ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการแตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว(นางสาวอัมรินทร์ เกมอ 12590105)
ทฤษฎีความต้องการ เป็นทฤษฎีที่ซึ่งระบุว่าบุคคลมีความต้องการเรียงลำดับจากระดับพื้นฐานที่สุดไปยังระดับสูงสุด กรอบความคิดที่สำคัญของทฤษฎีนี้มีสามประการ คือ1.บุคคลเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความต้องการ ความต้องการมีอิทธิพลหรือเป็นเหตุจูงใจต่อพฤติกรรม ความต้องการที่ยังไม่ได้รับการสนองตอบเท่านั้นที่เป็นเหตุจูงใจ ส่วนความต้องการที่ได้รับการสนองตอบแล้วจะไม่เป็นเหตุจูงใจอีกต่อไป2.ความต้องการของบุคคลเป็นลำดับชั้นเรียงตามความสำคัญจากความต้องการพื้นฐานไปจนถึงความต้องการที่ซับซ้อน3.เมื่อความต้องการลำดับต่ำได้รับการสนอบตอบอย่างดีแล้ว บุคคลจะก้าวไปสู่ความต้องการลำดับที่สูงขึ้นต่อไปส่วนทฤษฎีกระบวนการ จะเสนอแนวคิดว่าการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วยแล้ว(ปิยาภรณ์ ชินวงค์พรหม 12590051)
ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการต้องเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามลำดับขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้วน.ส.วราภรณ์ ขันสมบัติ 12590069
12. จงอธิบายเปรียบเทียบความเหมือนหรือความแตกต่างของแนวคิดและผลลัพธ์การจูงใจโดยใช้ทฤษฎีความต้องการและทฤษฎีกระบวนการตอบ : ทฤษฎีการจูงใจว่าดวยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการ เนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียว คือ การตอบสนองความต้องการ แต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการทางความคิดแจะจิตใจ นั่นคือ การจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว นางสาวสุดารัตน์ สุขสาม (รหัส 12590090)
ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการต้องเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามลำดับขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว(ชนกนาฎ สหทรัพย์เจริญ 12590012 )
ทฤษฎีความต้องการอธิบายความต้องการได้ 3 ประเภท ในชีวิตมนุษย์ว่าล้วนแต่เป็นความต้องการที่มิได้ติดตัวมาแต่กำเนิด แต่เป็นความต้องการที่พัฒนาหรือเกิดเพิ่มขึ้นจากประสบการณ์หรือเหตุการณ์ที่เข้ามาในชีวิต ความต้องการทั้ง 3 ประเภทได้แก่ 1.ความต้องการผูกพัน เป็นความต้องการที่จะมีความรักหรือความผูกพันยินดีกับบุคคลอื่น ดังนั้นผู้บริหารที่ดีควรสร้างความรักและความผูกพันยินดีกับพนักงานในองค์กร2.ความต้องการประสบความสำเร็จ เป็นความต้องการเพื่อที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต ดังนั้นผู้บริหารจึงมีความต้องการประสบความสำเร็จในการบริหารองค์กรให้ดี3.ความต้องการอำนาจ แบ่งเป็น 2แบบคืออำนาจเพื่อตนเอง เป็นความต้องการที่จะมีอำนาจเหนือผู้อื่น เพียงเพื่อให้แสดงว่าตนสามารถใช้อำนาจนั้นได้ และอำนาจเพื่อองค์กร หมายถึงความต้องการเพื่อจะมีอำนาจเพื่อจะสามารถแก้ปัญหาขององค์กร ดังนั้นผู้บริหารที่ดีควรมีการใช้อำนาจทั้งเพื่อตนเอง และเพื่อองค์กร ทฤษฎีว่าด้วยกระบวนการ เสนอแนวคิดว่าการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆ ครบถ้วนแล้วซึงมีความแตกต่างจากทฤษฎีความต้องการ เนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียว คือการตอบสนองความต้องการ แต่ทฤษฎีการรจูงใจด้วยกระบวนการเสนอแนวคิดและจิตใจนั่นคือการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ เสนอแนวคิดว่าการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆ(อารียา ปานทอง 12590109)
ข้อที่ 12ทฤษฎีของการจูงใจ (theories of motivation) การจูงใจเป็นกระบวนการที่บุคคลถูกกระตุ้นจากสิ่งเร้าโดยจงใจให้กระทำหรือดิ้นรนเพื่อให้บรรลุจุดประสงค์บางอย่างซึ่งจะเห็นได้พฤติกรรมที่เกิดจากการจูงใจเป็นพฤติกรรมที่มิใช่เป็นเพียงการตอบสนองสิ่งเร้าปกติธรรมดา ยกตัวอย่างลักษณะของการตอบสนองสิ่งเร้าปกติคือ การขานรับเมื่อได้ยินเสียงเรียก แต่การตอบสนองสิ่งเร้าจัดว่าเป็นพฤติกรรมที่เกิดจากการจูงใจเช่น พนักงานตั้งใจทำงานเพื่อหวังความดีความชองเป็นกรณีพิเศษทฤษฎีความต้องการของมาสโลว์ (Maslow is Theory of Need Gratification) แนวทางหนึ่งในการพัฒนาบุคคลให้เป็นผู้มีคุณธรรมจริยธรรม บุคคลที่พัฒนาถึงขั้นตระหนักในตนเอง (self-actualization) เป็นบุคคลที่มีจริยธรรม มีวินัยในตนเอง และมีบุคลิกภาพประชาธิปไตย การพัฒนาจากขั้นต้นไปสู่ขั้นต่อ ๆ ไปนั้น ต้องอาศัยความ “พอ” ของบุคคล ซึ่งความพอนี้ นอกจากจะขึ้นกับสภาพทางกายแล้ว ยังขึ้นอยู่กับความรู้สึกพอดีด้วย จึงมิได้หมายความว่าทุกคนจะต้องได้รับการสนองตอบความต้องการพื้นฐานเท่า ๆ กัน แต่เป็นไปตามลำดับขั้นเหมือน ๆ กัน(อรณิชา ศรีสมัย 1259102)
ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการต้องเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามลำดับขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว(นางสาวสิริรัตน์ ศิริพรทุม 12590086)
ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการแตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว(นางสาวณัฐฐา จินตกวีพันธุ์ 12590020)
ทฤษฎีความต้องการอธิบายความต้องการได้ 3 ประเภท ในชีวิตมนุษย์ว่าล้วนแต่เป็นความต้องการที่มิได้ติดตัวมาแต่กำเนิด แต่เป็นความต้องการที่พัฒนาหรือเกิดเพิ่มขึ้นจากประสบการณ์หรือเหตุการณ์ที่เข้ามาในชีวิต ความต้องการทั้ง 3 ประเภทได้แก่ 1.ความต้องการผูกพัน เป็นความต้องการที่จะมีความรักหรือความผูกพันยินดีกับบุคคลอื่น ดังนั้นผู้บริหารที่ดีควรสร้างความรักและความผูกพันยินดีกับพนักงานในองค์กร2.ความต้องการประสบความสำเร็จ เป็นความต้องการเพื่อที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต ดังนั้นผู้บริหารจึงมีความต้องการประสบความสำเร็จในการบริหารองค์กรให้ดี3.ความต้องการอำนาจ แบ่งเป็น 2แบบคืออำนาจเพื่อตนเอง เป็นความต้องการที่จะมีอำนาจเหนือผู้อื่น เพียงเพื่อให้แสดงว่าตนสามารถใช้อำนาจนั้นได้ และอำนาจเพื่อองค์กร หมายถึงความต้องการเพื่อจะมีอำนาจเพื่อจะสามารถแก้ปัญหาขององค์กร ดังนั้นผู้บริหารที่ดีควรมีการใช้อำนาจทั้งเพื่อตนเอง และเพื่อองค์กรทฤษฎีว่าด้วยกระบวนการ เสนอแนวคิดว่าการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆ ครบถ้วนแล้วซึงมีความแตกต่างจากทฤษฎีความต้องการ เนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียว คือการตอบสนองความต้องการ แต่ทฤษฎีการรจูงใจด้วยกระบวนการเสนอแนวคิดและจิตใจนั่นคือการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ เสนอแนวคิดว่าการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆ(นางสาวสิริกร ราชมณี12590084)
ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการ เนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียว คือ การตอบสนองความต้องการ แต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ เสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจ นั่นคือ การจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว(นางสาวกรกนก จันทร์พันธุ์ 12590003)
ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการต้องเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามลำดับขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว(นางสาว สรัสนันท์ บุญมี 12590080)
ทฤษฎีของการจูงใจ (theories of motivation) การจูงใจเป็นกระบวนการที่บุคคลถูกกระตุ้นจากสิ่งเร้าโดยจงใจให้กระทำหรือดิ้นรนเพื่อให้บรรลุจุดประสงค์บางอย่างซึ่งจะเห็นได้พฤติกรรมที่เกิดจากการจูงใจเป็นพฤติกรรมที่มิใช่เป็นเพียงการตอบสนองสิ่งเร้าปกติธรรมดา ยกตัวอย่างลักษณะของการตอบสนองสิ่งเร้าปกติคือ การขานรับเมื่อได้ยินเสียงเรียก แต่การตอบสนองสิ่งเร้าจัดว่าเป็นพฤติกรรมที่เกิดจากการจูงใจเช่น พนักงานตั้งใจทำงานเพื่อหวังความดีความชองเป็นกรณีพิเศษทฤษฎีความต้องการของมาสโลว์ (Maslow is Theory of Need Gratification) แนวทางหนึ่งในการพัฒนาบุคคลให้เป็นผู้มีคุณธรรมจริยธรรม บุคคลที่พัฒนาถึงขั้นตระหนักในตนเอง (self-actualization) เป็นบุคคลที่มีจริยธรรม มีวินัยในตนเอง และมีบุคลิกภาพประชาธิปไตย การพัฒนาจากขั้นต้นไปสู่ขั้นต่อ ๆ ไปนั้น ต้องอาศัยความ “พอ” ของบุคคล ซึ่งความพอนี้ นอกจากจะขึ้นกับสภาพทางกายแล้ว ยังขึ้นอยู่กับความรู้สึกพอดีด้วย จึงมิได้หมายความว่าทุกคนจะต้องได้รับการสนองตอบความต้องการพื้นฐานเท่า ๆ กัน แต่เป็นไปตามลำดับขั้นเหมือน ๆ กันสุภัทษา สนธิช่วย 12590096
ในชีวิตมนุษย์ว่าล้วนแต่เป็นความต้องการที่มิได้ติดตัวมาแต่กำเนิด แต่เป็นความต้องการที่พัฒนาหรือเกิดเพิ่มขึ้นจากประสบการณ์หรือเหตุการณ์ที่เข้ามาในชีวิต ความต้องการทั้ง 3 ประเภทได้แก่ 1.ความต้องการผูกพัน เป็นความต้องการที่จะมีความรักหรือความผูกพันยินดีกับบุคคลอื่น ดังนั้นผู้บริหารที่ดีควรสร้างความรักและความผูกพันยินดีกับพนักงานในองค์กร2.ความต้องการประสบความสำเร็จ เป็นความต้องการเพื่อที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต ดังนั้นผู้บริหารจึงมีความต้องการประสบความสำเร็จในการบริหารองค์กรให้ดี3.ความต้องการอำนาจ เป็นความต้องการที่จะมีอำนาจเหนือผู้อื่น(นางสาวภิตติมาตุ์ เอื้ออรุณชัย 12590062)
ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการแตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการ ดังนี้-เนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการ-แต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว(อภิษฐา เนียมศิริ 12590101)
-ทฤษฎีความต้องการอธิบายความต้องการได้ 3 ประเภท1.ความต้องการผูกพัน2.ความต้องการประสบความสำเร็จ 3.ความต้องการอำนาจ -ทฤษฎีว่าด้วยกระบวนการ เสนอแนวคิดว่าการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆ ครบถ้วนแล้วซึงมีความแตกต่างจากทฤษฎีความต้องการ เนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียว คือการตอบสนองความต้องการ แต่ทฤษฎีการรจูงใจด้วยกระบวนการเสนอแนวคิดและจิตใจนั่นคือการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ เสนอแนวคิดว่าการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว(ศศิพิมพ์ ชัยกุลพัฒนา 12590076)
ทฤษฎีความต้องการ เป็นทฤษฎีที่ซึ่งระบุว่าบุคคลมีความต้องการเรียงลำดับจากระดับพื้นฐานที่สุดไปยังระดับสูงสุด กรอบความคิดที่สำคัญของทฤษฎีนี้มีสามประการ คือ1.บุคคลเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความต้องการ ความต้องการมีอิทธิพลหรือเป็นเหตุจูงใจต่อพฤติกรรม ความต้องการที่ยังไม่ได้รับการสนองตอบเท่านั้นที่เป็นเหตุจูงใจ ส่วนความต้องการที่ได้รับการสนองตอบแล้วจะไม่เป็นเหตุจูงใจอีกต่อไป2.ความต้องการของบุคคลเป็นลำดับชั้นเรียงตามความสำคัญจากความต้องการพื้นฐานไปจนถึงความต้องการที่ซับซ้อน3.เมื่อความต้องการลำดับต่ำได้รับการสนอบตอบอย่างดีแล้ว บุคคลจะก้าวไปสู่ความต้องการลำดับที่สูงขึ้นต่อไปส่วนทฤษฎีกระบวนการ จะเสนอแนวคิดว่าการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วยแล้วดวงหทัย โฉมมา 12590029
ทฤษฎีการจูงใจว่าดวยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการ เนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียว คือ การตอบสนองความต้องการ แต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการทางความคิดแจะจิตใจ นั่นคือ การจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว(นางสาวปรมาพร สิงขรรัตน์ 12590046)
ทฤษฎีความต้องการอธิบายความต้องการได้ 3 ประเภท ในชีวิตมนุษย์ว่าล้วนแต่เป็นความต้องการที่มิได้ติดตัวมาแต่กำเนิด แต่เป็นความต้องการที่พัฒนาหรือเกิดเพิ่มขึ้นจากประสบการณ์หรือเหตุการณ์ที่เข้ามาในชีวิต ความต้องการทั้ง 3 ประเภทได้แก่ 1.ความต้องการผูกพัน เป็นความต้องการที่จะมีความรักหรือความผูกพันยินดีกับบุคคลอื่น ดังนั้นผู้บริหารที่ดีควรสร้างความรักและความผูกพันยินดีกับพนักงานในองค์กร2.ความต้องการประสบความสำเร็จ เป็นความต้องการเพื่อที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต ดังนั้นผู้บริหารจึงมีความต้องการประสบความสำเร็จในการบริหารองค์กรให้ดี3.ความต้องการอำนาจ แบ่งเป็น 2แบบคืออำนาจเพื่อตนเอง เป็นความต้องการที่จะมีอำนาจเหนือผู้อื่น เพียงเพื่อให้แสดงว่าตนสามารถใช้อำนาจนั้นได้ และอำนาจเพื่อองค์กร หมายถึงความต้องการเพื่อจะมีอำนาจเพื่อจะสามารถแก้ปัญหาขององค์กร ดังนั้นผู้บริหารที่ดีควรมีการใช้อำนาจทั้งเพื่อตนเอง และเพื่อองค์กรทฤษฎีว่าด้วยกระบวนการ เสนอแนวคิดว่าการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆ ครบถ้วนแล้วซึงมีความแตกต่างจากทฤษฎีความต้องการ เนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียว คือการตอบสนองความต้องการ แต่ทฤษฎีการรจูงใจด้วยกระบวนการเสนอแนวคิดและจิตใจนั่นคือการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ เสนอแนวคิดว่าการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆนางาสาวภัทราพร ผังรักษ์ 12590061
ทฤษฎีการจูงใจว่าดวยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการ เนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียว คือ การตอบสนองความต้องการ แต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการทางความคิดแจะจิตใจ นั่นคือ การจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว (อภัสสร ปูชนียกุล 12590100)
ทฤษฎีความต้องการ เป็นทฤษฎีที่ซึ่งระบุว่าบุคคลมีความต้องการเรียงลำดับจากระดับพื้นฐานที่สุดไปยังระดับสูงสุด กรอบความคิดที่สำคัญของทฤษฎีนี้มีสามประการ คือ 1.ความต้องการผูกพัน เป็นความต้องการที่จะมีความรักหรือความผูกพันยินดีกับบุคคลอื่น ดังนั้นผู้บริหารที่ดีควรสร้างความรักและความผูกพันยินดีกับพนักงานในองค์กร2.ความต้องการประสบความสำเร็จ เป็นความต้องการเพื่อที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต ดังนั้นผู้บริหารจึงมีความต้องการประสบความสำเร็จในการบริหารองค์กรให้ดี3.ความต้องการอำนาจ แบ่งเป็น 2แบบคืออำนาจเพื่อตนเอง เป็นความต้องการที่จะมีอำนาจเหนือผู้อื่น (นางสาวบุญธิดา กะตะศิลา 12590043 )
ทฤษฎีความต้องการอธิบายความต้องการได้ 3 ประเภท ในชีวิตมนุษย์ว่าล้วนแต่เป็นความต้องการที่มิได้ติดตัวมาแต่กำเนิด แต่เป็นความต้องการที่พัฒนาหรือเกิดเพิ่มขึ้นจากประสบการณ์หรือเหตุการณ์ที่เข้ามาในชีวิต ความต้องการทั้ง 3 ประเภทได้แก่1.ความต้องการผูกพัน เป็นความต้องการที่จะมีความรักหรือความผูกพันยินดีกับบุคคลอื่น ดังนั้นผู้บริหารที่ดีควรสร้างความรักและความผูกพันยินดีกับพนักงานในองค์กร2.ความต้องการประสบความสำเร็จ เป็นความต้องการเพื่อที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต ดังนั้นผู้บริหารจึงมีความต้องการประสบความสำเร็จในการบริหารองค์กรให้ดี3.ความต้องการอำนาจ แบ่งเป็น 2แบบคืออำนาจเพื่อตนเอง เป็นความต้องการที่จะมีอำนาจเหนือผู้อื่น เพียงเพื่อให้แสดงว่าตนสามารถใช้อำนาจนั้นได้ และอำนาจเพื่อองค์กร หมายถึงความต้องการเพื่อจะมีอำนาจเพื่อจะสามารถแก้ปัญหาขององค์กร ดังนั้นผู้บริหารที่ดีควรมีการใช้อำนาจทั้งเพื่อตนเอง และเพื่อองค์กรทฤษฎีว่าด้วยกระบวนการ เสนอแนวคิดว่าการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆ ครบถ้วนแล้วซึงมีความแตกต่างจากทฤษฎีความต้องการ เนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียว คือการตอบสนองความต้องการ แต่ทฤษฎีการรจูงใจด้วยกระบวนการเสนอแนวคิดและจิตใจนั่นคือการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ เสนอแนวคิดว่าการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆ (นางสาวเบญญาภา กรีรถ 12590044)
ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการต้องเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามลำดับขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว(นายสิทธิชัย พ่อค้าเรือ 12590083)
ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการต้องเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามลำดับขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว(นายชินวัตร พิพัฒน์พงศานนท์ 12590015)
ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการต้องเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามลำดับขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว(นางสาวชัชญาณ์ณัฐ ภูสิศภัทรนนท์ 12590110)
ทฤษฎีความต้องการอธิบายความต้องการได้ 3 ประเภท ในชีวิตมนุษย์ว่าล้วนแต่เป็นความต้องการที่มิได้ติดตัวมาแต่กำเนิด แต่เป็นความต้องการที่พัฒนาหรือเกิดเพิ่มขึ้นจากประสบการณ์หรือเหตุการณ์ที่เข้ามาในชีวิต ความต้องการทั้ง 3 ประเภทได้แก่ 1.ความต้องการผูกพัน เป็นความต้องการที่จะมีความรักหรือความผูกพันยินดีกับบุคคลอื่น ดังนั้นผู้บริหารที่ดีควรสร้างความรักและความผูกพันยินดีกับพนักงานในองค์กร2.ความต้องการประสบความสำเร็จ เป็นความต้องการเพื่อที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต ดังนั้นผู้บริหารจึงมีความต้องการประสบความสำเร็จในการบริหารองค์กรให้ดี3.ความต้องการอำนาจ แบ่งเป็น 2แบบคืออำนาจเพื่อตนเอง เป็นความต้องการที่จะมีอำนาจเหนือผู้อื่น เพียงเพื่อให้แสดงว่าตนสามารถใช้อำนาจนั้นได้ และอำนาจเพื่อองค์กร หมายถึงความต้องการเพื่อจะมีอำนาจเพื่อจะสามารถแก้ปัญหาขององค์กร ดังนั้นผู้บริหารที่ดีควรมีการใช้อำนาจทั้งเพื่อตนเอง และเพื่อองค์กรทฤษฎีว่าด้วยกระบวนการ เสนอแนวคิดว่าการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆ ครบถ้วนแล้วซึงมีความแตกต่างจากทฤษฎีความต้องการ เนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียว คือการตอบสนองความต้องการ แต่ทฤษฎีการรจูงใจด้วยกระบวนการเสนอแนวคิดและจิตใจนั่นคือการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ เสนอแนวคิดว่าการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆ(นางสาวณัฐพร ทองปลิว 12590024)
ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการ เนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียว คือการตอบสนองความต้องการ แต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการทางความคิดแจะจิตใจ นั่นคือการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว(ปวีณา เดตุแย้ม 12590047)
ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการแตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว(นางสาวพัชรา จูเอี่ยม 12590054)
ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการต้องเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามลำดับขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ววัชระ จริยสุขสกุล
เนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการทางความคิดแจะจิตใจ นั่นคือ การจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้วนางสาววชิราพร คำกอง 12590068
ทฤษฎีของการจูงใจ (theories of motivation) การจูงใจเป็นกระบวนการที่บุคคลถูกกระตุ้นจากสิ่งเร้าโดยจงใจให้กระทำหรือดิ้นรนเพื่อให้บรรลุจุดประสงค์บางอย่างซึ่งจะเห็นได้พฤติกรรมที่เกิดจากการจูงใจเป็นพฤติกรรมที่มิใช่เป็นเพียงการตอบสนองสิ่งเร้าปกติธรรมดา ยกตัวอย่างลักษณะของการตอบสนองสิ่งเร้าปกติคือ การขานรับเมื่อได้ยินเสียงเรียก แต่การตอบสนองสิ่งเร้าจัดว่าเป็นพฤติกรรมที่เกิดจากการจูงใจเช่น พนักงานตั้งใจทำงานเพื่อหวังความดีความชองเป็นกรณีพิเศษ ทฤษฎีความต้องการของมาสโลว์ (Maslow is Theory of Need Gratification) แนวทางหนึ่งในการพัฒนาบุคคลให้เป็นผู้มีคุณธรรมจริยธรรม บุคคลที่พัฒนาถึงขั้นตระหนักในตนเอง (self-actualization) เป็นบุคคลที่มีจริยธรรม มีวินัยในตนเอง และมีบุคลิกภาพประชาธิปไตย การพัฒนาจากขั้นต้นไปสู่ขั้นต่อ ๆ ไปนั้น ต้องอาศัยความ “พอ” ของบุคคล ซึ่งความพอนี้ นอกจากจะขึ้นกับสภาพทางกายแล้ว ยังขึ้นอยู่กับความรู้สึกพอดีด้วย จึงมิได้หมายความว่าทุกคนจะต้องได้รับการสนองตอบความต้องการพื้นฐานเท่า ๆ กัน แต่เป็นไปตามลำดับขั้นเหมือน ๆ กันรัญชริดา มะนุ่น 12590067
ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการต้องเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามลำดับขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้วนายดนุสรณ์ เลิศเศรษฐี 12590028
ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการต้องเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามลำดับขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว(นายนภนต์ เจียรนัย 12590040)
ทฤษฎีความต้องการ เป็นทฤษฎีที่ซึ่งระบุว่าบุคคลมีความต้องการเรียงลำดับจากระดับพื้นฐานที่สุดไปยังระดับสูงสุด กรอบความคิดที่สำคัญของทฤษฎีนี้มีสามประการ คือ1.บุคคลเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความต้องการ ความต้องการมีอิทธิพลหรือเป็นเหตุจูงใจต่อพฤติกรรม ความต้องการที่ยังไม่ได้รับการสนองตอบเท่านั้นที่เป็นเหตุจูงใจ ส่วนความต้องการที่ได้รับการสนองตอบแล้วจะไม่เป็นเหตุจูงใจอีกต่อไป2.ความต้องการของบุคคลเป็นลำดับชั้นเรียงตามความสำคัญจากความต้องการพื้นฐานไปจนถึงความต้องการที่ซับซ้อน3.เมื่อความต้องการลำดับต่ำได้รับการสนอบตอบอย่างดีแล้ว บุคคลจะก้าวไปสู่ความต้องการลำดับที่สูงขึ้นต่อไปส่วนทฤษฎีกระบวนการ จะเสนอแนวคิดว่าการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วยแล้ว(ธนพล โชครัตน์ประภา 12590033)
ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการแตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว(วิลาสินี เกตุแก้ว 12590073)
ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการแตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว (อังคณา พิทักษ์สุข 12590104)
ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการแตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว(ชนาวาส บัววงค์ 12590013)
ทฤษฎีการจูงใจว่าดวยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการ เนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียว คือ การตอบสนองความต้องการ แต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการทางความคิดแจะจิตใจ นั่นคือ การจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว(น.ส.ดารารัตน์ ดาสาลี 12590030)
ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการแตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว(พงศธร ศิริสมบูรณ์ 12590052)
ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการแตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว(ศิฌาวี เรือนปัญจะ 12590078)
ทฤษฎีความต้องการ เป็นทฤษฎีที่ซึ่งระบุว่าบุคคลมีความต้องการเรียงลำดับจากระดับพื้นฐานที่สุดไปยังระดับสูงสุด กรอบความคิดที่สำคัญของทฤษฎีนี้มีสามประการ คือ1.บุคคลเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความต้องการ ความต้องการมีอิทธิพลหรือเป็นเหตุจูงใจต่อพฤติกรรม ความต้องการที่ยังไม่ได้รับการสนองตอบเท่านั้นที่เป็นเหตุจูงใจ ส่วนความต้องการที่ได้รับการสนองตอบแล้วจะไม่เป็นเหตุจูงใจอีกต่อไป2.ความต้องการของบุคคลเป็นลำดับชั้นเรียงตามความสำคัญจากความต้องการพื้นฐานไปจนถึงความต้องการที่ซับซ้อน3.เมื่อความต้องการลำดับต่ำได้รับการสนอบตอบอย่างดีแล้ว บุคคลจะก้าวไปสู่ความต้องการลำดับที่สูงขึ้นต่อไปส่วนทฤษฎีกระบวนการ จะเสนอแนวคิดว่าการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วยแล้ว(สุรีรัตน์ ศักดิ์ภิรมย์ 12590954)
ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการต้องเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามลำดับขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้วกุลปริยา แย้มเกษร 12590005
ทฤษฎีของการจูงใจ (theories of motivation) การจูงใจเป็นกระบวนการที่บุคคลถูกกระตุ้นจากสิ่งเร้าโดยจงใจให้กระทำหรือดิ้นรนเพื่อให้บรรลุจุดประสงค์บางอย่างซึ่งจะเห็นได้พฤติกรรมที่เกิดจากการจูงใจเป็นพฤติกรรมที่มิใช่เป็นเพียงการตอบสนองสิ่งเร้าปกติธรรมดา ยกตัวอย่างลักษณะของการตอบสนองสิ่งเร้าปกติคือ การขานรับเมื่อได้ยินเสียงเรียก แต่การตอบสนองสิ่งเร้าจัดว่าเป็นพฤติกรรมที่เกิดจากการจูงใจเช่น พนักงานตั้งใจทำงานเพื่อหวังความดีความชองเป็นกรณีพิเศษทฤษฏีความต้องการของมาสโลว์ (Maslow is Theory of Need Gratification) แนวทางหนึ่งในการพัฒนาบุคคลให้เป็นผู้มีคุณธรรมจริยธรรม บุคคลที่พัฒนาถึงขั้นตระหนักในตนเอง (self-actualization) เป็นบุคคลที่มีจริยธรรม มีวินัยในตนเอง และมีบุคลิกภาพประชาธิปไตย การพัฒนาจากขั้นต้นไปสู่ขั้นต่อ ๆ ไปนั้น ต้องอาศัยความ “พอ” ของบุคคล ซึ่งความพอนี้ นอกจากจะขึ้นกับสภาพทางกายแล้ว ยังขึ้นอยู่กับความรู้สึกพอดีด้วย จึงมิได้หมายความว่าทุกคนจะต้องได้รับการสนองตอบความต้องการพื้นฐานเท่า ๆ กัน แต่เป็นไปตามลำดับขั้นเหมือน ๆ กัน(นางสาวอรวี ศรีวิโน 12590103)
ทฤษฎีของการจูงใจ (theories of motivation) เป็นกระบวนการที่บุคคลถูกกระตุ้นจากสิ่งเร้าโดยจงใจให้กระทำหรือดิ้นรนเพื่อให้บรรลุจุดประสงค์บางอย่างซึ่งจะเห็นได้พฤติกรรมที่เกิดจากการจูงใจเป็นพฤติกรรมที่มิใช่เป็นเพียงการตอบสนองสิ่งเร้าปกติธรรมดา ทฤษฏีความต้องการของมาสโลว์ (Maslow is Theory of Need Gratification) แนวทางหนึ่งในการพัฒนาบุคคลให้เป็นผู้มีคุณธรรมจริยธรรม บุคคลที่พัฒนาถึงขั้นตระหนักในตนเอง (self-actualization) เป็นบุคคลที่มีจริยธรรม มีวินัยในตนเอง และมีบุคลิกภาพประชาธิปไตย การพัฒนาจากขั้นต้นไปสู่ขั้นต่อ ๆ ไปนั้น ต้องอาศัยความ “พอ” ของบุคคล ซึ่งความพอนี้ นอกจากจะขึ้นกับสภาพทางกายแล้ว ยังขึ้นอยู่กับความรู้สึกพอดีด้วย จึงมิได้หมายความว่าทุกคนจะต้องได้รับการสนองตอบความต้องการพื้นฐานเท่า ๆ กัน แต่เป็นไปตามลำดับขั้นเหมือน ๆ กันดังนั้น ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการ เนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียว คือการตอบสนองความต้องการ แต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการทางความคิดแจะจิตใจ นั่นคือการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว(ณัฐฌา ปักกัง 12590019)
ทฤษฎีการจูงใจว่าดวยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการ เนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียว คือ การตอบสนองความต้องการ แต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการทางความคิดแจะจิตใจ นั่นคือ การจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว(นางสาวกชกร เดชกำแหง 12590001)
ทฤษฎีความต้องการอธิบายความต้องการได้ 3 ประเภท ในชีวิตมนุษย์ว่าล้วนแต่เป็นความต้องการที่มิได้ติดตัวมาแต่กำเนิด แต่เป็นความต้องการที่พัฒนาหรือเกิดเพิ่มขึ้นจากประสบการณ์หรือเหตุการณ์ที่เข้ามาในชีวิต ความต้องการทั้ง 3 ประเภทได้แก่ 1.ความต้องการผูกพัน เป็นความต้องการที่จะมีความรักหรือความผูกพันยินดีกับบุคคลอื่น ดังนั้นผู้บริหารที่ดีควรสร้างความรักและความผูกพันยินดีกับพนักงานในองค์กร2.ความต้องการประสบความสำเร็จ เป็นความต้องการเพื่อที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต ดังนั้นผู้บริหารจึงมีความต้องการประสบความสำเร็จในการบริหารองค์กรให้ดี3.ความต้องการอำนาจ แบ่งเป็น 2แบบคืออำนาจเพื่อตนเอง เป็นความต้องการที่จะมีอำนาจเหนือผู้อื่น เพียงเพื่อให้แสดงว่าตนสามารถใช้อำนาจนั้นได้ และอำนาจเพื่อองค์กร หมายถึงความต้องการเพื่อจะมีอำนาจเพื่อจะสามารถแก้ปัญหาขององค์กร ดังนั้นผู้บริหารที่ดีควรมีการใช้อำนาจทั้งเพื่อตนเอง และเพื่อองค์กรทฤษฎีว่าด้วยกระบวนการ เสนอแนวคิดว่าการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆ ครบถ้วนแล้วซึงมีความแตกต่างจากทฤษฎีความต้องการ เนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียว คือการตอบสนองความต้องการ แต่ทฤษฎีการรจูงใจด้วยกระบวนการเสนอแนวคิดและจิตใจนั่นคือการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ เสนอแนวคิดว่าการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆ(นางสาวศศิประภา ผาดศรี 12590075)
ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการต้องเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามลำดับขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว(นางสาวคณภัทร์ ศิริโยธิน 12590108)
ทฤษฎีความต้องการอธิบายความต้องการได้ 3 ประเภท ในชีวิตมนุษย์ว่าล้วนแต่เป็นความต้องการที่มิได้ติดตัวมาแต่กำเนิด แต่เป็นความต้องการที่พัฒนาหรือเกิดเพิ่มขึ้นจากประสบการณ์หรือเหตุการณ์ที่เข้ามาในชีวิต ความต้องการทั้ง 3 ประเภทได้แก่ 1.ความต้องการผูกพัน เป็นความต้องการที่จะมีความรักหรือความผูกพันยินดีกับบุคคลอื่น ดังนั้นผู้บริหารที่ดีควรสร้างความรักและความผูกพันยินดีกับพนักงานในองค์กร2.ความต้องการประสบความสำเร็จ เป็นความต้องการเพื่อที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต ดังนั้นผู้บริหารจึงมีความต้องการประสบความสำเร็จในการบริหารองค์กรให้ดี3.ความต้องการอำนาจ แบ่งเป็น 2แบบคืออำนาจเพื่อตนเอง เป็นความต้องการที่จะมีอำนาจเหนือผู้อื่น เพียงเพื่อให้แสดงว่าตนสามารถใช้อำนาจนั้นได้ และอำนาจเพื่อองค์กร หมายถึงความต้องการเพื่อจะมีอำนาจเพื่อจะสามารถแก้ปัญหาขององค์กร ดังนั้นผู้บริหารที่ดีควรมีการใช้อำนาจทั้งเพื่อตนเอง และเพื่อองค์กรทฤษฎีว่าด้วยกระบวนการ เสนอแนวคิดว่าการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆ ครบถ้วนแล้วซึงมีความแตกต่างจากทฤษฎีความต้องการ เนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียว คือการตอบสนองความต้องการ แต่ทฤษฎีการรจูงใจด้วยกระบวนการเสนอแนวคิดและจิตใจนั่นคือการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ เสนอแนวคิดว่าการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆ(นางสาวสิตายัน หรุ่นทอง 12590082)
ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการต้องเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามลำดับขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว (ศุภิสรา นรินยา 12590717)
ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการแตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว(จุฬาลักษณ์ สกุลวงวาร 12590010)
ทฤษฎีความต้องการอธิบายความต้องการได้ 3 ประเภท ในชีวิตมนุษย์ว่าล้วนแต่เป็นความต้องการที่มิได้ติดตัวมาแต่กำเนิด แต่เป็นความต้องการที่พัฒนาหรือเกิดเพิ่มขึ้นจากประสบการณ์หรือเหตุการณ์ที่เข้ามาในชีวิต ความต้องการทั้ง 3 ประเภทได้แก่1.ความต้องการผูกพัน เป็นความต้องการที่จะมีความรักหรือความผูกพันยินดีกับบุคคลอื่น ดังนั้นผู้บริหารที่ดีควรสร้างความรักและความผูกพันยินดีกับพนักงานในองค์กร2.ความต้องการประสบความสำเร็จ เป็นความต้องการเพื่อที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต ดังนั้นผู้บริหารจึงมีความต้องการประสบความสำเร็จในการบริหารองค์กรให้ดี3.ความต้องการอำนาจ แบ่งเป็น 2แบบคืออำนาจเพื่อตนเอง เป็นความต้องการที่จะมีอำนาจเหนือผู้อื่น เพียงเพื่อให้แสดงว่าตนสามารถใช้อำนาจนั้นได้ และอำนาจเพื่อองค์กร หมายถึงความต้องการเพื่อจะมีอำนาจเพื่อจะสามารถแก้ปัญหาขององค์กร ดังนั้นผู้บริหารที่ดีควรมีการใช้อำนาจทั้งเพื่อตนเอง และเพื่อองค์กรทฤษฎีว่าด้วยกระบวนการ เสนอแนวคิดว่าการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆ ครบถ้วนแล้วซึงมีความแตกต่างจากทฤษฎีความต้องการ เนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียว คือการตอบสนองความต้องการ แต่ทฤษฎีการรจูงใจด้วยกระบวนการเสนอแนวคิดและจิตใจนั่นคือการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ เสนอแนวคิดว่าการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆ(ภัทรานิษฐ์ กุญแจทอง 12590059)
ทฤษฎีความต้องการ เป็นทฤษฎีที่ซึ่งระบุว่าบุคคลมีความต้องการเรียงลำดับจากระดับพื้นฐานที่สุดไปยังระดับสูงสุด กรอบความคิดที่สำคัญของทฤษฎีนี้มีสามประการ คือ1.บุคคลเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความต้องการ ความต้องการมีอิทธิพลหรือเป็นเหตุจูงใจต่อพฤติกรรม ความต้องการที่ยังไม่ได้รับการสนองตอบเท่านั้นที่เป็นเหตุจูงใจ ส่วนความต้องการที่ได้รับการสนองตอบแล้วจะไม่เป็นเหตุจูงใจอีกต่อไป2.ความต้องการของบุคคลเป็นลำดับชั้นเรียงตามความสำคัญจากความต้องการพื้นฐานไปจนถึงความต้องการที่ซับซ้อน3.เมื่อความต้องการลำดับต่ำได้รับการสนอบตอบอย่างดีแล้ว บุคคลจะก้าวไปสู่ความต้องการลำดับที่สูงขึ้นต่อไปส่วนทฤษฎีกระบวนการ จะเสนอแนวคิดว่าการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วยแล้ว(สุรีรัตน์ สระเกตุ 12590098)
ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการต้องเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามลำดับขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว(นางสาวสุชานรี เวียนมานะ 12590089)
ทฤษฎีการจูงใจว่าดวยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการ เนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียว คือ การตอบสนองความต้องการ แต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการทางความคิดแจะจิตใจ นั่นคือ การจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว(ณัฐนพิน ชินวัฒนา 12590021)
ทฤษฎีความต้องการ เป็นทฤษฎีที่ซึ่งระบุว่าบุคคลมีความต้องการเรียงลำดับจากระดับพื้นฐานที่สุดไปยังระดับสูงสุด กรอบความคิดที่สำคัญของทฤษฎีนี้มีสามประการ คือ1.บุคคลเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความต้องการ ความต้องการมีอิทธิพลหรือเป็นเหตุจูงใจต่อพฤติกรรม ความต้องการที่ยังไม่ได้รับการสนองตอบเท่านั้นที่เป็นเหตุจูงใจ ส่วนความต้องการที่ได้รับการสนองตอบแล้วจะไม่เป็นเหตุจูงใจอีกต่อไป2.ความต้องการของบุคคลเป็นลำดับชั้นเรียงตามความสำคัญจากความต้องการพื้นฐานไปจนถึงความต้องการที่ซับซ้อน3.เมื่อความต้องการลำดับต่ำได้รับการสนอบตอบอย่างดีแล้ว บุคคลจะก้าวไปสู่ความต้องการลำดับที่สูงขึ้นต่อไปส่วนทฤษฎีกระบวนการ จะเสนอแนวคิดว่าการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วยแล้ว(นางสาวชุติกาญจน์ ปานดารา 12590016)
ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการแตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว(วริศ เอี๊ยวชัยพร 070)
ทฤษฎีความต้องการ เป็นทฤษฎีที่ซึ่งระบุว่าบุคคลมีความต้องการเรียงลำดับจากระดับพื้นฐานที่สุดไปยังระดับสูงสุด กรอบความคิดที่สำคัญของทฤษฎีนี้มีสามประการ คือ1.บุคคลเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความต้องการ ความต้องการมีอิทธิพลหรือเป็นเหตุจูงใจต่อพฤติกรรม ความต้องการที่ยังไม่ได้รับการสนองตอบเท่านั้นที่เป็นเหตุจูงใจ ส่วนความต้องการที่ได้รับการสนองตอบแล้วจะไม่เป็นเหตุจูงใจอีกต่อไป2.ความต้องการของบุคคลเป็นลำดับชั้นเรียงตามความสำคัญจากความต้องการพื้นฐานไปจนถึงความต้องการที่ซับซ้อน3.เมื่อความต้องการลำดับต่ำได้รับการสนอบตอบอย่างดีแล้ว บุคคลจะก้าวไปสู่ความต้องการลำดับที่สูงขึ้นต่อไปส่วนทฤษฎีกระบวนการ จะเสนอแนวคิดว่าการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วยแล้ว(ปาลิตา มนัสปัญญากุล 12590049)
ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการต้องเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามลำดับขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว(สมภพ ขุนทรง 12590079)
ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการต้องเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามลำดับขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว(ธนสิทธิ์ อาจอ่อนศรี 12590036 )
ทฤษฎีความต้องการอธิบายความต้องการได้ 3 ประเภท ในชีวิตมนุษย์ว่าล้วนแต่เป็นความต้องการที่มิได้ติดตัวมาแต่กำเนิด แต่เป็นความต้องการที่พัฒนาหรือเกิดเพิ่มขึ้นจากประสบการณ์หรือเหตุการณ์ที่เข้ามาในชีวิต ความต้องการทั้ง 3 ประเภทได้แก่ 1.ความต้องการผูกพัน เป็นความต้องการที่จะมีความรักหรือความผูกพันยินดีกับบุคคลอื่น ดังนั้นผู้บริหารที่ดีควรสร้างความรักและความผูกพันยินดีกับพนักงานในองค์กร2.ความต้องการประสบความสำเร็จ เป็นความต้องการเพื่อที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต ดังนั้นผู้บริหารจึงมีความต้องการประสบความสำเร็จในการบริหารองค์กรให้ดี3.ความต้องการอำนาจ แบ่งเป็น 2แบบคืออำนาจเพื่อตนเอง เป็นความต้องการที่จะมีอำนาจเหนือผู้อื่น เพียงเพื่อให้แสดงว่าตนสามารถใช้อำนาจนั้นได้ และอำนาจเพื่อองค์กร หมายถึงความต้องการเพื่อจะมีอำนาจเพื่อจะสามารถแก้ปัญหาขององค์กร ดังนั้นผู้บริหารที่ดีควรมีการใช้อำนาจทั้งเพื่อตนเอง และเพื่อองค์กรทฤษฎีว่าด้วยกระบวนการ เสนอแนวคิดว่าการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆ ครบถ้วนแล้วซึงมีความแตกต่างจากทฤษฎีความต้องการ เนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียว คือการตอบสนองความต้องการ แต่ทฤษฎีการรจูงใจด้วยกระบวนการเสนอแนวคิดและจิตใจนั่นคือการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ เสนอแนวคิดว่าการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆ(นางสาวเอเซีย พิทยาพละ 12590112)
ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการแตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว
ตอบลบ(นางสาวอัมรินทร์ เกมอ 12590105)
ทฤษฎีความต้องการ เป็นทฤษฎีที่ซึ่งระบุว่าบุคคลมีความต้องการเรียงลำดับจากระดับพื้นฐานที่สุดไปยังระดับสูงสุด กรอบความคิดที่สำคัญของทฤษฎีนี้มีสามประการ คือ
