วันอังคารที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2562

6.จงใช้ทฤษฎีภาวะผู้นำว่าด้วยพฤติกรรมมาอธิบายลักษณะของผู้นำที่ผู้บริหารพึงนำมาใช้กับผู้ใต้บังคับบัญชาลักษณะต่างๆ

62 ความคิดเห็น:

  1. ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
    -ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
    -กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
    -จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
    -ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
    ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
    -ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
    -อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
    -แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร
    -ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
    ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
    -ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
    -ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ
    -ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม
    -หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
    (นางสาวอัมรินทร์ เกมอ 12590105)

    ตอบลบ
  2. ทฤษฎีพฤติกรรมผู้นำ (Behavioral Theories) แนวคิดหลักของทฤษฎี คือให้มองในสิ่งที่ผู้นำปฏิบัติและชี้ให้เห็นว่าทั้งผู้นำและผู้ตามต่างมีอิทธิพลซึ่งกันและกัน ยกตัวอย่างแนวคิดของการศึกษาภาวะผู้นำของมหาวิทยาลัยโอไฮโอ สเตท จากการศึกษาสามารถจำแนกพฤติกรรมผู้นำ ออกเป็น 2 แบบ
    1.ผู้นำแบบมุ่งงาน (initiating structure) มีลักษณะของความกระตือรือร้น มีความคิดริเริ่ม มีการกำหนดเป้าหมายและบทบาทหน้าที่ของผู้นำและผู้ปฏิบัติงานไว้อย่างชัดเจนมีการวางแผนการทำงาน และกำหนดตารางเวลาทำงานแน่นอน เน้นการทำงานให้เป็นไปตามขั้นตอน มีการกำหนดมาตรฐานงาน มีการติดต่อสื่อสารกับทุกคนมีการมอบหมายงานที่ชัดเจน
    2.ผู้นำแบบมุ่งคน (consideration) มีลักษณะของการดูแลเอาใจใส่ และสร้างความสัมพันธ์อันดีกับผู้ปฏิบัติงาน ผู้นำมีมิตรภาพทีดีกับผู้ปฏิบัติงาน มีความไว้วางใจต่อกัน ยอมรับฟังความคิดเห็น ให้มีส่วนร่วมในการบริหารและการตัดสินใจ มีการติดต่อสื่อสารที่ดี ให้ความอบอุ่น เอาใจใส่ดูแลขวัญและกำลังใจ และสวัสดิการต่างๆ ของผู้ปฏิบัติงาน
    (ปิยาภรณ์ ชินวงค์พรหม 12590051)

    ตอบลบ
  3. ทฤษฎีว่าด้วยพฤติกรรม จากการวิจัยพบว่าผู้นำที่ดีหรือประสบความสำเร็จมักจะมีพฤติกรรมไปในแนวทางใดแนวทางหนึ่งซึ่งแตกต่างจากผู้นำที่ล้มเหลวทางพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกการตัดสินใจการสื่อสารกับสมาชิกขององค์กรการให้ความสนใจกับความรู้สึกของคนการใส่ใจในงานที่รับผิดชอบและการรับมอบหมายงานเป็นต้นการวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมจึงมีอย่างต่อเนื่องจนสรุปได้เป็นทฤษฎีซึ่งนำมาเรียนรู้และวิเคราะห์แยกแยะได้อย่างลึกซึ้งผู้บริหารที่ประสงค์จะพัฒนาภาวะผู้นำของตนจึงควรศึกษาทฤษฎีเหล่านี้เพื่อให้เห็นถึงพฤติกรรมที่พึงประสงค์และฝึกฝนตนเองให้มีพฤติกรรมในการเป็นผู้นำตามแบบที่ประสบความสำเร็จแล้วนั้นด้วย นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยไอโอวา ศึกษาและพบว่าสามารถแบ่งจำแนกผู้นำได้เป็น 3 ประเภทได้แก่ผู้นําแบบอัตนิยมผู้นำแบบประชานิยม และผู้นำแบบเสรีนิยม ซึ่งในแต่ละประเภทผู้นำจะมีพฤติกรรมในด้านต่างๆที่แตกต่างกัน เช่นภาวะผู้นําแบบอัตนิยมผู้นำตัดสินใจเองคนเดียวจะกำหนดวิธีปฏิบัติงานเองและแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม ส่วนภาวะผู้นำแบบประชานิยม ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจอนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงานแจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็น และสุดท้ายภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรีไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีการปฏิบัติงาน แต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม การวิจัยพบว่า ผู้นําแบบอัตนิยมและผู้นำแบบประชานิยมสามารถสร้างผลงานให้แก่องค์กรได้สูงในระดับเดียวกัน ขณะที่ผู้นำแบบเสรีนิยมสร้างผลงานได้ต่ำที่สุด
    น.ส.วราภรณ์ ขันสมบัติ 12590069

    ตอบลบ
  4. 6. จงใช้ทฤษฎีภาวะผู้นำว่าด้วยพฤติกรรมมาอธิบายลักษณะของผู้นำที่ผู้บริหารพึงนำมาใช้กับผู้ใต้บังคับบัญชาลักษณะต่างๆ
    ตอบ : ทฤษฎีว่าด้วยพฤติกรรม : จากการวิจัยพบว่าผู้นำที่ดีหรือประสบความสำเร็จมักจะมีพฤติกรรมไปในแนวทางใดแนวทางหนึ่งซึ่งแตกต่างจากผู้นำที่ล้มเหลวทางพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกการตัดสินใจการสื่อสารกับสมาชิกขององค์กรการให้ความสนใจกับความรู้สึกของคนการใส่ใจในงานที่รับผิดชอบและการรับมอบหมายงานเป็นต้นการวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมจึงมีอย่างต่อเนื่องจนสรุปได้เป็นทฤษฎีซึ่งนำมาเรียนรู้และวิเคราะห์แยกแยะได้อย่างลึกซึ้งผู้บริหารที่ประสงค์จะพัฒนาภาวะผู้นำของตนจึงควรศึกษาทฤษฎีเหล่านี้เพื่อให้เห็นถึงพฤติกรรมที่พึงประสงค์และฝึกฝนตนเองให้มีพฤติกรรมในการเป็นผู้นำตามแบบที่ประสบความสำเร็จแล้วนั้นด้วย นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยไอโอวา ศึกษาและพบว่าสามารถแบ่งจำแนกผู้นำได้เป็น 3 ประเภทได้แก่ผู้นําแบบอัตนิยมผู้นำแบบประชานิยม และผู้นำแบบเสรีนิยม
    ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
    -ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
    -กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
    -จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
    -ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
    ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
    -ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
    -อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
    -แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร
    -ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
    ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
    -ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
    -ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ
    -ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม
    -หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
    นางสาวสุดารัตน์ สุขสาม (รหัส 12590090)

    ตอบลบ
  5. ผู้นำที่ดีหรือประสบความสำเร็จมักจะมีพฤติกรรมไปในแนวทางใดแนวทางหนึ่ง ซึ่งแตกต่างจากผู้นำที่ล้มเหลว ทั้งพฤติกรรมที่เกี่ยวกับการแสดงออก การตัดสินใจ การสื่อสารกับสมาชิกขององค์กร การให้ความสนใจกับความรู้สึกของคน การใส่ใจในงานที่รับผิดชอบในการมอบหมายงาน ผู้นำควรศึกษาทฤษฎีเหล่านี้เพื่อให้เห็นถึงพฤติกรรมที่พึงประสงค์โดยฝึกฝนตนเองให้มีพฤติกรรมในการเป็นผู้นำตามแบบที่ประสบความสำเร็จ
    ชนกนาฎ สหทรัพย์เจริญ 12590012

    ตอบลบ
  6. ผู้นำที่ดีหรือประสบความสำเร็จมักจะมีพฤติกรรมไปในแนวทางใดแนวทางหนึ่ง ซึ่งแตกต่างจากผู้นำที่ล้มเหลว ทั้งพฤติกรรมที่เกี่ยวกับการแสดงออก การตัดสินใจ การสื่อสารกับสมาชิกในองค์กร เป็นต้น นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยไอโอวาศึกษาและพบว่าสามารถจัดแบ่งภาวะผู้นำออกเป็น3ประเภท ได้แก่ ผู้นำแบบอัตนิยม เป็นผู้นำที่ตัดสินใจเองเพียงคนเดียว กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด ส่วนผู้นำแบบประชานิยม เป็นผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็น อาทิ เป้าหมายขององค์กร ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
    และสุดท้ายผู้นำแบบเสรีนิยม เป็นผู้นำมอบอำนาจในกลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงาน แต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่ม แต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
    (อารียา ปานทอง 12590109)

