วันอังคารที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2562

13.ท่านจะใช้ทฤษฎีความคาดหวังของวรูมเพื่อจูงใจให้พนักงานยินดีปฏิบัติงานด้วยความเต็มใจอย่างไร

60 ความคิดเห็น:

  1. 1.ความคาดหวังในผลงานจากความพยายามที่ใช้ไป (Efforts & Performance Ex pectancy) เมื่อบุคคลใช้ความพยายาม (Efort) ในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงาน (Performance) ตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนและทำให้พนักงานเชื่อมั่นว่าหากใช้ความพยายามอย่างเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
    2.ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้น (Performance & Outcomes Ex pectancy) เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายาม (Effort) อย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงาน (Per formance) ตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงาน (Performance) ที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนา (Desired Outcomes) ผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั่นเอง
    3.การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้ (Valence of Outcomes) เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลงาน (Performance) ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนา (Desired Outcomes) แล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่า (Valence) ต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้รับนั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงานการนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้นสามารถพบได้ทั่วไปอาทิธุรกิจขายตรง (Direct Sale) ผู้บริหารของธุรกิจขายตรงจะกระตุ้นพนักงานขายด้วยวิธีต่างๆเพื่อให้พนักงานขายเกิดความเชื่อมั่นในตนเองและเชื่อมั่นต่อไปว่าหากพนักงานขายได้พยายามอย่างเต็มที่แล้วย่อมจะสร้างผลงานด้านการขาย (Sales Performance) ที่น่าพอใจได้อย่างแน่นอน (Effort & Perfor mance Expectancy) และหากผลงานด้านการขายสูงถึงระดับที่กำหนดแล้วพนักงานขายก็จะได้รับการเลื่อนขั้นและรับรางวัลเป็นลำดับๆไปแต่ละลำดับยังมีรางวัลและผลประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย (Performance & Outcomes Expectancy) นอกจากนี้ธุรกิจการขายตรงยังเพิ่มคุณค่าให้กับลำดับขั้นและรางวัลของพนักงานอีกหลายวิธีเช่นการมอบรางวัลในที่ประชุมพนักงานทั่วประเทศและลงภาพของพนักงานขายที่ได้รับรางวัลในสื่อประเภทต่างๆทั้งนี้ก็เพื่อให้พนักงานขายเกิดความภาคภูมิใจซึ่งย่อมจะเป็นการเพิ่มคุณค่า (Valence) ให้กับผลลัพธ์ที่ได้ซึ่งเป็นไปตามทฤษฎีความคาดหวัง
    (นางสาวอัมรินทร์ เกมอ 12590105)

    ตอบลบ
  2. 1.สร้างความคาดหวังโดยมีแรงดึงดูด ซึ่งผู้บริหารจะต้องคัดเลือกบุคคลที่มีความสามารถให้การอบรมพวกเขา ให้การสนับสนุนพวกเขาด้วยทรัพยากรที่จำเป็นและระบุเป้าหมายการทำงานที่ชัดเจน
    2.ให้เกิดความเชื่อมโยงรางวัลกับผลงาน โดยผู้บริหารควรกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างผลการปฏิบัติงานกับรางวัลให้ชัดเจน และเน้นย้ำในความสัมพันธ์เหล่านี้โดยการให้รางวัลเมื่อบุคคลสามารถบรรลุผลสำเร็จในการปฏิบัติงาน
    3.ให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างผลงานกับความพยายามซึ่งเป็นคุณค่าจากผลลัพธ์ที่เขาได้รับ ผู้บริหารควรทราบถึงความต้องการของแต่ละบุคคล และพยายามปรับการให้รางวัลเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของพนักงานเพื่อเขาจะได้รู้สึกถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่เขาได้รับจากความพยายามของเขา (ปิยาภรณ์ ชินวงค์พรหม 12590051)

    ตอบลบ
  3. ทฤษฎีความคาดหวังของวรูม ทฤษฎีนี้ระบุว่าเมื่อบุคคลได้ใช้ความพยายามในการทำงานบุคคลนั้นจะคาดหวังถึงผลงานอันเกิดจากความพยายามที่ใช้ไปจากนั้นบุคคลนั้นก็จะคาดหวังต่อเนื่องไปยังขั้นถัดไปคือผลลัพธ์ที่จะได้รับจากผลงานที่เกิดขึ้นทั้งนี้บุคคลนั้นย่อมคาดหวังว่าผลลัพธ์ที่ได้จะมีคุณค่าสูงตามที่ต้องการการพิจารณาตามทฤษฎีความคาดหวังของวรูมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ขั้นดังนี้
    1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
    2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
    3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน
    น.ส.วราภรณ์ ขันสมบัติ 12590069

