1.ความคาดหวังในผลงานจากความพยายามที่ใช้ไป (Efforts & Performance Ex pectancy) เมื่อบุคคลใช้ความพยายาม (Efort) ในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงาน (Performance) ตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนและทำให้พนักงานเชื่อมั่นว่าหากใช้ความพยายามอย่างเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์ 2.ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้น (Performance & Outcomes Ex pectancy) เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายาม (Effort) อย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงาน (Per formance) ตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงาน (Performance) ที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนา (Desired Outcomes) ผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั่นเอง 3.การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้ (Valence of Outcomes) เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลงาน (Performance) ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนา (Desired Outcomes) แล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่า (Valence) ต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้รับนั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงานการนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้นสามารถพบได้ทั่วไปอาทิธุรกิจขายตรง (Direct Sale) ผู้บริหารของธุรกิจขายตรงจะกระตุ้นพนักงานขายด้วยวิธีต่างๆเพื่อให้พนักงานขายเกิดความเชื่อมั่นในตนเองและเชื่อมั่นต่อไปว่าหากพนักงานขายได้พยายามอย่างเต็มที่แล้วย่อมจะสร้างผลงานด้านการขาย (Sales Performance) ที่น่าพอใจได้อย่างแน่นอน (Effort & Perfor mance Expectancy) และหากผลงานด้านการขายสูงถึงระดับที่กำหนดแล้วพนักงานขายก็จะได้รับการเลื่อนขั้นและรับรางวัลเป็นลำดับๆไปแต่ละลำดับยังมีรางวัลและผลประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย (Performance & Outcomes Expectancy) นอกจากนี้ธุรกิจการขายตรงยังเพิ่มคุณค่าให้กับลำดับขั้นและรางวัลของพนักงานอีกหลายวิธีเช่นการมอบรางวัลในที่ประชุมพนักงานทั่วประเทศและลงภาพของพนักงานขายที่ได้รับรางวัลในสื่อประเภทต่างๆทั้งนี้ก็เพื่อให้พนักงานขายเกิดความภาคภูมิใจซึ่งย่อมจะเป็นการเพิ่มคุณค่า (Valence) ให้กับผลลัพธ์ที่ได้ซึ่งเป็นไปตามทฤษฎีความคาดหวัง(นางสาวอัมรินทร์ เกมอ 12590105)
1.สร้างความคาดหวังโดยมีแรงดึงดูด ซึ่งผู้บริหารจะต้องคัดเลือกบุคคลที่มีความสามารถให้การอบรมพวกเขา ให้การสนับสนุนพวกเขาด้วยทรัพยากรที่จำเป็นและระบุเป้าหมายการทำงานที่ชัดเจน2.ให้เกิดความเชื่อมโยงรางวัลกับผลงาน โดยผู้บริหารควรกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างผลการปฏิบัติงานกับรางวัลให้ชัดเจน และเน้นย้ำในความสัมพันธ์เหล่านี้โดยการให้รางวัลเมื่อบุคคลสามารถบรรลุผลสำเร็จในการปฏิบัติงาน3.ให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างผลงานกับความพยายามซึ่งเป็นคุณค่าจากผลลัพธ์ที่เขาได้รับ ผู้บริหารควรทราบถึงความต้องการของแต่ละบุคคล และพยายามปรับการให้รางวัลเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของพนักงานเพื่อเขาจะได้รู้สึกถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่เขาได้รับจากความพยายามของเขา (ปิยาภรณ์ ชินวงค์พรหม 12590051)
ทฤษฎีความคาดหวังของวรูม ทฤษฎีนี้ระบุว่าเมื่อบุคคลได้ใช้ความพยายามในการทำงานบุคคลนั้นจะคาดหวังถึงผลงานอันเกิดจากความพยายามที่ใช้ไปจากนั้นบุคคลนั้นก็จะคาดหวังต่อเนื่องไปยังขั้นถัดไปคือผลลัพธ์ที่จะได้รับจากผลงานที่เกิดขึ้นทั้งนี้บุคคลนั้นย่อมคาดหวังว่าผลลัพธ์ที่ได้จะมีคุณค่าสูงตามที่ต้องการการพิจารณาตามทฤษฎีความคาดหวังของวรูมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ขั้นดังนี้1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงานน.ส.วราภรณ์ ขันสมบัติ 12590069
13. ท่านจะใช้ทฤษฎีความคาดหวังของวรูมเพื่อจูงใจให้พนักงานยินดีปฏิบัติงานด้วยความเต็มใจอย่างไรตอบ : ฤษฎีความคาดหวังของวรูม ทฤษฎีนี้ระบุว่าเมื่อบุคคลได้ใช้ความพยายามในการทำงานบุคคลนั้นจะคาดหวังถึงผลงานอันเกิดจากความพยายามที่ใช้ไปจากนั้นบุคคลนั้นก็จะคาดหวังต่อเนื่องไปยังขั้นถัดไปคือผลลัพธ์ที่จะได้รับจากผลงานที่เกิดขึ้นทั้งนี้บุคคลนั้นย่อมคาดหวังว่าผลลัพธ์ที่ได้จะมีคุณค่าสูงตามที่ต้องการการพิจารณาตามทฤษฎีความคาดหวังของวรูมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ขั้นดังนี้1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงานนางสาวสุดารัตน์ สุขสาม (รหัส 12590090)
การนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้น สามารถทำได้ 3 ขั้นตอน ได้แก่1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน(ชนกนาฎ สหทรัพย์เจริญ 12590012)
ทฤษฎีนี้ระบุว่าเมื่อบุคคลได้ใช้ความพยายาม ในการทำงาน บุคคลนั้นจะคาดหวังถึงผลงานอันเกิดจากความพยายามที่ใช้ไป จากนั้นบุคคลนั้นก็จะคาดหวังต่อเนื่องไปยังขั้นถัดไป คือ ผลลัพธ์ ซึ่งทฤษฎีนี้แบ่งได้ 3 ขั้นตอนดังนี้ 1.ความคาดหวังในผลงานจากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายาม ในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์2.ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้น เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์ พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้3.การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้ เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลงานที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์(อารียา ปานทอง 12590109)
ข้อที่ 13วรูม (Victor H. Vroom) เชื่อว่าบุคคลจะถูกจูงใจได้เมื่อบุคคลนั้นประเมินแล้วว่าตนเองมีความสามารถที่จะกระทำตามเป้าหมายหรือไม่ เกิดเป็นความคาดหวังต่อความพยายามนั้น โดยแบ่งออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่1. ความคาดหวังส่วนแรก เป็นการประเมินผลการทำงานของตนเอง โดยคาดหวังว่าเมื่อสามารถใช้อุปกรณ์ เครื่องมือ เทคโนโลยีต่าง ๆ ร่วมกับความพยายามของตนเองแล้วจะสามารถประสบความสำเร็จในการทำงาน2. ความคาดหวังส่วนที่สอง เป็นการประเมินผลของงานกับผลตอบแทน โดยคาดหวังว่าเมื่อทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีผลงานแล้วจะได้รับผลตอบแทนการทำงานนั้น3. ความคาดหวังส่วนที่สาม เป็นการให้คุณค่ากับผลตอบแทนที่จะได้รับว่ามีความคุ้มค่ากับความพยายามในการทำงานนั้น หรือก่อให้เกิดความพึงพอใจได้ในระดับใด (อรณิชา ศรีสมัย 1259102)
ทฤษฎีความคาดหวังของวรูมเพื่อจูงใจให้พนักงานยินดีปฏิบัติงานด้วยความเต็มใจ ได้เเก่1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน(นางสาวสิริรัตน์ ศิริพรทุม12590086)
1.ความคาดหวังในผลงานจากความพยายามที่ใช้ไป (Efforts & Performance Ex pectancy) เมื่อบุคคลใช้ความพยายาม (Efort) ในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงาน (Performance) ตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนและทำให้พนักงานเชื่อมั่นว่าหากใช้ความพยายามอย่างเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์2.ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้น (Performance & Outcomes Ex pectancy) เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายาม (Effort) อย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงาน (Per formance) ตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงาน (Performance) ที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนา (Desired Outcomes) ผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั่นเอง3.การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้ (Valence of Outcomes) เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลงาน (Performance) ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนา (Desired Outcomes) แล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่า (Valence) ต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้รับนั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงานการนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้นสามารถพบได้ทั่วไปอาทิธุรกิจขายตรง (Direct Sale) ผู้บริหารของธุรกิจขายตรงจะกระตุ้นพนักงานขายด้วยวิธีต่างๆเพื่อให้พนักงานขายเกิดความเชื่อมั่นในตนเองและเชื่อมั่นต่อไปว่าหากพนักงานขายได้พยายามอย่างเต็มที่แล้วย่อมจะสร้างผลงานด้านการขาย (Sales Performance) ที่น่าพอใจได้อย่างแน่นอน (Effort & Perfor mance Expectancy) และหากผลงานด้านการขายสูงถึงระดับที่กำหนดแล้วพนักงานขายก็จะได้รับการเลื่อนขั้นและรับรางวัลเป็นลำดับๆไปแต่ละลำดับยังมีรางวัลและผลประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย (Performance & Outcomes Expectancy) นอกจากนี้ธุรกิจการขายตรงยังเพิ่มคุณค่าให้กับลำดับขั้นและรางวัลของพนักงานอีกหลายวิธีเช่นการมอบรางวัลในที่ประชุมพนักงานทั่วประเทศและลงภาพของพนักงานขายที่ได้รับรางวัลในสื่อประเภทต่างๆทั้งนี้ก็เพื่อให้พนักงานขายเกิดความภาคภูมิใจซึ่งย่อมจะเป็นการเพิ่มคุณค่า (Valence) ให้กับผลลัพธ์ที่ได้ซึ่งเป็นไปตามทฤษฎีความคาดหวัง(นางสาวณัฐฐา จินตกวีพันธุ์ 12590020)
1.สร้างความคาดหวังโดยมีแรงดึงดูด ซึ่งผู้บริหารจะต้องคัดเลือกบุคคลที่มีความสามารถให้การอบรมพวกเขา ให้การสนับสนุนพวกเขาด้วยทรัพยากรที่จำเป็นและระบุเป้าหมายการทำงานที่ชัดเจน2.ให้เกิดความเชื่อมโยงรางวัลกับผลงาน โดยผู้บริหารควรกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างผลการปฏิบัติงานกับรางวัลให้ชัดเจน และเน้นย้ำในความสัมพันธ์เหล่านี้โดยการให้รางวัลเมื่อบุคคลสามารถบรรลุผลสำเร็จในการปฏิบัติงาน3.ให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างผลงานกับความพยายามซึ่งเป็นคุณค่าจากผลลัพธ์ที่เขาได้รับ ผู้บริหารควรทราบถึงความต้องการของแต่ละบุคคล และพยายามปรับการให้รางวัลเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของพนักงานเพื่อเขาจะได้รู้สึกถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่เขาได้รับจากความพยายามของเขา (นางสาวสิริกร ราชมณี12590084)
ทฤษฎีความคาดหวังของวรูมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ขั้นตอน ดังนี้1.ความคาดหวังในผลงานจากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายาม ในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่ง บุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเอง และประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงาน ตามที่ประสงค์ เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตน และทำให้พนักงานเชื่อมั่นว่าหากใช้ความพยายามอย่างเต็มที่แล้ว ย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์2.ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้น เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายาม อย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงาน ตามที่ประสงค์ พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไป คือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงาน ที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนา ผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไป คือ ชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนา เพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั่นเอง3.การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้ เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลงาน ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้ว พนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใด การจงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูง ผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้รับนั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงานการนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้นสามารถพบได้ทั่วไป อาทิ ธุรกิจขายตรง ผู้บริหารของธุรกิจขายตรงจะกระตุ้นพนักงานขายด้วยวิธีต่างๆ เพื่อให้พนักงานขายเกิดความเชื่อมั่นในตนเอง และเชื่อมั่นต่อไปว่าหากพนักงานขายได้พยายามอย่างเต็มที่แล้ว ย่อมจะสร้างผลงานด้านการขายที่น่าพอใจได้อย่างแน่นอน และหากผลงานด้านการขายสูงถึงระดับที่กำหนดแล้ว พนักงานขายก็จะได้รับการเลื่อนขั้นและรับรางวัลเป็นลำดับๆไป แต่ละลำดับยังมีรางวัลและผลประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ธุรกิจการขายตรงยังเพิ่มคุณค่าให้กับลำดับขั้นและรางวัลของพนักงานอีกหลายวิธี เช่น การมอบรางวัลในที่ประชุมพนักงานทั่วประเทศ และลงภาพของพนักงานขายที่ได้รับรางวัลในสื่อประเภทต่างๆ ทั้งนี้ ก็เพื่อให้พนักงานขายเกิดความภาคภูมิใจซึ่งย่อมจะเป็นการเพิ่มคุณค่าให้กับผลลัพธ์ที่ได้ซึ่งเป็นไปตามทฤษฎีความคาดหวัง(นางสาวกรกนก จันทร์พันธุ์ 12590003)
การนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้น สามารถทำได้ 3 ขั้นตอน ได้แก่1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน(นางสาว สรัสนันท์ บุญมี 12590080)
ทฤษฎีความคาดหวังของวรูม ทฤษฎีนี้ระบุว่าเมื่อบุคคลได้ใช้ความพยายามในการทำงานบุคคลนั้นจะคาดหวังถึงผลงานอันเกิดจากความพยายามที่ใช้ไปจากนั้นบุคคลนั้นก็จะคาดหวังต่อเนื่องไปยังขั้นถัดไปคือผลลัพธ์ที่จะได้รับจากผลงานที่เกิดขึ้นทั้งนี้บุคคลนั้นย่อมคาดหวังว่าผลลัพธ์ที่ได้จะมีคุณค่าสูงตามที่ต้องการการพิจารณาตามทฤษฎีความคาดหวังของวรูมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ขั้นดังนี้1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงานสุภัทษา สนธิช่วย 12590096
ทฤษฎีความคาดหวังของวรูมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ขั้นดังนี้1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์(นางสาวภิตติมาตุ์ เอื้ออรุณชัย 12590062)
การนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้น สามารถทำได้ 3 ขั้นตอน ได้แก่1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน(ศศิพิมพ์ ชัยกุลพัฒนา 12590076)
ทฤษฎีความคาดหวังของวรูม ระบุว่าเมื่อบุคคลได้ใช้ความพยายามในการทำงานบุคคลนั้นจะคาดหวังถึงผลงานอันเกิดจากความพยายามที่ใช้ไปจากนั้นบุคคลนั้น1.ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์2. ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง3.การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน(อภิษฐา เนียมศิริ 12590101)
1.ความคาดหวังในผลงานจากความพยายามที่ใช้ไป (Efforts & Performance Ex pectancy) เมื่อบุคคลใช้ความพยายาม (Efort) ในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงาน (Performance) ตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนและทำให้พนักงานเชื่อมั่นว่าหากใช้ความพยายามอย่างเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์ 2.ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้น (Performance & Outcomes Ex pectancy) เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายาม (Effort) อย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงาน (Per formance) ตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงาน (Performance) ที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนา (Desired Outcomes) ผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั่นเอง 3.การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้ (Valence of Outcomes) เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลงาน (Performance) ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนา (Desired Outcomes) แล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่า (Valence) ต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้รับนั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงานการนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้นสามารถพบได้ทั่วไปอาทิธุรกิจขายตรง (Direct Sale) ผู้บริหารของธุรกิจขายตรงจะกระตุ้นพนักงานขายด้วยวิธีต่างๆเพื่อให้พนักงานขายเกิดความเชื่อมั่นในตนเองและเชื่อมั่นต่อไปว่าหากพนักงานขายได้พยายามอย่างเต็มที่แล้วย่อมจะสร้างผลงานด้านการขาย (Sales Performance) ที่น่าพอใจได้อย่างแน่นอน (Effort & Perfor mance Expectancy) และหากผลงานด้านการขายสูงถึงระดับที่กำหนดแล้วพนักงานขายก็จะได้รับการเลื่อนขั้นและรับรางวัลเป็นลำดับๆไปแต่ละลำดับยังมีรางวัลและผลประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย (Performance & Outcomes Expectancy) นอกจากนี้ธุรกิจการขายตรงยังเพิ่มคุณค่าให้กับลำดับขั้นและรางวัลของพนักงานอีกหลายวิธีเช่นการมอบรางวัลในที่ประชุมพนักงานทั่วประเทศและลงภาพของพนักงานขายที่ได้รับรางวัลในสื่อประเภทต่างๆทั้งนี้ก็เพื่อให้พนักงานขายเกิดความภาคภูมิใจซึ่งย่อมจะเป็นการเพิ่มคุณค่า (Valence) ให้กับผลลัพธ์ที่ได้ซึ่งเป็นไปตามทฤษฎีความคาดหวังดวงหทัย โฉมมา 12590029
ทฤษฎีความคาดหวังของวรูม ทฤษฎีนี้ระบุว่าเมื่อบุคคลได้ใช้ความพยายามในการทำงานบุคคลนั้นจะคาดหวังถึงผลงานอันเกิดจากความพยายามที่ใช้ไปจากนั้นบุคคลนั้นก็จะคาดหวังต่อเนื่องไปยังขั้นถัดไปคือผลลัพธ์ที่จะได้รับจากผลงานที่เกิดขึ้นทั้งนี้บุคคลนั้นย่อมคาดหวังว่าผลลัพธ์ที่ได้จะมีคุณค่าสูงตามที่ต้องการการพิจารณาตามทฤษฎีความคาดหวังของวรูมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ขั้นดังนี้1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน(นางสาวปรมาพร สิงขรรัตน์ 12590046)
การนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้น สามารถทำได้ 3 ขั้นตอน ได้แก่1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงานนางสาวภัทราพร ผังรักษ์ 12590061
การนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้น สามารถทำได้ 3 ขั้นตอน ได้แก่1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน(อภัสสร ปูชนียกุล 12590100)
การนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้น สามารถทำได้ 3 ขั้นตอน ได้แก่1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน(นางสาวบุญธิดา กะตะศิลา 12590043)
ทฤษฎีความคาดหวังของวรูม ทฤษฎีนี้ระบุว่าเมื่อบุคคลได้ใช้ความพยายามในการทำงานบุคคลนั้นจะคาดหวังถึงผลงานอันเกิดจากความพยายามที่ใช้ไปจากนั้นบุคคลนั้นก็จะคาดหวังต่อเนื่องไปยังขั้นถัดไปคือผลลัพธ์ที่จะได้รับจากผลงานที่เกิดขึ้นทั้งนี้บุคคลนั้นย่อมคาดหวังว่าผลลัพธ์ที่ได้จะมีคุณค่าสูงตามที่ต้องการการพิจารณาตามทฤษฎีความคาดหวังของวรูมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ขั้นดังนี้1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน (นางสาวเบญญาภา กรีรถ 12590044)
การนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้น สามารถทำได้ 3 ขั้นตอน ได้แก่1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน(นายสิทธิชัย พ่อค้าเรือ 12590083)
การนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้น สามารถทำได้ 3 ขั้นตอน ได้แก่1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน(นายชินวัตร พิพัฒน์พงศานนท์ 12590015)
ทฤษฎีความคาดหวังของวรูมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ขั้นตอน ดังนี้1.ความคาดหวังในผลงานจากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายาม ในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่ง บุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเอง และประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงาน ตามที่ประสงค์ เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตน และทำให้พนักงานเชื่อมั่นว่าหากใช้ความพยายามอย่างเต็มที่แล้ว ย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์2.ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้น เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายาม อย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงาน ตามที่ประสงค์ พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไป คือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงาน ที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนา ผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไป คือ ชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนา เพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั่นเอง3.การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้ เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลงาน ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้ว พนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใด การจงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูง ผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้รับนั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงานการนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้นสามารถพบได้ทั่วไป อาทิ ธุรกิจขายตรง ผู้บริหารของธุรกิจขายตรงจะกระตุ้นพนักงานขายด้วยวิธีต่างๆ เพื่อให้พนักงานขายเกิดความเชื่อมั่นในตนเอง และเชื่อมั่นต่อไปว่าหากพนักงานขายได้พยายามอย่างเต็มที่แล้ว ย่อมจะสร้างผลงานด้านการขายที่น่าพอใจได้อย่างแน่นอน และหากผลงานด้านการขายสูงถึงระดับที่กำหนดแล้ว พนักงานขายก็จะได้รับการเลื่อนขั้นและรับรางวัลเป็นลำดับๆไป แต่ละลำดับยังมีรางวัลและผลประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ธุรกิจการขายตรงยังเพิ่มคุณค่าให้กับลำดับขั้นและรางวัลของพนักงานอีกหลายวิธี เช่น การมอบรางวัลในที่ประชุมพนักงานทั่วประเทศ และลงภาพของพนักงานขายที่ได้รับรางวัลในสื่อประเภทต่างๆ ทั้งนี้ ก็เพื่อให้พนักงานขายเกิดความภาคภูมิใจซึ่งย่อมจะเป็นการเพิ่มคุณค่าให้กับผลลัพธ์ที่ได้ซึ่งเป็นไปตามทฤษฎีความคาดหวัง(นางสาวชัชญาณ์ณัฐ ภูวิศภัทรนนท์ 12590110)
การนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้น สามารถทำได้ 3 ขั้นตอน ได้แก่1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน(นางสาวณัฐพร ทองปลิว 12590024)
1.สร้างความคาดหวังโดยมีแรงดึงดูด ซึ่งผู้บริหารจะต้องคัดเลือกบุคคลที่มีความสามารถให้การอบรมพวกเขา ให้การสนับสนุนพวกเขาด้วยทรัพยากรที่จำเป็นและระบุเป้าหมายการทำงานที่ชัดเจน2.ให้เกิดความเชื่อมโยงรางวัลกับผลงาน โดยผู้บริหารควรกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างผลการปฏิบัติงานกับรางวัลให้ชัดเจน และเน้นย้ำในความสัมพันธ์เหล่านี้โดยการให้รางวัลเมื่อบุคคลสามารถบรรลุผลสำเร็จในการปฏิบัติงาน3.ให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างผลงานกับความพยายามซึ่งเป็นคุณค่าจากผลลัพธ์ที่เขาได้รับ ผู้บริหารควรทราบถึงความต้องการของแต่ละบุคคล และพยายามปรับการให้รางวัลเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของพนักงานเพื่อเขาจะได้รู้สึกถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่เขาได้รับจากความพยายามของเขา(ปวีณา เกตุแย้ม 12590047)
1.สร้างความคาดหวังโดยมีแรงดึงดูด ซึ่งผู้บริหารจะต้องคัดเลือกบุคคลที่มีความสามารถให้การอบรมพวกเขา ให้การสนับสนุนพวกเขาด้วยทรัพยากรที่จำเป็นและระบุเป้าหมายการทำงานที่ชัดเจน2.ให้เกิดความเชื่อมโยงรางวัลกับผลงาน โดยผู้บริหารควรกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างผลการปฏิบัติงานกับรางวัลให้ชัดเจน และเน้นย้ำในความสัมพันธ์เหล่านี้โดยการให้รางวัลเมื่อบุคคลสามารถบรรลุผลสำเร็จในการปฏิบัติงาน3.ให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างผลงานกับความพยายามซึ่งเป็นคุณค่าจากผลลัพธ์ที่เขาได้รับ ผู้บริหารควรทราบถึงความต้องการของแต่ละบุคคล และพยายามปรับการให้รางวัลเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของพนักงานเพื่อเขาจะได้รู้สึกถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่เขาได้รับจากความพยายามของเขา(นางสาวพัชรา จูเอี่ยม 12590054)
1.สร้างความคาดหวังโดยมีแรงดึงดูด ซึ่งผู้บริหารจะต้องคัดเลือกบุคคลที่มีความสามารถให้การอบรมพวกเขา ให้การสนับสนุนพวกเขาด้วยทรัพยากรที่จำเป็นและระบุเป้าหมายการทำงานที่ชัดเจน2.ให้เกิดความเชื่อมโยงรางวัลกับผลงาน โดยผู้บริหารควรกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างผลการปฏิบัติงานกับรางวัลให้ชัดเจน และเน้นย้ำในความสัมพันธ์เหล่านี้โดยการให้รางวัลเมื่อบุคคลสามารถบรรลุผลสำเร็จในการปฏิบัติงาน3.ให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างผลงานกับความพยายามซึ่งเป็นคุณค่าจากผลลัพธ์ที่เขาได้รับ ผู้บริหารควรทราบถึงความต้องการของแต่ละบุคคล และพยายามปรับการให้รางวัลเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของพนักงานเพื่อเขาจะได้รู้สึกถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่เขาได้รับจากความพยายามของเขาวัชระ จริยสุขสกุล 071
จะใช้ทฤษฎีความคาดหวังของวรูมเพื่อจูงใจให้พนักงานยินดีปฏิบัติงานด้วยความเต็มใจโดยการ1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงานนางสาววชิราพร คำกอง 12590068
ทฤษฎีความคาดหวังของวรูม ทฤษฎีนี้ระบุว่าเมื่อบุคคลได้ใช้ความพยายามในการทำงานบุคคลนั้นจะคาดหวังถึงผลงานอันเกิดจากความพยายามที่ใช้ไปจากนั้นบุคคลนั้นก็จะคาดหวังต่อเนื่องไปยังขั้นถัดไปคือผลลัพธ์ที่จะได้รับจากผลงานที่เกิดขึ้นทั้งนี้บุคคลนั้นย่อมคาดหวังว่าผลลัพธ์ที่ได้จะมีคุณค่าสูงตามที่ต้องการการพิจารณาตามทฤษฎีความคาดหวังของวรูมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ขั้นดังนี้1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงานรัญชริดา มะนุ่น 12590067
การนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้น สามารถทำได้ 3 ขั้นตอน ได้แก่1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงานนายดนุสรณ์ เลิศเศรษฐี 12590028
ทฤษฎีความคาดหวังของวรูม ทฤษฎีนี้ระบุว่าเมื่อบุคคลได้ใช้ความพยายามในการทำงานบุคคลนั้นจะคาดหวังถึงผลงานอันเกิดจากความพยายามที่ใช้ไปจากนั้นบุคคลนั้นก็จะคาดหวังต่อเนื่องไปยังขั้นถัดไปคือผลลัพธ์ที่จะได้รับจากผลงานที่เกิดขึ้นทั้งนี้บุคคลนั้นย่อมคาดหวังว่าผลลัพธ์ที่ได้จะมีคุณค่าสูงตามที่ต้องการการพิจารณาตามทฤษฎีความคาดหวังของวรูมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ขั้นดังนี้1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน(นายนภนต์ เจียรนัย 12590040)
1.สร้างความคาดหวังโดยมีแรงดึงดูด ซึ่งผู้บริหารจะต้องคัดเลือกบุคคลที่มีความสามารถให้การอบรมพวกเขา ให้การสนับสนุนพวกเขาด้วยทรัพยากรที่จำเป็นและระบุเป้าหมายการทำงานที่ชัดเจน2.ให้เกิดความเชื่อมโยงรางวัลกับผลงาน โดยผู้บริหารควรกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างผลการปฏิบัติงานกับรางวัลให้ชัดเจน และเน้นย้ำในความสัมพันธ์เหล่านี้โดยการให้รางวัลเมื่อบุคคลสามารถบรรลุผลสำเร็จในการปฏิบัติงาน3.ให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างผลงานกับความพยายามซึ่งเป็นคุณค่าจากผลลัพธ์ที่เขาได้รับ ผู้บริหารควรทราบถึงความต้องการของแต่ละบุคคล และพยายามปรับการให้รางวัลเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของพนักงานเพื่อเขาจะได้รู้สึกถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่เขาได้รับจากความพยายามของเขา(ธนพล โชครัตน์ประภา 12590033)
การนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้น สามารถทำได้ 3 ขั้นตอน ได้แก่1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน(วิลาสินี เกตุแก้ว 12590073)
ทฤษฎีนี้ระบุว่าเมื่อบุคคลได้ใช้ความพยายาม ในการทำงาน บุคคลนั้นจะคาดหวังถึงผลงานอันเกิดจากความพยายามที่ใช้ไป จากนั้นบุคคลนั้นก็จะคาดหวังต่อเนื่องไปยังขั้นถัดไป คือ ผลลัพธ์ ซึ่งทฤษฎีนี้แบ่งได้ 3 ขั้นตอนดังนี้ 1.ความคาดหวังในผลงานจากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายาม ในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์2.ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้น เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์ พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้3.การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้ เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลงานที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์(ชนาวาส บัววงค์ 12590013)
การนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้น สามารถทำได้ 3 ขั้นตอน ได้แก่1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน (อังคณา พิทักษ์สุข 12590104)
ทฤษฎีความคาดหวังของวรูม ทฤษฎีนี้ระบุว่าเมื่อบุคคลได้ใช้ความพยายามในการทำงานบุคคลนั้นจะคาดหวังถึงผลงานอันเกิดจากความพยายามที่ใช้ไปจากนั้นบุคคลนั้นก็จะคาดหวังต่อเนื่องไปยังขั้นถัดไปคือผลลัพธ์ที่จะได้รับจากผลงานที่เกิดขึ้นทั้งนี้บุคคลนั้นย่อมคาดหวังว่าผลลัพธ์ที่ได้จะมีคุณค่าสูงตามที่ต้องการการพิจารณาตามทฤษฎีความคาดหวังของวรูมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ขั้นดังนี้1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน(น.ส.ดารารัตน์ ดาสาลี 12590030)
1.ความคาดหวังในผลงานจากความพยายามที่ใช้ไป (Efforts & Performance Ex pectancy) เมื่อบุคคลใช้ความพยายาม (Efort) ในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงาน (Performance) ตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนและทำให้พนักงานเชื่อมั่นว่าหากใช้ความพยายามอย่างเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์ 2.ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้น (Performance & Outcomes Ex pectancy) เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายาม (Effort) อย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงาน (Per formance) ตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงาน (Performance) ที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนา (Desired Outcomes) ผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั่นเอง 3.การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้ (Valence of Outcomes) เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลงาน (Performance) ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนา (Desired Outcomes) แล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่า (Valence) ต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้รับนั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงานการนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้นสามารถพบได้ทั่วไปอาทิธุรกิจขายตรง (Direct Sale) ผู้บริหารของธุรกิจขายตรงจะกระตุ้นพนักงานขายด้วยวิธีต่างๆเพื่อให้พนักงานขายเกิดความเชื่อมั่นในตนเองและเชื่อมั่นต่อไปว่าหากพนักงานขายได้พยายามอย่างเต็มที่แล้วย่อมจะสร้างผลงานด้านการขาย (Sales Performance) ที่น่าพอใจได้อย่างแน่นอน (Effort & Perfor mance Expectancy) และหากผลงานด้านการขายสูงถึงระดับที่กำหนดแล้วพนักงานขายก็จะได้รับการเลื่อนขั้นและรับรางวัลเป็นลำดับๆไปแต่ละลำดับยังมีรางวัลและผลประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย (Performance & Outcomes Expectancy) นอกจากนี้ธุรกิจการขายตรงยังเพิ่มคุณค่าให้กับลำดับขั้นและรางวัลของพนักงานอีกหลายวิธีเช่นการมอบรางวัลในที่ประชุมพนักงานทั่วประเทศและลงภาพของพนักงานขายที่ได้รับรางวัลในสื่อประเภทต่างๆทั้งนี้ก็เพื่อให้พนักงานขายเกิดความภาคภูมิใจซึ่งย่อมจะเป็นการเพิ่มคุณค่า (Valence) ให้กับผลลัพธ์ที่ได้ซึ่งเป็นไปตามทฤษฎีความคาดหวัง(พงศธร ศิริสมบูรณ์ 12590052)
ฤษฎีความคาดหวังของวรูม ทฤษฎีนี้ระบุว่าเมื่อบุคคลได้ใช้ความพยายามในการทำงานบุคคลนั้นจะคาดหวังถึงผลงานอันเกิดจากความพยายามที่ใช้ไปจากนั้นบุคคลนั้นก็จะคาดหวังต่อเนื่องไปยังขั้นถัดไปคือผลลัพธ์ที่จะได้รับจากผลงานที่เกิดขึ้นทั้งนี้บุคคลนั้นย่อมคาดหวังว่าผลลัพธ์ที่ได้จะมีคุณค่าสูงตามที่ต้องการการพิจารณาตามทฤษฎีความคาดหวังของวรูมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ขั้นดังนี้1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน(ศิฌาวี เรือนปัญจะ 12590078)
ทฤษฎีความคาดหวังของวรูมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ขั้นตอน ดังนี้1.ความคาดหวังในผลงานจากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายาม ในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่ง บุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเอง และประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงาน ตามที่ประสงค์ เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตน และทำให้พนักงานเชื่อมั่นว่าหากใช้ความพยายามอย่างเต็มที่แล้ว ย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์2.ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้น เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายาม อย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงาน ตามที่ประสงค์ พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไป คือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงาน ที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนา ผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไป คือ ชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนา เพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั่นเอง3.การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้ เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลงาน ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้ว พนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใด การจงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูง ผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้รับนั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงานการนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้นสามารถพบได้ทั่วไป อาทิ ธุรกิจขายตรง ผู้บริหารของธุรกิจขายตรงจะกระตุ้นพนักงานขายด้วยวิธีต่างๆ เพื่อให้พนักงานขายเกิดความเชื่อมั่นในตนเอง และเชื่อมั่นต่อไปว่าหากพนักงานขายได้พยายามอย่างเต็มที่แล้ว ย่อมจะสร้างผลงานด้านการขายที่น่าพอใจได้อย่างแน่นอน และหากผลงานด้านการขายสูงถึงระดับที่กำหนดแล้ว พนักงานขายก็จะได้รับการเลื่อนขั้นและรับรางวัลเป็นลำดับๆไป แต่ละลำดับยังมีรางวัลและผลประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ธุรกิจการขายตรงยังเพิ่มคุณค่าให้กับลำดับขั้นและรางวัลของพนักงานอีกหลายวิธี เช่น การมอบรางวัลในที่ประชุมพนักงานทั่วประเทศ และลงภาพของพนักงานขายที่ได้รับรางวัลในสื่อประเภทต่างๆ ทั้งนี้ ก็เพื่อให้พนักงานขายเกิดความภาคภูมิใจซึ่งย่อมจะเป็นการเพิ่มคุณค่าให้กับผลลัพธ์ที่ได้ซึ่งเป็นไปตามทฤษฎีความคาดหวัง(สุรีรัตน์ ศักดิ์ภิรมย์ 12590954)
ทฤษฎีความคาดหวังของวรูมเพื่อจูงใจให้พนักงานยินดีปฏิบัติงานด้วยความเต็มใจ ได้เเก่1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงานกุลปริยา แย้มเกษร 12590005
วรูม (Victor H. Vroom) เชื่อว่าบุคคลจะถูกจูงใจได้เมื่อบุคคลนั้นประเมินแล้วว่าตนเองมีความสามารถที่จะกระทำตามเป้าหมายหรือไม่ เกิดเป็นความคาดหวังต่อความพยายามนั้น โดยแบ่งออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่1. ความคาดหวังส่วนแรก เป็นการประเมินผลการทำงานของตนเอง โดยคาดหวังว่าเมื่อสามารถใช้อุปกรณ์ เครื่องมือ เทคโนโลยีต่าง ๆ ร่วมกับความพยายามของตนเองแล้วจะสามารถประสบความสำเร็จในการทำงาน2. ความคาดหวังส่วนที่สอง เป็นการประเมินผลของงานกับผลตอบแทน โดยคาดหวังว่าเมื่อทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีผลงานแล้วจะได้รับผลตอบแทนการทำงานนั้น3. ความคาดหวังส่วนที่สาม เป็นการให้คุณค่ากับผลตอบแทนที่จะได้รับว่ามีความคุ้มค่ากับความพยายามในการทำงานนั้น หรือก่อให้เกิดความพึงพอใจได้ในระดับใด (นางสาวอรวี ศรีวิโน 12590103)
ทฤษฎีความคาดหวังของวรูมเพื่อจูงใจให้พนักงานยินดีปฏิบัติงานด้วยความเต็มใจ ได้แก่1. ความคาดหวังในผลงานจากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเอง และประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์ เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้ว ย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์2. ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้น เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์ พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไป คือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนา เพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง3. การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้ เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้ว พนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใด การจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูง ผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน(นางสาวกชกร เดชกำแหง 12590001)
ทฤษฎีความคาดหวังของวรูม ระบุว่าเมื่อบุคคลได้ใช้ความพยายามในการทำงานบุคคลนั้นจะคาดหวังถึงผลงานอันเกิดจากความพยายามที่ใช้ไปจากนั้นบุคคลนั้น1.ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์2. ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง3.การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน(นางสาวศศิประภา ผาดศรี 12590075)
ทฤษฎีความคาดหวังของวรูม ทฤษฎีนี้ระบุว่าเมื่อบุคคลได้ใช้ความพยายามในการทำงานบุคคลนั้นจะคาดหวังถึงผลงานอันเกิดจากความพยายามที่ใช้ไปจากนั้นบุคคลนั้นก็จะคาดหวังต่อเนื่องไปยังขั้นถัดไปคือผลลัพธ์ที่จะได้รับจากผลงานที่เกิดขึ้นทั้งนี้บุคคลนั้นย่อมคาดหวังว่าผลลัพธ์ที่ได้จะมีคุณค่าสูงตามที่ต้องการการพิจารณาตามทฤษฎีความคาดหวังของวรูมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ขั้นดังนี้1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน(นางสาวคณภัทร์ ศิริโยธิน 12590108)