    ตอบลบ
  7. ข้อที่ 6
    ทฤษฎีพฤติกรรมผู้นำ (Behavioral Theories) เป็นการพัฒนาในช่วงปี ค.ศ.1940 – 1960 แนวคิดหลักของทฤษฎี คือ ให้มองในสิ่งที่ผู้นำปฏิบัติและชี้ให้เห็นว่าทั้งผู้นำและผู้ตามต่างมีอิทธิพลซึ่งกันและกัน นักทฤษฎี ได้แก่ Kurt Lewin, Rensis
    1. Kurt Lewin’ s Studies
    Lewin แบ่งลักษณะผู้นำเป็น 3 แบบ คือ
    1.1ผู้นำแบบอัตถนิยมหรืออัตตา (Autocratic Leaders)จะตัดสินใจด้วยตนเองไม่มีเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์แน่นอนขึ้นอยู่กับตัวผู้นำเอง คิดถึงผลงานไม่คิดถึงคน บางครั้งทำให้เกิดศัตรูได้ ผู้นำลักษณะนี้จะใช้ได้ดีในช่วงภาวะวิกฤตเท่านั้น ผลของการมีผู้นำลักษณะนี้จะทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาไม่มีความเชื่อมั่นในตัวเอง และไม่เกิดความคิดริเริ่มสร้างสรร
    1.2 ผู้นำแบบประชาธิปไตย (Democratic Leaders) ใช้การตัดสินใจของกลุ่มหรือให้ผู้ตามมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ รับฟังความคิดเห็นส่วนรวม ทำงานเป็นทีม มีการสื่อสารแบบ 2 ทาง ทำให้เพิ่มผลผลิตและความพึงพอใจในการทำงาน บางครั้งการอิงกลุ่มทำให้ใช้เวลานานในการตัดสินใจ ระยะเวลาที่เร่งด่วนผู้นำลักษณะนี้ไม่เกิดผลดี
    1.3 ผู้นำแบบตามสบายหรือเสรีนิยม (Laissez- Faire Leaders) จะให้อิสระกับผู้ใต้บังคับบัญชาเต็มที่ในการตัดสินใจแก้ปัญหา จะไม่มีการกำหนดเป้าหมายที่แน่นอน ไม่มีหลักเกณฑ์ ไม่มีระเบียบ จะทำให้เกิดความคับข้องใจหรือความไม่พอใจของผู้ร่วมงานได้และได้ผลผลิตต่ำ การทำงานของผู้นำลักษณะนี้เป็นการกระจายงานไปที่กลุ่ม ถ้ากลุ่มมีความรับผิดชอบและมีแรงจูงใจในการทำงานสูง สามารถควบคุมกลุ่มได้ดี มีผลงานและความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ลักษณะผู้นำแต่ละแบบจะสร้างบรรยากาศในการทำงานที่แตกต่างกันดังนั้นการเลือกใช้ลักษณะผู้นำแบบใดย่อมขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของสถานการณ์ด้วย
    (อรณิชา ศรีสมัย 12590102)

    ตอบลบ
  8. ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
    -ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
    -กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
    -จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
    -ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
    ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
    -ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
    -อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
    -แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร
    -ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
    ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
    -ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
    -ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ
    -ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม
    -หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
    (นางสาวสิริรัตน์ ศิริพรทุม 12590086)

    ตอบลบ
  9. ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
    -ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
    -กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
    -จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
    -ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
    ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
    -ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
    -อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
    -แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร
    -ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
    ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
    -ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
    -ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ
    -ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม
    -หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
    (นางสาวณัฐฐา จินตกวีพันธุ์ 12590020)

    ตอบลบ

  10. ทฤษฎีพฤติกรรมผู้นำ (Behavioral Theories) แนวคิดหลักของทฤษฎี คือให้มองในสิ่งที่ผู้นำปฏิบัติและชี้ให้เห็นว่าทั้งผู้นำและผู้ตามต่างมีอิทธิพลซึ่งกันและกัน ยกตัวอย่างแนวคิดของการศึกษาภาวะผู้นำของมหาวิทยาลัยโอไฮโอ สเตท จากการศึกษาสามารถจำแนกพฤติกรรมผู้นำ ออกเป็น 2 แบบ
    1.ผู้นำแบบมุ่งงาน (initiating structure) มีลักษณะของความกระตือรือร้น มีความคิดริเริ่ม มีการกำหนดเป้าหมายและบทบาทหน้าที่ของผู้นำและผู้ปฏิบัติงานไว้อย่างชัดเจนมีการวางแผนการทำงาน และกำหนดตารางเวลาทำงานแน่นอน เน้นการทำงานให้เป็นไปตามขั้นตอน มีการกำหนดมาตรฐานงาน มีการติดต่อสื่อสารกับทุกคนมีการมอบหมายงานที่ชัดเจน
    2.ผู้นำแบบมุ่งคน (consideration) มีลักษณะของการดูแลเอาใจใส่ และสร้างความสัมพันธ์อันดีกับผู้ปฏิบัติงาน ผู้นำมีมิตรภาพทีดีกับผู้ปฏิบัติงาน มีความไว้วางใจต่อกัน ยอมรับฟังความคิดเห็น ให้มีส่วนร่วมในการบริหารและการตัดสินใจ มีการติดต่อสื่อสารที่ดี ให้ความอบอุ่น เอาใจใส่ดูแลขวัญและกำลังใจ และสวัสดิการต่างๆ ของผู้ปฏิบัติงาน

    (นางสาวสิริกร ราชมณี12590084)

    ตอบลบ
  11. ทฤษฎีภาวะผู้นำว่าด้วยพฤติกรรม แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้
    1.ภาวะผู้นําแบบอัตนิยม
    -ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
    -กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
    -จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
    -ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
    2.ภาวะผู้นำแบบประชานิยม
    -ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
    -อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
    -แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็น อาทิ เป้าหมายขององค์กร
    -ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
    3.ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม
    -ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
    -ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงาน แต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ
    -ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่ม แต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม
    -หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
    (นางสาวกรกนก จันทร์พันธุ์ 12590003)

    ตอบลบ
  12. ทฤษฎีว่าด้วยพฤติกรรม พฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกการตัดสินใจการสื่อสารกับสมาชิกขององค์กรการให้ความสนใจกับความรู้สึกของคนการใส่ใจในงานที่รับผิดชอบและการรับมอบหมายงานเป็นต้นการวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมจึงมีอย่างต่อเนื่องจนสรุปได้เป็นทฤษฎีซึ่งนำมาเรียนรู้และวิเคราะห์แยกแยะได้อย่างลึกซึ้งผู้บริหารที่ประสงค์จะพัฒนาภาวะผู้นำของตนจึงควรศึกษาทฤษฎีเหล่านี้เพื่อให้เห็นถึงพฤติกรรมที่พึงประสงค์และฝึกฝนตนเองให้มีพฤติกรรมในการเป็นผู้นำตามแบบที่ประสบความสำเร็จแล้วนั้นด้วย สามารถแบ่งจำแนกผู้นำได้เป็น 3 ประเภทได้แก่ ผู้นําแบบอัตนิยม ผู้นำแบบประชานิยม และผู้นำแบบเสรีนิยม
    1.ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
    -ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
    -กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
    -จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
    -ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
    2.ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
    -ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
    -อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
    -แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร
    -ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
    3.ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
    -ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
    -ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ
    -ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม
    -หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
    (ปวีณา เกตุแย้ม 12590047)

