆเหล่านี้ให้รอบคอบเพื่อจะสามารถเลือกใช้การเสริมแรงที่เหมาะสมกับสถานการณ์และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร
(สุรีรัตน์ สระเกตุ 12590098)
ทฤษฎีการเสริมแรง
ตอบลบ1.ดูการเสริมแรงทางบวก หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
2.การเสริมแรงทางลบ ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
3.การทำให้สูญสิ้น การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนหนึ่งกลับออกจากสำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานดังกล่าวยิ่งกลับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อมาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลักเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์และเปลืองค่าแอร์และค่าไฟฟ้าโดยใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยเลิกให้คำชมพนักงานคนนั้นเมื่อพนักงานรับรู้ว่าผู้บริหารจงใจเลิกให้คำชมย่อมทำให้พนักงานคนดังกล่าวกลับบ้านเร็วขึ้นหรืออีกกรณีที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในชั้นเรียนของนิสิตนักศึกษาโดยทั่วไปคือการคุยกันเองของนักศึกษาจนกระทั่งรบกวนการเรียนการสอนอาจารย์ผู้สอนอาจใช้วิธีหยุดพูดเช่นกันซึ่งเมื่อหยุดพูดนักศึกษาจะรับรู้ได้เองว่าตนเองควรหยุดพูดกรณีนี้ก็นับว่าเป็นการทำให้สูญสิ้นอีกรูปแบบหนึ่ง
4.การลงโทษ การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า5ครั้งใน1เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น
(นางสาวสุชานรี เวียนมานะ 12590089)
ทฤษฎีการเสริมแรง แสดงแนวคิดว่าบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่กับตนเอง และสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลอื่น การทำให้พนักงานบรรลุผลสำเร็จขององค์กรตามทฤษฎีการเสริมแรง สามารถทำได้ใน 4 กรณี
ตอบลบ1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคล
4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น
ทฤษฎีการเสริมแรงทั้ง 4 กรณีนี้ จะพิจารณาได้วว่าการเสริมแรงทั้งทางบวกและทางลบเป็นวิธีการในการเพิ่มพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ดังนั้น ผู้บริหารควรคำนึงถึงประเด็นต่างๆเหล่านี้ให้รอบคอบเพื่อจะสามารถเลือกใช้การเสริมแรงที่เหมาะสมกับสถานการณ์และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร
(ณัฐนพิน ชินวัฒนา 12590021)
1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
ตอบลบ2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนหนึ่งกลับออกจากสำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานดังกล่าวยิ่งกลับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อมาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลักเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์และเปลืองค่าแอร์และค่าไฟฟ้าโดยใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยเลิกให้คำชมพนักงานคนนั้นเมื่อพนักงานรับรู้ว่าผู้บริหารจงใจเลิกให้คำชมย่อมทำให้พนักงานคนดังกล่าวกลับบ้านเร็วขึ้นหรืออีกกรณีที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในชั้นเรียนของนิสิตนักศึกษาโดยทั่วไปคือการคุยกันเองของนักศึกษาจนกระทั่งรบกวนการเรียนการสอนอาจารย์ผู้สอนอาจใช้วิธีหยุดพูดเช่นกันซึ่งเมื่อหยุดพูดนักศึกษาจะรับรู้ได้เองว่าตนเองควรหยุดพูดกรณีนี้ก็นับว่าเป็นการทำให้สูญสิ้นอีกรูปแบบหนึ่ง
4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น
(นางสาวชุติกาญจน์ ปานดารา 12590016)
ทฤษฎีการเสริมแรง