1.ความคาดหวังในผลงานจากความพยายามที่ใช้ไป (Efforts & Performance Ex pectancy) เมื่อบุคคลใช้ความพยายาม (Efort) ในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงาน (Performance) ตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนและทำให้พนักงานเชื่อมั่นว่าหากใช้ความพยายามอย่างเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์ 2.ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้น (Performance & Outcomes Ex pectancy) เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายาม (Effort) อย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงาน (Per formance) ตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงาน (Performance) ที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนา (Desired Outcomes) ผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั่นเอง 3.การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้ (Valence of Outcomes) เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลงาน (Performance) ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนา (Desired Outcomes) แล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่า (Valence) ต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้รับนั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงานการนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้นสามารถพบได้ทั่วไปอาทิธุรกิจขายตรง (Direct Sale) ผู้บริหารของธุรกิจขายตรงจะกระตุ้นพนักงานขายด้วยวิธีต่างๆเพื่อให้พนักงานขายเกิดความเชื่อมั่นในตนเองและเชื่อมั่นต่อไปว่าหากพนักงานขายได้พยายามอย่างเต็มที่แล้วย่อมจะสร้างผลงานด้านการขาย (Sales Performance) ที่น่าพอใจได้อย่างแน่นอน (Effort & Perfor mance Expectancy) และหากผลงานด้านการขายสูงถึงระดับที่กำหนดแล้วพนักงานขายก็จะได้รับการเลื่อนขั้นและรับรางวัลเป็นลำดับๆไปแต่ละลำดับยังมีรางวัลและผลประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย (Performance & Outcomes Expectancy) นอกจากนี้ธุรกิจการขายตรงยังเพิ่มคุณค่าให้กับลำดับขั้นและรางวัลของพนักงานอีกหลายวิธีเช่นการมอบรางวัลในที่ประชุมพนักงานทั่วประเทศและลงภาพของพนักงานขายที่ได้รับรางวัลในสื่อประเภทต่างๆทั้งนี้ก็เพื่อให้พนักงานขายเกิดความภาคภูมิใจซึ่งย่อมจะเป็นการเพิ่มคุณค่า (Valence) ให้กับผลลัพธ์ที่ได้ซึ่งเป็นไปตามทฤษฎีความคาดหวัง(นางสาวสิตานัน หรุ่นทอง 12590082)
วรูม (Victor H. Vroom) เชื่อว่าบุคคลจะถูกจูงใจได้เมื่อบุคคลนั้นประเมินแล้วว่าตนเองมีความสามารถที่จะกระทำตามเป้าหมายหรือไม่ เกิดเป็นความคาดหวังต่อความพยายามนั้น โดยแบ่งออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่1.ความคาดหวังในผลงานจากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์2.ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง3.การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน(ณัฐฌา ปักกัง 12590019)
การนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้น สามารถทำได้ 3 ขั้นตอน ได้แก่1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน (ศุภิสรา นรินยา 12590717)
การนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้น สามารถทำได้ 3 ขั้นตอน ได้แก่1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน(12590010)
ทฤษฎีความคาดหวังของวรูม ทฤษฎีนี้ระบุว่าเมื่อบุคคลได้ใช้ความพยายามในการทำงานบุคคลนั้นจะคาดหวังถึงผลงานอันเกิดจากความพยายามที่ใช้ไปจากนั้นบุคคลนั้นก็จะคาดหวังต่อเนื่องไปยังขั้นถัดไปคือผลลัพธ์ที่จะได้รับจากผลงานที่เกิดขึ้นทั้งนี้บุคคลนั้นย่อมคาดหวังว่าผลลัพธ์ที่ได้จะมีคุณค่าสูงตามที่ต้องการการพิจารณาตามทฤษฎีความคาดหวังของวรูมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ขั้นดังนี้1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน(ภัทรานิษฐ์ กุญแจทอง 12590059)
ทฤษฎีความคาดหวังของวรูม ทฤษฎีนี้ระบุว่าเมื่อบุคคลได้ใช้ความพยายามในการทำงานบุคคลนั้นจะคาดหวังถึงผลงานอันเกิดจากความพยายามที่ใช้ไปจากนั้นบุคคลนั้นก็จะคาดหวังต่อเนื่องไปยังขั้นถัดไปคือผลลัพธ์ที่จะได้รับจากผลงานที่เกิดขึ้นทั้งนี้บุคคลนั้นย่อมคาดหวังว่าผลลัพธ์ที่ได้จะมีคุณค่าสูงตามที่ต้องการการพิจารณาตามทฤษฎีความคาดหวังของวรูมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ขั้นดังนี้1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน(สุรีรัตน์ สระเกตุ 12590098)
ทฤษฎีความคาดหวังของวรูม ทฤษฎีนี้ระบุว่าเมื่อบุคคลได้ใช้ความพยายามในการทำงานบุคคลนั้นจะคาดหวังถึงผลงานอันเกิดจากความพยายามที่ใช้ไปจากนั้นบุคคลนั้นก็จะคาดหวังต่อเนื่องไปยังขั้นถัดไปคือผลลัพธ์ที่จะได้รับจากผลงานที่เกิดขึ้นทั้งนี้บุคคลนั้นย่อมคาดหวังว่าผลลัพธ์ที่ได้จะมีคุณค่าสูงตามที่ต้องการการพิจารณาตามทฤษฎีความคาดหวังของวรูมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ขั้นดังนี้1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน(นางสาวสุชานรี เวียนมานะ 12590089)
ฤษฎีความคาดหวังของวรูม ทฤษฎีนี้ระบุว่าเมื่อบุคคลได้ใช้ความพยายามในการทำงานบุคคลนั้นจะคาดหวังถึงผลงานอันเกิดจากความพยายามที่ใช้ไปจากนั้นบุคคลนั้นก็จะคาดหวังต่อเนื่องไปยังขั้นถัดไปคือผลลัพธ์ที่จะได้รับจากผลงานที่เกิดขึ้นทั้งนี้บุคคลนั้นย่อมคาดหวังว่าผลลัพธ์ที่ได้จะมีคุณค่าสูงตามที่ต้องการการพิจารณาตามทฤษฎีความคาดหวังของวรูมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ขั้นดังนี้1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน(ณัฐนพิน ชินวัฒนา 12590021)
ทฤษฎีความคาดหวังของวรูม ทฤษฎีนี้ระบุว่าเมื่อบุคคลได้ใช้ความพยายามในการทำงานบุคคลนั้นจะคาดหวังถึงผลงานอันเกิดจากความพยายามที่ใช้ไปจากนั้นบุคคลนั้นก็จะคาดหวังต่อเนื่องไปยังขั้นถัดไปคือผลลัพธ์ที่จะได้รับจากผลงานที่เกิดขึ้นทั้งนี้บุคคลนั้นย่อมคาดหวังว่าผลลัพธ์ที่ได้จะมีคุณค่าสูงตามที่ต้องการการพิจารณาตามทฤษฎีความคาดหวังของวรูมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ขั้นดังนี้1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน(นางสาวชุติกาญจน์ ปานดารา 12590016)
1.ความคาดหวังในผลงานจากความพยายามที่ใช้ไป (Efforts & Performance Ex pectancy) เมื่อบุคคลใช้ความพยายาม (Efort) ในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงาน (Performance) ตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนและทำให้พนักงานเชื่อมั่นว่าหากใช้ความพยายามอย่างเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์2.ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้น (Performance & Outcomes Ex pectancy) เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายาม (Effort) อย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงาน (Per formance) ตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงาน (Performance) ที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนา (Desired Outcomes) ผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั่นเอง3.การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้ (Valence of Outcomes) เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลงาน (Performance) ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนา (Desired Outcomes) แล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่า (Valence) ต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้รับนั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงานการนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้นสามารถพบได้ทั่วไปอาทิธุรกิจขายตรง (Direct Sale) ผู้บริหารของธุรกิจขายตรงจะกระตุ้นพนักงานขายด้วยวิธีต่างๆเพื่อให้พนักงานขายเกิดความเชื่อมั่นในตนเองและเชื่อมั่นต่อไปว่าหากพนักงานขายได้พยายามอย่างเต็มที่แล้วย่อมจะสร้างผลงานด้านการขาย (Sales Performance) ที่น่าพอใจได้อย่างแน่นอน (Effort & Perfor mance Expectancy) และหากผลงานด้านการขายสูงถึงระดับที่กำหนดแล้วพนักงานขายก็จะได้รับการเลื่อนขั้นและรับรางวัลเป็นลำดับๆไปแต่ละลำดับยังมีรางวัลและผลประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย (Performance & Outcomes Expectancy) นอกจากนี้ธุรกิจการขายตรงยังเพิ่มคุณค่าให้กับลำดับขั้นและรางวัลของพนักงานอีกหลายวิธีเช่นการมอบรางวัลในที่ประชุมพนักงานทั่วประเทศและลงภาพของพนักงานขายที่ได้รับรางวัลในสื่อประเภทต่างๆทั้งนี้ก็เพื่อให้พนักงานขายเกิดความภาคภูมิใจซึ่งย่อมจะเป็นการเพิ่มคุณค่า (Valence) ให้กับผลลัพธ์ที่ได้ซึ่งเป็นไปตามทฤษฎีความคาดหวัง(วริศ เอี๊ยวชัยพร 070)
ทฤษฎีความคาดหวังของวรูม ทฤษฎีนี้ระบุว่าเมื่อบุคคลได้ใช้ความพยายามในการทำงานบุคคลนั้นจะคาดหวังถึงผลงานอันเกิดจากความพยายามที่ใช้ไปจากนั้นบุคคลนั้นก็จะคาดหวังต่อเนื่องไปยังขั้นถัดไปคือผลลัพธ์ที่จะได้รับจากผลงานที่เกิดขึ้นทั้งนี้บุคคลนั้นย่อมคาดหวังว่าผลลัพธ์ที่ได้จะมีคุณค่าสูงตามที่ต้องการการพิจารณาตามทฤษฎีความคาดหวังของวรูมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ขั้นดังนี้1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน(ปาลิตา มนัสปัญญากุล 12590049)
ทฤษฎีความคาดหวังของวรูม ทฤษฎีนี้ระบุว่าเมื่อบุคคลได้ใช้ความพยายามในการทำงานบุคคลนั้นจะคาดหวังถึงผลงานอันเกิดจากความพยายามที่ใช้ไปจากนั้นบุคคลนั้นก็จะคาดหวังต่อเนื่องไปยังขั้นถัดไปคือผลลัพธ์ที่จะได้รับจากผลงานที่เกิดขึ้นทั้งนี้บุคคลนั้นย่อมคาดหวังว่าผลลัพธ์ที่ได้จะมีคุณค่าสูงตามที่ต้องการการพิจารณาตามทฤษฎีความคาดหวังของวรูมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ขั้นดังนี้1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน(สมภพ ขุนทรง 12590079)
1.ความคาดหวังในผลงานจากความพยายามที่ใช้ไป (Efforts & Performance Ex pectancy) เมื่อบุคคลใช้ความพยายาม (Efort) ในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงาน (Performance) ตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนและทำให้พนักงานเชื่อมั่นว่าหากใช้ความพยายามอย่างเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์2.ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้น (Performance & Outcomes Ex pectancy) เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายาม (Effort) อย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงาน (Per formance) ตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงาน (Performance) ที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนา (Desired Outcomes) ผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั่นเอง3.การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้ (Valence of Outcomes) เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลงาน (Performance) ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนา (Desired Outcomes) แล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่า (Valence) ต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้รับนั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงานการนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้นสามารถพบได้ทั่วไปอาทิธุรกิจขายตรง (Direct Sale) ผู้บริหารของธุรกิจขายตรงจะกระตุ้นพนักงานขายด้วยวิธีต่างๆเพื่อให้พนักงานขายเกิดความเชื่อมั่นในตนเองและเชื่อมั่นต่อไปว่าหากพนักงานขายได้พยายามอย่างเต็มที่แล้วย่อมจะสร้างผลงานด้านการขาย (Sales Performance) ที่น่าพอใจได้อย่างแน่นอน (Effort & Perfor mance Expectancy) และหากผลงานด้านการขายสูงถึงระดับที่กำหนดแล้วพนักงานขายก็จะได้รับการเลื่อนขั้นและรับรางวัลเป็นลำดับๆไปแต่ละลำดับยังมีรางวัลและผลประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย (Performance & Outcomes Expectancy) นอกจากนี้ธุรกิจการขายตรงยังเพิ่มคุณค่าให้กับลำดับขั้นและรางวัลของพนักงานอีกหลายวิธีเช่นการมอบรางวัลในที่ประชุมพนักงานทั่วประเทศและลงภาพของพนักงานขายที่ได้รับรางวัลในสื่อประเภทต่างๆทั้งนี้ก็เพื่อให้พนักงานขายเกิดความภาคภูมิใจซึ่งย่อมจะเป็นการเพิ่มคุณค่า (Valence) ให้กับผลลัพธ์ที่ได้ซึ่งเป็นไปตามทฤษฎีความคาดหวัง(ธนสิทธิ์ อาจอ่อนศรี 12590036)
การนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้น สามารถทำได้ 3 ขั้นตอน ได้แก่1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน(นางสาวเอเซีย พิทยาพละ 12590112)
1.ความคาดหวังในผลงานจากความพยายามที่ใช้ไป (Efforts & Performance Ex pectancy) เมื่อบุคคลใช้ความพยายาม (Efort) ในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงาน (Performance) ตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนและทำให้พนักงานเชื่อมั่นว่าหากใช้ความพยายามอย่างเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
