ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาดภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่มภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ-ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม-หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ(นางสาวอัมรินทร์ เกมอ 12590105)
ทฤษฎีพฤติกรรมผู้นำ (Behavioral Theories) แนวคิดหลักของทฤษฎี คือให้มองในสิ่งที่ผู้นำปฏิบัติและชี้ให้เห็นว่าทั้งผู้นำและผู้ตามต่างมีอิทธิพลซึ่งกันและกัน ยกตัวอย่างแนวคิดของการศึกษาภาวะผู้นำของมหาวิทยาลัยโอไฮโอ สเตท จากการศึกษาสามารถจำแนกพฤติกรรมผู้นำ ออกเป็น 2 แบบ 1.ผู้นำแบบมุ่งงาน (initiating structure) มีลักษณะของความกระตือรือร้น มีความคิดริเริ่ม มีการกำหนดเป้าหมายและบทบาทหน้าที่ของผู้นำและผู้ปฏิบัติงานไว้อย่างชัดเจนมีการวางแผนการทำงาน และกำหนดตารางเวลาทำงานแน่นอน เน้นการทำงานให้เป็นไปตามขั้นตอน มีการกำหนดมาตรฐานงาน มีการติดต่อสื่อสารกับทุกคนมีการมอบหมายงานที่ชัดเจน2.ผู้นำแบบมุ่งคน (consideration) มีลักษณะของการดูแลเอาใจใส่ และสร้างความสัมพันธ์อันดีกับผู้ปฏิบัติงาน ผู้นำมีมิตรภาพทีดีกับผู้ปฏิบัติงาน มีความไว้วางใจต่อกัน ยอมรับฟังความคิดเห็น ให้มีส่วนร่วมในการบริหารและการตัดสินใจ มีการติดต่อสื่อสารที่ดี ให้ความอบอุ่น เอาใจใส่ดูแลขวัญและกำลังใจ และสวัสดิการต่างๆ ของผู้ปฏิบัติงาน(ปิยาภรณ์ ชินวงค์พรหม 12590051)
ทฤษฎีว่าด้วยพฤติกรรม จากการวิจัยพบว่าผู้นำที่ดีหรือประสบความสำเร็จมักจะมีพฤติกรรมไปในแนวทางใดแนวทางหนึ่งซึ่งแตกต่างจากผู้นำที่ล้มเหลวทางพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกการตัดสินใจการสื่อสารกับสมาชิกขององค์กรการให้ความสนใจกับความรู้สึกของคนการใส่ใจในงานที่รับผิดชอบและการรับมอบหมายงานเป็นต้นการวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมจึงมีอย่างต่อเนื่องจนสรุปได้เป็นทฤษฎีซึ่งนำมาเรียนรู้และวิเคราะห์แยกแยะได้อย่างลึกซึ้งผู้บริหารที่ประสงค์จะพัฒนาภาวะผู้นำของตนจึงควรศึกษาทฤษฎีเหล่านี้เพื่อให้เห็นถึงพฤติกรรมที่พึงประสงค์และฝึกฝนตนเองให้มีพฤติกรรมในการเป็นผู้นำตามแบบที่ประสบความสำเร็จแล้วนั้นด้วย นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยไอโอวา ศึกษาและพบว่าสามารถแบ่งจำแนกผู้นำได้เป็น 3 ประเภทได้แก่ผู้นําแบบอัตนิยมผู้นำแบบประชานิยม และผู้นำแบบเสรีนิยม ซึ่งในแต่ละประเภทผู้นำจะมีพฤติกรรมในด้านต่างๆที่แตกต่างกัน เช่นภาวะผู้นําแบบอัตนิยมผู้นำตัดสินใจเองคนเดียวจะกำหนดวิธีปฏิบัติงานเองและแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม ส่วนภาวะผู้นำแบบประชานิยม ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจอนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงานแจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็น และสุดท้ายภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรีไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีการปฏิบัติงาน แต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม การวิจัยพบว่า ผู้นําแบบอัตนิยมและผู้นำแบบประชานิยมสามารถสร้างผลงานให้แก่องค์กรได้สูงในระดับเดียวกัน ขณะที่ผู้นำแบบเสรีนิยมสร้างผลงานได้ต่ำที่สุดน.ส.วราภรณ์ ขันสมบัติ 12590069
6. จงใช้ทฤษฎีภาวะผู้นำว่าด้วยพฤติกรรมมาอธิบายลักษณะของผู้นำที่ผู้บริหารพึงนำมาใช้กับผู้ใต้บังคับบัญชาลักษณะต่างๆตอบ : ทฤษฎีว่าด้วยพฤติกรรม : จากการวิจัยพบว่าผู้นำที่ดีหรือประสบความสำเร็จมักจะมีพฤติกรรมไปในแนวทางใดแนวทางหนึ่งซึ่งแตกต่างจากผู้นำที่ล้มเหลวทางพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกการตัดสินใจการสื่อสารกับสมาชิกขององค์กรการให้ความสนใจกับความรู้สึกของคนการใส่ใจในงานที่รับผิดชอบและการรับมอบหมายงานเป็นต้นการวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมจึงมีอย่างต่อเนื่องจนสรุปได้เป็นทฤษฎีซึ่งนำมาเรียนรู้และวิเคราะห์แยกแยะได้อย่างลึกซึ้งผู้บริหารที่ประสงค์จะพัฒนาภาวะผู้นำของตนจึงควรศึกษาทฤษฎีเหล่านี้เพื่อให้เห็นถึงพฤติกรรมที่พึงประสงค์และฝึกฝนตนเองให้มีพฤติกรรมในการเป็นผู้นำตามแบบที่ประสบความสำเร็จแล้วนั้นด้วย นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยไอโอวา ศึกษาและพบว่าสามารถแบ่งจำแนกผู้นำได้เป็น 3 ประเภทได้แก่ผู้นําแบบอัตนิยมผู้นำแบบประชานิยม และผู้นำแบบเสรีนิยมภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาดภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่มภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ-ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม-หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับนางสาวสุดารัตน์ สุขสาม (รหัส 12590090)
ผู้นำที่ดีหรือประสบความสำเร็จมักจะมีพฤติกรรมไปในแนวทางใดแนวทางหนึ่ง ซึ่งแตกต่างจากผู้นำที่ล้มเหลว ทั้งพฤติกรรมที่เกี่ยวกับการแสดงออก การตัดสินใจ การสื่อสารกับสมาชิกขององค์กร การให้ความสนใจกับความรู้สึกของคน การใส่ใจในงานที่รับผิดชอบในการมอบหมายงาน ผู้นำควรศึกษาทฤษฎีเหล่านี้เพื่อให้เห็นถึงพฤติกรรมที่พึงประสงค์โดยฝึกฝนตนเองให้มีพฤติกรรมในการเป็นผู้นำตามแบบที่ประสบความสำเร็จชนกนาฎ สหทรัพย์เจริญ 12590012
ผู้นำที่ดีหรือประสบความสำเร็จมักจะมีพฤติกรรมไปในแนวทางใดแนวทางหนึ่ง ซึ่งแตกต่างจากผู้นำที่ล้มเหลว ทั้งพฤติกรรมที่เกี่ยวกับการแสดงออก การตัดสินใจ การสื่อสารกับสมาชิกในองค์กร เป็นต้น นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยไอโอวาศึกษาและพบว่าสามารถจัดแบ่งภาวะผู้นำออกเป็น3ประเภท ได้แก่ ผู้นำแบบอัตนิยม เป็นผู้นำที่ตัดสินใจเองเพียงคนเดียว กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด ส่วนผู้นำแบบประชานิยม เป็นผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็น อาทิ เป้าหมายขององค์กร ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่มและสุดท้ายผู้นำแบบเสรีนิยม เป็นผู้นำมอบอำนาจในกลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงาน แต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่ม แต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ(อารียา ปานทอง 12590109)
ข้อที่ 6ทฤษฎีพฤติกรรมผู้นำ (Behavioral Theories) เป็นการพัฒนาในช่วงปี ค.ศ.1940 – 1960 แนวคิดหลักของทฤษฎี คือ ให้มองในสิ่งที่ผู้นำปฏิบัติและชี้ให้เห็นว่าทั้งผู้นำและผู้ตามต่างมีอิทธิพลซึ่งกันและกัน นักทฤษฎี ได้แก่ Kurt Lewin, Rensis 1. Kurt Lewin’ s Studies Lewin แบ่งลักษณะผู้นำเป็น 3 แบบ คือ 1.1ผู้นำแบบอัตถนิยมหรืออัตตา (Autocratic Leaders)จะตัดสินใจด้วยตนเองไม่มีเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์แน่นอนขึ้นอยู่กับตัวผู้นำเอง คิดถึงผลงานไม่คิดถึงคน บางครั้งทำให้เกิดศัตรูได้ ผู้นำลักษณะนี้จะใช้ได้ดีในช่วงภาวะวิกฤตเท่านั้น ผลของการมีผู้นำลักษณะนี้จะทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาไม่มีความเชื่อมั่นในตัวเอง และไม่เกิดความคิดริเริ่มสร้างสรร 1.2 ผู้นำแบบประชาธิปไตย (Democratic Leaders) ใช้การตัดสินใจของกลุ่มหรือให้ผู้ตามมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ รับฟังความคิดเห็นส่วนรวม ทำงานเป็นทีม มีการสื่อสารแบบ 2 ทาง ทำให้เพิ่มผลผลิตและความพึงพอใจในการทำงาน บางครั้งการอิงกลุ่มทำให้ใช้เวลานานในการตัดสินใจ ระยะเวลาที่เร่งด่วนผู้นำลักษณะนี้ไม่เกิดผลดี 1.3 ผู้นำแบบตามสบายหรือเสรีนิยม (Laissez- Faire Leaders) จะให้อิสระกับผู้ใต้บังคับบัญชาเต็มที่ในการตัดสินใจแก้ปัญหา จะไม่มีการกำหนดเป้าหมายที่แน่นอน ไม่มีหลักเกณฑ์ ไม่มีระเบียบ จะทำให้เกิดความคับข้องใจหรือความไม่พอใจของผู้ร่วมงานได้และได้ผลผลิตต่ำ การทำงานของผู้นำลักษณะนี้เป็นการกระจายงานไปที่กลุ่ม ถ้ากลุ่มมีความรับผิดชอบและมีแรงจูงใจในการทำงานสูง สามารถควบคุมกลุ่มได้ดี มีผลงานและความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ลักษณะผู้นำแต่ละแบบจะสร้างบรรยากาศในการทำงานที่แตกต่างกันดังนั้นการเลือกใช้ลักษณะผู้นำแบบใดย่อมขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของสถานการณ์ด้วย(อรณิชา ศรีสมัย 12590102)
ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาดภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่มภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ-ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม-หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ(นางสาวสิริรัตน์ ศิริพรทุม 12590086)
ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาดภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่มภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ-ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม-หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ(นางสาวณัฐฐา จินตกวีพันธุ์ 12590020)
ทฤษฎีพฤติกรรมผู้นำ (Behavioral Theories) แนวคิดหลักของทฤษฎี คือให้มองในสิ่งที่ผู้นำปฏิบัติและชี้ให้เห็นว่าทั้งผู้นำและผู้ตามต่างมีอิทธิพลซึ่งกันและกัน ยกตัวอย่างแนวคิดของการศึกษาภาวะผู้นำของมหาวิทยาลัยโอไฮโอ สเตท จากการศึกษาสามารถจำแนกพฤติกรรมผู้นำ ออกเป็น 2 แบบ 1.ผู้นำแบบมุ่งงาน (initiating structure) มีลักษณะของความกระตือรือร้น มีความคิดริเริ่ม มีการกำหนดเป้าหมายและบทบาทหน้าที่ของผู้นำและผู้ปฏิบัติงานไว้อย่างชัดเจนมีการวางแผนการทำงาน และกำหนดตารางเวลาทำงานแน่นอน เน้นการทำงานให้เป็นไปตามขั้นตอน มีการกำหนดมาตรฐานงาน มีการติดต่อสื่อสารกับทุกคนมีการมอบหมายงานที่ชัดเจน2.ผู้นำแบบมุ่งคน (consideration) มีลักษณะของการดูแลเอาใจใส่ และสร้างความสัมพันธ์อันดีกับผู้ปฏิบัติงาน ผู้นำมีมิตรภาพทีดีกับผู้ปฏิบัติงาน มีความไว้วางใจต่อกัน ยอมรับฟังความคิดเห็น ให้มีส่วนร่วมในการบริหารและการตัดสินใจ มีการติดต่อสื่อสารที่ดี ให้ความอบอุ่น เอาใจใส่ดูแลขวัญและกำลังใจ และสวัสดิการต่างๆ ของผู้ปฏิบัติงาน(นางสาวสิริกร ราชมณี12590084)
ทฤษฎีภาวะผู้นำว่าด้วยพฤติกรรม แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้1.ภาวะผู้นําแบบอัตนิยม-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด2.ภาวะผู้นำแบบประชานิยม-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็น อาทิ เป้าหมายขององค์กร-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม3.ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงาน แต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ-ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่ม แต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม-หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ(นางสาวกรกนก จันทร์พันธุ์ 12590003)
ทฤษฎีว่าด้วยพฤติกรรม พฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกการตัดสินใจการสื่อสารกับสมาชิกขององค์กรการให้ความสนใจกับความรู้สึกของคนการใส่ใจในงานที่รับผิดชอบและการรับมอบหมายงานเป็นต้นการวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมจึงมีอย่างต่อเนื่องจนสรุปได้เป็นทฤษฎีซึ่งนำมาเรียนรู้และวิเคราะห์แยกแยะได้อย่างลึกซึ้งผู้บริหารที่ประสงค์จะพัฒนาภาวะผู้นำของตนจึงควรศึกษาทฤษฎีเหล่านี้เพื่อให้เห็นถึงพฤติกรรมที่พึงประสงค์และฝึกฝนตนเองให้มีพฤติกรรมในการเป็นผู้นำตามแบบที่ประสบความสำเร็จแล้วนั้นด้วย สามารถแบ่งจำแนกผู้นำได้เป็น 3 ประเภทได้แก่ ผู้นําแบบอัตนิยม ผู้นำแบบประชานิยม และผู้นำแบบเสรีนิยม1.ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด2.ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม3.ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ-ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม-หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ (ปวีณา เกตุแย้ม 12590047)
ทฤษฎีพฤติกรรมผู้นำ (Behavioral Theories) เป็นการพัฒนาในช่วงปี ค.ศ.1940 – 1960 แนวคิดหลักของทฤษฎี คือ ให้มองในสิ่งที่ผู้นำปฏิบัติและชี้ให้เห็นว่าทั้งผู้นำและผู้ตามต่างมีอิทธิพลซึ่งกันและกัน นักทฤษฎี ได้แก่ Kurt Lewin, Rensis1. Kurt Lewin’ s StudiesLewin แบ่งลักษณะผู้นำเป็น 3 แบบ คือ1.1ผู้นำแบบอัตถนิยมหรืออัตตา (Autocratic Leaders)จะตัดสินใจด้วยตนเองไม่มีเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์แน่นอนขึ้นอยู่กับตัวผู้นำเอง คิดถึงผลงานไม่คิดถึงคน บางครั้งทำให้เกิดศัตรูได้ ผู้นำลักษณะนี้จะใช้ได้ดีในช่วงภาวะวิกฤตเท่านั้น ผลของการมีผู้นำลักษณะนี้จะทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาไม่มีความเชื่อมั่นในตัวเอง และไม่เกิดความคิดริเริ่มสร้างสรร1.2 ผู้นำแบบประชาธิปไตย (Democratic Leaders) ใช้การตัดสินใจของกลุ่มหรือให้ผู้ตามมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ รับฟังความคิดเห็นส่วนรวม ทำงานเป็นทีม มีการสื่อสารแบบ 2 ทาง ทำให้เพิ่มผลผลิตและความพึงพอใจในการทำงาน บางครั้งการอิงกลุ่มทำให้ใช้เวลานานในการตัดสินใจ ระยะเวลาที่เร่งด่วนผู้นำลักษณะนี้ไม่เกิดผลดี1.3 ผู้นำแบบตามสบายหรือเสรีนิยม (Laissez- Faire Leaders) จะให้อิสระกับผู้ใต้บังคับบัญชาเต็มที่ในการตัดสินใจแก้ปัญหา จะไม่มีการกำหนดเป้าหมายที่แน่นอน ไม่มีหลักเกณฑ์ ไม่มีระเบียบ จะทำให้เกิดความคับข้องใจหรือความไม่พอใจของผู้ร่วมงานได้และได้ผลผลิตต่ำ การทำงานของผู้นำลักษณะนี้เป็นการกระจายงานไปที่กลุ่ม ถ้ากลุ่มมีความรับผิดชอบและมีแรงจูงใจในการทำงานสูง สามารถควบคุมกลุ่มได้ดี มีผลงานและความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ลักษณะผู้นำแต่ละแบบจะสร้างบรรยากาศในการทำงานที่แตกต่างกันดังนั้นการเลือกใช้ลักษณะผู้นำแบบใดย่อมขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของสถานการณ์ด้วย(นางสาว สรัสนันท์ บุญมี 12590080)