    ตอบลบ
  4. 13. ท่านจะใช้ทฤษฎีความคาดหวังของวรูมเพื่อจูงใจให้พนักงานยินดีปฏิบัติงานด้วยความเต็มใจอย่างไร
    ตอบ : ฤษฎีความคาดหวังของวรูม ทฤษฎีนี้ระบุว่าเมื่อบุคคลได้ใช้ความพยายามในการทำงานบุคคลนั้นจะคาดหวังถึงผลงานอันเกิดจากความพยายามที่ใช้ไปจากนั้นบุคคลนั้นก็จะคาดหวังต่อเนื่องไปยังขั้นถัดไปคือผลลัพธ์ที่จะได้รับจากผลงานที่เกิดขึ้นทั้งนี้บุคคลนั้นย่อมคาดหวังว่าผลลัพธ์ที่ได้จะมีคุณค่าสูงตามที่ต้องการการพิจารณาตามทฤษฎีความคาดหวังของวรูมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ขั้นดังนี้
    1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
    2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
    3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน
    นางสาวสุดารัตน์ สุขสาม (รหัส 12590090)

    ตอบลบ
  5. การนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้น สามารถทำได้ 3 ขั้นตอน ได้แก่
    1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
    2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
    3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน
    (ชนกนาฎ​ สหทรัพย์เจริญ 12590012)

    ตอบลบ
  6. ทฤษฎีนี้ระบุว่าเมื่อบุคคลได้ใช้ความพยายาม ในการทำงาน บุคคลนั้นจะคาดหวังถึงผลงานอันเกิดจากความพยายามที่ใช้ไป จากนั้นบุคคลนั้นก็จะคาดหวังต่อเนื่องไปยังขั้นถัดไป คือ ผลลัพธ์ ซึ่งทฤษฎีนี้แบ่งได้ 3 ขั้นตอนดังนี้
    1.ความคาดหวังในผลงานจากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายาม ในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์
    2.ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้น เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์ พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้
    3.การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้ เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลงานที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์
    (อารียา ปานทอง 12590109)

    ตอบลบ
  7. ข้อที่ 13
    วรูม (Victor H. Vroom) เชื่อว่าบุคคลจะถูกจูงใจได้เมื่อบุคคลนั้นประเมินแล้วว่าตนเองมีความสามารถที่จะกระทำตามเป้าหมายหรือไม่ เกิดเป็นความคาดหวังต่อความพยายามนั้น โดยแบ่งออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่
    1. ความคาดหวังส่วนแรก เป็นการประเมินผลการทำงานของตนเอง โดยคาดหวังว่าเมื่อสามารถใช้อุปกรณ์ เครื่องมือ เทคโนโลยีต่าง ๆ ร่วมกับความพยายามของตนเองแล้วจะสามารถประสบความสำเร็จในการทำงาน
    2. ความคาดหวังส่วนที่สอง เป็นการประเมินผลของงานกับผลตอบแทน โดยคาดหวังว่าเมื่อทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีผลงานแล้วจะได้รับผลตอบแทนการทำงานนั้น
    3. ความคาดหวังส่วนที่สาม เป็นการให้คุณค่ากับผลตอบแทนที่จะได้รับว่ามีความคุ้มค่ากับความพยายามในการทำงานนั้น หรือก่อให้เกิดความพึงพอใจได้ในระดับใด
    (อรณิชา ศรีสมัย 1259102)

    ตอบลบ
  8. ทฤษฎีความคาดหวังของวรูมเพื่อจูงใจให้พนักงานยินดีปฏิบัติงานด้วยความเต็มใจ ได้เเก่
    1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
    2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
    3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน
    (นางสาวสิริรัตน์ ศิริพรทุม12590086)

    ตอบลบ
  9. 1.ความคาดหวังในผลงานจากความพยายามที่ใช้ไป (Efforts & Performance Ex pectancy) เมื่อบุคคลใช้ความพยายาม (Efort) ในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงาน (Performance) ตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนและทำให้พนักงานเชื่อมั่นว่าหากใช้ความพยายามอย่างเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
    2.ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้น (Performance & Outcomes Ex pectancy) เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายาม (Effort) อย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงาน (Per formance) ตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงาน (Performance) ที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนา (Desired Outcomes) ผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั่นเอง
    3.การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้ (Valence of Outcomes) เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลงาน (Performance) ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนา (Desired Outcomes) แล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่า (Valence) ต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้รับนั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงานการนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้นสามารถพบได้ทั่วไปอาทิธุรกิจขายตรง (Direct Sale) ผู้บริหารของธุรกิจขายตรงจะกระตุ้นพนักงานขายด้วยวิธีต่างๆเพื่อให้พนักงานขายเกิดความเชื่อมั่นในตนเองและเชื่อมั่นต่อไปว่าหากพนักงานขายได้พยายามอย่างเต็มที่แล้วย่อมจะสร้างผลงานด้านการขาย (Sales Performance) ที่น่าพอใจได้อย่างแน่นอน (Effort & Perfor mance Expectancy) และหากผลงานด้านการขายสูงถึงระดับที่กำหนดแล้วพนักงานขายก็จะได้รับการเลื่อนขั้นและรับรางวัลเป็นลำดับๆไปแต่ละลำดับยังมีรางวัลและผลประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย (Performance & Outcomes Expectancy) นอกจากนี้ธุรกิจการขายตรงยังเพิ่มคุณค่าให้กับลำดับขั้นและรางวัลของพนักงานอีกหลายวิธีเช่นการมอบรางวัลในที่ประชุมพนักงานทั่วประเทศและลงภาพของพนักงานขายที่ได้รับรางวัลในสื่อประเภทต่างๆทั้งนี้ก็เพื่อให้พนักงานขายเกิดความภาคภูมิใจซึ่งย่อมจะเป็นการเพิ่มคุณค่า (Valence) ให้กับผลลัพธ์ที่ได้ซึ่งเป็นไปตามทฤษฎีความคาดหวัง
    (นางสาวณัฐฐา จินตกวีพันธุ์ 12590020)