ตอบลบ2.ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้น (Performance & Outcomes Ex pectancy) เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายาม (Effort) อย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงาน (Per formance) ตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงาน (Performance) ที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนา (Desired Outcomes) ผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั่นเอง
3.การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้ (Valence of Outcomes) เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลงาน (Performance) ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนา (Desired Outcomes) แล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่า (Valence) ต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้รับนั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงานการนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้นสามารถพบได้ทั่วไปอาทิธุรกิจขายตรง (Direct Sale) ผู้บริหารของธุรกิจขายตรงจะกระตุ้นพนักงานขายด้วยวิธีต่างๆเพื่อให้พนักงานขายเกิดความเชื่อมั่นในตนเองและเชื่อมั่นต่อไปว่าหากพนักงานขายได้พยายามอย่างเต็มที่แล้วย่อมจะสร้างผลงานด้านการขาย (Sales Performance) ที่น่าพอใจได้อย่างแน่นอน (Effort & Perfor mance Expectancy) และหากผลงานด้านการขายสูงถึงระดับที่กำหนดแล้วพนักงานขายก็จะได้รับการเลื่อนขั้นและรับรางวัลเป็นลำดับๆไปแต่ละลำดับยังมีรางวัลและผลประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย (Performance & Outcomes Expectancy) นอกจากนี้ธุรกิจการขายตรงยังเพิ่มคุณค่าให้กับลำดับขั้นและรางวัลของพนักงานอีกหลายวิธีเช่นการมอบรางวัลในที่ประชุมพนักงานทั่วประเทศและลงภาพของพนักงานขายที่ได้รับรางวัลในสื่อประเภทต่างๆทั้งนี้ก็เพื่อให้พนักงานขายเกิดความภาคภูมิใจซึ่งย่อมจะเป็นการเพิ่มคุณค่า (Valence) ให้กับผลลัพธ์ที่ได้ซึ่งเป็นไปตามทฤษฎีความคาดหวัง
(นางสาวอัมรินทร์ เกมอ 12590105)
1.สร้างความคาดหวังโดยมีแรงดึงดูด ซึ่งผู้บริหารจะต้องคัดเลือกบุคคลที่มีความสามารถให้การอบรมพวกเขา ให้การสนับสนุนพวกเขาด้วยทรัพยากรที่จำเป็นและระบุเป้าหมายการทำงานที่ชัดเจน
ตอบลบ2.ให้เกิดความเชื่อมโยงรางวัลกับผลงาน โดยผู้บริหารควรกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างผลการปฏิบัติงานกับรางวัลให้ชัดเจน และเน้นย้ำในความสัมพันธ์เหล่านี้โดยการให้รางวัลเมื่อบุคคลสามารถบรรลุผลสำเร็จในการปฏิบัติงาน
3.ให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างผลงานกับความพยายามซึ่งเป็นคุณค่าจากผลลัพธ์ที่เขาได้รับ ผู้บริหารควรทราบถึงความต้องการของแต่ละบุคคล และพยายามปรับการให้รางวัลเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของพนักงานเพื่อเขาจะได้รู้สึกถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่เขาได้รับจากความพยายามของเขา (ปิยาภรณ์ ชินวงค์พรหม 12590051)
ทฤษฎีความคาดหวังของวรูม ทฤษฎีนี้ระบุว่าเมื่อบุคคลได้ใช้ความพยายามในการทำงานบุคคลนั้นจะคาดหวังถึงผลงานอันเกิดจากความพยายามที่ใช้ไปจากนั้นบุคคลนั้นก็จะคาดหวังต่อเนื่องไปยังขั้นถัดไปคือผลลัพธ์ที่จะได้รับจากผลงานที่เกิดขึ้นทั้งนี้บุคคลนั้นย่อมคาดหวังว่าผลลัพธ์ที่ได้จะมีคุณค่าสูงตามที่ต้องการการพิจารณาตามทฤษฎีความคาดหวังของวรูมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ขั้นดังนี้
ตอบลบ1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน
น.ส.วราภรณ์ ขันสมบัติ 12590069
13. ท่านจะใช้ทฤษฎีความคาดหวังของวรูมเพื่อจูงใจให้พนักงานยินดีปฏิบัติงานด้วยความเต็มใจอย่างไร
ตอบลบตอบ : ฤษฎีความคาดหวังของวรูม ทฤษฎีนี้ระบุว่าเมื่อบุคคลได้ใช้ความพยายามในการทำงานบุคคลนั้นจะคาดหวังถึงผลงานอันเกิดจากความพยายามที่ใช้ไปจากนั้นบุคคลนั้นก็จะคาดหวังต่อเนื่องไปยังขั้นถัดไปคือผลลัพธ์ที่จะได้รับจากผลงานที่เกิดขึ้นทั้งนี้บุคคลนั้นย่อมคาดหวังว่าผลลัพธ์ที่ได้จะมีคุณค่าสูงตามที่ต้องการการพิจารณาตามทฤษฎีความคาดหวังของวรูมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ขั้นดังนี้
1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน
นางสาวสุดารัตน์ สุขสาม (รหัส 12590090)
การนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้น สามารถทำได้ 3 ขั้นตอน ได้แก่
ตอบลบ1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน
(ชนกนาฎ สหทรัพย์เจริญ 12590012)
ทฤษฎีนี้ระบุว่าเมื่อบุคคลได้ใช้ความพยายาม ในการทำงาน บุคคลนั้นจะคาดหวังถึงผลงานอันเกิดจากความพยายามที่ใช้ไป จากนั้นบุคคลนั้นก็จะคาดหวังต่อเนื่องไปยังขั้นถัดไป คือ ผลลัพธ์ ซึ่งทฤษฎีนี้แบ่งได้ 3 ขั้นตอนดังนี้
ตอบลบ1.ความคาดหวังในผลงานจากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายาม ในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์
2.ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้น เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์ พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้
3.การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้ เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลงานที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์
(อารียา ปานทอง 12590109)
ข้อที่ 13
ตอบลบวรูม (Victor H. Vroom) เชื่อว่าบุคคลจะถูกจูงใจได้เมื่อบุคคลนั้นประเมินแล้วว่าตนเองมีความสามารถที่จะกระทำตามเป้าหมายหรือไม่ เกิดเป็นความคาดหวังต่อความพยายามนั้น โดยแบ่งออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่
1. ความคาดหวังส่วนแรก เป็นการประเมินผลการทำงานของตนเอง โดยคาดหวังว่าเมื่อสามารถใช้อุปกรณ์ เครื่องมือ เทคโนโลยีต่าง ๆ ร่วมกับความพยายามของตนเองแล้วจะสามารถประสบความสำเร็จในการทำงาน
2. ความคาดหวังส่วนที่สอง เป็นการประเมินผลของงานกับผลตอบแทน โดยคาดหวังว่าเมื่อทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีผลงานแล้วจะได้รับผลตอบแทนการทำงานนั้น
3. ความคาดหวังส่วนที่สาม เป็นการให้คุณค่ากับผลตอบแทนที่จะได้รับว่ามีความคุ้มค่ากับความพยายามในการทำงานนั้น หรือก่อให้เกิดความพึงพอใจได้ในระดับใด
(อรณิชา ศรีสมัย 1259102)
ทฤษฎีความคาดหวังของวรูมเพื่อจูงใจให้พนักงานยินดีปฏิบัติงานด้วยความเต็มใจ ได้เเก่
ตอบลบ1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน
(นางสาวสิริรัตน์ ศิริพรทุม12590086)
1.ความคาดหวังในผลงานจากความพยายามที่ใช้ไป (Efforts & Performance Ex pectancy) เมื่อบุคคลใช้ความพยายาม (Efort) ในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงาน (Performance) ตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนและทำให้พนักงานเชื่อมั่นว่าหากใช้ความพยายามอย่างเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
ตอบลบ2.ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้น (Performance & Outcomes Ex pectancy) เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายาม (Effort) อย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงาน (Per formance) ตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงาน (Performance) ที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนา (Desired Outcomes) ผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั่นเอง
3.การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้ (Valence of Outcomes) เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลงาน (Performance) ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนา (Desired Outcomes) แล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่า (Valence) ต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้รับนั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงานการนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้นสามารถพบได้ทั่วไปอาทิธุรกิจขายตรง (Direct Sale) ผู้บริหารของธุรกิจขายตรงจะกระตุ้นพนักงานขายด้วยวิธีต่างๆเพื่อให้พนักงานขายเกิดความเชื่อมั่นในตนเองและเชื่อมั่นต่อไปว่าหากพนักงานขายได้พยายามอย่างเต็มที่แล้วย่อมจะสร้างผลงานด้านการขาย (Sales Performance) ที่น่าพอใจได้อย่างแน่นอน (Effort & Perfor mance Expectancy) และหากผลงานด้านการขายสูงถึงระดับที่กำหนดแล้วพนักงานขายก็จะได้รับการเลื่อนขั้นและรับรางวัลเป็นลำดับๆไปแต่ละลำดับยังมีรางวัลและผลประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย (Performance & Outcomes Expectancy) นอกจากนี้ธุรกิจการขายตรงยังเพิ่มคุณค่าให้กับลำดับขั้นและรางวัลของพนักงานอีกหลายวิธีเช่นการมอบรางวัลในที่ประชุมพนักงานทั่วประเทศและลงภาพของพนักงานขายที่ได้รับรางวัลในสื่อประเภทต่างๆทั้งนี้ก็เพื่อให้พนักงานขายเกิดความภาคภูมิใจซึ่งย่อมจะเป็นการเพิ่มคุณค่า (Valence) ให้กับผลลัพธ์ที่ได้ซึ่งเป็นไปตามทฤษฎีความคาดหวัง
(นางสาวณัฐฐา จินตกวีพันธุ์ 12590020)
ตอบลบ1.สร้างความคาดหวังโดยมีแรงดึงดูด ซึ่งผู้บริหารจะต้องคัดเลือกบุคคลที่มีความสามารถให้การอบรมพวกเขา ให้การสนับสนุนพวกเขาด้วยทรัพยากรที่จำเป็นและระบุเป้าหมายการทำงานที่ชัดเจน
2.ให้เกิดความเชื่อมโยงรางวัลกับผลงาน โดยผู้บริหารควรกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างผลการปฏิบัติงานกับรางวัลให้ชัดเจน และเน้นย้ำในความสัมพันธ์เหล่านี้โดยการให้รางวัลเมื่อบุคคลสามารถบรรลุผลสำเร็จในการปฏิบัติงาน
3.ให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างผลงานกับความพยายามซึ่งเป็นคุณค่าจากผลลัพธ์ที่เขาได้รับ ผู้บริหารควรทราบถึงความต้องการของแต่ละบุคคล และพยายามปรับการให้รางวัลเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของพนักงานเพื่อเขาจะได้รู้สึกถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่เขาได้รับจากความพยายามของเขา
(นางสาวสิริกร ราชมณี12590084)
ทฤษฎีความคาดหวังของวรูมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ขั้นตอน ดังนี้
ตอบลบ1.ความคาดหวังในผลงานจากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายาม ในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่ง บุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเอง และประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงาน ตามที่ประสงค์ เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตน และทำให้พนักงานเชื่อมั่นว่าหากใช้ความพยายามอย่างเต็มที่แล้ว ย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
2.ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้น เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายาม อย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงาน ตามที่ประสงค์ พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไป คือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงาน ที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนา ผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไป คือ ชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนา เพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั่นเอง
3.การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้ เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลงาน ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้ว พนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใด การจงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูง ผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้รับนั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงานการนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้นสามารถพบได้ทั่วไป อาทิ ธุรกิจขายตรง ผู้บริหารของธุรกิจขายตรงจะกระตุ้นพนักงานขายด้วยวิธีต่างๆ เพื่อให้พนักงานขายเกิดความเชื่อมั่นในตนเอง และเชื่อมั่นต่อไปว่าหากพนักงานขายได้พยายามอย่างเต็มที่แล้ว ย่อมจะสร้างผลงานด้านการขายที่น่าพอใจได้อย่างแน่นอน และหากผลงานด้านการขายสูงถึงระดับที่กำหนดแล้ว พนักงานขายก็จะได้รับการเลื่อนขั้นและรับรางวัลเป็นลำดับๆไป แต่ละลำดับยังมีรางวัลและผลประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ธุรกิจการขายตรงยังเพิ่มคุณค่าให้กับลำดับขั้นและรางวัลของพนักงานอีกหลายวิธี เช่น การมอบรางวัลในที่ประชุมพนักงานทั่วประเทศ และลงภาพของพนักงานขายที่ได้รับรางวัลในสื่อประเภทต่างๆ ทั้งนี้ ก็เพื่อให้พนักงานขายเกิดความภาคภูมิใจซึ่งย่อมจะเป็นการเพิ่มคุณค่าให้กับผลลัพธ์ที่ได้ซึ่งเป็นไปตามทฤษฎีความคาดหวัง