ทฤษฎีพฤติกรรมผู้นำ (Behavioral Theories) แนวคิดหลักของทฤษฎี คือ ให้มองในสิ่งที่ผู้นำปฏิบัติและชี้ให้เห็นว่าทั้งผู้นำและผู้ตามต่างมีอิทธิพลซึ่งกันและกัน นักทฤษฎี ได้แก่ Kurt Lewin, Rensis1. Kurt Lewin’ s Studies-ผู้นำแบบอัตถนิยมจะตัดสินใจด้วยตนเองไม่มีเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์แน่นอนขึ้นอยู่กับตัวผู้นำเอง คิดถึงผลงานมากกว่าคนผู้นำลักษณะนี้จะใช้ได้ดีในช่วงภาวะวิกฤตเท่านั้น ผลของการมีผู้นำลักษณะนี้จะทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาไม่มีความเชื่อมั่นในตัวเอง -ผู้นำแบบประชาธิปไตย ใช้การตัดสินใจของกลุ่มหรือให้ผู้ตามมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ รับฟังความคิดเห็นส่วนรวม ทำงานเป็นทีม -ผู้นำแบบตามสบายหรือเสรีนิยม ให้อิสระกับผู้ใต้บังคับบัญชาเต็มที่ในการตัดสินใจแก้ปัญหา จะไม่มีการกำหนดเป้าหมายที่แน่นอน ไม่มีหลักเกณฑ์ ไม่มีระเบียบ การทำงานของผู้นำลักษณะนี้เป็นการกระจายงานไปที่กลุ่ม ถ้ากลุ่มมีความรับผิดชอบและมีแรงจูงใจในการทำงานสูง สามารถควบคุมกลุ่มได้ดี มีผลงานและความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ลักษณะผู้นำแต่ละแบบจะสร้างบรรยากาศในการทำงานที่แตกต่างกัน**การเลือกใช้ลักษณะผู้นำต้องคำนึงถึงเหมาะสมของสถานการณ์ด้วย(อภิษฐา เนียมศิริ 12590101)
ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาดภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่มภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ-ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม-หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับสุภัทษา สนธิช่วย 12590096
สามารถแบ่งจำแนกผู้นำได้เป็น 3 ประเภทได้แก่ ผู้นําแบบอัตนิยม ผู้นำแบบประชานิยม และผู้นำแบบเสรีนิยม1.ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด2.ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม3.ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแล(นางสาวภิตติมาตุ์ เอื้ออรุณชัย 12590062)
ทฤษฎีว่าด้วยพฤติกรรม พฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกการตัดสินใจการสื่อสารกับสมาชิกขององค์กรการให้ความสนใจกับความรู้สึกของคนการใส่ใจในงานที่รับผิดชอบและการรับมอบหมายงานเป็นต้นการวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมจึงมีอย่างต่อเนื่องจนสรุปได้เป็นทฤษฎีซึ่งนำมาเรียนรู้และวิเคราะห์แยกแยะได้อย่างลึกซึ้งผู้บริหารที่ประสงค์จะพัฒนาภาวะผู้นำของตนจึงควรศึกษาทฤษฎีเหล่านี้เพื่อให้เห็นถึงพฤติกรรมที่พึงประสงค์และฝึกฝนตนเองให้มีพฤติกรรมในการเป็นผู้นำตามแบบที่ประสบความสำเร็จแล้วนั้นด้วย สามารถแบ่งจำแนกผู้นำได้เป็น 3 ประเภทได้แก่ ผู้นําแบบอัตนิยม ผู้นำแบบประชานิยม และผู้นำแบบเสรีนิยม1.ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด2.ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม3.ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ-ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม-หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ(ศศิพิมพ์ ชัยกุลพัฒนา 12590076)
ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาดภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่มภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ-ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม-หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับดวงหทัย โฉมมา 12590029
ผู้นำที่ดีหรือประสบความสำเร็จมักจะมีพฤติกรรมไปในแนวทางใดแนวทางหนึ่ง ซึ่งแตกต่างจากผู้นำที่ล้มเหลว ทั้งพฤติกรรมที่เกี่ยวกับการแสดงออก การตัดสินใจ การสื่อสารกับสมาชิกในองค์กร เป็นต้น นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยไอโอวาศึกษาและพบว่าสามารถจัดแบ่งภาวะผู้นำออกเป็น3ประเภท ได้แก่ ผู้นำแบบอัตนิยม เป็นผู้นำที่ตัดสินใจเองเพียงคนเดียว กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด ส่วนผู้นำแบบประชานิยม เป็นผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็น อาทิ เป้าหมายขององค์กร ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่มและสุดท้ายผู้นำแบบเสรีนิยม เป็นผู้นำมอบอำนาจในกลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงาน แต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่ม แต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ(นางสาวปรมาพร สิงขรรัตน์ 12590046)
ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาดภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่มภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ-ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม-หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับนางสาวภัทราพร ผังรักษ์ 12590061
ทฤษฎีว่าด้วยพฤติกรรม จากการวิจัยพบว่าผู้นำที่ดีหรือประสบความสำเร็จมักจะมีพฤติกรรมไปในแนวทางใดแนวทางหนึ่งซึ่งแตกต่างจากผู้นำที่ล้มเหลวทางพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกการตัดสินใจการสื่อสารกับสมาชิกขององค์กรการให้ความสนใจกับความรู้สึกของคนการใส่ใจในงานที่รับผิดชอบและการรับมอบหมายงานเป็นต้นการวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมจึงมีอย่างต่อเนื่องจนสรุปได้เป็นทฤษฎีซึ่งนำมาเรียนรู้และวิเคราะห์แยกแยะได้อย่างลึกซึ้งผู้บริหารที่ประสงค์จะพัฒนาภาวะผู้นำของตนจึงควรศึกษาทฤษฎีเหล่านี้เพื่อให้เห็นถึงพฤติกรรมที่พึงประสงค์และฝึกฝนตนเองให้มีพฤติกรรมในการเป็นผู้นำตามแบบที่ประสบความสำเร็จแล้วนั้นด้วย นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยไอโอวา ศึกษาและพบว่าสามารถแบ่งจำแนกผู้นำได้เป็น 3 ประเภทได้แก่ผู้นําแบบอัตนิยมผู้นำแบบประชานิยม และผู้นำแบบเสรีนิยมภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาดภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่มภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ-ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม-หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ(อภัสสร ปูชนียกุล 12590100)
สามารถแบ่งจำแนกผู้นำได้เป็น 3 ประเภทได้แก่ ผู้นําแบบอัตนิยม ผู้นำแบบประชานิยม และผู้นำแบบเสรีนิยม1.ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด2.ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม3.ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแล(นางสาวบุญธิดา กะตะศิลา 12590043)
ทฤษฎีว่าด้วยพฤติกรรมจากการวิจัยพบว่าผู้นำที่ดีหรือประสบความสำเร็จมักจะมีพฤติกรรมไปในแนวทางใดแนวทางหนึ่งซึ่งแตกต่างจากผู้นำที่ล้มเหลวทางพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกการตัดสินใจการสื่อสารกับสมาชิกขององค์กรการให้ความสนใจกับความรู้สึกของคนการใส่ใจในงานที่รับผิดชอบและการรับมอบหมายงานเป็นต้นการวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมจึงมีอย่างต่อเนื่องจนสรุปได้เป็นทฤษฎีซึ่งนำมาเรียนรู้และวิเคราะห์แยกแยะได้อย่างลึกซึ้งผู้บริหารที่ประสงค์จะพัฒนาภาวะผู้นำของตนจึงควรศึกษาทฤษฎีเหล่านี้เพื่อให้เห็นถึงพฤติกรรมที่พึงประสงค์และฝึกฝนตนเองให้มีพฤติกรรมในการเป็นผู้นำตามแบบที่ประสบความสำเร็จแล้วนั้นด้วย นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยไอโอวา ศึกษาและพบว่าสามารถแบ่งจำแนกผู้นำได้เป็น 3 ประเภทได้แก่ผู้นําแบบอัตนิยมผู้นำแบบประชานิยม และผู้นำแบบเสรีนิยม ซึ่งในแต่ละประเภทผู้นำจะมีพฤติกรรมในด้านต่างๆที่แตกต่างกัน เช่นภาวะผู้นําแบบอัตนิยมผู้นำตัดสินใจเองคนเดียวจะกำหนดวิธีปฏิบัติงานเองและแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม ส่วนภาวะผู้นำแบบประชานิยม ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจอนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงานแจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็น และสุดท้ายภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรีไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีการปฏิบัติงาน แต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม การวิจัยพบว่า ผู้นําแบบอัตนิยมและผู้นำแบบประชานิยมสามารถสร้างผลงานให้แก่องค์กรได้สูงในระดับเดียวกัน ขณะที่ผู้นำแบบเสรีนิยมสร้างผลงานได้ต่ำที่สุด (นางสาวเบญญาภา กรีรถ 12590044)
ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาดภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่มภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ-ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม-หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ(นายสิทธิชัย พ่อค้าเรือ 12590083)
ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาดภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่มภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ-ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม-หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ(นายชินวัตร พิพัฒน์พงศานนท์ 12590015)
ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาดภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่มภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ-ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม-หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ (นางสาวชัชญาณ์ณัฐ ภูวิศภัทรนนท์ 12590110)
ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาดภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่มภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ-ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม-หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ(นางสาวณัฐพร ทองปลิว 12590024)
ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาดภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่มภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ-ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม-หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ(นางสาวพัชรา จูเอี่ยม 12590054)
ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาดภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่มภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ-ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม-หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับวัชระ จริยสุขสกุล 071
ทฤษฎีว่าด้วยพฤติกรรม พฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกการตัดสินใจการสื่อสารกับสมาชิกขององค์กรการให้ความสนใจกับความรู้สึกของคนการใส่ใจในงานที่รับผิดชอบและการรับมอบหมายงานเป็นต้นการวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมจึงมีอย่างต่อเนื่องจนสรุปได้เป็นทฤษฎีซึ่งนำมาเรียนรู้และวิเคราะห์แยกแยะได้อย่างลึกซึ้งผู้บริหารที่ประสงค์จะพัฒนาภาวะผู้นำของตนจึงควรศึกษาทฤษฎีเหล่านี้เพื่อให้เห็นถึงพฤติกรรมที่พึงประสงค์และฝึกฝนตนเองให้มีพฤติกรรมในการเป็นผู้นำตามแบบที่ประสบความสำเร็จแล้วนั้นด้วย สามารถแบ่งจำแนกผู้นำได้เป็น 3 ประเภทได้แก่ ผู้นําแบบอัตนิยม ผู้นำแบบประชานิยม และผู้นำแบบเสรีนิยม1.ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)จะตัดสินใจด้วยตนเองไม่มีเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์แน่นอนขึ้นอยู่กับตัวผู้นำเอง คิดถึงผลงานมากกว่าคนผู้นำลักษณะนี้จะใช้ได้ดีในช่วงภาวะวิกฤตเท่านั้น ผลของการมีผู้นำลักษณะนี้จะทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาไม่มีความเชื่อมั่นในตัวเอง 2.ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)ใช้การตัดสินใจของกลุ่มหรือให้ผู้ตามมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ รับฟังความคิดเห็นส่วนรวม ทำงานเป็นทีม มีการสื่อสารแบบ 2 ทาง ทำให้เพิ่มผลผลิตและความพึงพอใจในการทำงาน บางครั้งการอิงกลุ่มทำให้ใช้เวลานานในการตัดสินใจ ระยะเวลาที่เร่งด่วนผู้นำลักษณะนี้ไม่เกิดผลดี3.ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลนางสาววชิราพร คำกอง 12590068
ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาดภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่มภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ-ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม-หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับรัญชริดาม มะนุ่น 12590067