    ตอบลบ
  13. ทฤษฎีพฤติกรรมผู้นำ (Behavioral Theories) เป็นการพัฒนาในช่วงปี ค.ศ.1940 – 1960 แนวคิดหลักของทฤษฎี คือ ให้มองในสิ่งที่ผู้นำปฏิบัติและชี้ให้เห็นว่าทั้งผู้นำและผู้ตามต่างมีอิทธิพลซึ่งกันและกัน นักทฤษฎี ได้แก่ Kurt Lewin, Rensis
    1. Kurt Lewin’ s Studies
    Lewin แบ่งลักษณะผู้นำเป็น 3 แบบ คือ
    1.1ผู้นำแบบอัตถนิยมหรืออัตตา (Autocratic Leaders)จะตัดสินใจด้วยตนเองไม่มีเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์แน่นอนขึ้นอยู่กับตัวผู้นำเอง คิดถึงผลงานไม่คิดถึงคน บางครั้งทำให้เกิดศัตรูได้ ผู้นำลักษณะนี้จะใช้ได้ดีในช่วงภาวะวิกฤตเท่านั้น ผลของการมีผู้นำลักษณะนี้จะทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาไม่มีความเชื่อมั่นในตัวเอง และไม่เกิดความคิดริเริ่มสร้างสรร
    1.2 ผู้นำแบบประชาธิปไตย (Democratic Leaders) ใช้การตัดสินใจของกลุ่มหรือให้ผู้ตามมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ รับฟังความคิดเห็นส่วนรวม ทำงานเป็นทีม มีการสื่อสารแบบ 2 ทาง ทำให้เพิ่มผลผลิตและความพึงพอใจในการทำงาน บางครั้งการอิงกลุ่มทำให้ใช้เวลานานในการตัดสินใจ ระยะเวลาที่เร่งด่วนผู้นำลักษณะนี้ไม่เกิดผลดี
    1.3 ผู้นำแบบตามสบายหรือเสรีนิยม (Laissez- Faire Leaders) จะให้อิสระกับผู้ใต้บังคับบัญชาเต็มที่ในการตัดสินใจแก้ปัญหา จะไม่มีการกำหนดเป้าหมายที่แน่นอน ไม่มีหลักเกณฑ์ ไม่มีระเบียบ จะทำให้เกิดความคับข้องใจหรือความไม่พอใจของผู้ร่วมงานได้และได้ผลผลิตต่ำ การทำงานของผู้นำลักษณะนี้เป็นการกระจายงานไปที่กลุ่ม ถ้ากลุ่มมีความรับผิดชอบและมีแรงจูงใจในการทำงานสูง สามารถควบคุมกลุ่มได้ดี มีผลงานและความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ลักษณะผู้นำแต่ละแบบจะสร้างบรรยากาศในการทำงานที่แตกต่างกันดังนั้นการเลือกใช้ลักษณะผู้นำแบบใดย่อมขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของสถานการณ์ด้วย

    (นางสาว สรัสนันท์ บุญมี 12590080)

    ตอบลบ
  14. ไม่ระบุชื่อ15 กันยายน 2562 เวลา 23:33

    ทฤษฎีพฤติกรรมผู้นำ (Behavioral Theories)
    แนวคิดหลักของทฤษฎี คือ ให้มองในสิ่งที่ผู้นำปฏิบัติและชี้ให้เห็นว่าทั้งผู้นำและผู้ตามต่างมีอิทธิพลซึ่งกันและกัน นักทฤษฎี ได้แก่ Kurt Lewin, Rensis
    1. Kurt Lewin’ s Studies
    -ผู้นำแบบอัตถนิยม
    จะตัดสินใจด้วยตนเองไม่มีเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์แน่นอนขึ้นอยู่กับตัวผู้นำเอง คิดถึงผลงานมากกว่าคนผู้นำลักษณะนี้จะใช้ได้ดีในช่วงภาวะวิกฤตเท่านั้น ผลของการมีผู้นำลักษณะนี้จะทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาไม่มีความเชื่อมั่นในตัวเอง
    -ผู้นำแบบประชาธิปไตย
    ใช้การตัดสินใจของกลุ่มหรือให้ผู้ตามมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ รับฟังความคิดเห็นส่วนรวม ทำงานเป็นทีม
    -ผู้นำแบบตามสบายหรือเสรีนิยม
    ให้อิสระกับผู้ใต้บังคับบัญชาเต็มที่ในการตัดสินใจแก้ปัญหา จะไม่มีการกำหนดเป้าหมายที่แน่นอน ไม่มีหลักเกณฑ์ ไม่มีระเบียบ การทำงานของผู้นำลักษณะนี้เป็นการกระจายงานไปที่กลุ่ม ถ้ากลุ่มมีความรับผิดชอบและมีแรงจูงใจในการทำงานสูง สามารถควบคุมกลุ่มได้ดี มีผลงานและความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ลักษณะผู้นำแต่ละแบบจะสร้างบรรยากาศในการทำงานที่แตกต่างกัน
    **การเลือกใช้ลักษณะผู้นำต้องคำนึงถึงเหมาะสมของสถานการณ์ด้วย
    (อภิษฐา เนียมศิริ 12590101)

    ตอบลบ
  15. ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
    -ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
    -กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
    -จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
    -ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
    ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
    -ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
    -อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
    -แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร
    -ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
    ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
    -ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
    -ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ
    -ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม
    -หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
    สุภัทษา สนธิช่วย 12590096

    ตอบลบ
  16. สามารถแบ่งจำแนกผู้นำได้เป็น 3 ประเภทได้แก่ ผู้นําแบบอัตนิยม ผู้นำแบบประชานิยม และผู้นำแบบเสรีนิยม
    1.ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
    -ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
    -กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
    -จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
    -ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
    2.ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
    -ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
    -อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
    -แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร
    -ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
    3.ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
    -ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
    -ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแล
    (นางสาวภิตติมาตุ์ เอื้ออรุณชัย 12590062)

    ตอบลบ
  17. ทฤษฎีว่าด้วยพฤติกรรม พฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกการตัดสินใจการสื่อสารกับสมาชิกขององค์กรการให้ความสนใจกับความรู้สึกของคนการใส่ใจในงานที่รับผิดชอบและการรับมอบหมายงานเป็นต้นการวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมจึงมีอย่างต่อเนื่องจนสรุปได้เป็นทฤษฎีซึ่งนำมาเรียนรู้และวิเคราะห์แยกแยะได้อย่างลึกซึ้งผู้บริหารที่ประสงค์จะพัฒนาภาวะผู้นำของตนจึงควรศึกษาทฤษฎีเหล่านี้เพื่อให้เห็นถึงพฤติกรรมที่พึงประสงค์และฝึกฝนตนเองให้มีพฤติกรรมในการเป็นผู้นำตามแบบที่ประสบความสำเร็จแล้วนั้นด้วย สามารถแบ่งจำแนกผู้นำได้เป็น 3 ประเภทได้แก่ ผู้นําแบบอัตนิยม ผู้นำแบบประชานิยม และผู้นำแบบเสรีนิยม
    1.ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
    -ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
    -กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
    -จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
    -ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
    2.ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
    -ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
    -อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
    -แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร
    -ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
    3.ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
    -ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
    -ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ
    -ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม
    -หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
    (ศศิพิมพ์ ชัยกุลพัฒนา 12590076)

    ตอบลบ

  18. ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
    -ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
    -กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
    -จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
    -ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
    ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
    -ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
    -อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
    -แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร
    -ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
    ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
    -ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
    -ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ
    -ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม
    -หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
    ดวงหทัย โฉมมา 12590029

    ตอบลบ
  19. ผู้นำที่ดีหรือประสบความสำเร็จมักจะมีพฤติกรรมไปในแนวทางใดแนวทางหนึ่ง ซึ่งแตกต่างจากผู้นำที่ล้มเหลว ทั้งพฤติกรรมที่เกี่ยวกับการแสดงออก การตัดสินใจ การสื่อสารกับสมาชิกในองค์กร เป็นต้น นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยไอโอวาศึกษาและพบว่าสามารถจัดแบ่งภาวะผู้นำออกเป็น3ประเภท ได้แก่ ผู้นำแบบอัตนิยม เป็นผู้นำที่ตัดสินใจเองเพียงคนเดียว กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด ส่วนผู้นำแบบประชานิยม เป็นผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็น อาทิ เป้าหมายขององค์กร ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
    และสุดท้ายผู้นำแบบเสรีนิยม เป็นผู้นำมอบอำนาจในกลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงาน แต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่ม แต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
    (นางสาวปรมาพร สิงขรรัตน์ 12590046)

    ตอบลบ
  20. ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
    -ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
    -กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
    -จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
    -ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
    ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
    -ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
    -อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
    -แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร
    -ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
    ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
    -ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
    -ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ
    -ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม
    -หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
    นางสาวภัทราพร ผังรักษ์ 12590061