(นางสาวกรกนก จันทร์พันธุ์ 12590003)
การนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้น สามารถทำได้ 3 ขั้นตอน ได้แก่
ตอบลบ1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน
(นางสาว สรัสนันท์ บุญมี 12590080)
ทฤษฎีความคาดหวังของวรูม ทฤษฎีนี้ระบุว่าเมื่อบุคคลได้ใช้ความพยายามในการทำงานบุคคลนั้นจะคาดหวังถึงผลงานอันเกิดจากความพยายามที่ใช้ไปจากนั้นบุคคลนั้นก็จะคาดหวังต่อเนื่องไปยังขั้นถัดไปคือผลลัพธ์ที่จะได้รับจากผลงานที่เกิดขึ้นทั้งนี้บุคคลนั้นย่อมคาดหวังว่าผลลัพธ์ที่ได้จะมีคุณค่าสูงตามที่ต้องการการพิจารณาตามทฤษฎีความคาดหวังของวรูมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ขั้นดังนี้
ตอบลบ1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน
สุภัทษา สนธิช่วย 12590096
ทฤษฎีความคาดหวังของวรูมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ขั้นดังนี้
ตอบลบ1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์
(นางสาวภิตติมาตุ์ เอื้ออรุณชัย 12590062)
การนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้น สามารถทำได้ 3 ขั้นตอน ได้แก่
ตอบลบ1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน
(ศศิพิมพ์ ชัยกุลพัฒนา 12590076)
ทฤษฎีความคาดหวังของวรูม ระบุว่าเมื่อบุคคลได้ใช้ความพยายามในการทำงานบุคคลนั้นจะคาดหวังถึงผลงานอันเกิดจากความพยายามที่ใช้ไปจากนั้นบุคคลนั้น
ตอบลบ1.ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
2. ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
3.การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน
(อภิษฐา เนียมศิริ 12590101)
1.ความคาดหวังในผลงานจากความพยายามที่ใช้ไป (Efforts & Performance Ex pectancy) เมื่อบุคคลใช้ความพยายาม (Efort) ในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงาน (Performance) ตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนและทำให้พนักงานเชื่อมั่นว่าหากใช้ความพยายามอย่างเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
ตอบลบ2.ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้น (Performance & Outcomes Ex pectancy) เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายาม (Effort) อย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงาน (Per formance) ตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงาน (Performance) ที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนา (Desired Outcomes) ผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั่นเอง
3.การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้ (Valence of Outcomes) เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลงาน (Performance) ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนา (Desired Outcomes) แล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่า (Valence) ต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้รับนั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงานการนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้นสามารถพบได้ทั่วไปอาทิธุรกิจขายตรง (Direct Sale) ผู้บริหารของธุรกิจขายตรงจะกระตุ้นพนักงานขายด้วยวิธีต่างๆเพื่อให้พนักงานขายเกิดความเชื่อมั่นในตนเองและเชื่อมั่นต่อไปว่าหากพนักงานขายได้พยายามอย่างเต็มที่แล้วย่อมจะสร้างผลงานด้านการขาย (Sales Performance) ที่น่าพอใจได้อย่างแน่นอน (Effort & Perfor mance Expectancy) และหากผลงานด้านการขายสูงถึงระดับที่กำหนดแล้วพนักงานขายก็จะได้รับการเลื่อนขั้นและรับรางวัลเป็นลำดับๆไปแต่ละลำดับยังมีรางวัลและผลประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย (Performance & Outcomes Expectancy) นอกจากนี้ธุรกิจการขายตรงยังเพิ่มคุณค่าให้กับลำดับขั้นและรางวัลของพนักงานอีกหลายวิธีเช่นการมอบรางวัลในที่ประชุมพนักงานทั่วประเทศและลงภาพของพนักงานขายที่ได้รับรางวัลในสื่อประเภทต่างๆทั้งนี้ก็เพื่อให้พนักงานขายเกิดความภาคภูมิใจซึ่งย่อมจะเป็นการเพิ่มคุณค่า (Valence) ให้กับผลลัพธ์ที่ได้ซึ่งเป็นไปตามทฤษฎีความคาดหวัง
ดวงหทัย โฉมมา 12590029
ทฤษฎีความคาดหวังของวรูม ทฤษฎีนี้ระบุว่าเมื่อบุคคลได้ใช้ความพยายามในการทำงานบุคคลนั้นจะคาดหวังถึงผลงานอันเกิดจากความพยายามที่ใช้ไปจากนั้นบุคคลนั้นก็จะคาดหวังต่อเนื่องไปยังขั้นถัดไปคือผลลัพธ์ที่จะได้รับจากผลงานที่เกิดขึ้นทั้งนี้บุคคลนั้นย่อมคาดหวังว่าผลลัพธ์ที่ได้จะมีคุณค่าสูงตามที่ต้องการการพิจารณาตามทฤษฎีความคาดหวังของวรูมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ขั้นดังนี้
ตอบลบ1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน
(นางสาวปรมาพร สิงขรรัตน์ 12590046)
การนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้น สามารถทำได้ 3 ขั้นตอน ได้แก่
ตอบลบ1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน
นางสาวภัทราพร ผังรักษ์ 12590061
การนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้น สามารถทำได้ 3 ขั้นตอน ได้แก่
ตอบลบ1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน
(อภัสสร ปูชนียกุล 12590100)
การนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้น สามารถทำได้ 3 ขั้นตอน ได้แก่
ตอบลบ1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน
(นางสาวบุญธิดา กะตะศิลา 12590043)
ทฤษฎีความคาดหวังของวรูม ทฤษฎีนี้ระบุว่าเมื่อบุคคลได้ใช้ความพยายามในการทำงานบุคคลนั้นจะคาดหวังถึงผลงานอันเกิดจากความพยายามที่ใช้ไปจากนั้นบุคคลนั้นก็จะคาดหวังต่อเนื่องไปยังขั้นถัดไปคือผลลัพธ์ที่จะได้รับจากผลงานที่เกิดขึ้นทั้งนี้บุคคลนั้นย่อมคาดหวังว่าผลลัพธ์ที่ได้จะมีคุณค่าสูงตามที่ต้องการการพิจารณาตามทฤษฎีความคาดหวังของวรูมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ขั้นดังนี้
ตอบลบ1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน
(นางสาวเบญญาภา กรีรถ 12590044)
การนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้น สามารถทำได้ 3 ขั้นตอน ได้แก่
ตอบลบ1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน
(นายสิทธิชัย พ่อค้าเรือ 12590083)
การนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้น สามารถทำได้ 3 ขั้นตอน ได้แก่
ตอบลบ1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน
(นายชินวัตร พิพัฒน์พงศานนท์ 12590015)
ทฤษฎีความคาดหวังของวรูมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ขั้นตอน ดังนี้
ตอบลบ1.ความคาดหวังในผลงานจากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายาม ในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่ง บุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเอง และประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงาน ตามที่ประสงค์ เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตน และทำให้พนักงานเชื่อมั่นว่าหากใช้ความพยายามอย่างเต็มที่แล้ว ย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
2.ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้น เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายาม อย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงาน ตามที่ประสงค์ พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไป คือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงาน ที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนา ผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไป คือ ชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนา เพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั่นเอง
3.การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้ เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลงาน ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้ว พนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใด การจงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูง ผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้รับนั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงานการนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้นสามารถพบได้ทั่วไป อาทิ ธุรกิจขายตรง ผู้บริหารของธุรกิจขายตรงจะกระตุ้นพนักงานขายด้วยวิธีต่างๆ เพื่อให้พนักงานขายเกิดความเชื่อมั่นในตนเอง และเชื่อมั่นต่อไปว่าหากพนักงานขายได้พยายามอย่างเต็มที่แล้ว ย่อมจะสร้างผลงานด้านการขายที่น่าพอใจได้อย่างแน่นอน และหากผลงานด้านการขายสูงถึงระดับที่กำหนดแล้ว พนักงานขายก็จะได้รับการเลื่อนขั้นและรับรางวัลเป็นลำดับๆไป แต่ละลำดับยังมีรางวัลและผลประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ธุรกิจการขายตรงยังเพิ่มคุณค่าให้กับลำดับขั้นและรางวัลของพนักงานอีกหลายวิธี เช่น การมอบรางวัลในที่ประชุมพนักงานทั่วประเทศ และลงภาพของพนักงานขายที่ได้รับรางวัลในสื่อประเภทต่างๆ ทั้งนี้ ก็เพื่อให้พนักงานขายเกิดความภาคภูมิใจซึ่งย่อมจะเป็นการเพิ่มคุณค่าให้กับผลลัพธ์ที่ได้ซึ่งเป็นไปตามทฤษฎีความคาดหวัง(นางสาวชัชญาณ์ณัฐ ภูวิศภัทรนนท์ 12590110)
การนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้น สามารถทำได้ 3 ขั้นตอน ได้แก่
ตอบลบ1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน
(นางสาวณัฐพร ทองปลิว 12590024)
1.สร้างความคาดหวังโดยมีแรงดึงดูด ซึ่งผู้บริหารจะต้องคัดเลือกบุคคลที่มีความสามารถให้การอบรมพวกเขา ให้การสนับสนุนพวกเขาด้วยทรัพยากรที่จำเป็นและระบุเป้าหมายการทำงานที่ชัดเจน
ตอบลบ2.ให้เกิดความเชื่อมโยงรางวัลกับผลงาน โดยผู้บริหารควรกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างผลการปฏิบัติงานกับรางวัลให้ชัดเจน และเน้นย้ำในความสัมพันธ์เหล่านี้โดยการให้รางวัลเมื่อบุคคลสามารถบรรลุผลสำเร็จในการปฏิบัติงาน
3.ให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างผลงานกับความพยายามซึ่งเป็นคุณค่าจากผลลัพธ์ที่เขาได้รับ ผู้บริหารควรทราบถึงความต้องการของแต่ละบุคคล และพยายามปรับการให้รางวัลเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของพนักงานเพื่อเขาจะได้รู้สึกถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่เขาได้รับจากความพยายามของเขา
(ปวีณา เกตุแย้ม 12590047)
ตอบลบ1.สร้างความคาดหวังโดยมีแรงดึงดูด ซึ่งผู้บริหารจะต้องคัดเลือกบุคคลที่มีความสามารถให้การอบรมพวกเขา ให้การสนับสนุนพวกเขาด้วยทรัพยากรที่จำเป็นและระบุเป้าหมายการทำงานที่ชัดเจน
2.ให้เกิดความเชื่อมโยงรางวัลกับผลงาน โดยผู้บริหารควรกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างผลการปฏิบัติงานกับรางวัลให้ชัดเจน และเน้นย้ำในความสัมพันธ์เหล่านี้โดยการให้รางวัลเมื่อบุคคลสามารถบรรลุผลสำเร็จในการปฏิบัติงาน
3.ให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างผลงานกับความพยายามซึ่งเป็นคุณค่าจากผลลัพธ์ที่เขาได้รับ ผู้บริหารควรทราบถึงความต้องการของแต่ละบุคคล และพยายามปรับการให้รางวัลเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของพนักงานเพื่อเขาจะได้รู้สึกถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่เขาได้รับจากความพยายามของเขา
(นางสาวพัชรา จูเอี่ยม 12590054)
1.สร้างความคาดหวังโดยมีแรงดึงดูด ซึ่งผู้บริหารจะต้องคัดเลือกบุคคลที่มีความสามารถให้การอบรมพวกเขา ให้การสนับสนุนพวกเขาด้วยทรัพยากรที่จำเป็นและระบุเป้าหมายการทำงานที่ชัดเจน
ตอบลบ2.ให้เกิดความเชื่อมโยงรางวัลกับผลงาน โดยผู้บริหารควรกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างผลการปฏิบัติงานกับรางวัลให้ชัดเจน และเน้นย้ำในความสัมพันธ์เหล่านี้โดยการให้รางวัลเมื่อบุคคลสามารถบรรลุผลสำเร็จในการปฏิบัติงาน
3.ให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างผลงานกับความพยายามซึ่งเป็นคุณค่าจากผลลัพธ์ที่เขาได้รับ ผู้บริหารควรทราบถึงความต้องการของแต่ละบุคคล และพยายามปรับการให้รางวัลเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของพนักงานเพื่อเขาจะได้รู้สึกถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่เขาได้รับจากความพยายามของเขา
วัชระ จริยสุขสกุล 071
จะใช้ทฤษฎีความคาดหวังของวรูมเพื่อจูงใจให้พนักงานยินดีปฏิบัติงานด้วยความเต็มใจโดยการ
ตอบลบ1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน
นางสาววชิราพร คำกอง 12590068
ทฤษฎีความคาดหวังของวรูม ทฤษฎีนี้ระบุว่าเมื่อบุคคลได้ใช้ความพยายามในการทำงานบุคคลนั้นจะคาดหวังถึงผลงานอันเกิดจากความพยายามที่ใช้ไปจากนั้นบุคคลนั้นก็จะคาดหวังต่อเนื่องไปยังขั้นถัดไปคือผลลัพธ์ที่จะได้รับจากผลงานที่เกิดขึ้นทั้งนี้บุคคลนั้นย่อมคาดหวังว่าผลลัพธ์ที่ได้จะมีคุณค่าสูงตามที่ต้องการการพิจารณาตามทฤษฎีความคาดหวังของวรูมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ขั้นดังนี้