    ตอบลบ

  10. 1.สร้างความคาดหวังโดยมีแรงดึงดูด ซึ่งผู้บริหารจะต้องคัดเลือกบุคคลที่มีความสามารถให้การอบรมพวกเขา ให้การสนับสนุนพวกเขาด้วยทรัพยากรที่จำเป็นและระบุเป้าหมายการทำงานที่ชัดเจน
    2.ให้เกิดความเชื่อมโยงรางวัลกับผลงาน โดยผู้บริหารควรกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างผลการปฏิบัติงานกับรางวัลให้ชัดเจน และเน้นย้ำในความสัมพันธ์เหล่านี้โดยการให้รางวัลเมื่อบุคคลสามารถบรรลุผลสำเร็จในการปฏิบัติงาน
    3.ให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างผลงานกับความพยายามซึ่งเป็นคุณค่าจากผลลัพธ์ที่เขาได้รับ ผู้บริหารควรทราบถึงความต้องการของแต่ละบุคคล และพยายามปรับการให้รางวัลเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของพนักงานเพื่อเขาจะได้รู้สึกถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่เขาได้รับจากความพยายามของเขา

    (นางสาวสิริกร ราชมณี12590084)

    ตอบลบ
  11. ทฤษฎีความคาดหวังของวรูมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ขั้นตอน ดังนี้
    1.ความคาดหวังในผลงานจากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายาม ในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่ง บุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเอง และประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงาน ตามที่ประสงค์ เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตน และทำให้พนักงานเชื่อมั่นว่าหากใช้ความพยายามอย่างเต็มที่แล้ว ย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
    2.ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้น เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายาม อย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงาน ตามที่ประสงค์ พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไป คือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงาน ที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนา ผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไป คือ ชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนา เพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั่นเอง
    3.การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้ เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลงาน ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้ว พนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใด การจงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูง ผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้รับนั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงานการนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้นสามารถพบได้ทั่วไป อาทิ ธุรกิจขายตรง ผู้บริหารของธุรกิจขายตรงจะกระตุ้นพนักงานขายด้วยวิธีต่างๆ เพื่อให้พนักงานขายเกิดความเชื่อมั่นในตนเอง และเชื่อมั่นต่อไปว่าหากพนักงานขายได้พยายามอย่างเต็มที่แล้ว ย่อมจะสร้างผลงานด้านการขายที่น่าพอใจได้อย่างแน่นอน และหากผลงานด้านการขายสูงถึงระดับที่กำหนดแล้ว พนักงานขายก็จะได้รับการเลื่อนขั้นและรับรางวัลเป็นลำดับๆไป แต่ละลำดับยังมีรางวัลและผลประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ธุรกิจการขายตรงยังเพิ่มคุณค่าให้กับลำดับขั้นและรางวัลของพนักงานอีกหลายวิธี เช่น การมอบรางวัลในที่ประชุมพนักงานทั่วประเทศ และลงภาพของพนักงานขายที่ได้รับรางวัลในสื่อประเภทต่างๆ ทั้งนี้ ก็เพื่อให้พนักงานขายเกิดความภาคภูมิใจซึ่งย่อมจะเป็นการเพิ่มคุณค่าให้กับผลลัพธ์ที่ได้ซึ่งเป็นไปตามทฤษฎีความคาดหวัง
    (นางสาวกรกนก จันทร์พันธุ์ 12590003)

    ตอบลบ
  12. การนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้น สามารถทำได้ 3 ขั้นตอน ได้แก่
    1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
    2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
    3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน

    (นางสาว สรัสนันท์ บุญมี 12590080)

    ตอบลบ
  13. ทฤษฎีความคาดหวังของวรูม ทฤษฎีนี้ระบุว่าเมื่อบุคคลได้ใช้ความพยายามในการทำงานบุคคลนั้นจะคาดหวังถึงผลงานอันเกิดจากความพยายามที่ใช้ไปจากนั้นบุคคลนั้นก็จะคาดหวังต่อเนื่องไปยังขั้นถัดไปคือผลลัพธ์ที่จะได้รับจากผลงานที่เกิดขึ้นทั้งนี้บุคคลนั้นย่อมคาดหวังว่าผลลัพธ์ที่ได้จะมีคุณค่าสูงตามที่ต้องการการพิจารณาตามทฤษฎีความคาดหวังของวรูมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ขั้นดังนี้
    1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
    2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
    3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน
    สุภัทษา สนธิช่วย 12590096