    ตอบลบ
  21. ทฤษฎีว่าด้วยพฤติกรรม จากการวิจัยพบว่าผู้นำที่ดีหรือประสบความสำเร็จมักจะมีพฤติกรรมไปในแนวทางใดแนวทางหนึ่งซึ่งแตกต่างจากผู้นำที่ล้มเหลวทางพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกการตัดสินใจการสื่อสารกับสมาชิกขององค์กรการให้ความสนใจกับความรู้สึกของคนการใส่ใจในงานที่รับผิดชอบและการรับมอบหมายงานเป็นต้นการวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมจึงมีอย่างต่อเนื่องจนสรุปได้เป็นทฤษฎีซึ่งนำมาเรียนรู้และวิเคราะห์แยกแยะได้อย่างลึกซึ้งผู้บริหารที่ประสงค์จะพัฒนาภาวะผู้นำของตนจึงควรศึกษาทฤษฎีเหล่านี้เพื่อให้เห็นถึงพฤติกรรมที่พึงประสงค์และฝึกฝนตนเองให้มีพฤติกรรมในการเป็นผู้นำตามแบบที่ประสบความสำเร็จแล้วนั้นด้วย นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยไอโอวา ศึกษาและพบว่าสามารถแบ่งจำแนกผู้นำได้เป็น 3 ประเภทได้แก่ผู้นําแบบอัตนิยมผู้นำแบบประชานิยม และผู้นำแบบเสรีนิยม
    ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
    -ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
    -กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
    -จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
    -ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
    ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
    -ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
    -อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
    -แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร
    -ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
    ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
    -ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
    -ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ
    -ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม
    -หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
    (อภัสสร ปูชนียกุล 12590100)

    ตอบลบ
  22. สามารถแบ่งจำแนกผู้นำได้เป็น 3 ประเภทได้แก่ ผู้นําแบบอัตนิยม ผู้นำแบบประชานิยม และผู้นำแบบเสรีนิยม
    1.ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
    -ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
    -กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
    -จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
    -ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
    2.ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
    -ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
    -อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
    -แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร
    -ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
    3.ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
    -ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
    -ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแล
    (นางสาวบุญธิดา กะตะศิลา 12590043)

    ตอบลบ
  23. ทฤษฎีว่าด้วยพฤติกรรมจากการวิจัยพบว่าผู้นำที่ดีหรือประสบความสำเร็จมักจะมีพฤติกรรมไปในแนวทางใดแนวทางหนึ่งซึ่งแตกต่างจากผู้นำที่ล้มเหลวทางพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกการตัดสินใจการสื่อสารกับสมาชิกขององค์กรการให้ความสนใจกับความรู้สึกของคนการใส่ใจในงานที่รับผิดชอบและการรับมอบหมายงานเป็นต้นการวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมจึงมีอย่างต่อเนื่องจนสรุปได้เป็นทฤษฎีซึ่งนำมาเรียนรู้และวิเคราะห์แยกแยะได้อย่างลึกซึ้งผู้บริหารที่ประสงค์จะพัฒนาภาวะผู้นำของตนจึงควรศึกษาทฤษฎีเหล่านี้เพื่อให้เห็นถึงพฤติกรรมที่พึงประสงค์และฝึกฝนตนเองให้มีพฤติกรรมในการเป็นผู้นำตามแบบที่ประสบความสำเร็จแล้วนั้นด้วย นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยไอโอวา ศึกษาและพบว่าสามารถแบ่งจำแนกผู้นำได้เป็น 3 ประเภทได้แก่ผู้นําแบบอัตนิยมผู้นำแบบประชานิยม และผู้นำแบบเสรีนิยม ซึ่งในแต่ละประเภทผู้นำจะมีพฤติกรรมในด้านต่างๆที่แตกต่างกัน เช่นภาวะผู้นําแบบอัตนิยมผู้นำตัดสินใจเองคนเดียวจะกำหนดวิธีปฏิบัติงานเองและแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม ส่วนภาวะผู้นำแบบประชานิยม ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจอนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงานแจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็น และสุดท้ายภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรีไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีการปฏิบัติงาน แต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม การวิจัยพบว่า ผู้นําแบบอัตนิยมและผู้นำแบบประชานิยมสามารถสร้างผลงานให้แก่องค์กรได้สูงในระดับเดียวกัน ขณะที่ผู้นำแบบเสรีนิยมสร้างผลงานได้ต่ำที่สุด
    (นางสาวเบญญาภา กรีรถ 12590044)

    ตอบลบ
  24. ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
    -ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
    -กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
    -จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
    -ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
    ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
    -ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
    -อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
    -แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร
    -ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
    ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
    -ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
    -ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ
    -ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม
    -หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
    (นายสิทธิชัย พ่อค้าเรือ 12590083)

    ตอบลบ
  25. ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
    -ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
    -กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
    -จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
    -ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
    ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
    -ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
    -อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
    -แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร
    -ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
    ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
    -ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
    -ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ
    -ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม
    -หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
    (นายชินวัตร พิพัฒน์พงศานนท์ 12590015)

    ตอบลบ
  26. ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
    -ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
    -กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
    -จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
    -ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
    ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
    -ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
    -อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
    -แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร
    -ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
    ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
    -ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
    -ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ
    -ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม
    -หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ (นางสาวชัชญาณ์ณัฐ ภูวิศภัทรนนท์ 12590110)

    ตอบลบ
  27. ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
    -ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
    -กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
    -จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
    -ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
    ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
    -ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
    -อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
    -แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร
    -ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
    ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
    -ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
    -ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ
    -ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม
    -หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
    (นางสาวณัฐพร ทองปลิว 12590024)

    ตอบลบ
  28. ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
    -ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
    -กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
    -จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
    -ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
    ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
    -ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
    -อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
    -แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร
    -ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
    ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
    -ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
    -ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ
    -ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม
    -หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
    (นางสาวพัชรา จูเอี่ยม 12590054)

    ตอบลบ
  29. ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
    -ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
    -กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
    -จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
    -ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
    ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
    -ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
    -อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
    -แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร
    -ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
    ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
    -ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
    -ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ
    -ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม
    -หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ

    วัชระ จริยสุขสกุล 071

    ตอบลบ

  30. ทฤษฎีว่าด้วยพฤติกรรม พฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกการตัดสินใจการสื่อสารกับสมาชิกขององค์กรการให้ความสนใจกับความรู้สึกของคนการใส่ใจในงานที่รับผิดชอบและการรับมอบหมายงานเป็นต้นการวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมจึงมีอย่างต่อเนื่องจนสรุปได้เป็นทฤษฎีซึ่งนำมาเรียนรู้และวิเคราะห์แยกแยะได้อย่างลึกซึ้งผู้บริหารที่ประสงค์จะพัฒนาภาวะผู้นำของตนจึงควรศึกษาทฤษฎีเหล่านี้เพื่อให้เห็นถึงพฤติกรรมที่พึงประสงค์และฝึกฝนตนเองให้มีพฤติกรรมในการเป็นผู้นำตามแบบที่ประสบความสำเร็จแล้วนั้นด้วย สามารถแบ่งจำแนกผู้นำได้เป็น 3 ประเภทได้แก่ ผู้นําแบบอัตนิยม ผู้นำแบบประชานิยม และผู้นำแบบเสรีนิยม
    1.ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
    จะตัดสินใจด้วยตนเองไม่มีเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์แน่นอนขึ้นอยู่กับตัวผู้นำเอง คิดถึงผลงานมากกว่าคนผู้นำลักษณะนี้จะใช้ได้ดีในช่วงภาวะวิกฤตเท่านั้น ผลของการมีผู้นำลักษณะนี้จะทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาไม่มีความเชื่อมั่นในตัวเอง
    2.ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
    ใช้การตัดสินใจของกลุ่มหรือให้ผู้ตามมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ รับฟังความคิดเห็นส่วนรวม ทำงานเป็นทีม มีการสื่อสารแบบ 2 ทาง ทำให้เพิ่มผลผลิตและความพึงพอใจในการทำงาน บางครั้งการอิงกลุ่มทำให้ใช้เวลานานในการตัดสินใจ ระยะเวลาที่เร่งด่วนผู้นำลักษณะนี้ไม่เกิดผลดี
    3.ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
    ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแล
    นางสาววชิราพร คำกอง 12590068

    ตอบลบ
  31. ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
    -ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
    -กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
    -จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
    -ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
    ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
    -ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
    -อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
    -แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร
    -ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
    ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
    -ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
    -ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ
    -ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม
    -หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ

    รัญชริดาม มะนุ่น 12590067

    ตอบลบ
  32. ทฤษฎีพฤติกรรมผู้นำ (Behavioral Theories) แนวคิดหลักของทฤษฎี คือให้มองในสิ่งที่ผู้นำปฏิบัติและชี้ให้เห็นว่าทั้งผู้นำและผู้ตามต่างมีอิทธิพลซึ่งกันและกัน ยกตัวอย่างแนวคิดของการศึกษาภาวะผู้นำของมหาวิทยาลัยโอไฮโอ สเตท จากการศึกษาสามารถจำแนกพฤติกรรมผู้นำ ออกเป็น 2 แบบ
    1.ผู้นำแบบมุ่งงาน (initiating structure) มีลักษณะของความกระตือรือร้น มีความคิดริเริ่ม มีการกำหนดเป้าหมายและบทบาทหน้าที่ของผู้นำและผู้ปฏิบัติงานไว้อย่างชัดเจนมีการวางแผนการทำงาน และกำหนดตารางเวลาทำงานแน่นอน เน้นการทำงานให้เป็นไปตามขั้นตอน มีการกำหนดมาตรฐานงาน มีการติดต่อสื่อสารกับทุกคนมีการมอบหมายงานที่ชัดเจน
    2.ผู้นำแบบมุ่งคน (consideration) มีลักษณะของการดูแลเอาใจใส่ และสร้างความสัมพันธ์อันดีกับผู้ปฏิบัติงาน ผู้นำมีมิตรภาพทีดีกับผู้ปฏิบัติงาน มีความไว้วางใจต่อกัน ยอมรับฟังความคิดเห็น ให้มีส่วนร่วมในการบริหารและการตัดสินใจ มีการติดต่อสื่อสารที่ดี ให้ความอบอุ่น เอาใจใส่ดูแลขวัญและกำลังใจ และสวัสดิการต่างๆ ของผู้ปฏิบัติงาน


    นายดนุสรณ์ เลิศเศรษฐี 12590028

    ตอบลบ
  33. ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
    -ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
    -กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
    -จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
    -ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
    ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
    -ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
    -อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
    -แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร
    -ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
    ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
    -ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
    -ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ
    -ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม
    -หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
    (นายนภนต์ เจียรนัย 12590040)

    ตอบลบ

  34. ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
    -ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
    -กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
    -จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
    -ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
    ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
    -ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
    -อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
    -แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร
    -ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
    ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
    -ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
    -ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ
    -ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม
    -หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
    (ธนพล โชครัตน์ประภา 12590033)

    ตอบลบ
  35. ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
    -ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
    -กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
    -จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
    -ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
    ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
    -ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
    -อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
    -แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร
    -ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
    ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
    -ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
    -ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ
    -ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม
    -หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
    (วิลาิสนี เกตุแก้ว 12590073)

    ตอบลบ
  36. ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
    -ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
    -กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
    -จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
    -ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
    ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
    -ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
    -อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
    -แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร
    -ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
    ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
    -ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
    -ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ
    -ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม
    -หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
    (อังคณา พิทักษ์สุข 12590104)

    ตอบลบ
  37. ผู้นำที่ดีหรือประสบความสำเร็จมักจะมีพฤติกรรมไปในแนวทางใดแนวทางหนึ่ง ซึ่งแตกต่างจากผู้นำที่ล้มเหลว ทั้งพฤติกรรมที่เกี่ยวกับการแสดงออก การตัดสินใจ การสื่อสารกับสมาชิกในองค์กร เป็นต้น นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยไอโอวาศึกษาและพบว่าสามารถจัดแบ่งภาวะผู้นำออกเป็น3ประเภท ได้แก่ ผู้นำแบบอัตนิยม เป็นผู้นำที่ตัดสินใจเองเพียงคนเดียว กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด ส่วนผู้นำแบบประชานิยม เป็นผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็น อาทิ เป้าหมายขององค์กร ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
    และสุดท้ายผู้นำแบบเสรีนิยม เป็นผู้นำมอบอำนาจในกลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงาน แต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่ม แต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
    (ชนาวาส บัววงค์ 12590013)

    ตอบลบ
  38. ทฤษฎีพฤติกรรมผู้นำ (Behavioral Theories) แนวคิดหลักของทฤษฎี คือให้มองในสิ่งที่ผู้นำปฏิบัติและชี้ให้เห็นว่าทั้งผู้นำและผู้ตามต่างมีอิทธิพลซึ่งกันและกัน ยกตัวอย่างแนวคิดของการศึกษาภาวะผู้นำของมหาวิทยาลัยโอไฮโอ สเตท จากการศึกษาสามารถจำแนกพฤติกรรมผู้นำ ออกเป็น 2 แบบ
    1.ผู้นำแบบมุ่งงาน (initiating structure) มีลักษณะของความกระตือรือร้น มีความคิดริเริ่ม มีการกำหนดเป้าหมายและบทบาทหน้าที่ของผู้นำและผู้ปฏิบัติงานไว้อย่างชัดเจนมีการวางแผนการทำงาน และกำหนดตารางเวลาทำงานแน่นอน เน้นการทำงานให้เป็นไปตามขั้นตอน มีการกำหนดมาตรฐานงาน มีการติดต่อสื่อสารกับทุกคนมีการมอบหมายงานที่ชัดเจน
    2.ผู้นำแบบมุ่งคน (consideration) มีลักษณะของการดูแลเอาใจใส่ และสร้างความสัมพันธ์อันดีกับผู้ปฏิบัติงาน ผู้นำมีมิตรภาพทีดีกับผู้ปฏิบัติงาน มีความไว้วางใจต่อกัน ยอมรับฟังความคิดเห็น ให้มีส่วนร่วมในการบริหารและการตัดสินใจ มีการติดต่อสื่อสารที่ดี ให้ความอบอุ่น เอาใจใส่ดูแลขวัญและกำลังใจ และสวัสดิการต่างๆ ของผู้ปฏิบัติงาน
    (น.ส.ดารารัตน์ ดาสาลี 12590030)

    ตอบลบ
  39. ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
    -ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
    -กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
    -จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
    -ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
    ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
    -ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
    -อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
    -แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร
    -ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
    ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
    -ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
    -ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ
    -ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม
    -หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
    (ณัฐชัญญา ปรินจิตต์ 12590896)

    ตอบลบ
  40. ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
    -ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
    -กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
    -จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
    -ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
    ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
    -ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
    -อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
    -แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร
    -ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
    ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
    -ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
    -ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ
    -ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม
    -หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
    (พงศธร ศิริสมบูรณ์ 12590052)

    ตอบลบ
  41. ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
    -ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
    -กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
    -จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
    -ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
    ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
    -ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
    -อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
    -แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร
    -ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
    ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
    -ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
    -ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ
    -ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม
    -หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ

    (ศิฌาวี เรือนปัญจะ 12590078)

    ตอบลบ
  42. ทฤษฎีพฤติกรรมผู้นำ (Behavioral Theories) แนวคิดหลักของทฤษฎี คือให้มองในสิ่งที่ผู้นำปฏิบัติและชี้ให้เห็นว่าทั้งผู้นำและผู้ตามต่างมีอิทธิพลซึ่งกันและกัน ยกตัวอย่างแนวคิดของการศึกษาภาวะผู้นำของมหาวิทยาลัยโอไฮโอ สเตท จากการศึกษาสามารถจำแนกพฤติกรรมผู้นำ ออกเป็น 2 แบบ
    1.ผู้นำแบบมุ่งงาน (initiating structure) มีลักษณะของความกระตือรือร้น มีความคิดริเริ่ม มีการกำหนดเป้าหมายและบทบาทหน้าที่ของผู้นำและผู้ปฏิบัติงานไว้อย่างชัดเจนมีการวางแผนการทำงาน และกำหนดตารางเวลาทำงานแน่นอน เน้นการทำงานให้เป็นไปตามขั้นตอน มีการกำหนดมาตรฐานงาน มีการติดต่อสื่อสารกับทุกคนมีการมอบหมายงานที่ชัดเจน
    2.ผู้นำแบบมุ่งคน (consideration) มีลักษณะของการดูแลเอาใจใส่ และสร้างความสัมพันธ์อันดีกับผู้ปฏิบัติงาน ผู้นำมีมิตรภาพทีดีกับผู้ปฏิบัติงาน มีความไว้วางใจต่อกัน ยอมรับฟังความคิดเห็น ให้มีส่วนร่วมในการบริหารและการตัดสินใจ มีการติดต่อสื่อสารที่ดี ให้ความอบอุ่น เอาใจใส่ดูแลขวัญและกำลังใจ และสวัสดิการต่างๆ ของผู้ปฏิบัติงาน
    (สุรีรัตน์ ศักดิ์ภิรมย์ 12590954)

