วันอังคารที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2562

12.จงอธิบายเปรียบเทียบความเหมือนหรือแตกต่างของแนวคิดและผลลัพธ์การจูงใจโดยใช้ทฤษฎีความต้องการและทฤษฎีกระบวนการ

60 ความคิดเห็น:

  1. ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการแตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว
    (นางสาวอัมรินทร์ เกมอ 12590105)

    ตอบลบ
  2. ทฤษฎีความต้องการ เป็นทฤษฎีที่ซึ่งระบุว่าบุคคลมีความต้องการเรียงลำดับจากระดับพื้นฐานที่สุดไปยังระดับสูงสุด กรอบความคิดที่สำคัญของทฤษฎีนี้มีสามประการ คือ
    1.บุคคลเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความต้องการ ความต้องการมีอิทธิพลหรือเป็นเหตุจูงใจต่อพฤติกรรม ความต้องการที่ยังไม่ได้รับการสนองตอบเท่านั้นที่เป็นเหตุจูงใจ ส่วนความต้องการที่ได้รับการสนองตอบแล้วจะไม่เป็นเหตุจูงใจอีกต่อไป
    2.ความต้องการของบุคคลเป็นลำดับชั้นเรียงตามความสำคัญจากความต้องการพื้นฐานไปจนถึงความต้องการที่ซับซ้อน
    3.เมื่อความต้องการลำดับต่ำได้รับการสนอบตอบอย่างดีแล้ว บุคคลจะก้าวไปสู่ความต้องการลำดับที่สูงขึ้นต่อไป
    ส่วนทฤษฎีกระบวนการ จะเสนอแนวคิดว่าการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วยแล้ว
    (ปิยาภรณ์ ชินวงค์พรหม 12590051)

    ตอบลบ
  3. ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการต้องเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามลำดับขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว
    น.ส.วราภรณ์ ขันสมบัติ 12590069

    ตอบลบ
  4. 12. จงอธิบายเปรียบเทียบความเหมือนหรือความแตกต่างของแนวคิดและผลลัพธ์การจูงใจโดยใช้ทฤษฎีความต้องการและทฤษฎีกระบวนการ
    ตอบ : ทฤษฎีการจูงใจว่าดวยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการ เนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียว คือ การตอบสนองความต้องการ แต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการทางความคิดแจะจิตใจ นั่นคือ การจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว
    นางสาวสุดารัตน์ สุขสาม (รหัส 12590090)

    ตอบลบ
  5. ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการต้องเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามลำดับขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว
    (ชนกนาฎ สหทรัพย์เจริญ 12590012 )

    ตอบลบ
  6. ทฤษฎีความต้องการอธิบายความต้องการได้ 3 ประเภท ในชีวิตมนุษย์ว่าล้วนแต่เป็นความต้องการที่มิได้ติดตัวมาแต่กำเนิด แต่เป็นความต้องการที่พัฒนาหรือเกิดเพิ่มขึ้นจากประสบการณ์หรือเหตุการณ์ที่เข้ามาในชีวิต ความต้องการทั้ง 3 ประเภทได้แก่
    1.ความต้องการผูกพัน เป็นความต้องการที่จะมีความรักหรือความผูกพันยินดีกับบุคคลอื่น ดังนั้นผู้บริหารที่ดีควรสร้างความรักและความผูกพันยินดีกับพนักงานในองค์กร
    2.ความต้องการประสบความสำเร็จ เป็นความต้องการเพื่อที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต ดังนั้นผู้บริหารจึงมีความต้องการประสบความสำเร็จในการบริหารองค์กรให้ดี
    3.ความต้องการอำนาจ แบ่งเป็น 2แบบคืออำนาจเพื่อตนเอง เป็นความต้องการที่จะมีอำนาจเหนือผู้อื่น เพียงเพื่อให้แสดงว่าตนสามารถใช้อำนาจนั้นได้ และอำนาจเพื่อองค์กร หมายถึงความต้องการเพื่อจะมีอำนาจเพื่อจะสามารถแก้ปัญหาขององค์กร ดังนั้นผู้บริหารที่ดีควรมีการใช้อำนาจทั้งเพื่อตนเอง และเพื่อองค์กร
    ทฤษฎีว่าด้วยกระบวนการ เสนอแนวคิดว่าการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆ ครบถ้วนแล้ว
    ซึงมีความแตกต่างจากทฤษฎีความต้องการ เนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียว คือการตอบสนองความต้องการ แต่ทฤษฎีการรจูงใจด้วยกระบวนการเสนอแนวคิดและจิตใจนั่นคือการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ เสนอแนวคิดว่าการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆ
    (อารียา ปานทอง 12590109)

    ตอบลบ
  7. ข้อที่ 12
    ทฤษฎีของการจูงใจ (theories of motivation) การจูงใจเป็นกระบวนการที่บุคคลถูกกระตุ้นจากสิ่งเร้าโดยจงใจให้กระทำหรือดิ้นรนเพื่อให้บรรลุจุดประสงค์บางอย่างซึ่งจะเห็นได้พฤติกรรมที่เกิดจากการจูงใจเป็นพฤติกรรมที่มิใช่เป็นเพียงการตอบสนองสิ่งเร้าปกติธรรมดา ยกตัวอย่างลักษณะของการตอบสนองสิ่งเร้าปกติคือ การขานรับเมื่อได้ยินเสียงเรียก แต่การตอบสนองสิ่งเร้าจัดว่าเป็นพฤติกรรมที่เกิดจากการจูงใจเช่น พนักงานตั้งใจทำงานเพื่อหวังความดีความชองเป็นกรณีพิเศษ
    ทฤษฎีความต้องการของมาสโลว์ (Maslow is Theory of Need Gratification) แนวทางหนึ่งในการพัฒนาบุคคลให้เป็นผู้มีคุณธรรมจริยธรรม บุคคลที่พัฒนาถึงขั้นตระหนักในตนเอง (self-actualization) เป็นบุคคลที่มีจริยธรรม มีวินัยในตนเอง และมีบุคลิกภาพประชาธิปไตย การพัฒนาจากขั้นต้นไปสู่ขั้นต่อ ๆ ไปนั้น ต้องอาศัยความ “พอ” ของบุคคล ซึ่งความพอนี้ นอกจากจะขึ้นกับสภาพทางกายแล้ว ยังขึ้นอยู่กับความรู้สึกพอดีด้วย จึงมิได้หมายความว่าทุกคนจะต้องได้รับการสนองตอบความต้องการพื้นฐานเท่า ๆ กัน แต่เป็นไปตามลำดับขั้นเหมือน ๆ กัน
    (อรณิชา ศรีสมัย 1259102)