    ตอบลบ
  14. ทฤษฎีความคาดหวังของวรูมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ขั้นดังนี้
    1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
    2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
    3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์
    (นางสาวภิตติมาตุ์ เอื้ออรุณชัย 12590062)

    ตอบลบ
  15. การนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้น สามารถทำได้ 3 ขั้นตอน ได้แก่
    1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
    2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
    3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน
    (ศศิพิมพ์ ชัยกุลพัฒนา 12590076)

    ตอบลบ
  16. ไม่ระบุชื่อ16 กันยายน 2562 เวลา 05:42

    ทฤษฎีความคาดหวังของวรูม ระบุว่าเมื่อบุคคลได้ใช้ความพยายามในการทำงานบุคคลนั้นจะคาดหวังถึงผลงานอันเกิดจากความพยายามที่ใช้ไปจากนั้นบุคคลนั้น

    1.ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์

    2. ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง

    3.การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน
    (อภิษฐา เนียมศิริ 12590101)

    ตอบลบ
  17. 1.ความคาดหวังในผลงานจากความพยายามที่ใช้ไป (Efforts & Performance Ex pectancy) เมื่อบุคคลใช้ความพยายาม (Efort) ในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงาน (Performance) ตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนและทำให้พนักงานเชื่อมั่นว่าหากใช้ความพยายามอย่างเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
    2.ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้น (Performance & Outcomes Ex pectancy) เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายาม (Effort) อย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงาน (Per formance) ตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงาน (Performance) ที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนา (Desired Outcomes) ผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั่นเอง
    3.การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้ (Valence of Outcomes) เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลงาน (Performance) ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนา (Desired Outcomes) แล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่า (Valence) ต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้รับนั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงานการนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้นสามารถพบได้ทั่วไปอาทิธุรกิจขายตรง (Direct Sale) ผู้บริหารของธุรกิจขายตรงจะกระตุ้นพนักงานขายด้วยวิธีต่างๆเพื่อให้พนักงานขายเกิดความเชื่อมั่นในตนเองและเชื่อมั่นต่อไปว่าหากพนักงานขายได้พยายามอย่างเต็มที่แล้วย่อมจะสร้างผลงานด้านการขาย (Sales Performance) ที่น่าพอใจได้อย่างแน่นอน (Effort & Perfor mance Expectancy) และหากผลงานด้านการขายสูงถึงระดับที่กำหนดแล้วพนักงานขายก็จะได้รับการเลื่อนขั้นและรับรางวัลเป็นลำดับๆไปแต่ละลำดับยังมีรางวัลและผลประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย (Performance & Outcomes Expectancy) นอกจากนี้ธุรกิจการขายตรงยังเพิ่มคุณค่าให้กับลำดับขั้นและรางวัลของพนักงานอีกหลายวิธีเช่นการมอบรางวัลในที่ประชุมพนักงานทั่วประเทศและลงภาพของพนักงานขายที่ได้รับรางวัลในสื่อประเภทต่างๆทั้งนี้ก็เพื่อให้พนักงานขายเกิดความภาคภูมิใจซึ่งย่อมจะเป็นการเพิ่มคุณค่า (Valence) ให้กับผลลัพธ์ที่ได้ซึ่งเป็นไปตามทฤษฎีความคาดหวัง
    ดวงหทัย โฉมมา 12590029

    ตอบลบ
  18. ทฤษฎีความคาดหวังของวรูม ทฤษฎีนี้ระบุว่าเมื่อบุคคลได้ใช้ความพยายามในการทำงานบุคคลนั้นจะคาดหวังถึงผลงานอันเกิดจากความพยายามที่ใช้ไปจากนั้นบุคคลนั้นก็จะคาดหวังต่อเนื่องไปยังขั้นถัดไปคือผลลัพธ์ที่จะได้รับจากผลงานที่เกิดขึ้นทั้งนี้บุคคลนั้นย่อมคาดหวังว่าผลลัพธ์ที่ได้จะมีคุณค่าสูงตามที่ต้องการการพิจารณาตามทฤษฎีความคาดหวังของวรูมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ขั้นดังนี้
    1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
    2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
    3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน
    (นางสาวปรมาพร สิงขรรัตน์ 12590046)

    ตอบลบ
  19. การนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้น สามารถทำได้ 3 ขั้นตอน ได้แก่
    1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
    2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
    3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน
    นางสาวภัทราพร ผังรักษ์ 12590061

    ตอบลบ
  20. การนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้น สามารถทำได้ 3 ขั้นตอน ได้แก่
    1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
    2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
    3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน
    (อภัสสร ปูชนียกุล 12590100)

    ตอบลบ
  21. การนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้น สามารถทำได้ 3 ขั้นตอน ได้แก่
    1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
    2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
    3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน
    (นางสาวบุญธิดา กะตะศิลา 12590043)