ตอบลบ1.บุคคลเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความต้องการ ความต้องการมีอิทธิพลหรือเป็นเหตุจูงใจต่อพฤติกรรม ความต้องการที่ยังไม่ได้รับการสนองตอบเท่านั้นที่เป็นเหตุจูงใจ ส่วนความต้องการที่ได้รับการสนองตอบแล้วจะไม่เป็นเหตุจูงใจอีกต่อไป
2.ความต้องการของบุคคลเป็นลำดับชั้นเรียงตามความสำคัญจากความต้องการพื้นฐานไปจนถึงความต้องการที่ซับซ้อน
3.เมื่อความต้องการลำดับต่ำได้รับการสนอบตอบอย่างดีแล้ว บุคคลจะก้าวไปสู่ความต้องการลำดับที่สูงขึ้นต่อไป
ส่วนทฤษฎีกระบวนการ จะเสนอแนวคิดว่าการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วยแล้ว
(ปิยาภรณ์ ชินวงค์พรหม 12590051)
ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการต้องเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามลำดับขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว
ตอบลบน.ส.วราภรณ์ ขันสมบัติ 12590069
12. จงอธิบายเปรียบเทียบความเหมือนหรือความแตกต่างของแนวคิดและผลลัพธ์การจูงใจโดยใช้ทฤษฎีความต้องการและทฤษฎีกระบวนการ
ตอบลบตอบ : ทฤษฎีการจูงใจว่าดวยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการ เนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียว คือ การตอบสนองความต้องการ แต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการทางความคิดแจะจิตใจ นั่นคือ การจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว
นางสาวสุดารัตน์ สุขสาม (รหัส 12590090)
ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการต้องเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามลำดับขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว
ตอบลบ(ชนกนาฎ สหทรัพย์เจริญ 12590012 )
ทฤษฎีความต้องการอธิบายความต้องการได้ 3 ประเภท ในชีวิตมนุษย์ว่าล้วนแต่เป็นความต้องการที่มิได้ติดตัวมาแต่กำเนิด แต่เป็นความต้องการที่พัฒนาหรือเกิดเพิ่มขึ้นจากประสบการณ์หรือเหตุการณ์ที่เข้ามาในชีวิต ความต้องการทั้ง 3 ประเภทได้แก่
ตอบลบ1.ความต้องการผูกพัน เป็นความต้องการที่จะมีความรักหรือความผูกพันยินดีกับบุคคลอื่น ดังนั้นผู้บริหารที่ดีควรสร้างความรักและความผูกพันยินดีกับพนักงานในองค์กร
2.ความต้องการประสบความสำเร็จ เป็นความต้องการเพื่อที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต ดังนั้นผู้บริหารจึงมีความต้องการประสบความสำเร็จในการบริหารองค์กรให้ดี
3.ความต้องการอำนาจ แบ่งเป็น 2แบบคืออำนาจเพื่อตนเอง เป็นความต้องการที่จะมีอำนาจเหนือผู้อื่น เพียงเพื่อให้แสดงว่าตนสามารถใช้อำนาจนั้นได้ และอำนาจเพื่อองค์กร หมายถึงความต้องการเพื่อจะมีอำนาจเพื่อจะสามารถแก้ปัญหาขององค์กร ดังนั้นผู้บริหารที่ดีควรมีการใช้อำนาจทั้งเพื่อตนเอง และเพื่อองค์กร
ทฤษฎีว่าด้วยกระบวนการ เสนอแนวคิดว่าการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆ ครบถ้วนแล้ว
ซึงมีความแตกต่างจากทฤษฎีความต้องการ เนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียว คือการตอบสนองความต้องการ แต่ทฤษฎีการรจูงใจด้วยกระบวนการเสนอแนวคิดและจิตใจนั่นคือการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ เสนอแนวคิดว่าการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆ
(อารียา ปานทอง 12590109)
ข้อที่ 12
ตอบลบทฤษฎีของการจูงใจ (theories of motivation) การจูงใจเป็นกระบวนการที่บุคคลถูกกระตุ้นจากสิ่งเร้าโดยจงใจให้กระทำหรือดิ้นรนเพื่อให้บรรลุจุดประสงค์บางอย่างซึ่งจะเห็นได้พฤติกรรมที่เกิดจากการจูงใจเป็นพฤติกรรมที่มิใช่เป็นเพียงการตอบสนองสิ่งเร้าปกติธรรมดา ยกตัวอย่างลักษณะของการตอบสนองสิ่งเร้าปกติคือ การขานรับเมื่อได้ยินเสียงเรียก แต่การตอบสนองสิ่งเร้าจัดว่าเป็นพฤติกรรมที่เกิดจากการจูงใจเช่น พนักงานตั้งใจทำงานเพื่อหวังความดีความชองเป็นกรณีพิเศษ
ทฤษฎีความต้องการของมาสโลว์ (Maslow is Theory of Need Gratification) แนวทางหนึ่งในการพัฒนาบุคคลให้เป็นผู้มีคุณธรรมจริยธรรม บุคคลที่พัฒนาถึงขั้นตระหนักในตนเอง (self-actualization) เป็นบุคคลที่มีจริยธรรม มีวินัยในตนเอง และมีบุคลิกภาพประชาธิปไตย การพัฒนาจากขั้นต้นไปสู่ขั้นต่อ ๆ ไปนั้น ต้องอาศัยความ “พอ” ของบุคคล ซึ่งความพอนี้ นอกจากจะขึ้นกับสภาพทางกายแล้ว ยังขึ้นอยู่กับความรู้สึกพอดีด้วย จึงมิได้หมายความว่าทุกคนจะต้องได้รับการสนองตอบความต้องการพื้นฐานเท่า ๆ กัน แต่เป็นไปตามลำดับขั้นเหมือน ๆ กัน
(อรณิชา ศรีสมัย 1259102)
ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการต้องเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามลำดับขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว
ตอบลบ(นางสาวสิริรัตน์ ศิริพรทุม 12590086)
ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการแตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว
ตอบลบ(นางสาวณัฐฐา จินตกวีพันธุ์ 12590020)
ตอบลบทฤษฎีความต้องการอธิบายความต้องการได้ 3 ประเภท ในชีวิตมนุษย์ว่าล้วนแต่เป็นความต้องการที่มิได้ติดตัวมาแต่กำเนิด แต่เป็นความต้องการที่พัฒนาหรือเกิดเพิ่มขึ้นจากประสบการณ์หรือเหตุการณ์ที่เข้ามาในชีวิต ความต้องการทั้ง 3 ประเภทได้แก่
1.ความต้องการผูกพัน เป็นความต้องการที่จะมีความรักหรือความผูกพันยินดีกับบุคคลอื่น ดังนั้นผู้บริหารที่ดีควรสร้างความรักและความผูกพันยินดีกับพนักงานในองค์กร
2.ความต้องการประสบความสำเร็จ เป็นความต้องการเพื่อที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต ดังนั้นผู้บริหารจึงมีความต้องการประสบความสำเร็จในการบริหารองค์กรให้ดี
3.ความต้องการอำนาจ แบ่งเป็น 2แบบคืออำนาจเพื่อตนเอง เป็นความต้องการที่จะมีอำนาจเหนือผู้อื่น เพียงเพื่อให้แสดงว่าตนสามารถใช้อำนาจนั้นได้ และอำนาจเพื่อองค์กร หมายถึงความต้องการเพื่อจะมีอำนาจเพื่อจะสามารถแก้ปัญหาขององค์กร ดังนั้นผู้บริหารที่ดีควรมีการใช้อำนาจทั้งเพื่อตนเอง และเพื่อองค์กร
ทฤษฎีว่าด้วยกระบวนการ เสนอแนวคิดว่าการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆ ครบถ้วนแล้ว
ซึงมีความแตกต่างจากทฤษฎีความต้องการ เนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียว คือการตอบสนองความต้องการ แต่ทฤษฎีการรจูงใจด้วยกระบวนการเสนอแนวคิดและจิตใจนั่นคือการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ เสนอแนวคิดว่าการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆ
(นางสาวสิริกร ราชมณี12590084)
ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการ เนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียว คือ การตอบสนองความต้องการ แต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ เสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจ นั่นคือ การจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว
ตอบลบ(นางสาวกรกนก จันทร์พันธุ์ 12590003)
ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการต้องเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามลำดับขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว
ตอบลบ(นางสาว สรัสนันท์ บุญมี 12590080)
ทฤษฎีของการจูงใจ (theories of motivation) การจูงใจเป็นกระบวนการที่บุคคลถูกกระตุ้นจากสิ่งเร้าโดยจงใจให้กระทำหรือดิ้นรนเพื่อให้บรรลุจุดประสงค์บางอย่างซึ่งจะเห็นได้พฤติกรรมที่เกิดจากการจูงใจเป็นพฤติกรรมที่มิใช่เป็นเพียงการตอบสนองสิ่งเร้าปกติธรรมดา ยกตัวอย่างลักษณะของการตอบสนองสิ่งเร้าปกติคือ การขานรับเมื่อได้ยินเสียงเรียก แต่การตอบสนองสิ่งเร้าจัดว่าเป็นพฤติกรรมที่เกิดจากการจูงใจเช่น พนักงานตั้งใจทำงานเพื่อหวังความดีความชองเป็นกรณีพิเศษ
ตอบลบทฤษฎีความต้องการของมาสโลว์ (Maslow is Theory of Need Gratification) แนวทางหนึ่งในการพัฒนาบุคคลให้เป็นผู้มีคุณธรรมจริยธรรม บุคคลที่พัฒนาถึงขั้นตระหนักในตนเอง (self-actualization) เป็นบุคคลที่มีจริยธรรม มีวินัยในตนเอง และมีบุคลิกภาพประชาธิปไตย การพัฒนาจากขั้นต้นไปสู่ขั้นต่อ ๆ ไปนั้น ต้องอาศัยความ “พอ” ของบุคคล ซึ่งความพอนี้ นอกจากจะขึ้นกับสภาพทางกายแล้ว ยังขึ้นอยู่กับความรู้สึกพอดีด้วย จึงมิได้หมายความว่าทุกคนจะต้องได้รับการสนองตอบความต้องการพื้นฐานเท่า ๆ กัน แต่เป็นไปตามลำดับขั้นเหมือน ๆ กัน
สุภัทษา สนธิช่วย 12590096
ในชีวิตมนุษย์ว่าล้วนแต่เป็นความต้องการที่มิได้ติดตัวมาแต่กำเนิด แต่เป็นความต้องการที่พัฒนาหรือเกิดเพิ่มขึ้นจากประสบการณ์หรือเหตุการณ์ที่เข้ามาในชีวิต ความต้องการทั้ง 3 ประเภทได้แก่
ตอบลบ1.ความต้องการผูกพัน เป็นความต้องการที่จะมีความรักหรือความผูกพันยินดีกับบุคคลอื่น ดังนั้นผู้บริหารที่ดีควรสร้างความรักและความผูกพันยินดีกับพนักงานในองค์กร
2.ความต้องการประสบความสำเร็จ เป็นความต้องการเพื่อที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต ดังนั้นผู้บริหารจึงมีความต้องการประสบความสำเร็จในการบริหารองค์กรให้ดี
3.ความต้องการอำนาจ เป็นความต้องการที่จะมีอำนาจเหนือผู้อื่น
(นางสาวภิตติมาตุ์ เอื้ออรุณชัย 12590062)
ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการแตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการ ดังนี้
ตอบลบ-เนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการ
-แต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว
(อภิษฐา เนียมศิริ 12590101)
-ทฤษฎีความต้องการอธิบายความต้องการได้ 3 ประเภท
ตอบลบ1.ความต้องการผูกพัน