    ตอบลบ
  8. ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการต้องเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามลำดับขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว
    (นางสาวสิริรัตน์ ศิริพรทุม 12590086)

    ตอบลบ
  9. ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการแตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว
    (นางสาวณัฐฐา จินตกวีพันธุ์ 12590020)

    ตอบลบ

  10. ทฤษฎีความต้องการอธิบายความต้องการได้ 3 ประเภท ในชีวิตมนุษย์ว่าล้วนแต่เป็นความต้องการที่มิได้ติดตัวมาแต่กำเนิด แต่เป็นความต้องการที่พัฒนาหรือเกิดเพิ่มขึ้นจากประสบการณ์หรือเหตุการณ์ที่เข้ามาในชีวิต ความต้องการทั้ง 3 ประเภทได้แก่
    1.ความต้องการผูกพัน เป็นความต้องการที่จะมีความรักหรือความผูกพันยินดีกับบุคคลอื่น ดังนั้นผู้บริหารที่ดีควรสร้างความรักและความผูกพันยินดีกับพนักงานในองค์กร
    2.ความต้องการประสบความสำเร็จ เป็นความต้องการเพื่อที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต ดังนั้นผู้บริหารจึงมีความต้องการประสบความสำเร็จในการบริหารองค์กรให้ดี
    3.ความต้องการอำนาจ แบ่งเป็น 2แบบคืออำนาจเพื่อตนเอง เป็นความต้องการที่จะมีอำนาจเหนือผู้อื่น เพียงเพื่อให้แสดงว่าตนสามารถใช้อำนาจนั้นได้ และอำนาจเพื่อองค์กร หมายถึงความต้องการเพื่อจะมีอำนาจเพื่อจะสามารถแก้ปัญหาขององค์กร ดังนั้นผู้บริหารที่ดีควรมีการใช้อำนาจทั้งเพื่อตนเอง และเพื่อองค์กร
    ทฤษฎีว่าด้วยกระบวนการ เสนอแนวคิดว่าการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆ ครบถ้วนแล้ว
    ซึงมีความแตกต่างจากทฤษฎีความต้องการ เนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียว คือการตอบสนองความต้องการ แต่ทฤษฎีการรจูงใจด้วยกระบวนการเสนอแนวคิดและจิตใจนั่นคือการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ เสนอแนวคิดว่าการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆ

    (นางสาวสิริกร ราชมณี12590084)

    ตอบลบ
  11. ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการ เนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียว คือ การตอบสนองความต้องการ แต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ เสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจ นั่นคือ การจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว
    (นางสาวกรกนก จันทร์พันธุ์ 12590003)

    ตอบลบ
  12. ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการต้องเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามลำดับขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว

    (นางสาว สรัสนันท์ บุญมี 12590080)

    ตอบลบ
  13. ทฤษฎีของการจูงใจ (theories of motivation) การจูงใจเป็นกระบวนการที่บุคคลถูกกระตุ้นจากสิ่งเร้าโดยจงใจให้กระทำหรือดิ้นรนเพื่อให้บรรลุจุดประสงค์บางอย่างซึ่งจะเห็นได้พฤติกรรมที่เกิดจากการจูงใจเป็นพฤติกรรมที่มิใช่เป็นเพียงการตอบสนองสิ่งเร้าปกติธรรมดา ยกตัวอย่างลักษณะของการตอบสนองสิ่งเร้าปกติคือ การขานรับเมื่อได้ยินเสียงเรียก แต่การตอบสนองสิ่งเร้าจัดว่าเป็นพฤติกรรมที่เกิดจากการจูงใจเช่น พนักงานตั้งใจทำงานเพื่อหวังความดีความชองเป็นกรณีพิเศษ
    ทฤษฎีความต้องการของมาสโลว์ (Maslow is Theory of Need Gratification) แนวทางหนึ่งในการพัฒนาบุคคลให้เป็นผู้มีคุณธรรมจริยธรรม บุคคลที่พัฒนาถึงขั้นตระหนักในตนเอง (self-actualization) เป็นบุคคลที่มีจริยธรรม มีวินัยในตนเอง และมีบุคลิกภาพประชาธิปไตย การพัฒนาจากขั้นต้นไปสู่ขั้นต่อ ๆ ไปนั้น ต้องอาศัยความ “พอ” ของบุคคล ซึ่งความพอนี้ นอกจากจะขึ้นกับสภาพทางกายแล้ว ยังขึ้นอยู่กับความรู้สึกพอดีด้วย จึงมิได้หมายความว่าทุกคนจะต้องได้รับการสนองตอบความต้องการพื้นฐานเท่า ๆ กัน แต่เป็นไปตามลำดับขั้นเหมือน ๆ กัน
    สุภัทษา สนธิช่วย 12590096