    ตอบลบ
  22. ทฤษฎีความคาดหวังของวรูม ทฤษฎีนี้ระบุว่าเมื่อบุคคลได้ใช้ความพยายามในการทำงานบุคคลนั้นจะคาดหวังถึงผลงานอันเกิดจากความพยายามที่ใช้ไปจากนั้นบุคคลนั้นก็จะคาดหวังต่อเนื่องไปยังขั้นถัดไปคือผลลัพธ์ที่จะได้รับจากผลงานที่เกิดขึ้นทั้งนี้บุคคลนั้นย่อมคาดหวังว่าผลลัพธ์ที่ได้จะมีคุณค่าสูงตามที่ต้องการการพิจารณาตามทฤษฎีความคาดหวังของวรูมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ขั้นดังนี้
    1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
    2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
    3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน
    (นางสาวเบญญาภา กรีรถ 12590044)

    ตอบลบ
  23. การนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้น สามารถทำได้ 3 ขั้นตอน ได้แก่
    1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
    2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
    3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน
    (นายสิทธิชัย พ่อค้าเรือ 12590083)

    ตอบลบ
  24. การนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้น สามารถทำได้ 3 ขั้นตอน ได้แก่
    1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
    2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
    3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน
    (นายชินวัตร พิพัฒน์พงศานนท์ 12590015)

    ตอบลบ
  25. ทฤษฎีความคาดหวังของวรูมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ขั้นตอน ดังนี้
    1.ความคาดหวังในผลงานจากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายาม ในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่ง บุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเอง และประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงาน ตามที่ประสงค์ เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตน และทำให้พนักงานเชื่อมั่นว่าหากใช้ความพยายามอย่างเต็มที่แล้ว ย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
    2.ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้น เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายาม อย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงาน ตามที่ประสงค์ พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไป คือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงาน ที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนา ผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไป คือ ชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนา เพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั่นเอง
    3.การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้ เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลงาน ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้ว พนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใด การจงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูง ผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้รับนั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงานการนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้นสามารถพบได้ทั่วไป อาทิ ธุรกิจขายตรง ผู้บริหารของธุรกิจขายตรงจะกระตุ้นพนักงานขายด้วยวิธีต่างๆ เพื่อให้พนักงานขายเกิดความเชื่อมั่นในตนเอง และเชื่อมั่นต่อไปว่าหากพนักงานขายได้พยายามอย่างเต็มที่แล้ว ย่อมจะสร้างผลงานด้านการขายที่น่าพอใจได้อย่างแน่นอน และหากผลงานด้านการขายสูงถึงระดับที่กำหนดแล้ว พนักงานขายก็จะได้รับการเลื่อนขั้นและรับรางวัลเป็นลำดับๆไป แต่ละลำดับยังมีรางวัลและผลประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ธุรกิจการขายตรงยังเพิ่มคุณค่าให้กับลำดับขั้นและรางวัลของพนักงานอีกหลายวิธี เช่น การมอบรางวัลในที่ประชุมพนักงานทั่วประเทศ และลงภาพของพนักงานขายที่ได้รับรางวัลในสื่อประเภทต่างๆ ทั้งนี้ ก็เพื่อให้พนักงานขายเกิดความภาคภูมิใจซึ่งย่อมจะเป็นการเพิ่มคุณค่าให้กับผลลัพธ์ที่ได้ซึ่งเป็นไปตามทฤษฎีความคาดหวัง(นางสาวชัชญาณ์ณัฐ ภูวิศภัทรนนท์ 12590110)

    ตอบลบ
  26. การนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้น สามารถทำได้ 3 ขั้นตอน ได้แก่
    1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
    2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
    3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน
    (นางสาวณัฐพร ทองปลิว 12590024)

    ตอบลบ
  27. 1.สร้างความคาดหวังโดยมีแรงดึงดูด ซึ่งผู้บริหารจะต้องคัดเลือกบุคคลที่มีความสามารถให้การอบรมพวกเขา ให้การสนับสนุนพวกเขาด้วยทรัพยากรที่จำเป็นและระบุเป้าหมายการทำงานที่ชัดเจน
    2.ให้เกิดความเชื่อมโยงรางวัลกับผลงาน โดยผู้บริหารควรกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างผลการปฏิบัติงานกับรางวัลให้ชัดเจน และเน้นย้ำในความสัมพันธ์เหล่านี้โดยการให้รางวัลเมื่อบุคคลสามารถบรรลุผลสำเร็จในการปฏิบัติงาน
    3.ให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างผลงานกับความพยายามซึ่งเป็นคุณค่าจากผลลัพธ์ที่เขาได้รับ ผู้บริหารควรทราบถึงความต้องการของแต่ละบุคคล และพยายามปรับการให้รางวัลเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของพนักงานเพื่อเขาจะได้รู้สึกถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่เขาได้รับจากความพยายามของเขา
    (ปวีณา เกตุแย้ม 12590047)