2.ความต้องการประสบความสำเร็จ
3.ความต้องการอำนาจ
-ทฤษฎีว่าด้วยกระบวนการ เสนอแนวคิดว่าการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆ ครบถ้วนแล้ว
ซึงมีความแตกต่างจากทฤษฎีความต้องการ เนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียว คือการตอบสนองความต้องการ แต่ทฤษฎีการรจูงใจด้วยกระบวนการเสนอแนวคิดและจิตใจนั่นคือการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ เสนอแนวคิดว่าการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว
(ศศิพิมพ์ ชัยกุลพัฒนา 12590076)
ทฤษฎีความต้องการ เป็นทฤษฎีที่ซึ่งระบุว่าบุคคลมีความต้องการเรียงลำดับจากระดับพื้นฐานที่สุดไปยังระดับสูงสุด กรอบความคิดที่สำคัญของทฤษฎีนี้มีสามประการ คือ
ตอบลบ1.บุคคลเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความต้องการ ความต้องการมีอิทธิพลหรือเป็นเหตุจูงใจต่อพฤติกรรม ความต้องการที่ยังไม่ได้รับการสนองตอบเท่านั้นที่เป็นเหตุจูงใจ ส่วนความต้องการที่ได้รับการสนองตอบแล้วจะไม่เป็นเหตุจูงใจอีกต่อไป
2.ความต้องการของบุคคลเป็นลำดับชั้นเรียงตามความสำคัญจากความต้องการพื้นฐานไปจนถึงความต้องการที่ซับซ้อน
3.เมื่อความต้องการลำดับต่ำได้รับการสนอบตอบอย่างดีแล้ว บุคคลจะก้าวไปสู่ความต้องการลำดับที่สูงขึ้นต่อไป
ส่วนทฤษฎีกระบวนการ จะเสนอแนวคิดว่าการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วยแล้ว
ดวงหทัย โฉมมา 12590029
ทฤษฎีการจูงใจว่าดวยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการ เนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียว คือ การตอบสนองความต้องการ แต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการทางความคิดแจะจิตใจ นั่นคือ การจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว
ตอบลบ(นางสาวปรมาพร สิงขรรัตน์ 12590046)
ทฤษฎีความต้องการอธิบายความต้องการได้ 3 ประเภท ในชีวิตมนุษย์ว่าล้วนแต่เป็นความต้องการที่มิได้ติดตัวมาแต่กำเนิด แต่เป็นความต้องการที่พัฒนาหรือเกิดเพิ่มขึ้นจากประสบการณ์หรือเหตุการณ์ที่เข้ามาในชีวิต ความต้องการทั้ง 3 ประเภทได้แก่
ตอบลบ1.ความต้องการผูกพัน เป็นความต้องการที่จะมีความรักหรือความผูกพันยินดีกับบุคคลอื่น ดังนั้นผู้บริหารที่ดีควรสร้างความรักและความผูกพันยินดีกับพนักงานในองค์กร
2.ความต้องการประสบความสำเร็จ เป็นความต้องการเพื่อที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต ดังนั้นผู้บริหารจึงมีความต้องการประสบความสำเร็จในการบริหารองค์กรให้ดี
3.ความต้องการอำนาจ แบ่งเป็น 2แบบคืออำนาจเพื่อตนเอง เป็นความต้องการที่จะมีอำนาจเหนือผู้อื่น เพียงเพื่อให้แสดงว่าตนสามารถใช้อำนาจนั้นได้ และอำนาจเพื่อองค์กร หมายถึงความต้องการเพื่อจะมีอำนาจเพื่อจะสามารถแก้ปัญหาขององค์กร ดังนั้นผู้บริหารที่ดีควรมีการใช้อำนาจทั้งเพื่อตนเอง และเพื่อองค์กร
ทฤษฎีว่าด้วยกระบวนการ เสนอแนวคิดว่าการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆ ครบถ้วนแล้ว
ซึงมีความแตกต่างจากทฤษฎีความต้องการ เนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียว คือการตอบสนองความต้องการ แต่ทฤษฎีการรจูงใจด้วยกระบวนการเสนอแนวคิดและจิตใจนั่นคือการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ เสนอแนวคิดว่าการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆ
นางาสาวภัทราพร ผังรักษ์ 12590061
ทฤษฎีการจูงใจว่าดวยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการ เนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียว คือ การตอบสนองความต้องการ แต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการทางความคิดแจะจิตใจ นั่นคือ การจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว
ตอบลบ(อภัสสร ปูชนียกุล 12590100)
ทฤษฎีความต้องการ เป็นทฤษฎีที่ซึ่งระบุว่าบุคคลมีความต้องการเรียงลำดับจากระดับพื้นฐานที่สุดไปยังระดับสูงสุด กรอบความคิดที่สำคัญของทฤษฎีนี้มีสามประการ คือ 1.ความต้องการผูกพัน เป็นความต้องการที่จะมีความรักหรือความผูกพันยินดีกับบุคคลอื่น ดังนั้นผู้บริหารที่ดีควรสร้างความรักและความผูกพันยินดีกับพนักงานในองค์กร
ตอบลบ2.ความต้องการประสบความสำเร็จ เป็นความต้องการเพื่อที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต ดังนั้นผู้บริหารจึงมีความต้องการประสบความสำเร็จในการบริหารองค์กรให้ดี
3.ความต้องการอำนาจ แบ่งเป็น 2แบบคืออำนาจเพื่อตนเอง เป็นความต้องการที่จะมีอำนาจเหนือผู้อื่น
(นางสาวบุญธิดา กะตะศิลา 12590043 )
ทฤษฎีความต้องการอธิบายความต้องการได้ 3 ประเภท ในชีวิตมนุษย์ว่าล้วนแต่เป็นความต้องการที่มิได้ติดตัวมาแต่กำเนิด แต่เป็นความต้องการที่พัฒนาหรือเกิดเพิ่มขึ้นจากประสบการณ์หรือเหตุการณ์ที่เข้ามาในชีวิต ความต้องการทั้ง 3 ประเภทได้แก่
ตอบลบ1.ความต้องการผูกพัน เป็นความต้องการที่จะมีความรักหรือความผูกพันยินดีกับบุคคลอื่น ดังนั้นผู้บริหารที่ดีควรสร้างความรักและความผูกพันยินดีกับพนักงานในองค์กร
2.ความต้องการประสบความสำเร็จ เป็นความต้องการเพื่อที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต ดังนั้นผู้บริหารจึงมีความต้องการประสบความสำเร็จในการบริหารองค์กรให้ดี
3.ความต้องการอำนาจ แบ่งเป็น 2แบบคืออำนาจเพื่อตนเอง เป็นความต้องการที่จะมีอำนาจเหนือผู้อื่น เพียงเพื่อให้แสดงว่าตนสามารถใช้อำนาจนั้นได้ และอำนาจเพื่อองค์กร หมายถึงความต้องการเพื่อจะมีอำนาจเพื่อจะสามารถแก้ปัญหาขององค์กร ดังนั้นผู้บริหารที่ดีควรมีการใช้อำนาจทั้งเพื่อตนเอง และเพื่อองค์กร
ทฤษฎีว่าด้วยกระบวนการ เสนอแนวคิดว่าการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆ ครบถ้วนแล้ว
ซึงมีความแตกต่างจากทฤษฎีความต้องการ เนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียว คือการตอบสนองความต้องการ แต่ทฤษฎีการรจูงใจด้วยกระบวนการเสนอแนวคิดและจิตใจนั่นคือการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ เสนอแนวคิดว่าการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆ
(นางสาวเบญญาภา กรีรถ 12590044)
ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการต้องเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามลำดับขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว
ตอบลบ(นายสิทธิชัย พ่อค้าเรือ 12590083)
ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการต้องเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามลำดับขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว
ตอบลบ(นายชินวัตร พิพัฒน์พงศานนท์ 12590015)
ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการต้องเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามลำดับขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว(นางสาวชัชญาณ์ณัฐ ภูสิศภัทรนนท์ 12590110)
ตอบลบทฤษฎีความต้องการอธิบายความต้องการได้ 3 ประเภท ในชีวิตมนุษย์ว่าล้วนแต่เป็นความต้องการที่มิได้ติดตัวมาแต่กำเนิด แต่เป็นความต้องการที่พัฒนาหรือเกิดเพิ่มขึ้นจากประสบการณ์หรือเหตุการณ์ที่เข้ามาในชีวิต ความต้องการทั้ง 3 ประเภทได้แก่
ตอบลบ1.ความต้องการผูกพัน เป็นความต้องการที่จะมีความรักหรือความผูกพันยินดีกับบุคคลอื่น ดังนั้นผู้บริหารที่ดีควรสร้างความรักและความผูกพันยินดีกับพนักงานในองค์กร
2.ความต้องการประสบความสำเร็จ เป็นความต้องการเพื่อที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต ดังนั้นผู้บริหารจึงมีความต้องการประสบความสำเร็จในการบริหารองค์กรให้ดี
3.ความต้องการอำนาจ แบ่งเป็น 2แบบคืออำนาจเพื่อตนเอง เป็นความต้องการที่จะมีอำนาจเหนือผู้อื่น เพียงเพื่อให้แสดงว่าตนสามารถใช้อำนาจนั้นได้ และอำนาจเพื่อองค์กร หมายถึงความต้องการเพื่อจะมีอำนาจเพื่อจะสามารถแก้ปัญหาขององค์กร ดังนั้นผู้บริหารที่ดีควรมีการใช้อำนาจทั้งเพื่อตนเอง และเพื่อองค์กร
ทฤษฎีว่าด้วยกระบวนการ เสนอแนวคิดว่าการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆ ครบถ้วนแล้ว
ซึงมีความแตกต่างจากทฤษฎีความต้องการ เนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียว คือการตอบสนองความต้องการ แต่ทฤษฎีการรจูงใจด้วยกระบวนการเสนอแนวคิดและจิตใจนั่นคือการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ เสนอแนวคิดว่าการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆ
(นางสาวณัฐพร ทองปลิว 12590024)
ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการ เนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียว คือการตอบสนองความต้องการ แต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการทางความคิดแจะจิตใจ นั่นคือการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว
ตอบลบ(ปวีณา เดตุแย้ม 12590047)
ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการแตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว
ตอบลบ(นางสาวพัชรา จูเอี่ยม 12590054)
ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการต้องเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามลำดับขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว
ตอบลบวัชระ จริยสุขสกุล
เนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการทางความคิดแจะจิตใจ นั่นคือ การจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว
ตอบลบนางสาววชิราพร คำกอง 12590068