    ตอบลบ
  14. ในชีวิตมนุษย์ว่าล้วนแต่เป็นความต้องการที่มิได้ติดตัวมาแต่กำเนิด แต่เป็นความต้องการที่พัฒนาหรือเกิดเพิ่มขึ้นจากประสบการณ์หรือเหตุการณ์ที่เข้ามาในชีวิต ความต้องการทั้ง 3 ประเภทได้แก่
    1.ความต้องการผูกพัน เป็นความต้องการที่จะมีความรักหรือความผูกพันยินดีกับบุคคลอื่น ดังนั้นผู้บริหารที่ดีควรสร้างความรักและความผูกพันยินดีกับพนักงานในองค์กร
    2.ความต้องการประสบความสำเร็จ เป็นความต้องการเพื่อที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต ดังนั้นผู้บริหารจึงมีความต้องการประสบความสำเร็จในการบริหารองค์กรให้ดี
    3.ความต้องการอำนาจ เป็นความต้องการที่จะมีอำนาจเหนือผู้อื่น
    (นางสาวภิตติมาตุ์ เอื้ออรุณชัย 12590062)

    ตอบลบ
  15. ไม่ระบุชื่อ16 กันยายน 2562 เวลา 02:48

    ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการแตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการ ดังนี้
    -เนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการ
    -แต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว
    (อภิษฐา เนียมศิริ 12590101)

    ตอบลบ
  16. -ทฤษฎีความต้องการอธิบายความต้องการได้ 3 ประเภท
    1.ความต้องการผูกพัน
    2.ความต้องการประสบความสำเร็จ
    3.ความต้องการอำนาจ
    -ทฤษฎีว่าด้วยกระบวนการ เสนอแนวคิดว่าการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆ ครบถ้วนแล้ว
    ซึงมีความแตกต่างจากทฤษฎีความต้องการ เนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียว คือการตอบสนองความต้องการ แต่ทฤษฎีการรจูงใจด้วยกระบวนการเสนอแนวคิดและจิตใจนั่นคือการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ เสนอแนวคิดว่าการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว
    (ศศิพิมพ์ ชัยกุลพัฒนา 12590076)

    ตอบลบ
  17. ทฤษฎีความต้องการ เป็นทฤษฎีที่ซึ่งระบุว่าบุคคลมีความต้องการเรียงลำดับจากระดับพื้นฐานที่สุดไปยังระดับสูงสุด กรอบความคิดที่สำคัญของทฤษฎีนี้มีสามประการ คือ
    1.บุคคลเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความต้องการ ความต้องการมีอิทธิพลหรือเป็นเหตุจูงใจต่อพฤติกรรม ความต้องการที่ยังไม่ได้รับการสนองตอบเท่านั้นที่เป็นเหตุจูงใจ ส่วนความต้องการที่ได้รับการสนองตอบแล้วจะไม่เป็นเหตุจูงใจอีกต่อไป
    2.ความต้องการของบุคคลเป็นลำดับชั้นเรียงตามความสำคัญจากความต้องการพื้นฐานไปจนถึงความต้องการที่ซับซ้อน
    3.เมื่อความต้องการลำดับต่ำได้รับการสนอบตอบอย่างดีแล้ว บุคคลจะก้าวไปสู่ความต้องการลำดับที่สูงขึ้นต่อไป
    ส่วนทฤษฎีกระบวนการ จะเสนอแนวคิดว่าการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วยแล้ว
    ดวงหทัย โฉมมา 12590029

    ตอบลบ
  18. ทฤษฎีการจูงใจว่าดวยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการ เนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียว คือ การตอบสนองความต้องการ แต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการทางความคิดแจะจิตใจ นั่นคือ การจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว
    (นางสาวปรมาพร สิงขรรัตน์ 12590046)

    ตอบลบ
  19. ทฤษฎีความต้องการอธิบายความต้องการได้ 3 ประเภท ในชีวิตมนุษย์ว่าล้วนแต่เป็นความต้องการที่มิได้ติดตัวมาแต่กำเนิด แต่เป็นความต้องการที่พัฒนาหรือเกิดเพิ่มขึ้นจากประสบการณ์หรือเหตุการณ์ที่เข้ามาในชีวิต ความต้องการทั้ง 3 ประเภทได้แก่
    1.ความต้องการผูกพัน เป็นความต้องการที่จะมีความรักหรือความผูกพันยินดีกับบุคคลอื่น ดังนั้นผู้บริหารที่ดีควรสร้างความรักและความผูกพันยินดีกับพนักงานในองค์กร
    2.ความต้องการประสบความสำเร็จ เป็นความต้องการเพื่อที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต ดังนั้นผู้บริหารจึงมีความต้องการประสบความสำเร็จในการบริหารองค์กรให้ดี
    3.ความต้องการอำนาจ แบ่งเป็น 2แบบคืออำนาจเพื่อตนเอง เป็นความต้องการที่จะมีอำนาจเหนือผู้อื่น เพียงเพื่อให้แสดงว่าตนสามารถใช้อำนาจนั้นได้ และอำนาจเพื่อองค์กร หมายถึงความต้องการเพื่อจะมีอำนาจเพื่อจะสามารถแก้ปัญหาขององค์กร ดังนั้นผู้บริหารที่ดีควรมีการใช้อำนาจทั้งเพื่อตนเอง และเพื่อองค์กร
    ทฤษฎีว่าด้วยกระบวนการ เสนอแนวคิดว่าการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆ ครบถ้วนแล้ว
    ซึงมีความแตกต่างจากทฤษฎีความต้องการ เนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียว คือการตอบสนองความต้องการ แต่ทฤษฎีการรจูงใจด้วยกระบวนการเสนอแนวคิดและจิตใจนั่นคือการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ เสนอแนวคิดว่าการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆ

    นางาสาวภัทราพร ผังรักษ์ 12590061

    ตอบลบ
  20. ทฤษฎีการจูงใจว่าดวยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการ เนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียว คือ การตอบสนองความต้องการ แต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการทางความคิดแจะจิตใจ นั่นคือ การจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว
    (อภัสสร ปูชนียกุล 12590100)