    ตอบลบ
  43. ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
    -ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
    -กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
    -จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
    -ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
    ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
    -ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
    -อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
    -แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร
    -ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
    ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
    -ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
    -ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ
    -ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม
    -หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ

    กุลปริยา แย้มเกษร 12590005

    ตอบลบ
  44. ทฤษฎีพฤติกรรมผู้นำ (Behavioral Theories) เป็นการพัฒนาในช่วงปี ค.ศ.1940 – 1960 แนวคิดหลักของทฤษฎี คือ ให้มองในสิ่งที่ผู้นำปฏิบัติและชี้ให้เห็นว่าทั้งผู้นำและผู้ตามต่างมีอิทธิพลซึ่งกันและกัน นักทฤษฎี ได้แก่ Kurt Lewin, Rensis
    1. Kurt Lewin’ s Studies
    Lewin แบ่งลักษณะผู้นำเป็น 3 แบบ คือ
    1.1ผู้นำแบบอัตถนิยมหรืออัตตา (Autocratic Leaders)จะตัดสินใจด้วยตนเองไม่มีเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์แน่นอนขึ้นอยู่กับตัวผู้นำเอง คิดถึงผลงานไม่คิดถึงคน บางครั้งทำให้เกิดศัตรูได้ ผู้นำลักษณะนี้จะใช้ได้ดีในช่วงภาวะวิกฤตเท่านั้น ผลของการมีผู้นำลักษณะนี้จะทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาไม่มีความเชื่อมั่นในตัวเอง และไม่เกิดความคิดริเริ่มสร้างสรร
    1.2 ผู้นำแบบประชาธิปไตย (Democratic Leaders) ใช้การตัดสินใจของกลุ่มหรือให้ผู้ตามมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ รับฟังความคิดเห็นส่วนรวม ทำงานเป็นทีม มีการสื่อสารแบบ 2 ทาง ทำให้เพิ่มผลผลิตและความพึงพอใจในการทำงาน บางครั้งการอิงกลุ่มทำให้ใช้เวลานานในการตัดสินใจ ระยะเวลาที่เร่งด่วนผู้นำลักษณะนี้ไม่เกิดผลดี
    1.3 ผู้นำแบบตามสบายหรือเสรีนิยม (Laissez- Faire Leaders) จะให้อิสระกับผู้ใต้บังคับบัญชาเต็มที่ในการตัดสินใจแก้ปัญหา จะไม่มีการกำหนดเป้าหมายที่แน่นอน ไม่มีหลักเกณฑ์ ไม่มีระเบียบ จะทำให้เกิดความคับข้องใจหรือความไม่พอใจของผู้ร่วมงานได้และได้ผลผลิตต่ำ การทำงานของผู้นำลักษณะนี้เป็นการกระจายงานไปที่กลุ่ม ถ้ากลุ่มมีความรับผิดชอบและมีแรงจูงใจในการทำงานสูง สามารถควบคุมกลุ่มได้ดี มีผลงานและความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ลักษณะผู้นำแต่ละแบบจะสร้างบรรยากาศในการทำงานที่แตกต่างกันดังนั้นการเลือกใช้ลักษณะผู้นำแบบใดย่อมขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของสถานการณ์ด้วย
    (นางสาวอรวี ศรีวิโน 12590103)

    ตอบลบ
  45. ทฤษฎีว่าด้วยพฤติกรรม พฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกการตัดสินใจการสื่อสารกับสมาชิกขององค์กรการให้ความสนใจกับความรู้สึกของคนการใส่ใจในงานที่รับผิดชอบและการรับมอบหมายงานเป็นต้นการวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมจึงมีอย่างต่อเนื่องจนสรุปได้เป็นทฤษฎีซึ่งนำมาเรียนรู้และวิเคราะห์แยกแยะได้อย่างลึกซึ้งผู้บริหารที่ประสงค์จะพัฒนาภาวะผู้นำของตน สามารถแบ่งจำแนกผู้นำได้เป็น 3 ประเภทได้แก่
    1.ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
    ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
    2.ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
    ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
    3.ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
    ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
    (ณัฐฌา ปักกัง 12590019)

    ตอบลบ
  46. ทฤษฎีว่าด้วยพฤติกรรม ผู้นำที่ดีหรือประสบความสำเร็จมักจะมีพฤติกรรมไปในแนวทางใดแนวทางหนึ่ง นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยไอโอวา ศึกษาและพบว่าสามารถแบ่งจำแนกผู้นำได้เป็น 3 ประเภทได้แก่
    1. ภาวะผู้นําแบบอัตนิยม
    - ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
    - กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
    - จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
    - ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
    2. ภาวะผู้นำแบบประชานิยม
    - ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
    - อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
    - แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็น อาทิ เป้าหมายขององค์กร
    - ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
    3. ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม
    - ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
    - ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงาน แต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ
    - ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่ม แต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม
    - หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ

    (นางสาวกชกร เดชกำแหง 12590001)

    ตอบลบ
  47. ทฤษฎีว่าด้วยพฤติกรรม พฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกการตัดสินใจการสื่อสารกับสมาชิกขององค์กรการให้ความสนใจกับความรู้สึกของคนการใส่ใจในงานที่รับผิดชอบและการรับมอบหมายงานเป็นต้นการวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมจึงมีอย่างต่อเนื่องจนสรุปได้เป็นทฤษฎีซึ่งนำมาเรียนรู้และวิเคราะห์แยกแยะได้อย่างลึกซึ้งผู้บริหารที่ประสงค์จะพัฒนาภาวะผู้นำของตน สามารถแบ่งจำแนกผู้นำได้เป็น 3 ประเภทได้แก่
    1.ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม
    -ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
    2.ภาวะผู้นำแบบประชานิยม
    -ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
    3.ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม
    -ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
    (นางสาวศศิประภา ผาดศรี 12590075)

    ตอบลบ
  48. ทฤษฎีพฤติกรรมผู้นำ (Behavioral Theories) แนวคิดหลักของทฤษฎี คือให้มองในสิ่งที่ผู้นำปฏิบัติและชี้ให้เห็นว่าทั้งผู้นำและผู้ตามต่างมีอิทธิพลซึ่งกันและกัน ยกตัวอย่างแนวคิดของการศึกษาภาวะผู้นำของมหาวิทยาลัยโอไฮโอ สเตท จากการศึกษาสามารถจำแนกพฤติกรรมผู้นำ ออกเป็น 2 แบบ
    1.ผู้นำแบบมุ่งงาน (initiating structure) มีลักษณะของความกระตือรือร้น มีความคิดริเริ่ม มีการกำหนดเป้าหมายและบทบาทหน้าที่ของผู้นำและผู้ปฏิบัติงานไว้อย่างชัดเจนมีการวางแผนการทำงาน และกำหนดตารางเวลาทำงานแน่นอน เน้นการทำงานให้เป็นไปตามขั้นตอน มีการกำหนดมาตรฐานงาน มีการติดต่อสื่อสารกับทุกคนมีการมอบหมายงานที่ชัดเจน
    2.ผู้นำแบบมุ่งคน (consideration) มีลักษณะของการดูแลเอาใจใส่ และสร้างความสัมพันธ์อันดีกับผู้ปฏิบัติงาน ผู้นำมีมิตรภาพทีดีกับผู้ปฏิบัติงาน มีความไว้วางใจต่อกัน ยอมรับฟังความคิดเห็น ให้มีส่วนร่วมในการบริหารและการตัดสินใจ มีการติดต่อสื่อสารที่ดี ให้ความอบอุ่น เอาใจใส่ดูแลขวัญและกำลังใจ และสวัสดิการต่างๆ ของผู้ปฏิบัติงาน
    (นางสาวคณภัทร์ ศิริโยธิน 12590108)