ทฤษฎีของการจูงใจ (theories of motivation) การจูงใจเป็นกระบวนการที่บุคคลถูกกระตุ้นจากสิ่งเร้าโดยจงใจให้กระทำหรือดิ้นรนเพื่อให้บรรลุจุดประสงค์บางอย่างซึ่งจะเห็นได้พฤติกรรมที่เกิดจากการจูงใจเป็นพฤติกรรมที่มิใช่เป็นเพียงการตอบสนองสิ่งเร้าปกติธรรมดา ยกตัวอย่างลักษณะของการตอบสนองสิ่งเร้าปกติคือ การขานรับเมื่อได้ยินเสียงเรียก แต่การตอบสนองสิ่งเร้าจัดว่าเป็นพฤติกรรมที่เกิดจากการจูงใจเช่น พนักงานตั้งใจทำงานเพื่อหวังความดีความชองเป็นกรณีพิเศษ
ตอบลบทฤษฎีความต้องการของมาสโลว์ (Maslow is Theory of Need Gratification) แนวทางหนึ่งในการพัฒนาบุคคลให้เป็นผู้มีคุณธรรมจริยธรรม บุคคลที่พัฒนาถึงขั้นตระหนักในตนเอง (self-actualization) เป็นบุคคลที่มีจริยธรรม มีวินัยในตนเอง และมีบุคลิกภาพประชาธิปไตย การพัฒนาจากขั้นต้นไปสู่ขั้นต่อ ๆ ไปนั้น ต้องอาศัยความ “พอ” ของบุคคล ซึ่งความพอนี้ นอกจากจะขึ้นกับสภาพทางกายแล้ว ยังขึ้นอยู่กับความรู้สึกพอดีด้วย จึงมิได้หมายความว่าทุกคนจะต้องได้รับการสนองตอบความต้องการพื้นฐานเท่า ๆ กัน แต่เป็นไปตามลำดับขั้นเหมือน ๆ กัน
รัญชริดา มะนุ่น 12590067
ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการต้องเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามลำดับขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว
ตอบลบนายดนุสรณ์ เลิศเศรษฐี 12590028
ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการต้องเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามลำดับขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว
ตอบลบ(นายนภนต์ เจียรนัย 12590040)
ทฤษฎีความต้องการ เป็นทฤษฎีที่ซึ่งระบุว่าบุคคลมีความต้องการเรียงลำดับจากระดับพื้นฐานที่สุดไปยังระดับสูงสุด กรอบความคิดที่สำคัญของทฤษฎีนี้มีสามประการ คือ
ตอบลบ1.บุคคลเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความต้องการ ความต้องการมีอิทธิพลหรือเป็นเหตุจูงใจต่อพฤติกรรม ความต้องการที่ยังไม่ได้รับการสนองตอบเท่านั้นที่เป็นเหตุจูงใจ ส่วนความต้องการที่ได้รับการสนองตอบแล้วจะไม่เป็นเหตุจูงใจอีกต่อไป
2.ความต้องการของบุคคลเป็นลำดับชั้นเรียงตามความสำคัญจากความต้องการพื้นฐานไปจนถึงความต้องการที่ซับซ้อน
3.เมื่อความต้องการลำดับต่ำได้รับการสนอบตอบอย่างดีแล้ว บุคคลจะก้าวไปสู่ความต้องการลำดับที่สูงขึ้นต่อไป
ส่วนทฤษฎีกระบวนการ จะเสนอแนวคิดว่าการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วยแล้ว
(ธนพล โชครัตน์ประภา 12590033)
ตอบลบทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการแตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว
(วิลาสินี เกตุแก้ว 12590073)
ตอบลบทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการแตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว (อังคณา พิทักษ์สุข 12590104)
ตอบลบทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการแตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว
(ชนาวาส บัววงค์ 12590013)
ทฤษฎีการจูงใจว่าดวยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการ เนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียว คือ การตอบสนองความต้องการ แต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการทางความคิดแจะจิตใจ นั่นคือ การจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว
ตอบลบ(น.ส.ดารารัตน์ ดาสาลี 12590030)
ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการแตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว
ตอบลบ(พงศธร ศิริสมบูรณ์ 12590052)
ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการแตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว
ตอบลบ(ศิฌาวี เรือนปัญจะ 12590078)
ทฤษฎีความต้องการ เป็นทฤษฎีที่ซึ่งระบุว่าบุคคลมีความต้องการเรียงลำดับจากระดับพื้นฐานที่สุดไปยังระดับสูงสุด กรอบความคิดที่สำคัญของทฤษฎีนี้มีสามประการ คือ
ตอบลบ1.บุคคลเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความต้องการ ความต้องการมีอิทธิพลหรือเป็นเหตุจูงใจต่อพฤติกรรม ความต้องการที่ยังไม่ได้รับการสนองตอบเท่านั้นที่เป็นเหตุจูงใจ ส่วนความต้องการที่ได้รับการสนองตอบแล้วจะไม่เป็นเหตุจูงใจอีกต่อไป
2.ความต้องการของบุคคลเป็นลำดับชั้นเรียงตามความสำคัญจากความต้องการพื้นฐานไปจนถึงความต้องการที่ซับซ้อน
3.เมื่อความต้องการลำดับต่ำได้รับการสนอบตอบอย่างดีแล้ว บุคคลจะก้าวไปสู่ความต้องการลำดับที่สูงขึ้นต่อไป
ส่วนทฤษฎีกระบวนการ จะเสนอแนวคิดว่าการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วยแล้ว
(สุรีรัตน์ ศักดิ์ภิรมย์ 12590954)
ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการต้องเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามลำดับขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว
ตอบลบกุลปริยา แย้มเกษร 12590005
ทฤษฎีของการจูงใจ (theories of motivation) การจูงใจเป็นกระบวนการที่บุคคลถูกกระตุ้นจากสิ่งเร้าโดยจงใจให้กระทำหรือดิ้นรนเพื่อให้บรรลุจุดประสงค์บางอย่างซึ่งจะเห็นได้พฤติกรรมที่เกิดจากการจูงใจเป็นพฤติกรรมที่มิใช่เป็นเพียงการตอบสนองสิ่งเร้าปกติธรรมดา ยกตัวอย่างลักษณะของการตอบสนองสิ่งเร้าปกติคือ การขานรับเมื่อได้ยินเสียงเรียก แต่การตอบสนองสิ่งเร้าจัดว่าเป็นพฤติกรรมที่เกิดจากการจูงใจเช่น พนักงานตั้งใจทำงานเพื่อหวังความดีความชองเป็นกรณีพิเศษ
ตอบลบทฤษฏีความต้องการของมาสโลว์ (Maslow is Theory of Need Gratification) แนวทางหนึ่งในการพัฒนาบุคคลให้เป็นผู้มีคุณธรรมจริยธรรม บุคคลที่พัฒนาถึงขั้นตระหนักในตนเอง (self-actualization) เป็นบุคคลที่มีจริยธรรม มีวินัยในตนเอง และมีบุคลิกภาพประชาธิปไตย การพัฒนาจากขั้นต้นไปสู่ขั้นต่อ ๆ ไปนั้น ต้องอาศัยความ “พอ” ของบุคคล ซึ่งความพอนี้ นอกจากจะขึ้นกับสภาพทางกายแล้ว ยังขึ้นอยู่กับความรู้สึกพอดีด้วย จึงมิได้หมายความว่าทุกคนจะต้องได้รับการสนองตอบความต้องการพื้นฐานเท่า ๆ กัน แต่เป็นไปตามลำดับขั้นเหมือน ๆ กัน
(นางสาวอรวี ศรีวิโน 12590103)
ทฤษฎีของการจูงใจ (theories of motivation) เป็นกระบวนการที่บุคคลถูกกระตุ้นจากสิ่งเร้าโดยจงใจให้กระทำหรือดิ้นรนเพื่อให้บรรลุจุดประสงค์บางอย่างซึ่งจะเห็นได้พฤติกรรมที่เกิดจากการจูงใจเป็นพฤติกรรมที่มิใช่เป็นเพียงการตอบสนองสิ่งเร้าปกติธรรมดา
ตอบลบทฤษฏีความต้องการของมาสโลว์ (Maslow is Theory of Need Gratification) แนวทางหนึ่งในการพัฒนาบุคคลให้เป็นผู้มีคุณธรรมจริยธรรม บุคคลที่พัฒนาถึงขั้นตระหนักในตนเอง (self-actualization) เป็นบุคคลที่มีจริยธรรม มีวินัยในตนเอง และมีบุคลิกภาพประชาธิปไตย การพัฒนาจากขั้นต้นไปสู่ขั้นต่อ ๆ ไปนั้น ต้องอาศัยความ “พอ” ของบุคคล ซึ่งความพอนี้ นอกจากจะขึ้นกับสภาพทางกายแล้ว ยังขึ้นอยู่กับความรู้สึกพอดีด้วย จึงมิได้หมายความว่าทุกคนจะต้องได้รับการสนองตอบความต้องการพื้นฐานเท่า ๆ กัน แต่เป็นไปตามลำดับขั้นเหมือน ๆ กัน
ดังนั้น ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการ เนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียว คือการตอบสนองความต้องการ แต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการทางความคิดแจะจิตใจ นั่นคือการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว
(ณัฐฌา ปักกัง 12590019)
ทฤษฎีการจูงใจว่าดวยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการ เนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียว คือ การตอบสนองความต้องการ แต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการทางความคิดแจะจิตใจ นั่นคือ การจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว
ตอบลบ(นางสาวกชกร เดชกำแหง 12590001)
ทฤษฎีความต้องการอธิบายความต้องการได้ 3 ประเภท ในชีวิตมนุษย์ว่าล้วนแต่เป็นความต้องการที่มิได้ติดตัวมาแต่กำเนิด แต่เป็นความต้องการที่พัฒนาหรือเกิดเพิ่มขึ้นจากประสบการณ์หรือเหตุการณ์ที่เข้ามาในชีวิต ความต้องการทั้ง 3 ประเภทได้แก่
ตอบลบ1.ความต้องการผูกพัน เป็นความต้องการที่จะมีความรักหรือความผูกพันยินดีกับบุคคลอื่น ดังนั้นผู้บริหารที่ดีควรสร้างความรักและความผูกพันยินดีกับพนักงานในองค์กร
2.ความต้องการประสบความสำเร็จ เป็นความต้องการเพื่อที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต ดังนั้นผู้บริหารจึงมีความต้องการประสบความสำเร็จในการบริหารองค์กรให้ดี
3.ความต้องการอำนาจ แบ่งเป็น 2แบบคืออำนาจเพื่อตนเอง เป็นความต้องการที่จะมีอำนาจเหนือผู้อื่น เพียงเพื่อให้แสดงว่าตนสามารถใช้อำนาจนั้นได้ และอำนาจเพื่อองค์กร หมายถึงความต้องการเพื่อจะมีอำนาจเพื่อจะสามารถแก้ปัญหาขององค์กร ดังนั้นผู้บริหารที่ดีควรมีการใช้อำนาจทั้งเพื่อตนเอง และเพื่อองค์กร
ทฤษฎีว่าด้วยกระบวนการ เสนอแนวคิดว่าการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆ ครบถ้วนแล้ว
ซึงมีความแตกต่างจากทฤษฎีความต้องการ เนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียว คือการตอบสนองความต้องการ แต่ทฤษฎีการรจูงใจด้วยกระบวนการเสนอแนวคิดและจิตใจนั่นคือการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ เสนอแนวคิดว่าการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆ
(นางสาวศศิประภา ผาดศรี 12590075)
ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการต้องเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามลำดับขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว
ตอบลบ(นางสาวคณภัทร์ ศิริโยธิน 12590108)
ทฤษฎีความต้องการอธิบายความต้องการได้ 3 ประเภท ในชีวิตมนุษย์ว่าล้วนแต่เป็นความต้องการที่มิได้ติดตัวมาแต่กำเนิด แต่เป็นความต้องการที่พัฒนาหรือเกิดเพิ่มขึ้นจากประสบการณ์หรือเหตุการณ์ที่เข้ามาในชีวิต ความต้องการทั้ง 3 ประเภทได้แก่
ตอบลบ1.ความต้องการผูกพัน เป็นความต้องการที่จะมีความรักหรือความผูกพันยินดีกับบุคคลอื่น ดังนั้นผู้บริหารที่ดีควรสร้างความรักและความผูกพันยินดีกับพนักงานในองค์กร
2.ความต้องการประสบความสำเร็จ เป็นความต้องการเพื่อที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต ดังนั้นผู้บริหารจึงมีความต้องการประสบความสำเร็จในการบริหารองค์กรให้ดี
3.ความต้องการอำนาจ แบ่งเป็น 2แบบคืออำนาจเพื่อตนเอง เป็นความต้องการที่จะมีอำนาจเหนือผู้อื่น เพียงเพื่อให้แสดงว่าตนสามารถใช้อำนาจนั้นได้ และอำนาจเพื่อองค์กร หมายถึงความต้องการเพื่อจะมีอำนาจเพื่อจะสามารถแก้ปัญหาขององค์กร ดังนั้นผู้บริหารที่ดีควรมีการใช้อำนาจทั้งเพื่อตนเอง และเพื่อองค์กร
ทฤษฎีว่าด้วยกระบวนการ เสนอแนวคิดว่าการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆ ครบถ้วนแล้ว
ซึงมีความแตกต่างจากทฤษฎีความต้องการ เนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียว คือการตอบสนองความต้องการ แต่ทฤษฎีการรจูงใจด้วยกระบวนการเสนอแนวคิดและจิตใจนั่นคือการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ เสนอแนวคิดว่าการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆ
(นางสาวสิตายัน หรุ่นทอง 12590082)
ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการต้องเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามลำดับขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว (ศุภิสรา นรินยา 12590717)
ตอบลบทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการแตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว
ตอบลบ(จุฬาลักษณ์ สกุลวงวาร 12590010)
ทฤษฎีความต้องการอธิบายความต้องการได้ 3 ประเภท ในชีวิตมนุษย์ว่าล้วนแต่เป็นความต้องการที่มิได้ติดตัวมาแต่กำเนิด แต่เป็นความต้องการที่พัฒนาหรือเกิดเพิ่มขึ้นจากประสบการณ์หรือเหตุการณ์ที่เข้ามาในชีวิต ความต้องการทั้ง 3 ประเภทได้แก่
ตอบลบ1.ความต้องการผูกพัน เป็นความต้องการที่จะมีความรักหรือความผูกพันยินดีกับบุคคลอื่น ดังนั้นผู้บริหารที่ดีควรสร้างความรักและความผูกพันยินดีกับพนักงานในองค์กร
2.ความต้องการประสบความสำเร็จ เป็นความต้องการเพื่อที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต ดังนั้นผู้บริหารจึงมีความต้องการประสบความสำเร็จในการบริหารองค์กรให้ดี
3.ความต้องการอำนาจ แบ่งเป็น 2แบบคืออำนาจเพื่อตนเอง เป็นความต้องการที่จะมีอำนาจเหนือผู้อื่น เพียงเพื่อให้แสดงว่าตนสามารถใช้อำนาจนั้นได้ และอำนาจเพื่อองค์กร หมายถึงความต้องการเพื่อจะมีอำนาจเพื่อจะสามารถแก้ปัญหาขององค์กร ดังนั้นผู้บริหารที่ดีควรมีการใช้อำนาจทั้งเพื่อตนเอง และเพื่อองค์กร
ทฤษฎีว่าด้วยกระบวนการ เสนอแนวคิดว่าการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆ ครบถ้วนแล้ว
ซึงมีความแตกต่างจากทฤษฎีความต้องการ เนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียว คือการตอบสนองความต้องการ แต่ทฤษฎีการรจูงใจด้วยกระบวนการเสนอแนวคิดและจิตใจนั่นคือการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ เสนอแนวคิดว่าการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆ
(ภัทรานิษฐ์ กุญแจทอง 12590059)
ทฤษฎีความต้องการ เป็นทฤษฎีที่ซึ่งระบุว่าบุคคลมีความต้องการเรียงลำดับจากระดับพื้นฐานที่สุดไปยังระดับสูงสุด กรอบความคิดที่สำคัญของทฤษฎีนี้มีสามประการ คือ
ตอบลบ1.บุคคลเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความต้องการ ความต้องการมีอิทธิพลหรือเป็นเหตุจูงใจต่อพฤติกรรม ความต้องการที่ยังไม่ได้รับการสนองตอบเท่านั้นที่เป็นเหตุจูงใจ ส่วนความต้องการที่ได้รับการสนองตอบแล้วจะไม่เป็นเหตุจูงใจอีกต่อไป
2.ความต้องการของบุคคลเป็นลำดับชั้นเรียงตามความสำคัญจากความต้องการพื้นฐานไปจนถึงความต้องการที่ซับซ้อน
3.เมื่อความต้องการลำดับต่ำได้รับการสนอบตอบอย่างดีแล้ว บุคคลจะก้าวไปสู่ความต้องการลำดับที่สูงขึ้นต่อไป
ส่วนทฤษฎีกระบวนการ จะเสนอแนวคิดว่าการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วยแล้ว
(สุรีรัตน์ สระเกตุ 12590098)
ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการต้องเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามลำดับขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว
ตอบลบ(นางสาวสุชานรี เวียนมานะ 12590089)
ทฤษฎีการจูงใจว่าดวยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการ เนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียว คือ การตอบสนองความต้องการ แต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการทางความคิดแจะจิตใจ นั่นคือ การจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว
ตอบลบ(ณัฐนพิน ชินวัฒนา 12590021)
ทฤษฎีความต้องการ เป็นทฤษฎีที่ซึ่งระบุว่าบุคคลมีความต้องการเรียงลำดับจากระดับพื้นฐานที่สุดไปยังระดับสูงสุด กรอบความคิดที่สำคัญของทฤษฎีนี้มีสามประการ คือ
ตอบลบ1.บุคคลเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความต้องการ ความต้องการมีอิทธิพลหรือเป็นเหตุจูงใจต่อพฤติกรรม ความต้องการที่ยังไม่ได้รับการสนองตอบเท่านั้นที่เป็นเหตุจูงใจ ส่วนความต้องการที่ได้รับการสนองตอบแล้วจะไม่เป็นเหตุจูงใจอีกต่อไป
2.ความต้องการของบุคคลเป็นลำดับชั้นเรียงตามความสำคัญจากความต้องการพื้นฐานไปจนถึงความต้องการที่ซับซ้อน
3.เมื่อความต้องการลำดับต่ำได้รับการสนอบตอบอย่างดีแล้ว บุคคลจะก้าวไปสู่ความต้องการลำดับที่สูงขึ้นต่อไป
ส่วนทฤษฎีกระบวนการ จะเสนอแนวคิดว่าการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วยแล้ว
(นางสาวชุติกาญจน์ ปานดารา 12590016)
ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการแตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว
ตอบลบ(วริศ เอี๊ยวชัยพร 070)
ตอบลบทฤษฎีความต้องการ เป็นทฤษฎีที่ซึ่งระบุว่าบุคคลมีความต้องการเรียงลำดับจากระดับพื้นฐานที่สุดไปยังระดับสูงสุด กรอบความคิดที่สำคัญของทฤษฎีนี้มีสามประการ คือ
1.บุคคลเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความต้องการ ความต้องการมีอิทธิพลหรือเป็นเหตุจูงใจต่อพฤติกรรม ความต้องการที่ยังไม่ได้รับการสนองตอบเท่านั้นที่เป็นเหตุจูงใจ ส่วนความต้องการที่ได้รับการสนองตอบแล้วจะไม่เป็นเหตุจูงใจอีกต่อไป
2.ความต้องการของบุคคลเป็นลำดับชั้นเรียงตามความสำคัญจากความต้องการพื้นฐานไปจนถึงความต้องการที่ซับซ้อน
3.เมื่อความต้องการลำดับต่ำได้รับการสนอบตอบอย่างดีแล้ว บุคคลจะก้าวไปสู่ความต้องการลำดับที่สูงขึ้นต่อไป
ส่วนทฤษฎีกระบวนการ จะเสนอแนวคิดว่าการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วยแล้ว
(ปาลิตา มนัสปัญญากุล 12590049)
ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการต้องเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามลำดับขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว
ตอบลบ(สมภพ ขุนทรง 12590079)
ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ แตกต่างจากทฤษฎีว่าด้วยความต้องการเนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียวคือการตอบสนองความต้องการแต่ทฤษฎีการจูงใจว่าด้วยกระบวนการต้องเสนอแนวคิดว่าการจูงใจเป็นกระบวนการทางความคิดและจิตใจนั่นคือการจงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามลำดับขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว
ตอบลบ(ธนสิทธิ์ อาจอ่อนศรี 12590036 )
ทฤษฎีความต้องการอธิบายความต้องการได้ 3 ประเภท ในชีวิตมนุษย์ว่าล้วนแต่เป็นความต้องการที่มิได้ติดตัวมาแต่กำเนิด แต่เป็นความต้องการที่พัฒนาหรือเกิดเพิ่มขึ้นจากประสบการณ์หรือเหตุการณ์ที่เข้ามาในชีวิต ความต้องการทั้ง 3 ประเภทได้แก่
ตอบลบ1.ความต้องการผูกพัน เป็นความต้องการที่จะมีความรักหรือความผูกพันยินดีกับบุคคลอื่น ดังนั้นผู้บริหารที่ดีควรสร้างความรักและความผูกพันยินดีกับพนักงานในองค์กร
2.ความต้องการประสบความสำเร็จ เป็นความต้องการเพื่อที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต ดังนั้นผู้บริหารจึงมีความต้องการประสบความสำเร็จในการบริหารองค์กรให้ดี
3.ความต้องการอำนาจ แบ่งเป็น 2แบบคืออำนาจเพื่อตนเอง เป็นความต้องการที่จะมีอำนาจเหนือผู้อื่น เพียงเพื่อให้แสดงว่าตนสามารถใช้อำนาจนั้นได้ และอำนาจเพื่อองค์กร หมายถึงความต้องการเพื่อจะมีอำนาจเพื่อจะสามารถแก้ปัญหาขององค์กร ดังนั้นผู้บริหารที่ดีควรมีการใช้อำนาจทั้งเพื่อตนเอง และเพื่อองค์กร
ทฤษฎีว่าด้วยกระบวนการ เสนอแนวคิดว่าการจูงใจจะทำสำเร็จผลได้ก็ต่อเมื่อผู้รับการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆ ครบถ้วนแล้ว
ซึงมีความแตกต่างจากทฤษฎีความต้องการ เนื่องจากการจูงใจตามทฤษฎีความต้องการสามารถทำสำเร็จผลได้ในขั้นตอนเดียว คือการตอบสนองความต้องการ แต่ทฤษฎีการรจูงใจด้วยกระบวนการเสนอแนวคิดและจิตใจนั่นคือการจูงใจว่าด้วยกระบวนการ เสนอแนวคิดว่าการจูงใจผ่านกระบวนการทางความคิดและจิตใจตามขั้นตอนต่างๆ
(นางสาวเอเซีย พิทยาพละ 12590112)