ตอบลบ1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนหนึ่งกลับออกจากสำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานดังกล่าวยิ่งกลับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อมาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลักเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์และเปลืองค่าแอร์และค่าไฟฟ้าโดยใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยเลิกให้คำชมพนักงานคนนั้นเมื่อพนักงานรับรู้ว่าผู้บริหารจงใจเลิกให้คำชมย่อมทำให้พนักงานคนดังกล่าวกลับบ้านเร็วขึ้นหรืออีกกรณีที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในชั้นเรียนของนิสิตนักศึกษาโดยทั่วไปคือการคุยกันเองของนักศึกษาจนกระทั่งรบกวนการเรียนการสอนอาจารย์ผู้สอนอาจใช้วิธีหยุดพูดเช่นกันซึ่งเมื่อหยุดพูดนักศึกษาจะรับรู้ได้เองว่าตนเองควรหยุดพูดกรณีนี้ก็นับว่าเป็นการทำให้สูญสิ้นอีกรูปแบบหนึ่ง
4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น
(วริศ เอี๊ยวชัยพร 070)
ตอบลบทฤษฎีการเสริมแรง แสดงแนวคิดว่าบุคคลสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่กับตนเอง และสิ่งที่เรียนรู้มาจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในอนาคตของบุคคลอื่น การทำให้พนักงานบรรลุผลสำเร็จขององค์กรตามทฤษฎีการเสริมแรง สามารถทำได้ใน 4 กรณี
1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคล
4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินกว่า 5 ครั้งใน 1 เดือน จะไม่ได้รับโบนัสประจำปี เป็นต้น ดังนั้น ผู้บริหารควรคำนึงถึงประเด็นต่างๆเหล่านี้ให้รอบคอบเพื่อจะสามารถเลือกใช้การเสริมแรงที่เหมาะสมกับสถานการณ์และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร
(ปาลิตา มนัสปัญญากุล 12590049)
-ทฤษฎีการเสริมแรงของสกินเนอร์ (Reinforcement theories of motivation) ได้นำเสนอการใช้การเสริมแรงเพื่อการจูงใจบุคคลให้เกิดพฤติกรรมใหม่ ทำพฤติกรรมซ้ำหรือหยุดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ ตั้งเป็น law of effect โดยมองการเสริมแรงเป็น 2 ด้าน ได้แก่
ตอบลบ1.การเสริมแรงทางบวก เป็นการให้ผลตอบแทนในสิ่งที่บุคคลอยากได้ เช่น เงิน คำยกย่อง ความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน การเพิ่มสวัสดิการ การให้วันหยุด เพื่อจูงใจให้ บุคคลเกิดแรงจูงใจที่จะกระทำพฤติกรรมพึงประสงค์ต่างๆ
2.การเสริมแรงทางลบ เป็นการไม่ให้ผลตอบแทนที่บุคคลไม่อยากได้ โดยมีการกำหนดพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่ต้องไม่กระทำและบทลงโทษต่างๆ เช่น ไล่ออก ตัดเงินเดือน ตักเตือน โดยที่หากบุคคลกระทำแต่พฤติกรรมพึงประสงค์ ก็จะไม่ให้ผลตอบแทนทางลบแก่ผู้นั้น
-เราสามารถสร้างวัฒนธรรมการปฏิบัติงานให้แก่พนักงานเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จขององค์กรได้ดังนี้
1.การให้อย่างต่อเนื่อง (continuous reinforcement) เป็นการให้การเสริมแรงทางบวกอย่างต่อเนื่องทุกครั้งที่ทำพฤติกรรมที่กำหนดไว้
2.การให้ตามปริมาณงาน (Fixed Ratio) เป็นการให้การเสริมแรงตามปริมาณงานที่บุคคลกระทำ หรือการจ่ายค่าตอบแทนการทำงานเป็นชิ้น เช่น ยกของได้ชิ้นละ 10 บาท ยกของไป 30 ชิ้นก็จะได้ 300 บาท หากต้องการผลตอบแทนมากก็จะทำงานมาก หากมีความต้องการไม่มากก็จะกระทำเพียงเท่าที่ต้องการเท่านั้น
3.การให้ตามระยะเวลา (Fixed Interval) เป็นการให้การเสริมแรงเมื่อบุคคลกระทำพฤติกรรมพึงประสงค์ตามระยะเวลาที่แน่นอน เช่น ทุก 2 สัปดาห์ ทุกเดือน เช่น ค่าจ้าง เงินเดือน ซึ่งทำให้บุคคลกระทำพฤติกรรมในระดับคงที่ และจะแสดงพฤติกรรมพึงประสงค์ได้ให้เกิดขึ้นมากในช่วงใกล้วันรับค่าตอบแทน
4.การให้ตามปริมาณงานยืดหยุ่น (Variable Ratio) เป็นการให้ตามปริมาณงานแต่ไม่กำหนดตายตัว โดยอาจพิจารณาในด้านคุณภาพร่วมด้วย เช่น พนักงานขายนำเสนอสินค้ากับลูกค้า 10 ราย อาจขายได้ 1 ราย หรือ 5 รายก็ได้โดยยิ่งกระทำมากก็มีโอกาสได้ผลตอบแทนมากขึ้น
5.การให้ตามระยะเวลายืดหยุ่น (Variable Interval) เป็นการให้การเสริมแรงโดยให้ตามเวลาแต่ไม่มีการกำหนดแน่นอน อาจให้หรือไม่ให้ก็ได้ เช่น จ่ายเป็น 3 เดือนบ้าง 6 เดือนบ้าง เป็นการจูงใจให้บุคคลทำพฤติกรรมพึงประสงค์อย่างต่อเนื่องโดยไม่อาจคาดเดาได้ว่าจะได้รับผลตอบแทนเมื่อใด เช่น การให้รางวัลกับพนักงานดีเด่นเฉพาะในวาระพิเศษเท่านั้น