    ตอบลบ

  28. 1.สร้างความคาดหวังโดยมีแรงดึงดูด ซึ่งผู้บริหารจะต้องคัดเลือกบุคคลที่มีความสามารถให้การอบรมพวกเขา ให้การสนับสนุนพวกเขาด้วยทรัพยากรที่จำเป็นและระบุเป้าหมายการทำงานที่ชัดเจน
    2.ให้เกิดความเชื่อมโยงรางวัลกับผลงาน โดยผู้บริหารควรกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างผลการปฏิบัติงานกับรางวัลให้ชัดเจน และเน้นย้ำในความสัมพันธ์เหล่านี้โดยการให้รางวัลเมื่อบุคคลสามารถบรรลุผลสำเร็จในการปฏิบัติงาน
    3.ให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างผลงานกับความพยายามซึ่งเป็นคุณค่าจากผลลัพธ์ที่เขาได้รับ ผู้บริหารควรทราบถึงความต้องการของแต่ละบุคคล และพยายามปรับการให้รางวัลเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของพนักงานเพื่อเขาจะได้รู้สึกถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่เขาได้รับจากความพยายามของเขา
    (นางสาวพัชรา จูเอี่ยม 12590054)

    ตอบลบ
  29. 1.สร้างความคาดหวังโดยมีแรงดึงดูด ซึ่งผู้บริหารจะต้องคัดเลือกบุคคลที่มีความสามารถให้การอบรมพวกเขา ให้การสนับสนุนพวกเขาด้วยทรัพยากรที่จำเป็นและระบุเป้าหมายการทำงานที่ชัดเจน
    2.ให้เกิดความเชื่อมโยงรางวัลกับผลงาน โดยผู้บริหารควรกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างผลการปฏิบัติงานกับรางวัลให้ชัดเจน และเน้นย้ำในความสัมพันธ์เหล่านี้โดยการให้รางวัลเมื่อบุคคลสามารถบรรลุผลสำเร็จในการปฏิบัติงาน
    3.ให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างผลงานกับความพยายามซึ่งเป็นคุณค่าจากผลลัพธ์ที่เขาได้รับ ผู้บริหารควรทราบถึงความต้องการของแต่ละบุคคล และพยายามปรับการให้รางวัลเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของพนักงานเพื่อเขาจะได้รู้สึกถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่เขาได้รับจากความพยายามของเขา

    วัชระ จริยสุขสกุล 071

    ตอบลบ
  30. จะใช้ทฤษฎีความคาดหวังของวรูมเพื่อจูงใจให้พนักงานยินดีปฏิบัติงานด้วยความเต็มใจโดยการ
    1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
    2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
    3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน
    นางสาววชิราพร คำกอง 12590068

    ตอบลบ
  31. ทฤษฎีความคาดหวังของวรูม ทฤษฎีนี้ระบุว่าเมื่อบุคคลได้ใช้ความพยายามในการทำงานบุคคลนั้นจะคาดหวังถึงผลงานอันเกิดจากความพยายามที่ใช้ไปจากนั้นบุคคลนั้นก็จะคาดหวังต่อเนื่องไปยังขั้นถัดไปคือผลลัพธ์ที่จะได้รับจากผลงานที่เกิดขึ้นทั้งนี้บุคคลนั้นย่อมคาดหวังว่าผลลัพธ์ที่ได้จะมีคุณค่าสูงตามที่ต้องการการพิจารณาตามทฤษฎีความคาดหวังของวรูมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ขั้นดังนี้
    1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
    2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
    3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน

    รัญชริดา มะนุ่น 12590067

    ตอบลบ
  32. การนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้น สามารถทำได้ 3 ขั้นตอน ได้แก่
    1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
    2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
    3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน

    นายดนุสรณ์ เลิศเศรษฐี 12590028

    ตอบลบ
  33. ทฤษฎีความคาดหวังของวรูม ทฤษฎีนี้ระบุว่าเมื่อบุคคลได้ใช้ความพยายามในการทำงานบุคคลนั้นจะคาดหวังถึงผลงานอันเกิดจากความพยายามที่ใช้ไปจากนั้นบุคคลนั้นก็จะคาดหวังต่อเนื่องไปยังขั้นถัดไปคือผลลัพธ์ที่จะได้รับจากผลงานที่เกิดขึ้นทั้งนี้บุคคลนั้นย่อมคาดหวังว่าผลลัพธ์ที่ได้จะมีคุณค่าสูงตามที่ต้องการการพิจารณาตามทฤษฎีความคาดหวังของวรูมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ขั้นดังนี้
    1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
    2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
    3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน
    (นายนภนต์ เจียรนัย 12590040)

    ตอบลบ

  34. 1.สร้างความคาดหวังโดยมีแรงดึงดูด ซึ่งผู้บริหารจะต้องคัดเลือกบุคคลที่มีความสามารถให้การอบรมพวกเขา ให้การสนับสนุนพวกเขาด้วยทรัพยากรที่จำเป็นและระบุเป้าหมายการทำงานที่ชัดเจน
    2.ให้เกิดความเชื่อมโยงรางวัลกับผลงาน โดยผู้บริหารควรกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างผลการปฏิบัติงานกับรางวัลให้ชัดเจน และเน้นย้ำในความสัมพันธ์เหล่านี้โดยการให้รางวัลเมื่อบุคคลสามารถบรรลุผลสำเร็จในการปฏิบัติงาน
    3.ให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างผลงานกับความพยายามซึ่งเป็นคุณค่าจากผลลัพธ์ที่เขาได้รับ ผู้บริหารควรทราบถึงความต้องการของแต่ละบุคคล และพยายามปรับการให้รางวัลเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของพนักงานเพื่อเขาจะได้รู้สึกถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่เขาได้รับจากความพยายามของเขา
    (ธนพล โชครัตน์ประภา 12590033)