    ตอบลบ
  21. ทฤษฎีความต้องการ เป็นทฤษฎีที่ซึ่งระบุว่าบุคคลมีความต้องการเรียงลำดับจากระดับพื้นฐานที่สุดไปยังระดับสูงสุด กรอบความคิดที่สำคัญของทฤษฎีนี้มีสามประการ คือ 1.ความต้องการผูกพัน เป็นความต้องการที่จะมีความรักหรือความผูกพันยินดีกับบุคคลอื่น ดังนั้นผู้บริหารที่ดีควรสร้างความรักและความผูกพันยินดีกับพนักงานในองค์กร
    2.ความต้องการประสบความสำเร็จ เป็นความต้องการเพื่อที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต ดังนั้นผู้บริหารจึงมีความต้องการประสบความสำเร็จในการบริหารองค์กรให้ดี
    3.ความต้องการอำนาจ แบ่งเป็น 2แบบคืออำนาจเพื่อตนเอง เป็นความต้องการที่จะมีอำนาจเหนือผู้อื่น
    (นางสาวบุญธิดา กะตะศิลา 12590043 )

    ตอบลบ
  22. ทฤษฎีความต้องการอธิบายความต้องการได้ 3 ประเภท ในชีวิตมนุษย์ว่าล้วนแต่เป็นความต้องการที่มิได้ติดตัวมาแต่กำเนิด แต่เป็นความต้องการที่พัฒนาหรือเกิดเพิ่มขึ้นจากประสบการณ์หรือเหตุการณ์ที่เข้ามาในชีวิต ความต้องการทั้ง 3 ประเภทได้แก่
    1.ความต้องการผูกพัน เป็นความต้องการที่จะมีความรักหรือความผูกพันยินดีกับบุคคลอื่น ดังนั้นผู้บริหารที่ดีควรสร้างความรักและความผูกพันยินดีกับพนักงานในองค์กร
    2.ความต้องการประสบความสำเร็จ เป็นความต้องการเพื่อที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต ดังนั้นผู้บริหารจึงมีความต้องการประสบความสำเร็จในการบริหารองค์กรให้ดี
    3.ความต้องการอำนาจ แบ่งเป็น 2แบบคืออำนาจเพื่อตนเอง เป็นความต้องการที่จะมีอำนาจเหนือผู้อื่น เพียงเพื่อให้แสดงว่าตนสามารถใช้อำนาจนั้นได้ และอำนาจเพื่อองค์กร หมายถึงความต้องการเพื่อจะมีอำนาจเพื่อจะสามารถแก้ปัญหาขององค์กร ดังนั้นผู้บริหารที่ดีควรมีการใช้อำนาจทั้งเพื่อตนเอง และเพื่อองค์กร
    ทฤษฎีว่าด้วยกระบวนการ เสนอแนวคิดว่าการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆ ครบถ้วนแล้ว
    ซึงมีความแตกต่างจากทฤษฎีความต้องการ เนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียว คือการตอบสนองความต้องการ แต่ทฤษฎีการรจูงใจด้วยกระบวนการเสนอแนวคิดและจิตใจนั่นคือการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ เสนอแนวคิดว่าการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆ
    (นางสาวเบญญาภา กรีรถ 12590044)

    ตอบลบ
  23. ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการต้องเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามลำดับขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว
    (นายสิทธิชัย พ่อค้าเรือ 12590083)

    ตอบลบ
  24. ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการต้องเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามลำดับขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว
    (นายชินวัตร พิพัฒน์พงศานนท์ 12590015)

    ตอบลบ
  25. ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการต้องเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามลำดับขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว(นางสาวชัชญาณ์ณัฐ ภูสิศภัทรนนท์ 12590110)

    ตอบลบ
  26. ทฤษฎีความต้องการอธิบายความต้องการได้ 3 ประเภท ในชีวิตมนุษย์ว่าล้วนแต่เป็นความต้องการที่มิได้ติดตัวมาแต่กำเนิด แต่เป็นความต้องการที่พัฒนาหรือเกิดเพิ่มขึ้นจากประสบการณ์หรือเหตุการณ์ที่เข้ามาในชีวิต ความต้องการทั้ง 3 ประเภทได้แก่
    1.ความต้องการผูกพัน เป็นความต้องการที่จะมีความรักหรือความผูกพันยินดีกับบุคคลอื่น ดังนั้นผู้บริหารที่ดีควรสร้างความรักและความผูกพันยินดีกับพนักงานในองค์กร
    2.ความต้องการประสบความสำเร็จ เป็นความต้องการเพื่อที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต ดังนั้นผู้บริหารจึงมีความต้องการประสบความสำเร็จในการบริหารองค์กรให้ดี
    3.ความต้องการอำนาจ แบ่งเป็น 2แบบคืออำนาจเพื่อตนเอง เป็นความต้องการที่จะมีอำนาจเหนือผู้อื่น เพียงเพื่อให้แสดงว่าตนสามารถใช้อำนาจนั้นได้ และอำนาจเพื่อองค์กร หมายถึงความต้องการเพื่อจะมีอำนาจเพื่อจะสามารถแก้ปัญหาขององค์กร ดังนั้นผู้บริหารที่ดีควรมีการใช้อำนาจทั้งเพื่อตนเอง และเพื่อองค์กร
    ทฤษฎีว่าด้วยกระบวนการ เสนอแนวคิดว่าการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆ ครบถ้วนแล้ว
    ซึงมีความแตกต่างจากทฤษฎีความต้องการ เนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียว คือการตอบสนองความต้องการ แต่ทฤษฎีการรจูงใจด้วยกระบวนการเสนอแนวคิดและจิตใจนั่นคือการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ เสนอแนวคิดว่าการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆ
    (นางสาวณัฐพร ทองปลิว 12590024)

    ตอบลบ
  27. ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการ เนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียว คือการตอบสนองความต้องการ แต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการทางความคิดแจะจิตใจ นั่นคือการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว
    (ปวีณา เดตุแย้ม 12590047)

    ตอบลบ
  28. ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการแตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว
    (นางสาวพัชรา จูเอี่ยม 12590054)

    ตอบลบ
  29. ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการต้องเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามลำดับขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว

    วัชระ จริยสุขสกุล

    ตอบลบ
  30. เนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการทางความคิดแจะจิตใจ นั่นคือ การจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว
    นางสาววชิราพร คำกอง 12590068

    ตอบลบ
  31. ทฤษฎีของการจูงใจ (theories of motivation) การจูงใจเป็นกระบวนการที่บุคคลถูกกระตุ้นจากสิ่งเร้าโดยจงใจให้กระทำหรือดิ้นรนเพื่อให้บรรลุจุดประสงค์บางอย่างซึ่งจะเห็นได้พฤติกรรมที่เกิดจากการจูงใจเป็นพฤติกรรมที่มิใช่เป็นเพียงการตอบสนองสิ่งเร้าปกติธรรมดา ยกตัวอย่างลักษณะของการตอบสนองสิ่งเร้าปกติคือ การขานรับเมื่อได้ยินเสียงเรียก แต่การตอบสนองสิ่งเร้าจัดว่าเป็นพฤติกรรมที่เกิดจากการจูงใจเช่น พนักงานตั้งใจทำงานเพื่อหวังความดีความชองเป็นกรณีพิเศษ
    ทฤษฎีความต้องการของมาสโลว์ (Maslow is Theory of Need Gratification) แนวทางหนึ่งในการพัฒนาบุคคลให้เป็นผู้มีคุณธรรมจริยธรรม บุคคลที่พัฒนาถึงขั้นตระหนักในตนเอง (self-actualization) เป็นบุคคลที่มีจริยธรรม มีวินัยในตนเอง และมีบุคลิกภาพประชาธิปไตย การพัฒนาจากขั้นต้นไปสู่ขั้นต่อ ๆ ไปนั้น ต้องอาศัยความ “พอ” ของบุคคล ซึ่งความพอนี้ นอกจากจะขึ้นกับสภาพทางกายแล้ว ยังขึ้นอยู่กับความรู้สึกพอดีด้วย จึงมิได้หมายความว่าทุกคนจะต้องได้รับการสนองตอบความต้องการพื้นฐานเท่า ๆ กัน แต่เป็นไปตามลำดับขั้นเหมือน ๆ กัน

    รัญชริดา มะนุ่น 12590067

    ตอบลบ
  32. ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการต้องเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามลำดับขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว

    นายดนุสรณ์ เลิศเศรษฐี 12590028

    ตอบลบ
  33. ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการต้องเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามลำดับขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว
    (นายนภนต์ เจียรนัย 12590040)

    ตอบลบ
  34. ทฤษฎีความต้องการ เป็นทฤษฎีที่ซึ่งระบุว่าบุคคลมีความต้องการเรียงลำดับจากระดับพื้นฐานที่สุดไปยังระดับสูงสุด กรอบความคิดที่สำคัญของทฤษฎีนี้มีสามประการ คือ
    1.บุคคลเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความต้องการ ความต้องการมีอิทธิพลหรือเป็นเหตุจูงใจต่อพฤติกรรม ความต้องการที่ยังไม่ได้รับการสนองตอบเท่านั้นที่เป็นเหตุจูงใจ ส่วนความต้องการที่ได้รับการสนองตอบแล้วจะไม่เป็นเหตุจูงใจอีกต่อไป
    2.ความต้องการของบุคคลเป็นลำดับชั้นเรียงตามความสำคัญจากความต้องการพื้นฐานไปจนถึงความต้องการที่ซับซ้อน
    3.เมื่อความต้องการลำดับต่ำได้รับการสนอบตอบอย่างดีแล้ว บุคคลจะก้าวไปสู่ความต้องการลำดับที่สูงขึ้นต่อไป
    ส่วนทฤษฎีกระบวนการ จะเสนอแนวคิดว่าการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วยแล้ว
    (ธนพล โชครัตน์ประภา 12590033)

    ตอบลบ

  35. ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการแตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว
    (วิลาสินี เกตุแก้ว 12590073)

    ตอบลบ

  36. ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการแตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว (อังคณา พิทักษ์สุข 12590104)

    ตอบลบ

  37. ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการแตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว
    (ชนาวาส บัววงค์ 12590013)

    ตอบลบ
  38. ทฤษฎีการจูงใจว่าดวยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการ เนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียว คือ การตอบสนองความต้องการ แต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการทางความคิดแจะจิตใจ นั่นคือ การจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว
    (น.ส.ดารารัตน์ ดาสาลี 12590030)

    ตอบลบ
  39. ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการแตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว
    (พงศธร ศิริสมบูรณ์ 12590052)

    ตอบลบ
  40. ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการแตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว

    (ศิฌาวี เรือนปัญจะ 12590078)

    ตอบลบ
  41. ทฤษฎีความต้องการ เป็นทฤษฎีที่ซึ่งระบุว่าบุคคลมีความต้องการเรียงลำดับจากระดับพื้นฐานที่สุดไปยังระดับสูงสุด กรอบความคิดที่สำคัญของทฤษฎีนี้มีสามประการ คือ
    1.บุคคลเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความต้องการ ความต้องการมีอิทธิพลหรือเป็นเหตุจูงใจต่อพฤติกรรม ความต้องการที่ยังไม่ได้รับการสนองตอบเท่านั้นที่เป็นเหตุจูงใจ ส่วนความต้องการที่ได้รับการสนองตอบแล้วจะไม่เป็นเหตุจูงใจอีกต่อไป
    2.ความต้องการของบุคคลเป็นลำดับชั้นเรียงตามความสำคัญจากความต้องการพื้นฐานไปจนถึงความต้องการที่ซับซ้อน
    3.เมื่อความต้องการลำดับต่ำได้รับการสนอบตอบอย่างดีแล้ว บุคคลจะก้าวไปสู่ความต้องการลำดับที่สูงขึ้นต่อไป
    ส่วนทฤษฎีกระบวนการ จะเสนอแนวคิดว่าการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วยแล้ว
    (สุรีรัตน์ ศักดิ์ภิรมย์ 12590954)