    ตอบลบ
  49. ทฤษฎีพฤติกรรมผู้นำ (Behavioral Theories) เป็นการพัฒนาในช่วงปี ค.ศ.1940 – 1960 แนวคิดหลักของทฤษฎี คือ ให้มองในสิ่งที่ผู้นำปฏิบัติและชี้ให้เห็นว่าทั้งผู้นำและผู้ตามต่างมีอิทธิพลซึ่งกันและกัน นักทฤษฎี ได้แก่ Kurt Lewin, Rensis
    1. Kurt Lewin’ s Studies
    Lewin แบ่งลักษณะผู้นำเป็น 3 แบบ คือ
    1.1ผู้นำแบบอัตถนิยมหรืออัตตา (Autocratic Leaders)จะตัดสินใจด้วยตนเองไม่มีเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์แน่นอนขึ้นอยู่กับตัวผู้นำเอง คิดถึงผลงานไม่คิดถึงคน บางครั้งทำให้เกิดศัตรูได้ ผู้นำลักษณะนี้จะใช้ได้ดีในช่วงภาวะวิกฤตเท่านั้น ผลของการมีผู้นำลักษณะนี้จะทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาไม่มีความเชื่อมั่นในตัวเอง และไม่เกิดความคิดริเริ่มสร้างสรร
    1.2 ผู้นำแบบประชาธิปไตย (Democratic Leaders) ใช้การตัดสินใจของกลุ่มหรือให้ผู้ตามมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ รับฟังความคิดเห็นส่วนรวม ทำงานเป็นทีม มีการสื่อสารแบบ 2 ทาง ทำให้เพิ่มผลผลิตและความพึงพอใจในการทำงาน บางครั้งการอิงกลุ่มทำให้ใช้เวลานานในการตัดสินใจ ระยะเวลาที่เร่งด่วนผู้นำลักษณะนี้ไม่เกิดผลดี
    1.3 ผู้นำแบบตามสบายหรือเสรีนิยม (Laissez- Faire Leaders) จะให้อิสระกับผู้ใต้บังคับบัญชาเต็มที่ในการตัดสินใจแก้ปัญหา จะไม่มีการกำหนดเป้าหมายที่แน่นอน ไม่มีหลักเกณฑ์ ไม่มีระเบียบ จะทำให้เกิดความคับข้องใจหรือความไม่พอใจของผู้ร่วมงานได้และได้ผลผลิตต่ำ การทำงานของผู้นำลักษณะนี้เป็นการกระจายงานไปที่กลุ่ม ถ้ากลุ่มมีความรับผิดชอบและมีแรงจูงใจในการทำงานสูง สามารถควบคุมกลุ่มได้ดี มีผลงานและความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ลักษณะผู้นำแต่ละแบบจะสร้างบรรยากาศในการทำงานที่แตกต่างกันดังนั้นการเลือกใช้ลักษณะผู้นำแบบใดย่อมขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของสถานการณ์ด้วย
    (นางสาวสิตานัน หรุ่นทอง 12590082)

    ตอบลบ

  50. ผู้นำที่ดีหรือประสบความสำเร็จมักจะมีพฤติกรรมไปในแนวทางใดแนวทางหนึ่ง ซึ่งแตกต่างจากผู้นำที่ล้มเหลว ทั้งพฤติกรรมที่เกี่ยวกับการแสดงออก การตัดสินใจ การสื่อสารกับสมาชิกในองค์กร เป็นต้น นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยไอโอวาศึกษาและพบว่าสามารถจัดแบ่งภาวะผู้นำออกเป็น 3ประเภท ได้แก่ ผู้นำแบบอัตนิยม เป็นผู้นำที่ตัดสินใจเองเพียงคนเดียว กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด ส่วนผู้นำแบบประชานิยม เป็นผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็น อาทิ เป้าหมายขององค์กร ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
    และสุดท้ายผู้นำแบบเสรีนิยม เป็นผู้นำมอบอำนาจในกลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงาน แต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่ม แต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ (ศุภิสรา นรินยา 12590717)

    ตอบลบ
  51. ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
    -ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
    -กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
    -จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
    -ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
    ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
    -ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
    -อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
    -แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร
    -ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
    ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
    -ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
    -ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ
    -ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม
    -หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
    (จุฬาลักษณ์ สกุลวงวาร 12590010)

    ตอบลบ
  52. ทฤษฎีว่าด้วยพฤติกรรม : จากการวิจัยพบว่าผู้นำที่ดีหรือประสบความสำเร็จมักจะมีพฤติกรรมไปในแนวทางใดแนวทางหนึ่งซึ่งแตกต่างจากผู้นำที่ล้มเหลวทางพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกการตัดสินใจการสื่อสารกับสมาชิกขององค์กรการให้ความสนใจกับความรู้สึกของคนการใส่ใจในงานที่รับผิดชอบและการรับมอบหมายงานเป็นต้นการวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมจึงมีอย่างต่อเนื่องจนสรุปได้เป็นทฤษฎีซึ่งนำมาเรียนรู้และวิเคราะห์แยกแยะได้อย่างลึกซึ้งผู้บริหารที่ประสงค์จะพัฒนาภาวะผู้นำของตนจึงควรศึกษาทฤษฎีเหล่านี้เพื่อให้เห็นถึงพฤติกรรมที่พึงประสงค์และฝึกฝนตนเองให้มีพฤติกรรมในการเป็นผู้นำตามแบบที่ประสบความสำเร็จแล้วนั้นด้วย นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยไอโอวา ศึกษาและพบว่าสามารถแบ่งจำแนกผู้นำได้เป็น 3 ประเภทได้แก่ผู้นําแบบอัตนิยมผู้นำแบบประชานิยม และผู้นำแบบเสรีนิยม
    ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
    -ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
    -กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
    -จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
    -ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
    ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
    -ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
    -อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
    -แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร
    -ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
    ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
    -ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
    -ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ
    -ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม
    -หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
    (ภัทรานิษฐ์ กุญแจทอง 12590059)

    ตอบลบ
  53. ทฤษฎีว่าด้วยพฤติกรรม พฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกการตัดสินใจการสื่อสารกับสมาชิกขององค์กรการให้ความสนใจกับความรู้สึกของคนการใส่ใจในงานที่รับผิดชอบและการรับมอบหมายงานเป็นต้นการวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมจึงมีอย่างต่อเนื่องจนสรุปได้เป็นทฤษฎีซึ่งนำมาเรียนรู้และวิเคราะห์แยกแยะได้อย่างลึกซึ้งผู้บริหารที่ประสงค์จะพัฒนาภาวะผู้นำของตนจึงควรศึกษาทฤษฎีเหล่านี้เพื่อให้เห็นถึงพฤติกรรมที่พึงประสงค์และฝึกฝนตนเองให้มีพฤติกรรมในการเป็นผู้นำตามแบบที่ประสบความสำเร็จแล้วนั้นด้วย สามารถแบ่งจำแนกผู้นำได้เป็น 3 ประเภทได้แก่ ผู้นําแบบอัตนิยม ผู้นำแบบประชานิยม และผู้นำแบบเสรีนิยม
    1.ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
    -ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
    -กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
    -จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
    -ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
    2.ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
    -ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
    -อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
    -แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร
    -ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
    3.ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
    -ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
    -ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ
    -ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม
    -หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
    (สุรีรัตน์ สระเกตุ 12590098)

    ตอบลบ
  54. ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
    -ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
    -กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
    -จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
    -ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
    ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
    -ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
    -อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
    -แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร
    -ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
    ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
    -ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
    -ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ
    -ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม
    -หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
    (นางสาวสุชานรี เวียนมานะ 12590089)

    ตอบลบ
  55. ทฤษฎีว่าด้วยพฤติกรรม : จากการวิจัยพบว่าผู้นำที่ดีหรือประสบความสำเร็จมักจะมีพฤติกรรมไปในแนวทางใดแนวทางหนึ่งซึ่งแตกต่างจากผู้นำที่ล้มเหลวทางพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกการตัดสินใจการสื่อสารกับสมาชิกขององค์กรการให้ความสนใจกับความรู้สึกของคนการใส่ใจในงานที่รับผิดชอบและการรับมอบหมายงานเป็นต้นการวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมจึงมีอย่างต่อเนื่องจนสรุปได้เป็นทฤษฎีซึ่งนำมาเรียนรู้และวิเคราะห์แยกแยะได้อย่างลึกซึ้งผู้บริหารที่ประสงค์จะพัฒนาภาวะผู้นำของตนจึงควรศึกษาทฤษฎีเหล่านี้เพื่อให้เห็นถึงพฤติกรรมที่พึงประสงค์และฝึกฝนตนเองให้มีพฤติกรรมในการเป็นผู้นำตามแบบที่ประสบความสำเร็จแล้วนั้นด้วย นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยไอโอวา ศึกษาและพบว่าสามารถแบ่งจำแนกผู้นำได้เป็น 3 ประเภทได้แก่ผู้นําแบบอัตนิยมผู้นำแบบประชานิยม และผู้นำแบบเสรีนิยม
    ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
    -ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
    -กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
    -จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
    -ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
    ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
    -ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
    -อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
    -แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร
    -ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
    ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
    -ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
    -ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ
    -ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม
    -หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
    (ณัฐนพิน ชินวัฒนา 12590021)