(สมภพ ขุนทรง 12590079)
1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
ตอบลบ2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนหนึ่งกลับออกจากสำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานดังกล่าวยิ่งกลับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อมาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลักเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์และเปลืองค่าแอร์และค่าไฟฟ้าโดยใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยเลิกให้คำชมพนักงานคนนั้นเมื่อพนักงานรับรู้ว่าผู้บริหารจงใจเลิกให้คำชมย่อมทำให้พนักงานคนดังกล่าวกลับบ้านเร็วขึ้นหรืออีกกรณีที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในชั้นเรียนของนิสิตนักศึกษาโดยทั่วไปคือการคุยกันเองของนักศึกษาจนกระทั่งรบกวนการเรียนการสอนอาจารย์ผู้สอนอาจใช้วิธีหยุดพูดเช่นกันซึ่งเมื่อหยุดพูดนักศึกษาจะรับรู้ได้เองว่าตนเองควรหยุดพูดกรณีนี้ก็นับว่าเป็นการทำให้สูญสิ้นอีกรูปแบบหนึ่ง
4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า 5 ครั้งใน 1 เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น
(ธนสิทธิ์ อาจอ่อนศรี 12590036)
1.ดูการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หากบุคคลเรียนรู้ว่าการแสดงพฤติกรรมนั้นจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์หรือได้รับการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) บุคคลจะแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเช่นหากพนักงานในองค์กรทุ่มเทปฏิบัติงานเร่งด่วนได้เสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้วได้รับการเสริมแรงทางบวกเช่นได้รับคำชมเชยได้รางวัลพิเศษหรือได้เงินโบนัส ฯลฯ หากมีงานเร่งด่วนอีกในอนาคตพนักงานก็จะเร่งปฏิบัติงานให้เสร็จเรียบร้อยอีกเนื่องจากได้เรียนรู้ว่าการทำงานให้เสร็จตามกำหนดจะนำมาซึ่งสิ่งที่พึงประสงค์
ตอบลบ2.การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) ตัวอย่างการเสริมแรงทางลบเช่นในกรณีที่มีงานเร่งด่วนและจำเป็นต้องให้พนักงานร่วมกันทำงานเกินเวลาปกติถ้าพนักงานมีประสบการณ์ว่าหากไม่ร่วมมือกันทำงานเกินเวลาปกติจนงานเสร็จก็จะโดนหัวหน้าบ่นหรือประชดว่าไม่ให้ความร่วมมือดังนั้นเพื่อมิให้ต้องรับฟังคำบ่นและประชุดจากหัวหน้างานพนักงานจึงต้องร่วมกันทำงานเกินเวลาโดยพร้อมเพรียงกันการที่ผู้บริหารบ่นหรือประชดจึงเป็นการเสริมแรงทางลบ
3.การทำให้สูญสิ้น (Extinction) การทำให้สูญสิ้นสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการลดพฤติกรรมบางด้านของบุคคลเช่นถ้าพนักงานคนหนึ่งกลับออกจากสำนักงาน 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานหลายครั้งและพนักงานคนดังกล่าวได้รับคำชมจากผู้บริหารทุกครั้งว่าเป็นคนขยันจึงเป็นเหตุให้พนักงานดังกล่าวยิ่งกลับช้าอย่างสม่ำเสมอแต่หากต่อมาผู้บริหารพบว่าการทำงานหลักเลิกงานของพนักงานไม่เกิดประโยชน์และเปลืองค่าแอร์และค่าไฟฟ้าโดยใช่เหตุผู้บริหารสามารถลดพฤติกรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นเวลานานได้โดยเลิกให้คำชมพนักงานคนนั้นเมื่อพนักงานรับรู้ว่าผู้บริหารจงใจเลิกให้คำชมย่อมทำให้พนักงานคนดังกล่าวกลับบ้านเร็วขึ้นหรืออีกกรณีที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในชั้นเรียนของนิสิตนักศึกษาโดยทั่วไปคือการคุยกันเองของนักศึกษาจนกระทั่งรบกวนการเรียนการสอนอาจารย์ผู้สอนอาจใช้วิธีหยุดพูดเช่นกันซึ่งเมื่อหยุดพูดนักศึกษาจะรับรู้ได้เองว่าตนเองควรหยุดพูดกรณีนี้ก็นับว่าเป็นการทำให้สูญสิ้นอีกรูปแบบหนึ่ง
4.การลงโทษ (Punishment) การลงโทษเป็นอีกวิธีซึ่งผู้บริหารสามารถนำมาใช้ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพนักงานเช่นผู้บริหารอาจกำหนดโทษว่าใครมาสายเกินว่า5ครั้งใน1เดือนจะไม่ได้รับเงินโบนัสประจำปีเป็นต้น
(นางสาวเอเซีย พิทยาพละ 12590112)