ตอบลบ1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน
รัญชริดา มะนุ่น 12590067
การนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้น สามารถทำได้ 3 ขั้นตอน ได้แก่
ตอบลบ1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน
นายดนุสรณ์ เลิศเศรษฐี 12590028
ทฤษฎีความคาดหวังของวรูม ทฤษฎีนี้ระบุว่าเมื่อบุคคลได้ใช้ความพยายามในการทำงานบุคคลนั้นจะคาดหวังถึงผลงานอันเกิดจากความพยายามที่ใช้ไปจากนั้นบุคคลนั้นก็จะคาดหวังต่อเนื่องไปยังขั้นถัดไปคือผลลัพธ์ที่จะได้รับจากผลงานที่เกิดขึ้นทั้งนี้บุคคลนั้นย่อมคาดหวังว่าผลลัพธ์ที่ได้จะมีคุณค่าสูงตามที่ต้องการการพิจารณาตามทฤษฎีความคาดหวังของวรูมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ขั้นดังนี้
ตอบลบ1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน
(นายนภนต์ เจียรนัย 12590040)
ตอบลบ1.สร้างความคาดหวังโดยมีแรงดึงดูด ซึ่งผู้บริหารจะต้องคัดเลือกบุคคลที่มีความสามารถให้การอบรมพวกเขา ให้การสนับสนุนพวกเขาด้วยทรัพยากรที่จำเป็นและระบุเป้าหมายการทำงานที่ชัดเจน
2.ให้เกิดความเชื่อมโยงรางวัลกับผลงาน โดยผู้บริหารควรกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างผลการปฏิบัติงานกับรางวัลให้ชัดเจน และเน้นย้ำในความสัมพันธ์เหล่านี้โดยการให้รางวัลเมื่อบุคคลสามารถบรรลุผลสำเร็จในการปฏิบัติงาน
3.ให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างผลงานกับความพยายามซึ่งเป็นคุณค่าจากผลลัพธ์ที่เขาได้รับ ผู้บริหารควรทราบถึงความต้องการของแต่ละบุคคล และพยายามปรับการให้รางวัลเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของพนักงานเพื่อเขาจะได้รู้สึกถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่เขาได้รับจากความพยายามของเขา
(ธนพล โชครัตน์ประภา 12590033)
การนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้น สามารถทำได้ 3 ขั้นตอน ได้แก่
ตอบลบ1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน
(วิลาสินี เกตุแก้ว 12590073)
ตอบลบทฤษฎีนี้ระบุว่าเมื่อบุคคลได้ใช้ความพยายาม ในการทำงาน บุคคลนั้นจะคาดหวังถึงผลงานอันเกิดจากความพยายามที่ใช้ไป จากนั้นบุคคลนั้นก็จะคาดหวังต่อเนื่องไปยังขั้นถัดไป คือ ผลลัพธ์ ซึ่งทฤษฎีนี้แบ่งได้ 3 ขั้นตอนดังนี้
1.ความคาดหวังในผลงานจากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายาม ในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์
2.ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้น เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์ พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้
3.การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้ เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลงานที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์
(ชนาวาส บัววงค์ 12590013)
การนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้น สามารถทำได้ 3 ขั้นตอน ได้แก่
ตอบลบ1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน (อังคณา พิทักษ์สุข 12590104)
ทฤษฎีความคาดหวังของวรูม ทฤษฎีนี้ระบุว่าเมื่อบุคคลได้ใช้ความพยายามในการทำงานบุคคลนั้นจะคาดหวังถึงผลงานอันเกิดจากความพยายามที่ใช้ไปจากนั้นบุคคลนั้นก็จะคาดหวังต่อเนื่องไปยังขั้นถัดไปคือผลลัพธ์ที่จะได้รับจากผลงานที่เกิดขึ้นทั้งนี้บุคคลนั้นย่อมคาดหวังว่าผลลัพธ์ที่ได้จะมีคุณค่าสูงตามที่ต้องการการพิจารณาตามทฤษฎีความคาดหวังของวรูมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ขั้นดังนี้
ตอบลบ1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน
(น.ส.ดารารัตน์ ดาสาลี 12590030)
1.ความคาดหวังในผลงานจากความพยายามที่ใช้ไป (Efforts & Performance Ex pectancy) เมื่อบุคคลใช้ความพยายาม (Efort) ในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงาน (Performance) ตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนและทำให้พนักงานเชื่อมั่นว่าหากใช้ความพยายามอย่างเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
ตอบลบ2.ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้น (Performance & Outcomes Ex pectancy) เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายาม (Effort) อย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงาน (Per formance) ตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงาน (Performance) ที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนา (Desired Outcomes) ผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั่นเอง
3.การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้ (Valence of Outcomes) เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลงาน (Performance) ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนา (Desired Outcomes) แล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่า (Valence) ต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้รับนั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงานการนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้นสามารถพบได้ทั่วไปอาทิธุรกิจขายตรง (Direct Sale) ผู้บริหารของธุรกิจขายตรงจะกระตุ้นพนักงานขายด้วยวิธีต่างๆเพื่อให้พนักงานขายเกิดความเชื่อมั่นในตนเองและเชื่อมั่นต่อไปว่าหากพนักงานขายได้พยายามอย่างเต็มที่แล้วย่อมจะสร้างผลงานด้านการขาย (Sales Performance) ที่น่าพอใจได้อย่างแน่นอน (Effort & Perfor mance Expectancy) และหากผลงานด้านการขายสูงถึงระดับที่กำหนดแล้วพนักงานขายก็จะได้รับการเลื่อนขั้นและรับรางวัลเป็นลำดับๆไปแต่ละลำดับยังมีรางวัลและผลประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย (Performance & Outcomes Expectancy) นอกจากนี้ธุรกิจการขายตรงยังเพิ่มคุณค่าให้กับลำดับขั้นและรางวัลของพนักงานอีกหลายวิธีเช่นการมอบรางวัลในที่ประชุมพนักงานทั่วประเทศและลงภาพของพนักงานขายที่ได้รับรางวัลในสื่อประเภทต่างๆทั้งนี้ก็เพื่อให้พนักงานขายเกิดความภาคภูมิใจซึ่งย่อมจะเป็นการเพิ่มคุณค่า (Valence) ให้กับผลลัพธ์ที่ได้ซึ่งเป็นไปตามทฤษฎีความคาดหวัง
(พงศธร ศิริสมบูรณ์ 12590052)
ฤษฎีความคาดหวังของวรูม ทฤษฎีนี้ระบุว่าเมื่อบุคคลได้ใช้ความพยายามในการทำงานบุคคลนั้นจะคาดหวังถึงผลงานอันเกิดจากความพยายามที่ใช้ไปจากนั้นบุคคลนั้นก็จะคาดหวังต่อเนื่องไปยังขั้นถัดไปคือผลลัพธ์ที่จะได้รับจากผลงานที่เกิดขึ้นทั้งนี้บุคคลนั้นย่อมคาดหวังว่าผลลัพธ์ที่ได้จะมีคุณค่าสูงตามที่ต้องการการพิจารณาตามทฤษฎีความคาดหวังของวรูมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ขั้นดังนี้
ตอบลบ1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน
(ศิฌาวี เรือนปัญจะ 12590078)
ทฤษฎีความคาดหวังของวรูมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ขั้นตอน ดังนี้
ตอบลบ1.ความคาดหวังในผลงานจากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายาม ในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่ง บุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเอง และประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงาน ตามที่ประสงค์ เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตน และทำให้พนักงานเชื่อมั่นว่าหากใช้ความพยายามอย่างเต็มที่แล้ว ย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
2.ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้น เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายาม อย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงาน ตามที่ประสงค์ พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไป คือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงาน ที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนา ผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไป คือ ชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนา เพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั่นเอง
3.การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้ เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลงาน ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้ว พนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใด การจงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูง ผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้รับนั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงานการนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้นสามารถพบได้ทั่วไป อาทิ ธุรกิจขายตรง ผู้บริหารของธุรกิจขายตรงจะกระตุ้นพนักงานขายด้วยวิธีต่างๆ เพื่อให้พนักงานขายเกิดความเชื่อมั่นในตนเอง และเชื่อมั่นต่อไปว่าหากพนักงานขายได้พยายามอย่างเต็มที่แล้ว ย่อมจะสร้างผลงานด้านการขายที่น่าพอใจได้อย่างแน่นอน และหากผลงานด้านการขายสูงถึงระดับที่กำหนดแล้ว พนักงานขายก็จะได้รับการเลื่อนขั้นและรับรางวัลเป็นลำดับๆไป แต่ละลำดับยังมีรางวัลและผลประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ธุรกิจการขายตรงยังเพิ่มคุณค่าให้กับลำดับขั้นและรางวัลของพนักงานอีกหลายวิธี เช่น การมอบรางวัลในที่ประชุมพนักงานทั่วประเทศ และลงภาพของพนักงานขายที่ได้รับรางวัลในสื่อประเภทต่างๆ ทั้งนี้ ก็เพื่อให้พนักงานขายเกิดความภาคภูมิใจซึ่งย่อมจะเป็นการเพิ่มคุณค่าให้กับผลลัพธ์ที่ได้ซึ่งเป็นไปตามทฤษฎีความคาดหวัง
(สุรีรัตน์ ศักดิ์ภิรมย์ 12590954)
ทฤษฎีความคาดหวังของวรูมเพื่อจูงใจให้พนักงานยินดีปฏิบัติงานด้วยความเต็มใจ ได้เเก่
ตอบลบ1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน
กุลปริยา แย้มเกษร 12590005
วรูม (Victor H. Vroom) เชื่อว่าบุคคลจะถูกจูงใจได้เมื่อบุคคลนั้นประเมินแล้วว่าตนเองมีความสามารถที่จะกระทำตามเป้าหมายหรือไม่ เกิดเป็นความคาดหวังต่อความพยายามนั้น โดยแบ่งออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่
ตอบลบ1. ความคาดหวังส่วนแรก เป็นการประเมินผลการทำงานของตนเอง โดยคาดหวังว่าเมื่อสามารถใช้อุปกรณ์ เครื่องมือ เทคโนโลยีต่าง ๆ ร่วมกับความพยายามของตนเองแล้วจะสามารถประสบความสำเร็จในการทำงาน
2. ความคาดหวังส่วนที่สอง เป็นการประเมินผลของงานกับผลตอบแทน โดยคาดหวังว่าเมื่อทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีผลงานแล้วจะได้รับผลตอบแทนการทำงานนั้น
3. ความคาดหวังส่วนที่สาม เป็นการให้คุณค่ากับผลตอบแทนที่จะได้รับว่ามีความคุ้มค่ากับความพยายามในการทำงานนั้น หรือก่อให้เกิดความพึงพอใจได้ในระดับใด
(นางสาวอรวี ศรีวิโน 12590103)
ทฤษฎีความคาดหวังของวรูมเพื่อจูงใจให้พนักงานยินดีปฏิบัติงานด้วยความเต็มใจ ได้แก่
ตอบลบ1. ความคาดหวังในผลงานจากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเอง และประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์ เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้ว ย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
2. ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้น เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์ พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไป คือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนา เพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
3. การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้ เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้ว พนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใด การจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูง ผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน
(นางสาวกชกร เดชกำแหง 12590001)
ทฤษฎีความคาดหวังของวรูม ระบุว่าเมื่อบุคคลได้ใช้ความพยายามในการทำงานบุคคลนั้นจะคาดหวังถึงผลงานอันเกิดจากความพยายามที่ใช้ไปจากนั้นบุคคลนั้น
ตอบลบ1.ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
2. ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
3.การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน
(นางสาวศศิประภา ผาดศรี 12590075)
ทฤษฎีความคาดหวังของวรูม ทฤษฎีนี้ระบุว่าเมื่อบุคคลได้ใช้ความพยายามในการทำงานบุคคลนั้นจะคาดหวังถึงผลงานอันเกิดจากความพยายามที่ใช้ไปจากนั้นบุคคลนั้นก็จะคาดหวังต่อเนื่องไปยังขั้นถัดไปคือผลลัพธ์ที่จะได้รับจากผลงานที่เกิดขึ้นทั้งนี้บุคคลนั้นย่อมคาดหวังว่าผลลัพธ์ที่ได้จะมีคุณค่าสูงตามที่ต้องการการพิจารณาตามทฤษฎีความคาดหวังของวรูมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ขั้นดังนี้
ตอบลบ1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน
(นางสาวคณภัทร์ ศิริโยธิน 12590108)
ตอบลบ1.ความคาดหวังในผลงานจากความพยายามที่ใช้ไป (Efforts & Performance Ex pectancy) เมื่อบุคคลใช้ความพยายาม (Efort) ในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงาน (Performance) ตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนและทำให้พนักงานเชื่อมั่นว่าหากใช้ความพยายามอย่างเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
2.ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้น (Performance & Outcomes Ex pectancy) เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายาม (Effort) อย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงาน (Per formance) ตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงาน (Performance) ที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนา (Desired Outcomes) ผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั่นเอง
3.การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้ (Valence of Outcomes) เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลงาน (Performance) ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนา (Desired Outcomes) แล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่า (Valence) ต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้รับนั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงานการนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้นสามารถพบได้ทั่วไปอาทิธุรกิจขายตรง (Direct Sale) ผู้บริหารของธุรกิจขายตรงจะกระตุ้นพนักงานขายด้วยวิธีต่างๆเพื่อให้พนักงานขายเกิดความเชื่อมั่นในตนเองและเชื่อมั่นต่อไปว่าหากพนักงานขายได้พยายามอย่างเต็มที่แล้วย่อมจะสร้างผลงานด้านการขาย (Sales Performance) ที่น่าพอใจได้อย่างแน่นอน (Effort & Perfor mance Expectancy) และหากผลงานด้านการขายสูงถึงระดับที่กำหนดแล้วพนักงานขายก็จะได้รับการเลื่อนขั้นและรับรางวัลเป็นลำดับๆไปแต่ละลำดับยังมีรางวัลและผลประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย (Performance & Outcomes Expectancy) นอกจากนี้ธุรกิจการขายตรงยังเพิ่มคุณค่าให้กับลำดับขั้นและรางวัลของพนักงานอีกหลายวิธีเช่นการมอบรางวัลในที่ประชุมพนักงานทั่วประเทศและลงภาพของพนักงานขายที่ได้รับรางวัลในสื่อประเภทต่างๆทั้งนี้ก็เพื่อให้พนักงานขายเกิดความภาคภูมิใจซึ่งย่อมจะเป็นการเพิ่มคุณค่า (Valence) ให้กับผลลัพธ์ที่ได้ซึ่งเป็นไปตามทฤษฎีความคาดหวัง
(นางสาวสิตานัน หรุ่นทอง 12590082)
วรูม (Victor H. Vroom) เชื่อว่าบุคคลจะถูกจูงใจได้เมื่อบุคคลนั้นประเมินแล้วว่าตนเองมีความสามารถที่จะกระทำตามเป้าหมายหรือไม่ เกิดเป็นความคาดหวังต่อความพยายามนั้น โดยแบ่งออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่
ตอบลบ1.ความคาดหวังในผลงานจากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
2.ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
3.การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน
(ณัฐฌา ปักกัง 12590019)
การนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้น สามารถทำได้ 3 ขั้นตอน ได้แก่
ตอบลบ1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน (ศุภิสรา นรินยา 12590717)
การนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้น สามารถทำได้ 3 ขั้นตอน ได้แก่
ตอบลบ1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน
(12590010)
ทฤษฎีความคาดหวังของวรูม ทฤษฎีนี้ระบุว่าเมื่อบุคคลได้ใช้ความพยายามในการทำงานบุคคลนั้นจะคาดหวังถึงผลงานอันเกิดจากความพยายามที่ใช้ไปจากนั้นบุคคลนั้นก็จะคาดหวังต่อเนื่องไปยังขั้นถัดไปคือผลลัพธ์ที่จะได้รับจากผลงานที่เกิดขึ้นทั้งนี้บุคคลนั้นย่อมคาดหวังว่าผลลัพธ์ที่ได้จะมีคุณค่าสูงตามที่ต้องการการพิจารณาตามทฤษฎีความคาดหวังของวรูมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ขั้นดังนี้
ตอบลบ1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน
(ภัทรานิษฐ์ กุญแจทอง 12590059)
ทฤษฎีความคาดหวังของวรูม ทฤษฎีนี้ระบุว่าเมื่อบุคคลได้ใช้ความพยายามในการทำงานบุคคลนั้นจะคาดหวังถึงผลงานอันเกิดจากความพยายามที่ใช้ไปจากนั้นบุคคลนั้นก็จะคาดหวังต่อเนื่องไปยังขั้นถัดไปคือผลลัพธ์ที่จะได้รับจากผลงานที่เกิดขึ้นทั้งนี้บุคคลนั้นย่อมคาดหวังว่าผลลัพธ์ที่ได้จะมีคุณค่าสูงตามที่ต้องการการพิจารณาตามทฤษฎีความคาดหวังของวรูมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ขั้นดังนี้
ตอบลบ1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน
(สุรีรัตน์ สระเกตุ 12590098)
ตอบลบทฤษฎีความคาดหวังของวรูม ทฤษฎีนี้ระบุว่าเมื่อบุคคลได้ใช้ความพยายามในการทำงานบุคคลนั้นจะคาดหวังถึงผลงานอันเกิดจากความพยายามที่ใช้ไปจากนั้นบุคคลนั้นก็จะคาดหวังต่อเนื่องไปยังขั้นถัดไปคือผลลัพธ์ที่จะได้รับจากผลงานที่เกิดขึ้นทั้งนี้บุคคลนั้นย่อมคาดหวังว่าผลลัพธ์ที่ได้จะมีคุณค่าสูงตามที่ต้องการการพิจารณาตามทฤษฎีความคาดหวังของวรูมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ขั้นดังนี้
1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน
(นางสาวสุชานรี เวียนมานะ 12590089)
ฤษฎีความคาดหวังของวรูม ทฤษฎีนี้ระบุว่าเมื่อบุคคลได้ใช้ความพยายามในการทำงานบุคคลนั้นจะคาดหวังถึงผลงานอันเกิดจากความพยายามที่ใช้ไปจากนั้นบุคคลนั้นก็จะคาดหวังต่อเนื่องไปยังขั้นถัดไปคือผลลัพธ์ที่จะได้รับจากผลงานที่เกิดขึ้นทั้งนี้บุคคลนั้นย่อมคาดหวังว่าผลลัพธ์ที่ได้จะมีคุณค่าสูงตามที่ต้องการการพิจารณาตามทฤษฎีความคาดหวังของวรูมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ขั้นดังนี้
ตอบลบ1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน
(ณัฐนพิน ชินวัฒนา 12590021)
ทฤษฎีความคาดหวังของวรูม ทฤษฎีนี้ระบุว่าเมื่อบุคคลได้ใช้ความพยายามในการทำงานบุคคลนั้นจะคาดหวังถึงผลงานอันเกิดจากความพยายามที่ใช้ไปจากนั้นบุคคลนั้นก็จะคาดหวังต่อเนื่องไปยังขั้นถัดไปคือผลลัพธ์ที่จะได้รับจากผลงานที่เกิดขึ้นทั้งนี้บุคคลนั้นย่อมคาดหวังว่าผลลัพธ์ที่ได้จะมีคุณค่าสูงตามที่ต้องการการพิจารณาตามทฤษฎีความคาดหวังของวรูมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ขั้นดังนี้
ตอบลบ1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน
(นางสาวชุติกาญจน์ ปานดารา 12590016)
1.ความคาดหวังในผลงานจากความพยายามที่ใช้ไป (Efforts & Performance Ex pectancy) เมื่อบุคคลใช้ความพยายาม (Efort) ในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงาน (Performance) ตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนและทำให้พนักงานเชื่อมั่นว่าหากใช้ความพยายามอย่างเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
ตอบลบ2.ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้น (Performance & Outcomes Ex pectancy) เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายาม (Effort) อย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงาน (Per formance) ตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงาน (Performance) ที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนา (Desired Outcomes) ผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั่นเอง
3.การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้ (Valence of Outcomes) เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลงาน (Performance) ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนา (Desired Outcomes) แล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่า (Valence) ต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้รับนั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงานการนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้นสามารถพบได้ทั่วไปอาทิธุรกิจขายตรง (Direct Sale) ผู้บริหารของธุรกิจขายตรงจะกระตุ้นพนักงานขายด้วยวิธีต่างๆเพื่อให้พนักงานขายเกิดความเชื่อมั่นในตนเองและเชื่อมั่นต่อไปว่าหากพนักงานขายได้พยายามอย่างเต็มที่แล้วย่อมจะสร้างผลงานด้านการขาย (Sales Performance) ที่น่าพอใจได้อย่างแน่นอน (Effort & Perfor mance Expectancy) และหากผลงานด้านการขายสูงถึงระดับที่กำหนดแล้วพนักงานขายก็จะได้รับการเลื่อนขั้นและรับรางวัลเป็นลำดับๆไปแต่ละลำดับยังมีรางวัลและผลประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย (Performance & Outcomes Expectancy) นอกจากนี้ธุรกิจการขายตรงยังเพิ่มคุณค่าให้กับลำดับขั้นและรางวัลของพนักงานอีกหลายวิธีเช่นการมอบรางวัลในที่ประชุมพนักงานทั่วประเทศและลงภาพของพนักงานขายที่ได้รับรางวัลในสื่อประเภทต่างๆทั้งนี้ก็เพื่อให้พนักงานขายเกิดความภาคภูมิใจซึ่งย่อมจะเป็นการเพิ่มคุณค่า (Valence) ให้กับผลลัพธ์ที่ได้ซึ่งเป็นไปตามทฤษฎีความคาดหวัง
(วริศ เอี๊ยวชัยพร 070)
ทฤษฎีความคาดหวังของวรูม ทฤษฎีนี้ระบุว่าเมื่อบุคคลได้ใช้ความพยายามในการทำงานบุคคลนั้นจะคาดหวังถึงผลงานอันเกิดจากความพยายามที่ใช้ไปจากนั้นบุคคลนั้นก็จะคาดหวังต่อเนื่องไปยังขั้นถัดไปคือผลลัพธ์ที่จะได้รับจากผลงานที่เกิดขึ้นทั้งนี้บุคคลนั้นย่อมคาดหวังว่าผลลัพธ์ที่ได้จะมีคุณค่าสูงตามที่ต้องการการพิจารณาตามทฤษฎีความคาดหวังของวรูมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ขั้นดังนี้
ตอบลบ1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน
(ปาลิตา มนัสปัญญากุล 12590049)
ทฤษฎีความคาดหวังของวรูม ทฤษฎีนี้ระบุว่าเมื่อบุคคลได้ใช้ความพยายามในการทำงานบุคคลนั้นจะคาดหวังถึงผลงานอันเกิดจากความพยายามที่ใช้ไปจากนั้นบุคคลนั้นก็จะคาดหวังต่อเนื่องไปยังขั้นถัดไปคือผลลัพธ์ที่จะได้รับจากผลงานที่เกิดขึ้นทั้งนี้บุคคลนั้นย่อมคาดหวังว่าผลลัพธ์ที่ได้จะมีคุณค่าสูงตามที่ต้องการการพิจารณาตามทฤษฎีความคาดหวังของวรูมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ขั้นดังนี้
ตอบลบ1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน
(สมภพ ขุนทรง 12590079)
1.ความคาดหวังในผลงานจากความพยายามที่ใช้ไป (Efforts & Performance Ex pectancy) เมื่อบุคคลใช้ความพยายาม (Efort) ในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงาน (Performance) ตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนและทำให้พนักงานเชื่อมั่นว่าหากใช้ความพยายามอย่างเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
ตอบลบ2.ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้น (Performance & Outcomes Ex pectancy) เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายาม (Effort) อย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงาน (Per formance) ตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงาน (Performance) ที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนา (Desired Outcomes) ผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั่นเอง
3.การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้ (Valence of Outcomes) เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลงาน (Performance) ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนา (Desired Outcomes) แล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่า (Valence) ต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้รับนั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงานการนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้นสามารถพบได้ทั่วไปอาทิธุรกิจขายตรง (Direct Sale) ผู้บริหารของธุรกิจขายตรงจะกระตุ้นพนักงานขายด้วยวิธีต่างๆเพื่อให้พนักงานขายเกิดความเชื่อมั่นในตนเองและเชื่อมั่นต่อไปว่าหากพนักงานขายได้พยายามอย่างเต็มที่แล้วย่อมจะสร้างผลงานด้านการขาย (Sales Performance) ที่น่าพอใจได้อย่างแน่นอน (Effort & Perfor mance Expectancy) และหากผลงานด้านการขายสูงถึงระดับที่กำหนดแล้วพนักงานขายก็จะได้รับการเลื่อนขั้นและรับรางวัลเป็นลำดับๆไปแต่ละลำดับยังมีรางวัลและผลประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย (Performance & Outcomes Expectancy) นอกจากนี้ธุรกิจการขายตรงยังเพิ่มคุณค่าให้กับลำดับขั้นและรางวัลของพนักงานอีกหลายวิธีเช่นการมอบรางวัลในที่ประชุมพนักงานทั่วประเทศและลงภาพของพนักงานขายที่ได้รับรางวัลในสื่อประเภทต่างๆทั้งนี้ก็เพื่อให้พนักงานขายเกิดความภาคภูมิใจซึ่งย่อมจะเป็นการเพิ่มคุณค่า (Valence) ให้กับผลลัพธ์ที่ได้ซึ่งเป็นไปตามทฤษฎีความคาดหวัง
(ธนสิทธิ์ อาจอ่อนศรี 12590036)
ตอบลบการนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้น สามารถทำได้ 3 ขั้นตอน ได้แก่
1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน
(นางสาวเอเซีย พิทยาพละ 12590112)