    ตอบลบ
  35. การนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้น สามารถทำได้ 3 ขั้นตอน ได้แก่
    1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
    2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
    3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน
    (วิลาสินี เกตุแก้ว 12590073)

    ตอบลบ

  36. ทฤษฎีนี้ระบุว่าเมื่อบุคคลได้ใช้ความพยายาม ในการทำงาน บุคคลนั้นจะคาดหวังถึงผลงานอันเกิดจากความพยายามที่ใช้ไป จากนั้นบุคคลนั้นก็จะคาดหวังต่อเนื่องไปยังขั้นถัดไป คือ ผลลัพธ์ ซึ่งทฤษฎีนี้แบ่งได้ 3 ขั้นตอนดังนี้
    1.ความคาดหวังในผลงานจากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายาม ในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์
    2.ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้น เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์ พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้
    3.การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้ เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลงานที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์
    (ชนาวาส บัววงค์ 12590013)

    ตอบลบ
  37. การนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้น สามารถทำได้ 3 ขั้นตอน ได้แก่
    1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
    2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
    3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน (อังคณา พิทักษ์สุข 12590104)

    ตอบลบ
  38. ทฤษฎีความคาดหวังของวรูม ทฤษฎีนี้ระบุว่าเมื่อบุคคลได้ใช้ความพยายามในการทำงานบุคคลนั้นจะคาดหวังถึงผลงานอันเกิดจากความพยายามที่ใช้ไปจากนั้นบุคคลนั้นก็จะคาดหวังต่อเนื่องไปยังขั้นถัดไปคือผลลัพธ์ที่จะได้รับจากผลงานที่เกิดขึ้นทั้งนี้บุคคลนั้นย่อมคาดหวังว่าผลลัพธ์ที่ได้จะมีคุณค่าสูงตามที่ต้องการการพิจารณาตามทฤษฎีความคาดหวังของวรูมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ขั้นดังนี้
    1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
    2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
    3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน
    (น.ส.ดารารัตน์ ดาสาลี 12590030)

    ตอบลบ
  39. 1.ความคาดหวังในผลงานจากความพยายามที่ใช้ไป (Efforts & Performance Ex pectancy) เมื่อบุคคลใช้ความพยายาม (Efort) ในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงาน (Performance) ตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนและทำให้พนักงานเชื่อมั่นว่าหากใช้ความพยายามอย่างเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
    2.ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้น (Performance & Outcomes Ex pectancy) เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายาม (Effort) อย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงาน (Per formance) ตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงาน (Performance) ที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนา (Desired Outcomes) ผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั่นเอง
    3.การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้ (Valence of Outcomes) เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลงาน (Performance) ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนา (Desired Outcomes) แล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่า (Valence) ต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้รับนั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงานการนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้นสามารถพบได้ทั่วไปอาทิธุรกิจขายตรง (Direct Sale) ผู้บริหารของธุรกิจขายตรงจะกระตุ้นพนักงานขายด้วยวิธีต่างๆเพื่อให้พนักงานขายเกิดความเชื่อมั่นในตนเองและเชื่อมั่นต่อไปว่าหากพนักงานขายได้พยายามอย่างเต็มที่แล้วย่อมจะสร้างผลงานด้านการขาย (Sales Performance) ที่น่าพอใจได้อย่างแน่นอน (Effort & Perfor mance Expectancy) และหากผลงานด้านการขายสูงถึงระดับที่กำหนดแล้วพนักงานขายก็จะได้รับการเลื่อนขั้นและรับรางวัลเป็นลำดับๆไปแต่ละลำดับยังมีรางวัลและผลประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย (Performance & Outcomes Expectancy) นอกจากนี้ธุรกิจการขายตรงยังเพิ่มคุณค่าให้กับลำดับขั้นและรางวัลของพนักงานอีกหลายวิธีเช่นการมอบรางวัลในที่ประชุมพนักงานทั่วประเทศและลงภาพของพนักงานขายที่ได้รับรางวัลในสื่อประเภทต่างๆทั้งนี้ก็เพื่อให้พนักงานขายเกิดความภาคภูมิใจซึ่งย่อมจะเป็นการเพิ่มคุณค่า (Valence) ให้กับผลลัพธ์ที่ได้ซึ่งเป็นไปตามทฤษฎีความคาดหวัง
    (พงศธร ศิริสมบูรณ์ 12590052)