ทฤษฎีพฤติกรรมผู้นำ (Behavioral Theories) แนวคิดหลักของทฤษฎี คือให้มองในสิ่งที่ผู้นำปฏิบัติและชี้ให้เห็นว่าทั้งผู้นำและผู้ตามต่างมีอิทธิพลซึ่งกันและกัน ยกตัวอย่างแนวคิดของการศึกษาภาวะผู้นำของมหาวิทยาลัยโอไฮโอ สเตท จากการศึกษาสามารถจำแนกพฤติกรรมผู้นำ ออกเป็น 2 แบบ1.ผู้นำแบบมุ่งงาน (initiating structure) มีลักษณะของความกระตือรือร้น มีความคิดริเริ่ม มีการกำหนดเป้าหมายและบทบาทหน้าที่ของผู้นำและผู้ปฏิบัติงานไว้อย่างชัดเจนมีการวางแผนการทำงาน และกำหนดตารางเวลาทำงานแน่นอน เน้นการทำงานให้เป็นไปตามขั้นตอน มีการกำหนดมาตรฐานงาน มีการติดต่อสื่อสารกับทุกคนมีการมอบหมายงานที่ชัดเจน2.ผู้นำแบบมุ่งคน (consideration) มีลักษณะของการดูแลเอาใจใส่ และสร้างความสัมพันธ์อันดีกับผู้ปฏิบัติงาน ผู้นำมีมิตรภาพทีดีกับผู้ปฏิบัติงาน มีความไว้วางใจต่อกัน ยอมรับฟังความคิดเห็น ให้มีส่วนร่วมในการบริหารและการตัดสินใจ มีการติดต่อสื่อสารที่ดี ให้ความอบอุ่น เอาใจใส่ดูแลขวัญและกำลังใจ และสวัสดิการต่างๆ ของผู้ปฏิบัติงานนายดนุสรณ์ เลิศเศรษฐี 12590028
ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาดภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่มภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ-ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม-หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ(นายนภนต์ เจียรนัย 12590040)
ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาดภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่มภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ-ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม-หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ(ธนพล โชครัตน์ประภา 12590033)
ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาดภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่มภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ-ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม-หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ(วิลาิสนี เกตุแก้ว 12590073)
ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาดภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่มภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ-ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม-หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ(อังคณา พิทักษ์สุข 12590104)
ผู้นำที่ดีหรือประสบความสำเร็จมักจะมีพฤติกรรมไปในแนวทางใดแนวทางหนึ่ง ซึ่งแตกต่างจากผู้นำที่ล้มเหลว ทั้งพฤติกรรมที่เกี่ยวกับการแสดงออก การตัดสินใจ การสื่อสารกับสมาชิกในองค์กร เป็นต้น นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยไอโอวาศึกษาและพบว่าสามารถจัดแบ่งภาวะผู้นำออกเป็น3ประเภท ได้แก่ ผู้นำแบบอัตนิยม เป็นผู้นำที่ตัดสินใจเองเพียงคนเดียว กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด ส่วนผู้นำแบบประชานิยม เป็นผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็น อาทิ เป้าหมายขององค์กร ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่มและสุดท้ายผู้นำแบบเสรีนิยม เป็นผู้นำมอบอำนาจในกลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงาน แต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่ม แต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ(ชนาวาส บัววงค์ 12590013)
ทฤษฎีพฤติกรรมผู้นำ (Behavioral Theories) แนวคิดหลักของทฤษฎี คือให้มองในสิ่งที่ผู้นำปฏิบัติและชี้ให้เห็นว่าทั้งผู้นำและผู้ตามต่างมีอิทธิพลซึ่งกันและกัน ยกตัวอย่างแนวคิดของการศึกษาภาวะผู้นำของมหาวิทยาลัยโอไฮโอ สเตท จากการศึกษาสามารถจำแนกพฤติกรรมผู้นำ ออกเป็น 2 แบบ1.ผู้นำแบบมุ่งงาน (initiating structure) มีลักษณะของความกระตือรือร้น มีความคิดริเริ่ม มีการกำหนดเป้าหมายและบทบาทหน้าที่ของผู้นำและผู้ปฏิบัติงานไว้อย่างชัดเจนมีการวางแผนการทำงาน และกำหนดตารางเวลาทำงานแน่นอน เน้นการทำงานให้เป็นไปตามขั้นตอน มีการกำหนดมาตรฐานงาน มีการติดต่อสื่อสารกับทุกคนมีการมอบหมายงานที่ชัดเจน2.ผู้นำแบบมุ่งคน (consideration) มีลักษณะของการดูแลเอาใจใส่ และสร้างความสัมพันธ์อันดีกับผู้ปฏิบัติงาน ผู้นำมีมิตรภาพทีดีกับผู้ปฏิบัติงาน มีความไว้วางใจต่อกัน ยอมรับฟังความคิดเห็น ให้มีส่วนร่วมในการบริหารและการตัดสินใจ มีการติดต่อสื่อสารที่ดี ให้ความอบอุ่น เอาใจใส่ดูแลขวัญและกำลังใจ และสวัสดิการต่างๆ ของผู้ปฏิบัติงาน(น.ส.ดารารัตน์ ดาสาลี 12590030)
ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาดภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่มภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ-ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม-หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ(ณัฐชัญญา ปรินจิตต์ 12590896)
ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาดภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่มภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ-ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม-หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ(พงศธร ศิริสมบูรณ์ 12590052)
ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาดภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่มภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ-ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม-หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ(ศิฌาวี เรือนปัญจะ 12590078)
ทฤษฎีพฤติกรรมผู้นำ (Behavioral Theories) แนวคิดหลักของทฤษฎี คือให้มองในสิ่งที่ผู้นำปฏิบัติและชี้ให้เห็นว่าทั้งผู้นำและผู้ตามต่างมีอิทธิพลซึ่งกันและกัน ยกตัวอย่างแนวคิดของการศึกษาภาวะผู้นำของมหาวิทยาลัยโอไฮโอ สเตท จากการศึกษาสามารถจำแนกพฤติกรรมผู้นำ ออกเป็น 2 แบบ1.ผู้นำแบบมุ่งงาน (initiating structure) มีลักษณะของความกระตือรือร้น มีความคิดริเริ่ม มีการกำหนดเป้าหมายและบทบาทหน้าที่ของผู้นำและผู้ปฏิบัติงานไว้อย่างชัดเจนมีการวางแผนการทำงาน และกำหนดตารางเวลาทำงานแน่นอน เน้นการทำงานให้เป็นไปตามขั้นตอน มีการกำหนดมาตรฐานงาน มีการติดต่อสื่อสารกับทุกคนมีการมอบหมายงานที่ชัดเจน2.ผู้นำแบบมุ่งคน (consideration) มีลักษณะของการดูแลเอาใจใส่ และสร้างความสัมพันธ์อันดีกับผู้ปฏิบัติงาน ผู้นำมีมิตรภาพทีดีกับผู้ปฏิบัติงาน มีความไว้วางใจต่อกัน ยอมรับฟังความคิดเห็น ให้มีส่วนร่วมในการบริหารและการตัดสินใจ มีการติดต่อสื่อสารที่ดี ให้ความอบอุ่น เอาใจใส่ดูแลขวัญและกำลังใจ และสวัสดิการต่างๆ ของผู้ปฏิบัติงาน(สุรีรัตน์ ศักดิ์ภิรมย์ 12590954)
ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาดภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่มภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ-ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม-หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับกุลปริยา แย้มเกษร 12590005
ทฤษฎีพฤติกรรมผู้นำ (Behavioral Theories) เป็นการพัฒนาในช่วงปี ค.ศ.1940 – 1960 แนวคิดหลักของทฤษฎี คือ ให้มองในสิ่งที่ผู้นำปฏิบัติและชี้ให้เห็นว่าทั้งผู้นำและผู้ตามต่างมีอิทธิพลซึ่งกันและกัน นักทฤษฎี ได้แก่ Kurt Lewin, Rensis 1. Kurt Lewin’ s Studies Lewin แบ่งลักษณะผู้นำเป็น 3 แบบ คือ 1.1ผู้นำแบบอัตถนิยมหรืออัตตา (Autocratic Leaders)จะตัดสินใจด้วยตนเองไม่มีเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์แน่นอนขึ้นอยู่กับตัวผู้นำเอง คิดถึงผลงานไม่คิดถึงคน บางครั้งทำให้เกิดศัตรูได้ ผู้นำลักษณะนี้จะใช้ได้ดีในช่วงภาวะวิกฤตเท่านั้น ผลของการมีผู้นำลักษณะนี้จะทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาไม่มีความเชื่อมั่นในตัวเอง และไม่เกิดความคิดริเริ่มสร้างสรร 1.2 ผู้นำแบบประชาธิปไตย (Democratic Leaders) ใช้การตัดสินใจของกลุ่มหรือให้ผู้ตามมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ รับฟังความคิดเห็นส่วนรวม ทำงานเป็นทีม มีการสื่อสารแบบ 2 ทาง ทำให้เพิ่มผลผลิตและความพึงพอใจในการทำงาน บางครั้งการอิงกลุ่มทำให้ใช้เวลานานในการตัดสินใจ ระยะเวลาที่เร่งด่วนผู้นำลักษณะนี้ไม่เกิดผลดี 1.3 ผู้นำแบบตามสบายหรือเสรีนิยม (Laissez- Faire Leaders) จะให้อิสระกับผู้ใต้บังคับบัญชาเต็มที่ในการตัดสินใจแก้ปัญหา จะไม่มีการกำหนดเป้าหมายที่แน่นอน ไม่มีหลักเกณฑ์ ไม่มีระเบียบ จะทำให้เกิดความคับข้องใจหรือความไม่พอใจของผู้ร่วมงานได้และได้ผลผลิตต่ำ การทำงานของผู้นำลักษณะนี้เป็นการกระจายงานไปที่กลุ่ม ถ้ากลุ่มมีความรับผิดชอบและมีแรงจูงใจในการทำงานสูง สามารถควบคุมกลุ่มได้ดี มีผลงานและความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ลักษณะผู้นำแต่ละแบบจะสร้างบรรยากาศในการทำงานที่แตกต่างกันดังนั้นการเลือกใช้ลักษณะผู้นำแบบใดย่อมขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของสถานการณ์ด้วย(นางสาวอรวี ศรีวิโน 12590103)
ทฤษฎีว่าด้วยพฤติกรรม พฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกการตัดสินใจการสื่อสารกับสมาชิกขององค์กรการให้ความสนใจกับความรู้สึกของคนการใส่ใจในงานที่รับผิดชอบและการรับมอบหมายงานเป็นต้นการวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมจึงมีอย่างต่อเนื่องจนสรุปได้เป็นทฤษฎีซึ่งนำมาเรียนรู้และวิเคราะห์แยกแยะได้อย่างลึกซึ้งผู้บริหารที่ประสงค์จะพัฒนาภาวะผู้นำของตน สามารถแบ่งจำแนกผู้นำได้เป็น 3 ประเภทได้แก่1.ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic) ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด2.ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic) ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม3.ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire) ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ(ณัฐฌา ปักกัง 12590019)
ทฤษฎีว่าด้วยพฤติกรรม ผู้นำที่ดีหรือประสบความสำเร็จมักจะมีพฤติกรรมไปในแนวทางใดแนวทางหนึ่ง นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยไอโอวา ศึกษาและพบว่าสามารถแบ่งจำแนกผู้นำได้เป็น 3 ประเภทได้แก่1. ภาวะผู้นําแบบอัตนิยม- ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว- กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม- จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม- ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด2. ภาวะผู้นำแบบประชานิยม- ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ- อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน- แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็น อาทิ เป้าหมายขององค์กร- ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม3. ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม- ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี- ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงาน แต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ- ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่ม แต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม- หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ(นางสาวกชกร เดชกำแหง 12590001)
ทฤษฎีว่าด้วยพฤติกรรม พฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกการตัดสินใจการสื่อสารกับสมาชิกขององค์กรการให้ความสนใจกับความรู้สึกของคนการใส่ใจในงานที่รับผิดชอบและการรับมอบหมายงานเป็นต้นการวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมจึงมีอย่างต่อเนื่องจนสรุปได้เป็นทฤษฎีซึ่งนำมาเรียนรู้และวิเคราะห์แยกแยะได้อย่างลึกซึ้งผู้บริหารที่ประสงค์จะพัฒนาภาวะผู้นำของตน สามารถแบ่งจำแนกผู้นำได้เป็น 3 ประเภทได้แก่1.ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด2.ภาวะผู้นำแบบประชานิยม -ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม3.ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ(นางสาวศศิประภา ผาดศรี 12590075)
ทฤษฎีพฤติกรรมผู้นำ (Behavioral Theories) แนวคิดหลักของทฤษฎี คือให้มองในสิ่งที่ผู้นำปฏิบัติและชี้ให้เห็นว่าทั้งผู้นำและผู้ตามต่างมีอิทธิพลซึ่งกันและกัน ยกตัวอย่างแนวคิดของการศึกษาภาวะผู้นำของมหาวิทยาลัยโอไฮโอ สเตท จากการศึกษาสามารถจำแนกพฤติกรรมผู้นำ ออกเป็น 2 แบบ1.ผู้นำแบบมุ่งงาน (initiating structure) มีลักษณะของความกระตือรือร้น มีความคิดริเริ่ม มีการกำหนดเป้าหมายและบทบาทหน้าที่ของผู้นำและผู้ปฏิบัติงานไว้อย่างชัดเจนมีการวางแผนการทำงาน และกำหนดตารางเวลาทำงานแน่นอน เน้นการทำงานให้เป็นไปตามขั้นตอน มีการกำหนดมาตรฐานงาน มีการติดต่อสื่อสารกับทุกคนมีการมอบหมายงานที่ชัดเจน2.ผู้นำแบบมุ่งคน (consideration) มีลักษณะของการดูแลเอาใจใส่ และสร้างความสัมพันธ์อันดีกับผู้ปฏิบัติงาน ผู้นำมีมิตรภาพทีดีกับผู้ปฏิบัติงาน มีความไว้วางใจต่อกัน ยอมรับฟังความคิดเห็น ให้มีส่วนร่วมในการบริหารและการตัดสินใจ มีการติดต่อสื่อสารที่ดี ให้ความอบอุ่น เอาใจใส่ดูแลขวัญและกำลังใจ และสวัสดิการต่างๆ ของผู้ปฏิบัติงาน(นางสาวคณภัทร์ ศิริโยธิน 12590108)