    ตอบลบ
  56. ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
    -ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
    -กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
    -จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
    -ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
    ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
    -ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
    -อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
    -แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร
    -ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
    ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
    -ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
    -ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ
    -ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม
    -หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
    (นางสาวชุติกาญจน์ ปานดารา 12590016)

    ตอบลบ
  57. ทฤษฎีพฤติกรรมผู้นำ (Behavioral Theories) แนวคิดหลักของทฤษฎี คือให้มองในสิ่งที่ผู้นำปฏิบัติและชี้ให้เห็นว่าทั้งผู้นำและผู้ตามต่างมีอิทธิพลซึ่งกันและกัน ยกตัวอย่างแนวคิดของการศึกษาภาวะผู้นำของมหาวิทยาลัยโอไฮโอ สเตท จากการศึกษาสามารถจำแนกพฤติกรรมผู้นำ ออกเป็น 2 แบบ
    1.ผู้นำแบบมุ่งงาน (initiating structure) มีลักษณะของความกระตือรือร้น มีความคิดริเริ่ม มีการกำหนดเป้าหมายและบทบาทหน้าที่ของผู้นำและผู้ปฏิบัติงานไว้อย่างชัดเจนมีการวางแผนการทำงาน และกำหนดตารางเวลาทำงานแน่นอน เน้นการทำงานให้เป็นไปตามขั้นตอน มีการกำหนดมาตรฐานงาน มีการติดต่อสื่อสารกับทุกคนมีการมอบหมายงานที่ชัดเจน
    2.ผู้นำแบบมุ่งคน (consideration) มีลักษณะของการดูแลเอาใจใส่ และสร้างความสัมพันธ์อันดีกับผู้ปฏิบัติงาน ผู้นำมีมิตรภาพทีดีกับผู้ปฏิบัติงาน มีความไว้วางใจต่อกัน ยอมรับฟังความคิดเห็น ให้มีส่วนร่วมในการบริหารและการตัดสินใจ มีการติดต่อสื่อสารที่ดี ให้ความอบอุ่น เอาใจใส่ดูแลขวัญและกำลังใจ และสวัสดิการต่างๆ ของผู้ปฏิบัติงาน

    ( ศศิมา ปานชงค์ 12590077)

    ตอบลบ
  58. ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
    -ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
    -กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
    -จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
    -ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
    ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
    -ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
    -อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
    -แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร
    -ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
    ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
    -ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
    -ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ
    -ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม
    -หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
    (วริศ เอี๊ยวชัยพร 070)

    ตอบลบ
  59. ทฤษฎีพฤติกรรมผู้นำ (Behavioral Theories) แนวคิดหลักของทฤษฎี คือให้มองในสิ่งที่ผู้นำปฏิบัติและชี้ให้เห็นว่าทั้งผู้นำและผู้ตามต่างมีอิทธิพลซึ่งกันและกัน ยกตัวอย่างแนวคิดของการศึกษาภาวะผู้นำของมหาวิทยาลัยโอไฮโอ สเตท จากการศึกษาสามารถจำแนกพฤติกรรมผู้นำ ออกเป็น 2 แบบ
    1.ผู้นำแบบมุ่งงาน (initiating structure) มีลักษณะของความกระตือรือร้น มีความคิดริเริ่ม มีการกำหนดเป้าหมายและบทบาทหน้าที่ของผู้นำและผู้ปฏิบัติงานไว้อย่างชัดเจนมีการวางแผนการทำงาน และกำหนดตารางเวลาทำงานแน่นอน เน้นการทำงานให้เป็นไปตามขั้นตอน มีการกำหนดมาตรฐานงาน มีการติดต่อสื่อสารกับทุกคนมีการมอบหมายงานที่ชัดเจน
    2.ผู้นำแบบมุ่งคน (consideration) มีลักษณะของการดูแลเอาใจใส่ และสร้างความสัมพันธ์อันดีกับผู้ปฏิบัติงาน ผู้นำมีมิตรภาพทีดีกับผู้ปฏิบัติงาน มีความไว้วางใจต่อกัน ยอมรับฟังความคิดเห็น ให้มีส่วนร่วมในการบริหารและการตัดสินใจ มีการติดต่อสื่อสารที่ดี ให้ความอบอุ่น เอาใจใส่ดูแลขวัญและกำลังใจ และสวัสดิการต่างๆ ของผู้ปฏิบัติงาน
    (ปาลิตา มนัสปัญญากุล 12590049)

    ตอบลบ
  60. ผู้นำที่ดีหรือประสบความสำเร็จมักจะมีพฤติกรรมไปในแนวทางใดแนวทางหนึ่ง ซึ่งแตกต่างจากผู้นำที่ล้มเหลว ทั้งพฤติกรรมที่เกี่ยวกับการแสดงออก การตัดสินใจ การสื่อสารกับสมาชิกในองค์กร เป็นต้น นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยไอโอวาศึกษาและพบว่าสามารถจัดแบ่งภาวะผู้นำออกเป็น3ประเภท ได้แก่ ผู้นำแบบอัตนิยม เป็นผู้นำที่ตัดสินใจเองเพียงคนเดียว กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด ส่วนผู้นำแบบประชานิยม เป็นผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็น อาทิ เป้าหมายขององค์กร ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
    และสุดท้ายผู้นำแบบเสรีนิยม เป็นผู้นำมอบอำนาจในกลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงาน แต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่ม แต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ

    (สมภพ ขุนทรง 12590079)

    ตอบลบ
  61. ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
    -ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
    -กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
    -จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
    -ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
    ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
    -ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
    -อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
    -แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร
    -ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
    ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
    -ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
    -ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ
    -ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม
    -หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
    (ธนสิทธิ์ อาจอ่อนศรี 12590036)

    ตอบลบ
  62. ทฤษฎีว่าด้วยพฤติกรรม พฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกการตัดสินใจการสื่อสารกับสมาชิกขององค์กรการให้ความสนใจกับความรู้สึกของคนการใส่ใจในงานที่รับผิดชอบและการรับมอบหมายงานเป็นต้นการวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมจึงมีอย่างต่อเนื่องจนสรุปได้เป็นทฤษฎีซึ่งนำมาเรียนรู้และวิเคราะห์แยกแยะได้อย่างลึกซึ้งผู้บริหารที่ประสงค์จะพัฒนาภาวะผู้นำของตนจึงควรศึกษาทฤษฎีเหล่านี้เพื่อให้เห็นถึงพฤติกรรมที่พึงประสงค์และฝึกฝนตนเองให้มีพฤติกรรมในการเป็นผู้นำตามแบบที่ประสบความสำเร็จแล้วนั้นด้วย สามารถแบ่งจำแนกผู้นำได้เป็น 3 ประเภทได้แก่ ผู้นําแบบอัตนิยม ผู้นำแบบประชานิยม และผู้นำแบบเสรีนิยม
    1.ภาวะผู้นำแบบอัตนิยม (Autocratic)
    -ผู้นำตัดสินใจเองแต่ผู้เดียว
    -กำหนดวิธีปฏิบัติงานเองแล้วแจ้งให้สมาชิกกลุ่มปฏิบัติตาม
    -จำกัดการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับกลุ่ม
    -ไม่ค่อยได้ให้ข้อมูลย้อนกลับยกเว้นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานผิดพลาด
    2.ภาวะผู้นำแบบประชานิยม (Democratic)
    -ผู้นำเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มในการตัดสินใจ
    -อนุญาตให้กลุ่มเป็นผู้กำหนดวิธีปฏิบัติงาน
    -แจ้งให้กลุ่มทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอาทิเป้าหมายขององค์กร
    -ใช้ข้อมูลย้อนกลับเป็นโอกาสในการฝึกฝนสมาชิกกลุ่ม
    3.ภาวะผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire)
    -ผู้นำมอบอำนาจให้กลุ่มตัดสินใจได้โดยเสรี
    -ไม่เกี่ยวข้องในการกำหนดวิธีปฏิบัติงานแต่คอยดูแลอยู่ห่างๆ
    -ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับกลุ่มแต่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเฉพาะเพื่อตอบข้อซักถาม
    -หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลย้อนกลับ
    (นางสาวเอเซีย พิทยาพละ 12590112)

    ตอบลบ