    ตอบลบ
  42. ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการต้องเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามลำดับขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว

    กุลปริยา แย้มเกษร 12590005

    ตอบลบ
  43. ทฤษฎีของการจูงใจ (theories of motivation) การจูงใจเป็นกระบวนการที่บุคคลถูกกระตุ้นจากสิ่งเร้าโดยจงใจให้กระทำหรือดิ้นรนเพื่อให้บรรลุจุดประสงค์บางอย่างซึ่งจะเห็นได้พฤติกรรมที่เกิดจากการจูงใจเป็นพฤติกรรมที่มิใช่เป็นเพียงการตอบสนองสิ่งเร้าปกติธรรมดา ยกตัวอย่างลักษณะของการตอบสนองสิ่งเร้าปกติคือ การขานรับเมื่อได้ยินเสียงเรียก แต่การตอบสนองสิ่งเร้าจัดว่าเป็นพฤติกรรมที่เกิดจากการจูงใจเช่น พนักงานตั้งใจทำงานเพื่อหวังความดีความชองเป็นกรณีพิเศษ
    ทฤษฏีความต้องการของมาสโลว์ (Maslow is Theory of Need Gratification) แนวทางหนึ่งในการพัฒนาบุคคลให้เป็นผู้มีคุณธรรมจริยธรรม บุคคลที่พัฒนาถึงขั้นตระหนักในตนเอง (self-actualization) เป็นบุคคลที่มีจริยธรรม มีวินัยในตนเอง และมีบุคลิกภาพประชาธิปไตย การพัฒนาจากขั้นต้นไปสู่ขั้นต่อ ๆ ไปนั้น ต้องอาศัยความ “พอ” ของบุคคล ซึ่งความพอนี้ นอกจากจะขึ้นกับสภาพทางกายแล้ว ยังขึ้นอยู่กับความรู้สึกพอดีด้วย จึงมิได้หมายความว่าทุกคนจะต้องได้รับการสนองตอบความต้องการพื้นฐานเท่า ๆ กัน แต่เป็นไปตามลำดับขั้นเหมือน ๆ กัน

    (นางสาวอรวี ศรีวิโน 12590103)

    ตอบลบ
  44. ทฤษฎีของการจูงใจ (theories of motivation) เป็นกระบวนการที่บุคคลถูกกระตุ้นจากสิ่งเร้าโดยจงใจให้กระทำหรือดิ้นรนเพื่อให้บรรลุจุดประสงค์บางอย่างซึ่งจะเห็นได้พฤติกรรมที่เกิดจากการจูงใจเป็นพฤติกรรมที่มิใช่เป็นเพียงการตอบสนองสิ่งเร้าปกติธรรมดา
    ทฤษฏีความต้องการของมาสโลว์ (Maslow is Theory of Need Gratification) แนวทางหนึ่งในการพัฒนาบุคคลให้เป็นผู้มีคุณธรรมจริยธรรม บุคคลที่พัฒนาถึงขั้นตระหนักในตนเอง (self-actualization) เป็นบุคคลที่มีจริยธรรม มีวินัยในตนเอง และมีบุคลิกภาพประชาธิปไตย การพัฒนาจากขั้นต้นไปสู่ขั้นต่อ ๆ ไปนั้น ต้องอาศัยความ “พอ” ของบุคคล ซึ่งความพอนี้ นอกจากจะขึ้นกับสภาพทางกายแล้ว ยังขึ้นอยู่กับความรู้สึกพอดีด้วย จึงมิได้หมายความว่าทุกคนจะต้องได้รับการสนองตอบความต้องการพื้นฐานเท่า ๆ กัน แต่เป็นไปตามลำดับขั้นเหมือน ๆ กัน
    ดังนั้น ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการ เนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียว คือการตอบสนองความต้องการ แต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการทางความคิดแจะจิตใจ นั่นคือการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว
    (ณัฐฌา ปักกัง 12590019)

    ตอบลบ
  45. ทฤษฎีการจูงใจว่าดวยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการ เนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียว คือ การตอบสนองความต้องการ แต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการทางความคิดแจะจิตใจ นั่นคือ การจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว

    (นางสาวกชกร เดชกำแหง 12590001)

    ตอบลบ
  46. ทฤษฎีความต้องการอธิบายความต้องการได้ 3 ประเภท ในชีวิตมนุษย์ว่าล้วนแต่เป็นความต้องการที่มิได้ติดตัวมาแต่กำเนิด แต่เป็นความต้องการที่พัฒนาหรือเกิดเพิ่มขึ้นจากประสบการณ์หรือเหตุการณ์ที่เข้ามาในชีวิต ความต้องการทั้ง 3 ประเภทได้แก่
    1.ความต้องการผูกพัน เป็นความต้องการที่จะมีความรักหรือความผูกพันยินดีกับบุคคลอื่น ดังนั้นผู้บริหารที่ดีควรสร้างความรักและความผูกพันยินดีกับพนักงานในองค์กร
    2.ความต้องการประสบความสำเร็จ เป็นความต้องการเพื่อที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต ดังนั้นผู้บริหารจึงมีความต้องการประสบความสำเร็จในการบริหารองค์กรให้ดี
    3.ความต้องการอำนาจ แบ่งเป็น 2แบบคืออำนาจเพื่อตนเอง เป็นความต้องการที่จะมีอำนาจเหนือผู้อื่น เพียงเพื่อให้แสดงว่าตนสามารถใช้อำนาจนั้นได้ และอำนาจเพื่อองค์กร หมายถึงความต้องการเพื่อจะมีอำนาจเพื่อจะสามารถแก้ปัญหาขององค์กร ดังนั้นผู้บริหารที่ดีควรมีการใช้อำนาจทั้งเพื่อตนเอง และเพื่อองค์กร
    ทฤษฎีว่าด้วยกระบวนการ เสนอแนวคิดว่าการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆ ครบถ้วนแล้ว
    ซึงมีความแตกต่างจากทฤษฎีความต้องการ เนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียว คือการตอบสนองความต้องการ แต่ทฤษฎีการรจูงใจด้วยกระบวนการเสนอแนวคิดและจิตใจนั่นคือการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ เสนอแนวคิดว่าการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆ
    (นางสาวศศิประภา ผาดศรี 12590075)