ทฤษฎีพฤติกรรมผู้นำ (Behavioral Theories) เป็นการพัฒนาในช่วงปี ค.ศ.1940 – 1960 แนวคิดหลักของทฤษฎี คือ ให้มองในสิ่งที่ผู้นำปฏิบัติและชี้ให้เห็นว่าทั้งผู้นำและผู้ตามต่างมีอิทธิพลซึ่งกันและกัน นักทฤษฎี ได้แก่ Kurt Lewin, Rensis 1. Kurt Lewin’ s Studies Lewin แบ่งลักษณะผู้นำเป็น 3 แบบ คือ1.1ผู้นำแบบอัตถนิยมหรืออัตตา (Autocratic Leaders)จะตัดสินใจด้วยตนเองไม่มีเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์แน่นอนขึ้นอยู่กับตัวผู้นำเอง คิดถึงผลงานไม่คิดถึงคน บางครั้งทำให้เกิดศัตรูได้ ผู้นำลักษณะนี้จะใช้ได้ดีในช่วงภาวะวิกฤตเท่านั้น ผลของการมีผู้นำลักษณะนี้จะทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาไม่มีความเชื่อมั่นในตัวเอง และไม่เกิดความคิดริเริ่มสร้างสรร1.2 ผู้นำแบบประชาธิปไตย (Democratic Leaders) ใช้การตัดสินใจของกลุ่มหรือให้ผู้ตามมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ รับฟังความคิดเห็นส่วนรวม ทำงานเป็นทีม มีการสื่อสารแบบ 2 ทาง ทำให้เพิ่มผลผลิตและความพึงพอใจในการทำงาน บางครั้งการอิงกลุ่มทำให้ใช้เวลานานในการตัดสินใจ ระยะเวลาที่เร่งด่วนผู้นำลักษณะนี้ไม่เกิดผลดี 1.3 ผู้นำแบบตามสบายหรือเสรีนิยม (Laissez- Faire Leaders) จะให้อิสระกับผู้ใต้บังคับบัญชาเต็มที่ในการตัดสินใจแก้ปัญหา จะไม่มีการกำหนดเป้าหมายที่แน่นอน ไม่มีหลักเกณฑ์ ไม่มีระเบียบ จะทำให้เกิดความคับข้องใจหรือความไม่พอใจของผู้ร่วมงานได้และได้ผลผลิตต่ำ การทำงานของผู้นำลักษณะนี้เป็นการกระจายงานไปที่กลุ่ม ถ้ากลุ่มมีความรับผิดชอบและมีแรงจูงใจในการทำงานสูง สามารถควบคุมกลุ่มได้ดี มีผลงานและความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ลักษณะผู้นำแต่ละแบบจะสร้างบรรยากาศในการทำงานที่แตกต่างกันดังนั้นการเลือกใช้ลักษณะผู้นำแบบใดย่อมขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของสถานการณ์ด้วย(นางสาวสิตานัน หรุ่นทอง 12590082)
ผู้นำที่ดีหรือประสบความสำเร็จมักจะมีพฤติกรรมไปในแนวทางใดแนวทางหนึ่ง ซึ่งแตกต่างจากผู้นำที่ล้มเหลว ทั้งพฤติกรรมที่เกี่ยวกับการแสดงออก การตัดสินใจ การสื่อสารกับสมาชิกในองค์กร เป็นต้น นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยไอโอวาศึกษาและพบว่าสามารถจัดแบ่งภาวะผู้นำออกเป็น 3ประเภท ได้แก่ ผู้นำแบบอัตนิยม เป็นผู้นำที่ตัดสินใจเองเพียงคนเดียว กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด ส่วนผู้นำแบบประชานิยม เป็นผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็น อาทิ เป้าหมายขององค์กร ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่มและสุดท้ายผู้นำแบบเสรีนิยม เป็นผู้นำมอบอำนาจในกลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงาน แต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่ม แต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ (ศุภิสรา นรินยา 12590717)
ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาดภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่มภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ-ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม-หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ(จุฬาลักษณ์ สกุลวงวาร 12590010)
ทฤษฎีว่าด้วยพฤติกรรม : จากการวิจัยพบว่าผู้นำที่ดีหรือประสบความสำเร็จมักจะมีพฤติกรรมไปในแนวทางใดแนวทางหนึ่งซึ่งแตกต่างจากผู้นำที่ล้มเหลวทางพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกการตัดสินใจการสื่อสารกับสมาชิกขององค์กรการให้ความสนใจกับความรู้สึกของคนการใส่ใจในงานที่รับผิดชอบและการรับมอบหมายงานเป็นต้นการวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมจึงมีอย่างต่อเนื่องจนสรุปได้เป็นทฤษฎีซึ่งนำมาเรียนรู้และวิเคราะห์แยกแยะได้อย่างลึกซึ้งผู้บริหารที่ประสงค์จะพัฒนาภาวะผู้นำของตนจึงควรศึกษาทฤษฎีเหล่านี้เพื่อให้เห็นถึงพฤติกรรมที่พึงประสงค์และฝึกฝนตนเองให้มีพฤติกรรมในการเป็นผู้นำตามแบบที่ประสบความสำเร็จแล้วนั้นด้วย นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยไอโอวา ศึกษาและพบว่าสามารถแบ่งจำแนกผู้นำได้เป็น 3 ประเภทได้แก่ผู้นําแบบอัตนิยมผู้นำแบบประชานิยม และผู้นำแบบเสรีนิยมภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาดภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่มภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ-ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม-หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ(ภัทรานิษฐ์ กุญแจทอง 12590059)
ทฤษฎีว่าด้วยพฤติกรรม พฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกการตัดสินใจการสื่อสารกับสมาชิกขององค์กรการให้ความสนใจกับความรู้สึกของคนการใส่ใจในงานที่รับผิดชอบและการรับมอบหมายงานเป็นต้นการวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมจึงมีอย่างต่อเนื่องจนสรุปได้เป็นทฤษฎีซึ่งนำมาเรียนรู้และวิเคราะห์แยกแยะได้อย่างลึกซึ้งผู้บริหารที่ประสงค์จะพัฒนาภาวะผู้นำของตนจึงควรศึกษาทฤษฎีเหล่านี้เพื่อให้เห็นถึงพฤติกรรมที่พึงประสงค์และฝึกฝนตนเองให้มีพฤติกรรมในการเป็นผู้นำตามแบบที่ประสบความสำเร็จแล้วนั้นด้วย สามารถแบ่งจำแนกผู้นำได้เป็น 3 ประเภทได้แก่ ผู้นําแบบอัตนิยม ผู้นำแบบประชานิยม และผู้นำแบบเสรีนิยม1.ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด2.ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม3.ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ-ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม-หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ(สุรีรัตน์ สระเกตุ 12590098)
ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาดภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่มภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ-ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม-หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ(นางสาวสุชานรี เวียนมานะ 12590089)
ทฤษฎีว่าด้วยพฤติกรรม : จากการวิจัยพบว่าผู้นำที่ดีหรือประสบความสำเร็จมักจะมีพฤติกรรมไปในแนวทางใดแนวทางหนึ่งซึ่งแตกต่างจากผู้นำที่ล้มเหลวทางพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกการตัดสินใจการสื่อสารกับสมาชิกขององค์กรการให้ความสนใจกับความรู้สึกของคนการใส่ใจในงานที่รับผิดชอบและการรับมอบหมายงานเป็นต้นการวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมจึงมีอย่างต่อเนื่องจนสรุปได้เป็นทฤษฎีซึ่งนำมาเรียนรู้และวิเคราะห์แยกแยะได้อย่างลึกซึ้งผู้บริหารที่ประสงค์จะพัฒนาภาวะผู้นำของตนจึงควรศึกษาทฤษฎีเหล่านี้เพื่อให้เห็นถึงพฤติกรรมที่พึงประสงค์และฝึกฝนตนเองให้มีพฤติกรรมในการเป็นผู้นำตามแบบที่ประสบความสำเร็จแล้วนั้นด้วย นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยไอโอวา ศึกษาและพบว่าสามารถแบ่งจำแนกผู้นำได้เป็น 3 ประเภทได้แก่ผู้นําแบบอัตนิยมผู้นำแบบประชานิยม และผู้นำแบบเสรีนิยมภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาดภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่มภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ-ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม-หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ(ณัฐนพิน ชินวัฒนา 12590021)
ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาดภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่มภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ-ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม-หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ(นางสาวชุติกาญจน์ ปานดารา 12590016)
ทฤษฎีพฤติกรรมผู้นำ (Behavioral Theories) แนวคิดหลักของทฤษฎี คือให้มองในสิ่งที่ผู้นำปฏิบัติและชี้ให้เห็นว่าทั้งผู้นำและผู้ตามต่างมีอิทธิพลซึ่งกันและกัน ยกตัวอย่างแนวคิดของการศึกษาภาวะผู้นำของมหาวิทยาลัยโอไฮโอ สเตท จากการศึกษาสามารถจำแนกพฤติกรรมผู้นำ ออกเป็น 2 แบบ1.ผู้นำแบบมุ่งงาน (initiating structure) มีลักษณะของความกระตือรือร้น มีความคิดริเริ่ม มีการกำหนดเป้าหมายและบทบาทหน้าที่ของผู้นำและผู้ปฏิบัติงานไว้อย่างชัดเจนมีการวางแผนการทำงาน และกำหนดตารางเวลาทำงานแน่นอน เน้นการทำงานให้เป็นไปตามขั้นตอน มีการกำหนดมาตรฐานงาน มีการติดต่อสื่อสารกับทุกคนมีการมอบหมายงานที่ชัดเจน2.ผู้นำแบบมุ่งคน (consideration) มีลักษณะของการดูแลเอาใจใส่ และสร้างความสัมพันธ์อันดีกับผู้ปฏิบัติงาน ผู้นำมีมิตรภาพทีดีกับผู้ปฏิบัติงาน มีความไว้วางใจต่อกัน ยอมรับฟังความคิดเห็น ให้มีส่วนร่วมในการบริหารและการตัดสินใจ มีการติดต่อสื่อสารที่ดี ให้ความอบอุ่น เอาใจใส่ดูแลขวัญและกำลังใจ และสวัสดิการต่างๆ ของผู้ปฏิบัติงาน( ศศิมา ปานชงค์ 12590077)
ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาดภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่มภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ-ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม-หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ(วริศ เอี๊ยวชัยพร 070)
ทฤษฎีพฤติกรรมผู้นำ (Behavioral Theories) แนวคิดหลักของทฤษฎี คือให้มองในสิ่งที่ผู้นำปฏิบัติและชี้ให้เห็นว่าทั้งผู้นำและผู้ตามต่างมีอิทธิพลซึ่งกันและกัน ยกตัวอย่างแนวคิดของการศึกษาภาวะผู้นำของมหาวิทยาลัยโอไฮโอ สเตท จากการศึกษาสามารถจำแนกพฤติกรรมผู้นำ ออกเป็น 2 แบบ 1.ผู้นำแบบมุ่งงาน (initiating structure) มีลักษณะของความกระตือรือร้น มีความคิดริเริ่ม มีการกำหนดเป้าหมายและบทบาทหน้าที่ของผู้นำและผู้ปฏิบัติงานไว้อย่างชัดเจนมีการวางแผนการทำงาน และกำหนดตารางเวลาทำงานแน่นอน เน้นการทำงานให้เป็นไปตามขั้นตอน มีการกำหนดมาตรฐานงาน มีการติดต่อสื่อสารกับทุกคนมีการมอบหมายงานที่ชัดเจน2.ผู้นำแบบมุ่งคน (consideration) มีลักษณะของการดูแลเอาใจใส่ และสร้างความสัมพันธ์อันดีกับผู้ปฏิบัติงาน ผู้นำมีมิตรภาพทีดีกับผู้ปฏิบัติงาน มีความไว้วางใจต่อกัน ยอมรับฟังความคิดเห็น ให้มีส่วนร่วมในการบริหารและการตัดสินใจ มีการติดต่อสื่อสารที่ดี ให้ความอบอุ่น เอาใจใส่ดูแลขวัญและกำลังใจ และสวัสดิการต่างๆ ของผู้ปฏิบัติงาน(ปาลิตา มนัสปัญญากุล 12590049)
ผู้นำที่ดีหรือประสบความสำเร็จมักจะมีพฤติกรรมไปในแนวทางใดแนวทางหนึ่ง ซึ่งแตกต่างจากผู้นำที่ล้มเหลว ทั้งพฤติกรรมที่เกี่ยวกับการแสดงออก การตัดสินใจ การสื่อสารกับสมาชิกในองค์กร เป็นต้น นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยไอโอวาศึกษาและพบว่าสามารถจัดแบ่งภาวะผู้นำออกเป็น3ประเภท ได้แก่ ผู้นำแบบอัตนิยม เป็นผู้นำที่ตัดสินใจเองเพียงคนเดียว กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด ส่วนผู้นำแบบประชานิยม เป็นผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็น อาทิ เป้าหมายขององค์กร ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่มและสุดท้ายผู้นำแบบเสรีนิยม เป็นผู้นำมอบอำนาจในกลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงาน แต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่ม แต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ(สมภพ ขุนทรง 12590079)
ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาดภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่มภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ-ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม-หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ(ธนสิทธิ์ อาจอ่อนศรี 12590036)
ทฤษฎีว่าด้วยพฤติกรรม พฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกการตัดสินใจการสื่อสารกับสมาชิกขององค์กรการให้ความสนใจกับความรู้สึกของคนการใส่ใจในงานที่รับผิดชอบและการรับมอบหมายงานเป็นต้นการวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมจึงมีอย่างต่อเนื่องจนสรุปได้เป็นทฤษฎีซึ่งนำมาเรียนรู้และวิเคราะห์แยกแยะได้อย่างลึกซึ้งผู้บริหารที่ประสงค์จะพัฒนาภาวะผู้นำของตนจึงควรศึกษาทฤษฎีเหล่านี้เพื่อให้เห็นถึงพฤติกรรมที่พึงประสงค์และฝึกฝนตนเองให้มีพฤติกรรมในการเป็นผู้นำตามแบบที่ประสบความสำเร็จแล้วนั้นด้วย สามารถแบ่งจำแนกผู้นำได้เป็น 3 ประเภทได้แก่ ผู้นําแบบอัตนิยม ผู้นำแบบประชานิยม และผู้นำแบบเสรีนิยม1.ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด2.ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม3.ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ-ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม-หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ(นางสาวเอเซีย พิทยาพละ 12590112)
ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
ตอบลบ-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร
-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ
-ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม
-หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
(นางสาวอัมรินทร์ เกมอ 12590105)
ทฤษฎีพฤติกรรมผู้นำ (Behavioral Theories) แนวคิดหลักของทฤษฎี คือให้มองในสิ่งที่ผู้นำปฏิบัติและชี้ให้เห็นว่าทั้งผู้นำและผู้ตามต่างมีอิทธิพลซึ่งกันและกัน ยกตัวอย่างแนวคิดของการศึกษาภาวะผู้นำของมหาวิทยาลัยโอไฮโอ สเตท จากการศึกษาสามารถจำแนกพฤติกรรมผู้นำ ออกเป็น 2 แบบ
ตอบลบ1.ผู้นำแบบมุ่งงาน (initiating structure) มีลักษณะของความกระตือรือร้น มีความคิดริเริ่ม มีการกำหนดเป้าหมายและบทบาทหน้าที่ของผู้นำและผู้ปฏิบัติงานไว้อย่างชัดเจนมีการวางแผนการทำงาน และกำหนดตารางเวลาทำงานแน่นอน เน้นการทำงานให้เป็นไปตามขั้นตอน มีการกำหนดมาตรฐานงาน มีการติดต่อสื่อสารกับทุกคนมีการมอบหมายงานที่ชัดเจน
2.ผู้นำแบบมุ่งคน (consideration) มีลักษณะของการดูแลเอาใจใส่ และสร้างความสัมพันธ์อันดีกับผู้ปฏิบัติงาน ผู้นำมีมิตรภาพทีดีกับผู้ปฏิบัติงาน มีความไว้วางใจต่อกัน ยอมรับฟังความคิดเห็น ให้มีส่วนร่วมในการบริหารและการตัดสินใจ มีการติดต่อสื่อสารที่ดี ให้ความอบอุ่น เอาใจใส่ดูแลขวัญและกำลังใจ และสวัสดิการต่างๆ ของผู้ปฏิบัติงาน
(ปิยาภรณ์ ชินวงค์พรหม 12590051)
ทฤษฎีว่าด้วยพฤติกรรม จากการวิจัยพบว่าผู้นำที่ดีหรือประสบความสำเร็จมักจะมีพฤติกรรมไปในแนวทางใดแนวทางหนึ่งซึ่งแตกต่างจากผู้นำที่ล้มเหลวทางพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกการตัดสินใจการสื่อสารกับสมาชิกขององค์กรการให้ความสนใจกับความรู้สึกของคนการใส่ใจในงานที่รับผิดชอบและการรับมอบหมายงานเป็นต้นการวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมจึงมีอย่างต่อเนื่องจนสรุปได้เป็นทฤษฎีซึ่งนำมาเรียนรู้และวิเคราะห์แยกแยะได้อย่างลึกซึ้งผู้บริหารที่ประสงค์จะพัฒนาภาวะผู้นำของตนจึงควรศึกษาทฤษฎีเหล่านี้เพื่อให้เห็นถึงพฤติกรรมที่พึงประสงค์และฝึกฝนตนเองให้มีพฤติกรรมในการเป็นผู้นำตามแบบที่ประสบความสำเร็จแล้วนั้นด้วย นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยไอโอวา ศึกษาและพบว่าสามารถแบ่งจำแนกผู้นำได้เป็น 3 ประเภทได้แก่ผู้นําแบบอัตนิยมผู้นำแบบประชานิยม และผู้นำแบบเสรีนิยม ซึ่งในแต่ละประเภทผู้นำจะมีพฤติกรรมในด้านต่างๆที่แตกต่างกัน เช่นภาวะผู้นําแบบอัตนิยมผู้นำตัดสินใจเองคนเดียวจะกำหนดวิธีปฏิบัติงานเองและแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม ส่วนภาวะผู้นำแบบประชานิยม ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจอนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงานแจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็น และสุดท้ายภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรีไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีการปฏิบัติงาน แต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม การวิจัยพบว่า ผู้นําแบบอัตนิยมและผู้นำแบบประชานิยมสามารถสร้างผลงานให้แก่องค์กรได้สูงในระดับเดียวกัน ขณะที่ผู้นำแบบเสรีนิยมสร้างผลงานได้ต่ำที่สุด
ตอบลบน.ส.วราภรณ์ ขันสมบัติ 12590069
6. จงใช้ทฤษฎีภาวะผู้นำว่าด้วยพฤติกรรมมาอธิบายลักษณะของผู้นำที่ผู้บริหารพึงนำมาใช้กับผู้ใต้บังคับบัญชาลักษณะต่างๆ
ตอบลบตอบ : ทฤษฎีว่าด้วยพฤติกรรม : จากการวิจัยพบว่าผู้นำที่ดีหรือประสบความสำเร็จมักจะมีพฤติกรรมไปในแนวทางใดแนวทางหนึ่งซึ่งแตกต่างจากผู้นำที่ล้มเหลวทางพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกการตัดสินใจการสื่อสารกับสมาชิกขององค์กรการให้ความสนใจกับความรู้สึกของคนการใส่ใจในงานที่รับผิดชอบและการรับมอบหมายงานเป็นต้นการวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมจึงมีอย่างต่อเนื่องจนสรุปได้เป็นทฤษฎีซึ่งนำมาเรียนรู้และวิเคราะห์แยกแยะได้อย่างลึกซึ้งผู้บริหารที่ประสงค์จะพัฒนาภาวะผู้นำของตนจึงควรศึกษาทฤษฎีเหล่านี้เพื่อให้เห็นถึงพฤติกรรมที่พึงประสงค์และฝึกฝนตนเองให้มีพฤติกรรมในการเป็นผู้นำตามแบบที่ประสบความสำเร็จแล้วนั้นด้วย นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยไอโอวา ศึกษาและพบว่าสามารถแบ่งจำแนกผู้นำได้เป็น 3 ประเภทได้แก่ผู้นําแบบอัตนิยมผู้นำแบบประชานิยม และผู้นำแบบเสรีนิยม
ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร
-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ
-ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม
-หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
นางสาวสุดารัตน์ สุขสาม (รหัส 12590090)
ผู้นำที่ดีหรือประสบความสำเร็จมักจะมีพฤติกรรมไปในแนวทางใดแนวทางหนึ่ง ซึ่งแตกต่างจากผู้นำที่ล้มเหลว ทั้งพฤติกรรมที่เกี่ยวกับการแสดงออก การตัดสินใจ การสื่อสารกับสมาชิกขององค์กร การให้ความสนใจกับความรู้สึกของคน การใส่ใจในงานที่รับผิดชอบในการมอบหมายงาน ผู้นำควรศึกษาทฤษฎีเหล่านี้เพื่อให้เห็นถึงพฤติกรรมที่พึงประสงค์โดยฝึกฝนตนเองให้มีพฤติกรรมในการเป็นผู้นำตามแบบที่ประสบความสำเร็จ
ตอบลบชนกนาฎ สหทรัพย์เจริญ 12590012
ผู้นำที่ดีหรือประสบความสำเร็จมักจะมีพฤติกรรมไปในแนวทางใดแนวทางหนึ่ง ซึ่งแตกต่างจากผู้นำที่ล้มเหลว ทั้งพฤติกรรมที่เกี่ยวกับการแสดงออก การตัดสินใจ การสื่อสารกับสมาชิกในองค์กร เป็นต้น นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยไอโอวาศึกษาและพบว่าสามารถจัดแบ่งภาวะผู้นำออกเป็น3ประเภท ได้แก่ ผู้นำแบบอัตนิยม เป็นผู้นำที่ตัดสินใจเองเพียงคนเดียว กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด ส่วนผู้นำแบบประชานิยม เป็นผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็น อาทิ เป้าหมายขององค์กร ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
ตอบลบและสุดท้ายผู้นำแบบเสรีนิยม เป็นผู้นำมอบอำนาจในกลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงาน แต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่ม แต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
(อารียา ปานทอง 12590109)
ข้อที่ 6
ตอบลบทฤษฎีพฤติกรรมผู้นำ (Behavioral Theories) เป็นการพัฒนาในช่วงปี ค.ศ.1940 – 1960 แนวคิดหลักของทฤษฎี คือ ให้มองในสิ่งที่ผู้นำปฏิบัติและชี้ให้เห็นว่าทั้งผู้นำและผู้ตามต่างมีอิทธิพลซึ่งกันและกัน นักทฤษฎี ได้แก่ Kurt Lewin, Rensis
1. Kurt Lewin’ s Studies
Lewin แบ่งลักษณะผู้นำเป็น 3 แบบ คือ
1.1ผู้นำแบบอัตถนิยมหรืออัตตา (Autocratic Leaders)จะตัดสินใจด้วยตนเองไม่มีเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์แน่นอนขึ้นอยู่กับตัวผู้นำเอง คิดถึงผลงานไม่คิดถึงคน บางครั้งทำให้เกิดศัตรูได้ ผู้นำลักษณะนี้จะใช้ได้ดีในช่วงภาวะวิกฤตเท่านั้น ผลของการมีผู้นำลักษณะนี้จะทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาไม่มีความเชื่อมั่นในตัวเอง และไม่เกิดความคิดริเริ่มสร้างสรร
1.2 ผู้นำแบบประชาธิปไตย (Democratic Leaders) ใช้การตัดสินใจของกลุ่มหรือให้ผู้ตามมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ รับฟังความคิดเห็นส่วนรวม ทำงานเป็นทีม มีการสื่อสารแบบ 2 ทาง ทำให้เพิ่มผลผลิตและความพึงพอใจในการทำงาน บางครั้งการอิงกลุ่มทำให้ใช้เวลานานในการตัดสินใจ ระยะเวลาที่เร่งด่วนผู้นำลักษณะนี้ไม่เกิดผลดี
1.3 ผู้นำแบบตามสบายหรือเสรีนิยม (Laissez- Faire Leaders) จะให้อิสระกับผู้ใต้บังคับบัญชาเต็มที่ในการตัดสินใจแก้ปัญหา จะไม่มีการกำหนดเป้าหมายที่แน่นอน ไม่มีหลักเกณฑ์ ไม่มีระเบียบ จะทำให้เกิดความคับข้องใจหรือความไม่พอใจของผู้ร่วมงานได้และได้ผลผลิตต่ำ การทำงานของผู้นำลักษณะนี้เป็นการกระจายงานไปที่กลุ่ม ถ้ากลุ่มมีความรับผิดชอบและมีแรงจูงใจในการทำงานสูง สามารถควบคุมกลุ่มได้ดี มีผลงานและความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ลักษณะผู้นำแต่ละแบบจะสร้างบรรยากาศในการทำงานที่แตกต่างกันดังนั้นการเลือกใช้ลักษณะผู้นำแบบใดย่อมขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของสถานการณ์ด้วย
(อรณิชา ศรีสมัย 12590102)
ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
ตอบลบ-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร
-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ
-ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม
-หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
(นางสาวสิริรัตน์ ศิริพรทุม 12590086)
ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
ตอบลบ-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร
-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ
-ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม
-หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
(นางสาวณัฐฐา จินตกวีพันธุ์ 12590020)
ตอบลบทฤษฎีพฤติกรรมผู้นำ (Behavioral Theories) แนวคิดหลักของทฤษฎี คือให้มองในสิ่งที่ผู้นำปฏิบัติและชี้ให้เห็นว่าทั้งผู้นำและผู้ตามต่างมีอิทธิพลซึ่งกันและกัน ยกตัวอย่างแนวคิดของการศึกษาภาวะผู้นำของมหาวิทยาลัยโอไฮโอ สเตท จากการศึกษาสามารถจำแนกพฤติกรรมผู้นำ ออกเป็น 2 แบบ
1.ผู้นำแบบมุ่งงาน (initiating structure) มีลักษณะของความกระตือรือร้น มีความคิดริเริ่ม มีการกำหนดเป้าหมายและบทบาทหน้าที่ของผู้นำและผู้ปฏิบัติงานไว้อย่างชัดเจนมีการวางแผนการทำงาน และกำหนดตารางเวลาทำงานแน่นอน เน้นการทำงานให้เป็นไปตามขั้นตอน มีการกำหนดมาตรฐานงาน มีการติดต่อสื่อสารกับทุกคนมีการมอบหมายงานที่ชัดเจน
2.ผู้นำแบบมุ่งคน (consideration) มีลักษณะของการดูแลเอาใจใส่ และสร้างความสัมพันธ์อันดีกับผู้ปฏิบัติงาน ผู้นำมีมิตรภาพทีดีกับผู้ปฏิบัติงาน มีความไว้วางใจต่อกัน ยอมรับฟังความคิดเห็น ให้มีส่วนร่วมในการบริหารและการตัดสินใจ มีการติดต่อสื่อสารที่ดี ให้ความอบอุ่น เอาใจใส่ดูแลขวัญและกำลังใจ และสวัสดิการต่างๆ ของผู้ปฏิบัติงาน
(นางสาวสิริกร ราชมณี12590084)
ทฤษฎีภาวะผู้นำว่าด้วยพฤติกรรม แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้
ตอบลบ1.ภาวะผู้นําแบบอัตนิยม
-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
2.ภาวะผู้นำแบบประชานิยม
-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็น อาทิ เป้าหมายขององค์กร
-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
3.ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม
-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงาน แต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ
-ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่ม แต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม
-หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
(นางสาวกรกนก จันทร์พันธุ์ 12590003)
ทฤษฎีว่าด้วยพฤติกรรม พฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกการตัดสินใจการสื่อสารกับสมาชิกขององค์กรการให้ความสนใจกับความรู้สึกของคนการใส่ใจในงานที่รับผิดชอบและการรับมอบหมายงานเป็นต้นการวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมจึงมีอย่างต่อเนื่องจนสรุปได้เป็นทฤษฎีซึ่งนำมาเรียนรู้และวิเคราะห์แยกแยะได้อย่างลึกซึ้งผู้บริหารที่ประสงค์จะพัฒนาภาวะผู้นำของตนจึงควรศึกษาทฤษฎีเหล่านี้เพื่อให้เห็นถึงพฤติกรรมที่พึงประสงค์และฝึกฝนตนเองให้มีพฤติกรรมในการเป็นผู้นำตามแบบที่ประสบความสำเร็จแล้วนั้นด้วย สามารถแบ่งจำแนกผู้นำได้เป็น 3 ประเภทได้แก่ ผู้นําแบบอัตนิยม ผู้นำแบบประชานิยม และผู้นำแบบเสรีนิยม
ตอบลบ1.ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
2.ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร
-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
3.ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ
-ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม
-หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
(ปวีณา เกตุแย้ม 12590047)
ทฤษฎีพฤติกรรมผู้นำ (Behavioral Theories) เป็นการพัฒนาในช่วงปี ค.ศ.1940 – 1960 แนวคิดหลักของทฤษฎี คือ ให้มองในสิ่งที่ผู้นำปฏิบัติและชี้ให้เห็นว่าทั้งผู้นำและผู้ตามต่างมีอิทธิพลซึ่งกันและกัน นักทฤษฎี ได้แก่ Kurt Lewin, Rensis
ตอบลบ1. Kurt Lewin’ s Studies
Lewin แบ่งลักษณะผู้นำเป็น 3 แบบ คือ
1.1ผู้นำแบบอัตถนิยมหรืออัตตา (Autocratic Leaders)จะตัดสินใจด้วยตนเองไม่มีเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์แน่นอนขึ้นอยู่กับตัวผู้นำเอง คิดถึงผลงานไม่คิดถึงคน บางครั้งทำให้เกิดศัตรูได้ ผู้นำลักษณะนี้จะใช้ได้ดีในช่วงภาวะวิกฤตเท่านั้น ผลของการมีผู้นำลักษณะนี้จะทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาไม่มีความเชื่อมั่นในตัวเอง และไม่เกิดความคิดริเริ่มสร้างสรร
1.2 ผู้นำแบบประชาธิปไตย (Democratic Leaders) ใช้การตัดสินใจของกลุ่มหรือให้ผู้ตามมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ รับฟังความคิดเห็นส่วนรวม ทำงานเป็นทีม มีการสื่อสารแบบ 2 ทาง ทำให้เพิ่มผลผลิตและความพึงพอใจในการทำงาน บางครั้งการอิงกลุ่มทำให้ใช้เวลานานในการตัดสินใจ ระยะเวลาที่เร่งด่วนผู้นำลักษณะนี้ไม่เกิดผลดี
1.3 ผู้นำแบบตามสบายหรือเสรีนิยม (Laissez- Faire Leaders) จะให้อิสระกับผู้ใต้บังคับบัญชาเต็มที่ในการตัดสินใจแก้ปัญหา จะไม่มีการกำหนดเป้าหมายที่แน่นอน ไม่มีหลักเกณฑ์ ไม่มีระเบียบ จะทำให้เกิดความคับข้องใจหรือความไม่พอใจของผู้ร่วมงานได้และได้ผลผลิตต่ำ การทำงานของผู้นำลักษณะนี้เป็นการกระจายงานไปที่กลุ่ม ถ้ากลุ่มมีความรับผิดชอบและมีแรงจูงใจในการทำงานสูง สามารถควบคุมกลุ่มได้ดี มีผลงานและความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ลักษณะผู้นำแต่ละแบบจะสร้างบรรยากาศในการทำงานที่แตกต่างกันดังนั้นการเลือกใช้ลักษณะผู้นำแบบใดย่อมขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของสถานการณ์ด้วย