    ตอบลบ
  47. ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการต้องเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามลำดับขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว
    (นางสาวคณภัทร์ ศิริโยธิน 12590108)

    ตอบลบ
  48. ทฤษฎีความต้องการอธิบายความต้องการได้ 3 ประเภท ในชีวิตมนุษย์ว่าล้วนแต่เป็นความต้องการที่มิได้ติดตัวมาแต่กำเนิด แต่เป็นความต้องการที่พัฒนาหรือเกิดเพิ่มขึ้นจากประสบการณ์หรือเหตุการณ์ที่เข้ามาในชีวิต ความต้องการทั้ง 3 ประเภทได้แก่
    1.ความต้องการผูกพัน เป็นความต้องการที่จะมีความรักหรือความผูกพันยินดีกับบุคคลอื่น ดังนั้นผู้บริหารที่ดีควรสร้างความรักและความผูกพันยินดีกับพนักงานในองค์กร
    2.ความต้องการประสบความสำเร็จ เป็นความต้องการเพื่อที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต ดังนั้นผู้บริหารจึงมีความต้องการประสบความสำเร็จในการบริหารองค์กรให้ดี
    3.ความต้องการอำนาจ แบ่งเป็น 2แบบคืออำนาจเพื่อตนเอง เป็นความต้องการที่จะมีอำนาจเหนือผู้อื่น เพียงเพื่อให้แสดงว่าตนสามารถใช้อำนาจนั้นได้ และอำนาจเพื่อองค์กร หมายถึงความต้องการเพื่อจะมีอำนาจเพื่อจะสามารถแก้ปัญหาขององค์กร ดังนั้นผู้บริหารที่ดีควรมีการใช้อำนาจทั้งเพื่อตนเอง และเพื่อองค์กร
    ทฤษฎีว่าด้วยกระบวนการ เสนอแนวคิดว่าการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆ ครบถ้วนแล้ว
    ซึงมีความแตกต่างจากทฤษฎีความต้องการ เนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียว คือการตอบสนองความต้องการ แต่ทฤษฎีการรจูงใจด้วยกระบวนการเสนอแนวคิดและจิตใจนั่นคือการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ เสนอแนวคิดว่าการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆ
    (นางสาวสิตายัน หรุ่นทอง 12590082)

    ตอบลบ
  49. ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการต้องเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามลำดับขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว (ศุภิสรา นรินยา 12590717)

    ตอบลบ
  50. ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการแตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว
    (จุฬาลักษณ์ สกุลวงวาร 12590010)

    ตอบลบ
  51. ทฤษฎีความต้องการอธิบายความต้องการได้ 3 ประเภท ในชีวิตมนุษย์ว่าล้วนแต่เป็นความต้องการที่มิได้ติดตัวมาแต่กำเนิด แต่เป็นความต้องการที่พัฒนาหรือเกิดเพิ่มขึ้นจากประสบการณ์หรือเหตุการณ์ที่เข้ามาในชีวิต ความต้องการทั้ง 3 ประเภทได้แก่
    1.ความต้องการผูกพัน เป็นความต้องการที่จะมีความรักหรือความผูกพันยินดีกับบุคคลอื่น ดังนั้นผู้บริหารที่ดีควรสร้างความรักและความผูกพันยินดีกับพนักงานในองค์กร
    2.ความต้องการประสบความสำเร็จ เป็นความต้องการเพื่อที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต ดังนั้นผู้บริหารจึงมีความต้องการประสบความสำเร็จในการบริหารองค์กรให้ดี
    3.ความต้องการอำนาจ แบ่งเป็น 2แบบคืออำนาจเพื่อตนเอง เป็นความต้องการที่จะมีอำนาจเหนือผู้อื่น เพียงเพื่อให้แสดงว่าตนสามารถใช้อำนาจนั้นได้ และอำนาจเพื่อองค์กร หมายถึงความต้องการเพื่อจะมีอำนาจเพื่อจะสามารถแก้ปัญหาขององค์กร ดังนั้นผู้บริหารที่ดีควรมีการใช้อำนาจทั้งเพื่อตนเอง และเพื่อองค์กร
    ทฤษฎีว่าด้วยกระบวนการ เสนอแนวคิดว่าการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆ ครบถ้วนแล้ว
    ซึงมีความแตกต่างจากทฤษฎีความต้องการ เนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียว คือการตอบสนองความต้องการ แต่ทฤษฎีการรจูงใจด้วยกระบวนการเสนอแนวคิดและจิตใจนั่นคือการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ เสนอแนวคิดว่าการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆ
    (ภัทรานิษฐ์ กุญแจทอง 12590059)

    ตอบลบ
  52. ทฤษฎีความต้องการ เป็นทฤษฎีที่ซึ่งระบุว่าบุคคลมีความต้องการเรียงลำดับจากระดับพื้นฐานที่สุดไปยังระดับสูงสุด กรอบความคิดที่สำคัญของทฤษฎีนี้มีสามประการ คือ
    1.บุคคลเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความต้องการ ความต้องการมีอิทธิพลหรือเป็นเหตุจูงใจต่อพฤติกรรม ความต้องการที่ยังไม่ได้รับการสนองตอบเท่านั้นที่เป็นเหตุจูงใจ ส่วนความต้องการที่ได้รับการสนองตอบแล้วจะไม่เป็นเหตุจูงใจอีกต่อไป
    2.ความต้องการของบุคคลเป็นลำดับชั้นเรียงตามความสำคัญจากความต้องการพื้นฐานไปจนถึงความต้องการที่ซับซ้อน
    3.เมื่อความต้องการลำดับต่ำได้รับการสนอบตอบอย่างดีแล้ว บุคคลจะก้าวไปสู่ความต้องการลำดับที่สูงขึ้นต่อไป
    ส่วนทฤษฎีกระบวนการ จะเสนอแนวคิดว่าการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วยแล้ว
    (สุรีรัตน์ สระเกตุ 12590098)