(นางสาว สรัสนันท์ บุญมี 12590080)
ทฤษฎีพฤติกรรมผู้นำ (Behavioral Theories)
ตอบลบแนวคิดหลักของทฤษฎี คือ ให้มองในสิ่งที่ผู้นำปฏิบัติและชี้ให้เห็นว่าทั้งผู้นำและผู้ตามต่างมีอิทธิพลซึ่งกันและกัน นักทฤษฎี ได้แก่ Kurt Lewin, Rensis
1. Kurt Lewin’ s Studies
-ผู้นำแบบอัตถนิยม
จะตัดสินใจด้วยตนเองไม่มีเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์แน่นอนขึ้นอยู่กับตัวผู้นำเอง คิดถึงผลงานมากกว่าคนผู้นำลักษณะนี้จะใช้ได้ดีในช่วงภาวะวิกฤตเท่านั้น ผลของการมีผู้นำลักษณะนี้จะทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาไม่มีความเชื่อมั่นในตัวเอง
-ผู้นำแบบประชาธิปไตย
ใช้การตัดสินใจของกลุ่มหรือให้ผู้ตามมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ รับฟังความคิดเห็นส่วนรวม ทำงานเป็นทีม
-ผู้นำแบบตามสบายหรือเสรีนิยม
ให้อิสระกับผู้ใต้บังคับบัญชาเต็มที่ในการตัดสินใจแก้ปัญหา จะไม่มีการกำหนดเป้าหมายที่แน่นอน ไม่มีหลักเกณฑ์ ไม่มีระเบียบ การทำงานของผู้นำลักษณะนี้เป็นการกระจายงานไปที่กลุ่ม ถ้ากลุ่มมีความรับผิดชอบและมีแรงจูงใจในการทำงานสูง สามารถควบคุมกลุ่มได้ดี มีผลงานและความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ลักษณะผู้นำแต่ละแบบจะสร้างบรรยากาศในการทำงานที่แตกต่างกัน
**การเลือกใช้ลักษณะผู้นำต้องคำนึงถึงเหมาะสมของสถานการณ์ด้วย
(อภิษฐา เนียมศิริ 12590101)
ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
ตอบลบ-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร
-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ
-ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม
-หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
สุภัทษา สนธิช่วย 12590096
สามารถแบ่งจำแนกผู้นำได้เป็น 3 ประเภทได้แก่ ผู้นําแบบอัตนิยม ผู้นำแบบประชานิยม และผู้นำแบบเสรีนิยม
ตอบลบ1.ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
2.ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร
-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
3.ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแล
(นางสาวภิตติมาตุ์ เอื้ออรุณชัย 12590062)
ทฤษฎีว่าด้วยพฤติกรรม พฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกการตัดสินใจการสื่อสารกับสมาชิกขององค์กรการให้ความสนใจกับความรู้สึกของคนการใส่ใจในงานที่รับผิดชอบและการรับมอบหมายงานเป็นต้นการวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมจึงมีอย่างต่อเนื่องจนสรุปได้เป็นทฤษฎีซึ่งนำมาเรียนรู้และวิเคราะห์แยกแยะได้อย่างลึกซึ้งผู้บริหารที่ประสงค์จะพัฒนาภาวะผู้นำของตนจึงควรศึกษาทฤษฎีเหล่านี้เพื่อให้เห็นถึงพฤติกรรมที่พึงประสงค์และฝึกฝนตนเองให้มีพฤติกรรมในการเป็นผู้นำตามแบบที่ประสบความสำเร็จแล้วนั้นด้วย สามารถแบ่งจำแนกผู้นำได้เป็น 3 ประเภทได้แก่ ผู้นําแบบอัตนิยม ผู้นำแบบประชานิยม และผู้นำแบบเสรีนิยม
ตอบลบ1.ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
2.ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร
-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
3.ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ
-ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม
-หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
(ศศิพิมพ์ ชัยกุลพัฒนา 12590076)
ตอบลบภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร
-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ
-ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม
-หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
ดวงหทัย โฉมมา 12590029
ผู้นำที่ดีหรือประสบความสำเร็จมักจะมีพฤติกรรมไปในแนวทางใดแนวทางหนึ่ง ซึ่งแตกต่างจากผู้นำที่ล้มเหลว ทั้งพฤติกรรมที่เกี่ยวกับการแสดงออก การตัดสินใจ การสื่อสารกับสมาชิกในองค์กร เป็นต้น นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยไอโอวาศึกษาและพบว่าสามารถจัดแบ่งภาวะผู้นำออกเป็น3ประเภท ได้แก่ ผู้นำแบบอัตนิยม เป็นผู้นำที่ตัดสินใจเองเพียงคนเดียว กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด ส่วนผู้นำแบบประชานิยม เป็นผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็น อาทิ เป้าหมายขององค์กร ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
ตอบลบและสุดท้ายผู้นำแบบเสรีนิยม เป็นผู้นำมอบอำนาจในกลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงาน แต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่ม แต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
(นางสาวปรมาพร สิงขรรัตน์ 12590046)
ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
ตอบลบ-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร
-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ
-ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม
-หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
นางสาวภัทราพร ผังรักษ์ 12590061
ทฤษฎีว่าด้วยพฤติกรรม จากการวิจัยพบว่าผู้นำที่ดีหรือประสบความสำเร็จมักจะมีพฤติกรรมไปในแนวทางใดแนวทางหนึ่งซึ่งแตกต่างจากผู้นำที่ล้มเหลวทางพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกการตัดสินใจการสื่อสารกับสมาชิกขององค์กรการให้ความสนใจกับความรู้สึกของคนการใส่ใจในงานที่รับผิดชอบและการรับมอบหมายงานเป็นต้นการวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมจึงมีอย่างต่อเนื่องจนสรุปได้เป็นทฤษฎีซึ่งนำมาเรียนรู้และวิเคราะห์แยกแยะได้อย่างลึกซึ้งผู้บริหารที่ประสงค์จะพัฒนาภาวะผู้นำของตนจึงควรศึกษาทฤษฎีเหล่านี้เพื่อให้เห็นถึงพฤติกรรมที่พึงประสงค์และฝึกฝนตนเองให้มีพฤติกรรมในการเป็นผู้นำตามแบบที่ประสบความสำเร็จแล้วนั้นด้วย นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยไอโอวา ศึกษาและพบว่าสามารถแบ่งจำแนกผู้นำได้เป็น 3 ประเภทได้แก่ผู้นําแบบอัตนิยมผู้นำแบบประชานิยม และผู้นำแบบเสรีนิยม
ตอบลบภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร
-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ
-ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม
-หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
(อภัสสร ปูชนียกุล 12590100)
สามารถแบ่งจำแนกผู้นำได้เป็น 3 ประเภทได้แก่ ผู้นําแบบอัตนิยม ผู้นำแบบประชานิยม และผู้นำแบบเสรีนิยม
ตอบลบ1.ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
2.ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร
-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
3.ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแล
(นางสาวบุญธิดา กะตะศิลา 12590043)
ทฤษฎีว่าด้วยพฤติกรรมจากการวิจัยพบว่าผู้นำที่ดีหรือประสบความสำเร็จมักจะมีพฤติกรรมไปในแนวทางใดแนวทางหนึ่งซึ่งแตกต่างจากผู้นำที่ล้มเหลวทางพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกการตัดสินใจการสื่อสารกับสมาชิกขององค์กรการให้ความสนใจกับความรู้สึกของคนการใส่ใจในงานที่รับผิดชอบและการรับมอบหมายงานเป็นต้นการวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมจึงมีอย่างต่อเนื่องจนสรุปได้เป็นทฤษฎีซึ่งนำมาเรียนรู้และวิเคราะห์แยกแยะได้อย่างลึกซึ้งผู้บริหารที่ประสงค์จะพัฒนาภาวะผู้นำของตนจึงควรศึกษาทฤษฎีเหล่านี้เพื่อให้เห็นถึงพฤติกรรมที่พึงประสงค์และฝึกฝนตนเองให้มีพฤติกรรมในการเป็นผู้นำตามแบบที่ประสบความสำเร็จแล้วนั้นด้วย นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยไอโอวา ศึกษาและพบว่าสามารถแบ่งจำแนกผู้นำได้เป็น 3 ประเภทได้แก่ผู้นําแบบอัตนิยมผู้นำแบบประชานิยม และผู้นำแบบเสรีนิยม ซึ่งในแต่ละประเภทผู้นำจะมีพฤติกรรมในด้านต่างๆที่แตกต่างกัน เช่นภาวะผู้นําแบบอัตนิยมผู้นำตัดสินใจเองคนเดียวจะกำหนดวิธีปฏิบัติงานเองและแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม ส่วนภาวะผู้นำแบบประชานิยม ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจอนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงานแจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็น และสุดท้ายภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรีไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีการปฏิบัติงาน แต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม การวิจัยพบว่า ผู้นําแบบอัตนิยมและผู้นำแบบประชานิยมสามารถสร้างผลงานให้แก่องค์กรได้สูงในระดับเดียวกัน ขณะที่ผู้นำแบบเสรีนิยมสร้างผลงานได้ต่ำที่สุด
ตอบลบ(นางสาวเบญญาภา กรีรถ 12590044)
ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
ตอบลบ-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร
-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ
-ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม
-หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
(นายสิทธิชัย พ่อค้าเรือ 12590083)
ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
ตอบลบ-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร
-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ
-ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม
-หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
(นายชินวัตร พิพัฒน์พงศานนท์ 12590015)
ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
ตอบลบ-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร
-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ
-ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม
-หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ (นางสาวชัชญาณ์ณัฐ ภูวิศภัทรนนท์ 12590110)
ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
ตอบลบ-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร
-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ
-ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม
-หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
(นางสาวณัฐพร ทองปลิว 12590024)
ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
ตอบลบ-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร
-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ
-ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม
-หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
(นางสาวพัชรา จูเอี่ยม 12590054)
ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
ตอบลบ-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร
-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ
-ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม
-หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
วัชระ จริยสุขสกุล 071
ตอบลบทฤษฎีว่าด้วยพฤติกรรม พฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกการตัดสินใจการสื่อสารกับสมาชิกขององค์กรการให้ความสนใจกับความรู้สึกของคนการใส่ใจในงานที่รับผิดชอบและการรับมอบหมายงานเป็นต้นการวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมจึงมีอย่างต่อเนื่องจนสรุปได้เป็นทฤษฎีซึ่งนำมาเรียนรู้และวิเคราะห์แยกแยะได้อย่างลึกซึ้งผู้บริหารที่ประสงค์จะพัฒนาภาวะผู้นำของตนจึงควรศึกษาทฤษฎีเหล่านี้เพื่อให้เห็นถึงพฤติกรรมที่พึงประสงค์และฝึกฝนตนเองให้มีพฤติกรรมในการเป็นผู้นำตามแบบที่ประสบความสำเร็จแล้วนั้นด้วย สามารถแบ่งจำแนกผู้นำได้เป็น 3 ประเภทได้แก่ ผู้นําแบบอัตนิยม ผู้นำแบบประชานิยม และผู้นำแบบเสรีนิยม
1.ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
จะตัดสินใจด้วยตนเองไม่มีเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์แน่นอนขึ้นอยู่กับตัวผู้นำเอง คิดถึงผลงานมากกว่าคนผู้นำลักษณะนี้จะใช้ได้ดีในช่วงภาวะวิกฤตเท่านั้น ผลของการมีผู้นำลักษณะนี้จะทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาไม่มีความเชื่อมั่นในตัวเอง
2.ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
ใช้การตัดสินใจของกลุ่มหรือให้ผู้ตามมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ รับฟังความคิดเห็นส่วนรวม ทำงานเป็นทีม มีการสื่อสารแบบ 2 ทาง ทำให้เพิ่มผลผลิตและความพึงพอใจในการทำงาน บางครั้งการอิงกลุ่มทำให้ใช้เวลานานในการตัดสินใจ ระยะเวลาที่เร่งด่วนผู้นำลักษณะนี้ไม่เกิดผลดี
3.ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแล
นางสาววชิราพร คำกอง 12590068
ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
ตอบลบ-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร
-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ
-ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม
-หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
รัญชริดาม มะนุ่น 12590067
ทฤษฎีพฤติกรรมผู้นำ (Behavioral Theories) แนวคิดหลักของทฤษฎี คือให้มองในสิ่งที่ผู้นำปฏิบัติและชี้ให้เห็นว่าทั้งผู้นำและผู้ตามต่างมีอิทธิพลซึ่งกันและกัน ยกตัวอย่างแนวคิดของการศึกษาภาวะผู้นำของมหาวิทยาลัยโอไฮโอ สเตท จากการศึกษาสามารถจำแนกพฤติกรรมผู้นำ ออกเป็น 2 แบบ
ตอบลบ1.ผู้นำแบบมุ่งงาน (initiating structure) มีลักษณะของความกระตือรือร้น มีความคิดริเริ่ม มีการกำหนดเป้าหมายและบทบาทหน้าที่ของผู้นำและผู้ปฏิบัติงานไว้อย่างชัดเจนมีการวางแผนการทำงาน และกำหนดตารางเวลาทำงานแน่นอน เน้นการทำงานให้เป็นไปตามขั้นตอน มีการกำหนดมาตรฐานงาน มีการติดต่อสื่อสารกับทุกคนมีการมอบหมายงานที่ชัดเจน
2.ผู้นำแบบมุ่งคน (consideration) มีลักษณะของการดูแลเอาใจใส่ และสร้างความสัมพันธ์อันดีกับผู้ปฏิบัติงาน ผู้นำมีมิตรภาพทีดีกับผู้ปฏิบัติงาน มีความไว้วางใจต่อกัน ยอมรับฟังความคิดเห็น ให้มีส่วนร่วมในการบริหารและการตัดสินใจ มีการติดต่อสื่อสารที่ดี ให้ความอบอุ่น เอาใจใส่ดูแลขวัญและกำลังใจ และสวัสดิการต่างๆ ของผู้ปฏิบัติงาน
นายดนุสรณ์ เลิศเศรษฐี 12590028
ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
ตอบลบ-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร
-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ
-ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม
-หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
(นายนภนต์ เจียรนัย 12590040)
ตอบลบภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร
-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ
-ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม
-หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
(ธนพล โชครัตน์ประภา 12590033)
ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
ตอบลบ-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร
-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ
-ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม
-หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
(วิลาิสนี เกตุแก้ว 12590073)
ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
ตอบลบ-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร
-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ
-ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม
-หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
(อังคณา พิทักษ์สุข 12590104)
ผู้นำที่ดีหรือประสบความสำเร็จมักจะมีพฤติกรรมไปในแนวทางใดแนวทางหนึ่ง ซึ่งแตกต่างจากผู้นำที่ล้มเหลว ทั้งพฤติกรรมที่เกี่ยวกับการแสดงออก การตัดสินใจ การสื่อสารกับสมาชิกในองค์กร เป็นต้น นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยไอโอวาศึกษาและพบว่าสามารถจัดแบ่งภาวะผู้นำออกเป็น3ประเภท ได้แก่ ผู้นำแบบอัตนิยม เป็นผู้นำที่ตัดสินใจเองเพียงคนเดียว กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด ส่วนผู้นำแบบประชานิยม เป็นผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็น อาทิ เป้าหมายขององค์กร ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
ตอบลบและสุดท้ายผู้นำแบบเสรีนิยม เป็นผู้นำมอบอำนาจในกลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงาน แต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่ม แต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
(ชนาวาส บัววงค์ 12590013)
ทฤษฎีพฤติกรรมผู้นำ (Behavioral Theories) แนวคิดหลักของทฤษฎี คือให้มองในสิ่งที่ผู้นำปฏิบัติและชี้ให้เห็นว่าทั้งผู้นำและผู้ตามต่างมีอิทธิพลซึ่งกันและกัน ยกตัวอย่างแนวคิดของการศึกษาภาวะผู้นำของมหาวิทยาลัยโอไฮโอ สเตท จากการศึกษาสามารถจำแนกพฤติกรรมผู้นำ ออกเป็น 2 แบบ
ตอบลบ1.ผู้นำแบบมุ่งงาน (initiating structure) มีลักษณะของความกระตือรือร้น มีความคิดริเริ่ม มีการกำหนดเป้าหมายและบทบาทหน้าที่ของผู้นำและผู้ปฏิบัติงานไว้อย่างชัดเจนมีการวางแผนการทำงาน และกำหนดตารางเวลาทำงานแน่นอน เน้นการทำงานให้เป็นไปตามขั้นตอน มีการกำหนดมาตรฐานงาน มีการติดต่อสื่อสารกับทุกคนมีการมอบหมายงานที่ชัดเจน
2.ผู้นำแบบมุ่งคน (consideration) มีลักษณะของการดูแลเอาใจใส่ และสร้างความสัมพันธ์อันดีกับผู้ปฏิบัติงาน ผู้นำมีมิตรภาพทีดีกับผู้ปฏิบัติงาน มีความไว้วางใจต่อกัน ยอมรับฟังความคิดเห็น ให้มีส่วนร่วมในการบริหารและการตัดสินใจ มีการติดต่อสื่อสารที่ดี ให้ความอบอุ่น เอาใจใส่ดูแลขวัญและกำลังใจ และสวัสดิการต่างๆ ของผู้ปฏิบัติงาน
(น.ส.ดารารัตน์ ดาสาลี 12590030)
ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
ตอบลบ-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร
-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ
-ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม
-หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
(ณัฐชัญญา ปรินจิตต์ 12590896)
ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
ตอบลบ-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร
-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ
-ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม
-หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
(พงศธร ศิริสมบูรณ์ 12590052)
ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
ตอบลบ-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร
-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ
-ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม
-หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
(ศิฌาวี เรือนปัญจะ 12590078)
ทฤษฎีพฤติกรรมผู้นำ (Behavioral Theories) แนวคิดหลักของทฤษฎี คือให้มองในสิ่งที่ผู้นำปฏิบัติและชี้ให้เห็นว่าทั้งผู้นำและผู้ตามต่างมีอิทธิพลซึ่งกันและกัน ยกตัวอย่างแนวคิดของการศึกษาภาวะผู้นำของมหาวิทยาลัยโอไฮโอ สเตท จากการศึกษาสามารถจำแนกพฤติกรรมผู้นำ ออกเป็น 2 แบบ
ตอบลบ1.ผู้นำแบบมุ่งงาน (initiating structure) มีลักษณะของความกระตือรือร้น มีความคิดริเริ่ม มีการกำหนดเป้าหมายและบทบาทหน้าที่ของผู้นำและผู้ปฏิบัติงานไว้อย่างชัดเจนมีการวางแผนการทำงาน และกำหนดตารางเวลาทำงานแน่นอน เน้นการทำงานให้เป็นไปตามขั้นตอน มีการกำหนดมาตรฐานงาน มีการติดต่อสื่อสารกับทุกคนมีการมอบหมายงานที่ชัดเจน
2.ผู้นำแบบมุ่งคน (consideration) มีลักษณะของการดูแลเอาใจใส่ และสร้างความสัมพันธ์อันดีกับผู้ปฏิบัติงาน ผู้นำมีมิตรภาพทีดีกับผู้ปฏิบัติงาน มีความไว้วางใจต่อกัน ยอมรับฟังความคิดเห็น ให้มีส่วนร่วมในการบริหารและการตัดสินใจ มีการติดต่อสื่อสารที่ดี ให้ความอบอุ่น เอาใจใส่ดูแลขวัญและกำลังใจ และสวัสดิการต่างๆ ของผู้ปฏิบัติงาน
(สุรีรัตน์ ศักดิ์ภิรมย์ 12590954)
ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
ตอบลบ-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร
-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ
-ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม
-หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
กุลปริยา แย้มเกษร 12590005
ทฤษฎีพฤติกรรมผู้นำ (Behavioral Theories) เป็นการพัฒนาในช่วงปี ค.ศ.1940 – 1960 แนวคิดหลักของทฤษฎี คือ ให้มองในสิ่งที่ผู้นำปฏิบัติและชี้ให้เห็นว่าทั้งผู้นำและผู้ตามต่างมีอิทธิพลซึ่งกันและกัน นักทฤษฎี ได้แก่ Kurt Lewin, Rensis
ตอบลบ1. Kurt Lewin’ s Studies
Lewin แบ่งลักษณะผู้นำเป็น 3 แบบ คือ
1.1ผู้นำแบบอัตถนิยมหรืออัตตา (Autocratic Leaders)จะตัดสินใจด้วยตนเองไม่มีเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์แน่นอนขึ้นอยู่กับตัวผู้นำเอง คิดถึงผลงานไม่คิดถึงคน บางครั้งทำให้เกิดศัตรูได้ ผู้นำลักษณะนี้จะใช้ได้ดีในช่วงภาวะวิกฤตเท่านั้น ผลของการมีผู้นำลักษณะนี้จะทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาไม่มีความเชื่อมั่นในตัวเอง และไม่เกิดความคิดริเริ่มสร้างสรร
1.2 ผู้นำแบบประชาธิปไตย (Democratic Leaders) ใช้การตัดสินใจของกลุ่มหรือให้ผู้ตามมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ รับฟังความคิดเห็นส่วนรวม ทำงานเป็นทีม มีการสื่อสารแบบ 2 ทาง ทำให้เพิ่มผลผลิตและความพึงพอใจในการทำงาน บางครั้งการอิงกลุ่มทำให้ใช้เวลานานในการตัดสินใจ ระยะเวลาที่เร่งด่วนผู้นำลักษณะนี้ไม่เกิดผลดี
1.3 ผู้นำแบบตามสบายหรือเสรีนิยม (Laissez- Faire Leaders) จะให้อิสระกับผู้ใต้บังคับบัญชาเต็มที่ในการตัดสินใจแก้ปัญหา จะไม่มีการกำหนดเป้าหมายที่แน่นอน ไม่มีหลักเกณฑ์ ไม่มีระเบียบ จะทำให้เกิดความคับข้องใจหรือความไม่พอใจของผู้ร่วมงานได้และได้ผลผลิตต่ำ การทำงานของผู้นำลักษณะนี้เป็นการกระจายงานไปที่กลุ่ม ถ้ากลุ่มมีความรับผิดชอบและมีแรงจูงใจในการทำงานสูง สามารถควบคุมกลุ่มได้ดี มีผลงานและความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ลักษณะผู้นำแต่ละแบบจะสร้างบรรยากาศในการทำงานที่แตกต่างกันดังนั้นการเลือกใช้ลักษณะผู้นำแบบใดย่อมขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของสถานการณ์ด้วย
(นางสาวอรวี ศรีวิโน 12590103)
ทฤษฎีว่าด้วยพฤติกรรม พฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกการตัดสินใจการสื่อสารกับสมาชิกขององค์กรการให้ความสนใจกับความรู้สึกของคนการใส่ใจในงานที่รับผิดชอบและการรับมอบหมายงานเป็นต้นการวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมจึงมีอย่างต่อเนื่องจนสรุปได้เป็นทฤษฎีซึ่งนำมาเรียนรู้และวิเคราะห์แยกแยะได้อย่างลึกซึ้งผู้บริหารที่ประสงค์จะพัฒนาภาวะผู้นำของตน สามารถแบ่งจำแนกผู้นำได้เป็น 3 ประเภทได้แก่
ตอบลบ1.ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
2.ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
3.ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
(ณัฐฌา ปักกัง 12590019)
ทฤษฎีว่าด้วยพฤติกรรม ผู้นำที่ดีหรือประสบความสำเร็จมักจะมีพฤติกรรมไปในแนวทางใดแนวทางหนึ่ง นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยไอโอวา ศึกษาและพบว่าสามารถแบ่งจำแนกผู้นำได้เป็น 3 ประเภทได้แก่
ตอบลบ1. ภาวะผู้นําแบบอัตนิยม
- ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
- กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
- จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
- ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
2. ภาวะผู้นำแบบประชานิยม
- ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
- อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
- แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็น อาทิ เป้าหมายขององค์กร
- ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
3. ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม
- ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
- ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงาน แต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ
- ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่ม แต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม
- หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
(นางสาวกชกร เดชกำแหง 12590001)
ทฤษฎีว่าด้วยพฤติกรรม พฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกการตัดสินใจการสื่อสารกับสมาชิกขององค์กรการให้ความสนใจกับความรู้สึกของคนการใส่ใจในงานที่รับผิดชอบและการรับมอบหมายงานเป็นต้นการวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมจึงมีอย่างต่อเนื่องจนสรุปได้เป็นทฤษฎีซึ่งนำมาเรียนรู้และวิเคราะห์แยกแยะได้อย่างลึกซึ้งผู้บริหารที่ประสงค์จะพัฒนาภาวะผู้นำของตน สามารถแบ่งจำแนกผู้นำได้เป็น 3 ประเภทได้แก่
ตอบลบ1.ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม
-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
2.ภาวะผู้นำแบบประชานิยม
-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
3.ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม
-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
(นางสาวศศิประภา ผาดศรี 12590075)
ทฤษฎีพฤติกรรมผู้นำ (Behavioral Theories) แนวคิดหลักของทฤษฎี คือให้มองในสิ่งที่ผู้นำปฏิบัติและชี้ให้เห็นว่าทั้งผู้นำและผู้ตามต่างมีอิทธิพลซึ่งกันและกัน ยกตัวอย่างแนวคิดของการศึกษาภาวะผู้นำของมหาวิทยาลัยโอไฮโอ สเตท จากการศึกษาสามารถจำแนกพฤติกรรมผู้นำ ออกเป็น 2 แบบ
ตอบลบ1.ผู้นำแบบมุ่งงาน (initiating structure) มีลักษณะของความกระตือรือร้น มีความคิดริเริ่ม มีการกำหนดเป้าหมายและบทบาทหน้าที่ของผู้นำและผู้ปฏิบัติงานไว้อย่างชัดเจนมีการวางแผนการทำงาน และกำหนดตารางเวลาทำงานแน่นอน เน้นการทำงานให้เป็นไปตามขั้นตอน มีการกำหนดมาตรฐานงาน มีการติดต่อสื่อสารกับทุกคนมีการมอบหมายงานที่ชัดเจน
2.ผู้นำแบบมุ่งคน (consideration) มีลักษณะของการดูแลเอาใจใส่ และสร้างความสัมพันธ์อันดีกับผู้ปฏิบัติงาน ผู้นำมีมิตรภาพทีดีกับผู้ปฏิบัติงาน มีความไว้วางใจต่อกัน ยอมรับฟังความคิดเห็น ให้มีส่วนร่วมในการบริหารและการตัดสินใจ มีการติดต่อสื่อสารที่ดี ให้ความอบอุ่น เอาใจใส่ดูแลขวัญและกำลังใจ และสวัสดิการต่างๆ ของผู้ปฏิบัติงาน
(นางสาวคณภัทร์ ศิริโยธิน 12590108)
ทฤษฎีพฤติกรรมผู้นำ (Behavioral Theories) เป็นการพัฒนาในช่วงปี ค.ศ.1940 – 1960 แนวคิดหลักของทฤษฎี คือ ให้มองในสิ่งที่ผู้นำปฏิบัติและชี้ให้เห็นว่าทั้งผู้นำและผู้ตามต่างมีอิทธิพลซึ่งกันและกัน นักทฤษฎี ได้แก่ Kurt Lewin, Rensis