    ตอบลบ
  53. ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการต้องเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามลำดับขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว
    (นางสาวสุชานรี เวียนมานะ 12590089)

    ตอบลบ
  54. ทฤษฎีการจูงใจว่าดวยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการ เนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียว คือ การตอบสนองความต้องการ แต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการทางความคิดแจะจิตใจ นั่นคือ การจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว
    (ณัฐนพิน ชินวัฒนา 12590021)

    ตอบลบ
  55. ทฤษฎีความต้องการ เป็นทฤษฎีที่ซึ่งระบุว่าบุคคลมีความต้องการเรียงลำดับจากระดับพื้นฐานที่สุดไปยังระดับสูงสุด กรอบความคิดที่สำคัญของทฤษฎีนี้มีสามประการ คือ
    1.บุคคลเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความต้องการ ความต้องการมีอิทธิพลหรือเป็นเหตุจูงใจต่อพฤติกรรม ความต้องการที่ยังไม่ได้รับการสนองตอบเท่านั้นที่เป็นเหตุจูงใจ ส่วนความต้องการที่ได้รับการสนองตอบแล้วจะไม่เป็นเหตุจูงใจอีกต่อไป
    2.ความต้องการของบุคคลเป็นลำดับชั้นเรียงตามความสำคัญจากความต้องการพื้นฐานไปจนถึงความต้องการที่ซับซ้อน
    3.เมื่อความต้องการลำดับต่ำได้รับการสนอบตอบอย่างดีแล้ว บุคคลจะก้าวไปสู่ความต้องการลำดับที่สูงขึ้นต่อไป
    ส่วนทฤษฎีกระบวนการ จะเสนอแนวคิดว่าการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วยแล้ว
    (นางสาวชุติกาญจน์ ปานดารา 12590016)

    ตอบลบ
  56. ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการแตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว
    (วริศ เอี๊ยวชัยพร 070)

    ตอบลบ

  57. ทฤษฎีความต้องการ เป็นทฤษฎีที่ซึ่งระบุว่าบุคคลมีความต้องการเรียงลำดับจากระดับพื้นฐานที่สุดไปยังระดับสูงสุด กรอบความคิดที่สำคัญของทฤษฎีนี้มีสามประการ คือ
    1.บุคคลเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความต้องการ ความต้องการมีอิทธิพลหรือเป็นเหตุจูงใจต่อพฤติกรรม ความต้องการที่ยังไม่ได้รับการสนองตอบเท่านั้นที่เป็นเหตุจูงใจ ส่วนความต้องการที่ได้รับการสนองตอบแล้วจะไม่เป็นเหตุจูงใจอีกต่อไป
    2.ความต้องการของบุคคลเป็นลำดับชั้นเรียงตามความสำคัญจากความต้องการพื้นฐานไปจนถึงความต้องการที่ซับซ้อน
    3.เมื่อความต้องการลำดับต่ำได้รับการสนอบตอบอย่างดีแล้ว บุคคลจะก้าวไปสู่ความต้องการลำดับที่สูงขึ้นต่อไป
    ส่วนทฤษฎีกระบวนการ จะเสนอแนวคิดว่าการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วยแล้ว
    (ปาลิตา มนัสปัญญากุล 12590049)

    ตอบลบ
  58. ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการต้องเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามลำดับขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว

    (สมภพ ขุนทรง 12590079)

    ตอบลบ
  59. ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการต้องเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามลำดับขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว
    (ธนสิทธิ์ อาจอ่อนศรี 12590036 )

    ตอบลบ
  60. ทฤษฎีความต้องการอธิบายความต้องการได้ 3 ประเภท ในชีวิตมนุษย์ว่าล้วนแต่เป็นความต้องการที่มิได้ติดตัวมาแต่กำเนิด แต่เป็นความต้องการที่พัฒนาหรือเกิดเพิ่มขึ้นจากประสบการณ์หรือเหตุการณ์ที่เข้ามาในชีวิต ความต้องการทั้ง 3 ประเภทได้แก่
    1.ความต้องการผูกพัน เป็นความต้องการที่จะมีความรักหรือความผูกพันยินดีกับบุคคลอื่น ดังนั้นผู้บริหารที่ดีควรสร้างความรักและความผูกพันยินดีกับพนักงานในองค์กร
    2.ความต้องการประสบความสำเร็จ เป็นความต้องการเพื่อที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต ดังนั้นผู้บริหารจึงมีความต้องการประสบความสำเร็จในการบริหารองค์กรให้ดี
    3.ความต้องการอำนาจ แบ่งเป็น 2แบบคืออำนาจเพื่อตนเอง เป็นความต้องการที่จะมีอำนาจเหนือผู้อื่น เพียงเพื่อให้แสดงว่าตนสามารถใช้อำนาจนั้นได้ และอำนาจเพื่อองค์กร หมายถึงความต้องการเพื่อจะมีอำนาจเพื่อจะสามารถแก้ปัญหาขององค์กร ดังนั้นผู้บริหารที่ดีควรมีการใช้อำนาจทั้งเพื่อตนเอง และเพื่อองค์กร
    ทฤษฎีว่าด้วยกระบวนการ เสนอแนวคิดว่าการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆ ครบถ้วนแล้ว
    ซึงมีความแตกต่างจากทฤษฎีความต้องการ เนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียว คือการตอบสนองความต้องการ แต่ทฤษฎีการรจูงใจด้วยกระบวนการเสนอแนวคิดและจิตใจนั่นคือการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ เสนอแนวคิดว่าการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆ
    (นางสาวเอเซีย พิทยาพละ 12590112)

    ตอบลบ