ตอบลบ1. Kurt Lewin’ s Studies
Lewin แบ่งลักษณะผู้นำเป็น 3 แบบ คือ
1.1ผู้นำแบบอัตถนิยมหรืออัตตา (Autocratic Leaders)จะตัดสินใจด้วยตนเองไม่มีเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์แน่นอนขึ้นอยู่กับตัวผู้นำเอง คิดถึงผลงานไม่คิดถึงคน บางครั้งทำให้เกิดศัตรูได้ ผู้นำลักษณะนี้จะใช้ได้ดีในช่วงภาวะวิกฤตเท่านั้น ผลของการมีผู้นำลักษณะนี้จะทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาไม่มีความเชื่อมั่นในตัวเอง และไม่เกิดความคิดริเริ่มสร้างสรร
1.2 ผู้นำแบบประชาธิปไตย (Democratic Leaders) ใช้การตัดสินใจของกลุ่มหรือให้ผู้ตามมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ รับฟังความคิดเห็นส่วนรวม ทำงานเป็นทีม มีการสื่อสารแบบ 2 ทาง ทำให้เพิ่มผลผลิตและความพึงพอใจในการทำงาน บางครั้งการอิงกลุ่มทำให้ใช้เวลานานในการตัดสินใจ ระยะเวลาที่เร่งด่วนผู้นำลักษณะนี้ไม่เกิดผลดี
1.3 ผู้นำแบบตามสบายหรือเสรีนิยม (Laissez- Faire Leaders) จะให้อิสระกับผู้ใต้บังคับบัญชาเต็มที่ในการตัดสินใจแก้ปัญหา จะไม่มีการกำหนดเป้าหมายที่แน่นอน ไม่มีหลักเกณฑ์ ไม่มีระเบียบ จะทำให้เกิดความคับข้องใจหรือความไม่พอใจของผู้ร่วมงานได้และได้ผลผลิตต่ำ การทำงานของผู้นำลักษณะนี้เป็นการกระจายงานไปที่กลุ่ม ถ้ากลุ่มมีความรับผิดชอบและมีแรงจูงใจในการทำงานสูง สามารถควบคุมกลุ่มได้ดี มีผลงานและความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ลักษณะผู้นำแต่ละแบบจะสร้างบรรยากาศในการทำงานที่แตกต่างกันดังนั้นการเลือกใช้ลักษณะผู้นำแบบใดย่อมขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของสถานการณ์ด้วย
(นางสาวสิตานัน หรุ่นทอง 12590082)
ตอบลบผู้นำที่ดีหรือประสบความสำเร็จมักจะมีพฤติกรรมไปในแนวทางใดแนวทางหนึ่ง ซึ่งแตกต่างจากผู้นำที่ล้มเหลว ทั้งพฤติกรรมที่เกี่ยวกับการแสดงออก การตัดสินใจ การสื่อสารกับสมาชิกในองค์กร เป็นต้น นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยไอโอวาศึกษาและพบว่าสามารถจัดแบ่งภาวะผู้นำออกเป็น 3ประเภท ได้แก่ ผู้นำแบบอัตนิยม เป็นผู้นำที่ตัดสินใจเองเพียงคนเดียว กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด ส่วนผู้นำแบบประชานิยม เป็นผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็น อาทิ เป้าหมายขององค์กร ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
และสุดท้ายผู้นำแบบเสรีนิยม เป็นผู้นำมอบอำนาจในกลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงาน แต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่ม แต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ (ศุภิสรา นรินยา 12590717)
ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
ตอบลบ-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร
-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ
-ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม
-หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
(จุฬาลักษณ์ สกุลวงวาร 12590010)
ทฤษฎีว่าด้วยพฤติกรรม : จากการวิจัยพบว่าผู้นำที่ดีหรือประสบความสำเร็จมักจะมีพฤติกรรมไปในแนวทางใดแนวทางหนึ่งซึ่งแตกต่างจากผู้นำที่ล้มเหลวทางพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกการตัดสินใจการสื่อสารกับสมาชิกขององค์กรการให้ความสนใจกับความรู้สึกของคนการใส่ใจในงานที่รับผิดชอบและการรับมอบหมายงานเป็นต้นการวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมจึงมีอย่างต่อเนื่องจนสรุปได้เป็นทฤษฎีซึ่งนำมาเรียนรู้และวิเคราะห์แยกแยะได้อย่างลึกซึ้งผู้บริหารที่ประสงค์จะพัฒนาภาวะผู้นำของตนจึงควรศึกษาทฤษฎีเหล่านี้เพื่อให้เห็นถึงพฤติกรรมที่พึงประสงค์และฝึกฝนตนเองให้มีพฤติกรรมในการเป็นผู้นำตามแบบที่ประสบความสำเร็จแล้วนั้นด้วย นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยไอโอวา ศึกษาและพบว่าสามารถแบ่งจำแนกผู้นำได้เป็น 3 ประเภทได้แก่ผู้นําแบบอัตนิยมผู้นำแบบประชานิยม และผู้นำแบบเสรีนิยม
ตอบลบภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร
-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ
-ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม
-หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
(ภัทรานิษฐ์ กุญแจทอง 12590059)
ทฤษฎีว่าด้วยพฤติกรรม พฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกการตัดสินใจการสื่อสารกับสมาชิกขององค์กรการให้ความสนใจกับความรู้สึกของคนการใส่ใจในงานที่รับผิดชอบและการรับมอบหมายงานเป็นต้นการวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมจึงมีอย่างต่อเนื่องจนสรุปได้เป็นทฤษฎีซึ่งนำมาเรียนรู้และวิเคราะห์แยกแยะได้อย่างลึกซึ้งผู้บริหารที่ประสงค์จะพัฒนาภาวะผู้นำของตนจึงควรศึกษาทฤษฎีเหล่านี้เพื่อให้เห็นถึงพฤติกรรมที่พึงประสงค์และฝึกฝนตนเองให้มีพฤติกรรมในการเป็นผู้นำตามแบบที่ประสบความสำเร็จแล้วนั้นด้วย สามารถแบ่งจำแนกผู้นำได้เป็น 3 ประเภทได้แก่ ผู้นําแบบอัตนิยม ผู้นำแบบประชานิยม และผู้นำแบบเสรีนิยม
ตอบลบ1.ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
2.ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร
-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
3.ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ
-ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม
-หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
(สุรีรัตน์ สระเกตุ 12590098)
ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
ตอบลบ-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร
-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ
-ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม
-หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
(นางสาวสุชานรี เวียนมานะ 12590089)
ทฤษฎีว่าด้วยพฤติกรรม : จากการวิจัยพบว่าผู้นำที่ดีหรือประสบความสำเร็จมักจะมีพฤติกรรมไปในแนวทางใดแนวทางหนึ่งซึ่งแตกต่างจากผู้นำที่ล้มเหลวทางพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกการตัดสินใจการสื่อสารกับสมาชิกขององค์กรการให้ความสนใจกับความรู้สึกของคนการใส่ใจในงานที่รับผิดชอบและการรับมอบหมายงานเป็นต้นการวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมจึงมีอย่างต่อเนื่องจนสรุปได้เป็นทฤษฎีซึ่งนำมาเรียนรู้และวิเคราะห์แยกแยะได้อย่างลึกซึ้งผู้บริหารที่ประสงค์จะพัฒนาภาวะผู้นำของตนจึงควรศึกษาทฤษฎีเหล่านี้เพื่อให้เห็นถึงพฤติกรรมที่พึงประสงค์และฝึกฝนตนเองให้มีพฤติกรรมในการเป็นผู้นำตามแบบที่ประสบความสำเร็จแล้วนั้นด้วย นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยไอโอวา ศึกษาและพบว่าสามารถแบ่งจำแนกผู้นำได้เป็น 3 ประเภทได้แก่ผู้นําแบบอัตนิยมผู้นำแบบประชานิยม และผู้นำแบบเสรีนิยม
ตอบลบภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร
-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ
-ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม
-หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
(ณัฐนพิน ชินวัฒนา 12590021)
ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
ตอบลบ-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร
-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ
-ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม
-หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
(นางสาวชุติกาญจน์ ปานดารา 12590016)
ทฤษฎีพฤติกรรมผู้นำ (Behavioral Theories) แนวคิดหลักของทฤษฎี คือให้มองในสิ่งที่ผู้นำปฏิบัติและชี้ให้เห็นว่าทั้งผู้นำและผู้ตามต่างมีอิทธิพลซึ่งกันและกัน ยกตัวอย่างแนวคิดของการศึกษาภาวะผู้นำของมหาวิทยาลัยโอไฮโอ สเตท จากการศึกษาสามารถจำแนกพฤติกรรมผู้นำ ออกเป็น 2 แบบ
ตอบลบ1.ผู้นำแบบมุ่งงาน (initiating structure) มีลักษณะของความกระตือรือร้น มีความคิดริเริ่ม มีการกำหนดเป้าหมายและบทบาทหน้าที่ของผู้นำและผู้ปฏิบัติงานไว้อย่างชัดเจนมีการวางแผนการทำงาน และกำหนดตารางเวลาทำงานแน่นอน เน้นการทำงานให้เป็นไปตามขั้นตอน มีการกำหนดมาตรฐานงาน มีการติดต่อสื่อสารกับทุกคนมีการมอบหมายงานที่ชัดเจน
2.ผู้นำแบบมุ่งคน (consideration) มีลักษณะของการดูแลเอาใจใส่ และสร้างความสัมพันธ์อันดีกับผู้ปฏิบัติงาน ผู้นำมีมิตรภาพทีดีกับผู้ปฏิบัติงาน มีความไว้วางใจต่อกัน ยอมรับฟังความคิดเห็น ให้มีส่วนร่วมในการบริหารและการตัดสินใจ มีการติดต่อสื่อสารที่ดี ให้ความอบอุ่น เอาใจใส่ดูแลขวัญและกำลังใจ และสวัสดิการต่างๆ ของผู้ปฏิบัติงาน
( ศศิมา ปานชงค์ 12590077)
ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
ตอบลบ-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร
-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ
-ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม
-หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
(วริศ เอี๊ยวชัยพร 070)
ทฤษฎีพฤติกรรมผู้นำ (Behavioral Theories) แนวคิดหลักของทฤษฎี คือให้มองในสิ่งที่ผู้นำปฏิบัติและชี้ให้เห็นว่าทั้งผู้นำและผู้ตามต่างมีอิทธิพลซึ่งกันและกัน ยกตัวอย่างแนวคิดของการศึกษาภาวะผู้นำของมหาวิทยาลัยโอไฮโอ สเตท จากการศึกษาสามารถจำแนกพฤติกรรมผู้นำ ออกเป็น 2 แบบ
ตอบลบ1.ผู้นำแบบมุ่งงาน (initiating structure) มีลักษณะของความกระตือรือร้น มีความคิดริเริ่ม มีการกำหนดเป้าหมายและบทบาทหน้าที่ของผู้นำและผู้ปฏิบัติงานไว้อย่างชัดเจนมีการวางแผนการทำงาน และกำหนดตารางเวลาทำงานแน่นอน เน้นการทำงานให้เป็นไปตามขั้นตอน มีการกำหนดมาตรฐานงาน มีการติดต่อสื่อสารกับทุกคนมีการมอบหมายงานที่ชัดเจน
2.ผู้นำแบบมุ่งคน (consideration) มีลักษณะของการดูแลเอาใจใส่ และสร้างความสัมพันธ์อันดีกับผู้ปฏิบัติงาน ผู้นำมีมิตรภาพทีดีกับผู้ปฏิบัติงาน มีความไว้วางใจต่อกัน ยอมรับฟังความคิดเห็น ให้มีส่วนร่วมในการบริหารและการตัดสินใจ มีการติดต่อสื่อสารที่ดี ให้ความอบอุ่น เอาใจใส่ดูแลขวัญและกำลังใจ และสวัสดิการต่างๆ ของผู้ปฏิบัติงาน
(ปาลิตา มนัสปัญญากุล 12590049)
ผู้นำที่ดีหรือประสบความสำเร็จมักจะมีพฤติกรรมไปในแนวทางใดแนวทางหนึ่ง ซึ่งแตกต่างจากผู้นำที่ล้มเหลว ทั้งพฤติกรรมที่เกี่ยวกับการแสดงออก การตัดสินใจ การสื่อสารกับสมาชิกในองค์กร เป็นต้น นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยไอโอวาศึกษาและพบว่าสามารถจัดแบ่งภาวะผู้นำออกเป็น3ประเภท ได้แก่ ผู้นำแบบอัตนิยม เป็นผู้นำที่ตัดสินใจเองเพียงคนเดียว กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด ส่วนผู้นำแบบประชานิยม เป็นผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็น อาทิ เป้าหมายขององค์กร ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
ตอบลบและสุดท้ายผู้นำแบบเสรีนิยม เป็นผู้นำมอบอำนาจในกลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงาน แต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่ม แต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
(สมภพ ขุนทรง 12590079)
ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
ตอบลบ-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร
-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ
-ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม
-หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
(ธนสิทธิ์ อาจอ่อนศรี 12590036)
ทฤษฎีว่าด้วยพฤติกรรม พฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกการตัดสินใจการสื่อสารกับสมาชิกขององค์กรการให้ความสนใจกับความรู้สึกของคนการใส่ใจในงานที่รับผิดชอบและการรับมอบหมายงานเป็นต้นการวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมจึงมีอย่างต่อเนื่องจนสรุปได้เป็นทฤษฎีซึ่งนำมาเรียนรู้และวิเคราะห์แยกแยะได้อย่างลึกซึ้งผู้บริหารที่ประสงค์จะพัฒนาภาวะผู้นำของตนจึงควรศึกษาทฤษฎีเหล่านี้เพื่อให้เห็นถึงพฤติกรรมที่พึงประสงค์และฝึกฝนตนเองให้มีพฤติกรรมในการเป็นผู้นำตามแบบที่ประสบความสำเร็จแล้วนั้นด้วย สามารถแบ่งจำแนกผู้นำได้เป็น 3 ประเภทได้แก่ ผู้นําแบบอัตนิยม ผู้นำแบบประชานิยม และผู้นำแบบเสรีนิยม
ตอบลบ1.ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
-ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
-กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
-จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
-ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
2.ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
-ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
-อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
-แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร
-ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
3.ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
-ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
-ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ
-ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม
-หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
(นางสาวเอเซีย พิทยาพละ 12590112)