    ตอบลบ
  40. ฤษฎีความคาดหวังของวรูม ทฤษฎีนี้ระบุว่าเมื่อบุคคลได้ใช้ความพยายามในการทำงานบุคคลนั้นจะคาดหวังถึงผลงานอันเกิดจากความพยายามที่ใช้ไปจากนั้นบุคคลนั้นก็จะคาดหวังต่อเนื่องไปยังขั้นถัดไปคือผลลัพธ์ที่จะได้รับจากผลงานที่เกิดขึ้นทั้งนี้บุคคลนั้นย่อมคาดหวังว่าผลลัพธ์ที่ได้จะมีคุณค่าสูงตามที่ต้องการการพิจารณาตามทฤษฎีความคาดหวังของวรูมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ขั้นดังนี้
    1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
    2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
    3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน

    (ศิฌาวี เรือนปัญจะ 12590078)

    ตอบลบ
  41. ทฤษฎีความคาดหวังของวรูมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ขั้นตอน ดังนี้
    1.ความคาดหวังในผลงานจากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายาม ในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่ง บุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเอง และประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงาน ตามที่ประสงค์ เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตน และทำให้พนักงานเชื่อมั่นว่าหากใช้ความพยายามอย่างเต็มที่แล้ว ย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
    2.ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้น เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายาม อย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงาน ตามที่ประสงค์ พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไป คือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงาน ที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนา ผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไป คือ ชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนา เพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั่นเอง
    3.การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้ เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลงาน ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้ว พนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใด การจงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูง ผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้รับนั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงานการนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้นสามารถพบได้ทั่วไป อาทิ ธุรกิจขายตรง ผู้บริหารของธุรกิจขายตรงจะกระตุ้นพนักงานขายด้วยวิธีต่างๆ เพื่อให้พนักงานขายเกิดความเชื่อมั่นในตนเอง และเชื่อมั่นต่อไปว่าหากพนักงานขายได้พยายามอย่างเต็มที่แล้ว ย่อมจะสร้างผลงานด้านการขายที่น่าพอใจได้อย่างแน่นอน และหากผลงานด้านการขายสูงถึงระดับที่กำหนดแล้ว พนักงานขายก็จะได้รับการเลื่อนขั้นและรับรางวัลเป็นลำดับๆไป แต่ละลำดับยังมีรางวัลและผลประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ธุรกิจการขายตรงยังเพิ่มคุณค่าให้กับลำดับขั้นและรางวัลของพนักงานอีกหลายวิธี เช่น การมอบรางวัลในที่ประชุมพนักงานทั่วประเทศ และลงภาพของพนักงานขายที่ได้รับรางวัลในสื่อประเภทต่างๆ ทั้งนี้ ก็เพื่อให้พนักงานขายเกิดความภาคภูมิใจซึ่งย่อมจะเป็นการเพิ่มคุณค่าให้กับผลลัพธ์ที่ได้ซึ่งเป็นไปตามทฤษฎีความคาดหวัง
    (สุรีรัตน์ ศักดิ์ภิรมย์ 12590954)

    ตอบลบ
  42. ทฤษฎีความคาดหวังของวรูมเพื่อจูงใจให้พนักงานยินดีปฏิบัติงานด้วยความเต็มใจ ได้เเก่
    1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
    2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
    3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน

    กุลปริยา แย้มเกษร 12590005

    ตอบลบ
  43. วรูม (Victor H. Vroom) เชื่อว่าบุคคลจะถูกจูงใจได้เมื่อบุคคลนั้นประเมินแล้วว่าตนเองมีความสามารถที่จะกระทำตามเป้าหมายหรือไม่ เกิดเป็นความคาดหวังต่อความพยายามนั้น โดยแบ่งออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่
    1. ความคาดหวังส่วนแรก เป็นการประเมินผลการทำงานของตนเอง โดยคาดหวังว่าเมื่อสามารถใช้อุปกรณ์ เครื่องมือ เทคโนโลยีต่าง ๆ ร่วมกับความพยายามของตนเองแล้วจะสามารถประสบความสำเร็จในการทำงาน
    2. ความคาดหวังส่วนที่สอง เป็นการประเมินผลของงานกับผลตอบแทน โดยคาดหวังว่าเมื่อทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีผลงานแล้วจะได้รับผลตอบแทนการทำงานนั้น
    3. ความคาดหวังส่วนที่สาม เป็นการให้คุณค่ากับผลตอบแทนที่จะได้รับว่ามีความคุ้มค่ากับความพยายามในการทำงานนั้น หรือก่อให้เกิดความพึงพอใจได้ในระดับใด

    (นางสาวอรวี ศรีวิโน 12590103)

    ตอบลบ
  44. ทฤษฎีความคาดหวังของวรูมเพื่อจูงใจให้พนักงานยินดีปฏิบัติงานด้วยความเต็มใจ ได้แก่
    1. ความคาดหวังในผลงานจากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเอง และประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์ เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้ว ย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
    2. ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้น เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์ พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไป คือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนา เพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
    3. การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้ เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้ว พนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใด การจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูง ผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน
    (นางสาวกชกร เดชกำแหง 12590001)

    ตอบลบ
  45. ทฤษฎีความคาดหวังของวรูม ระบุว่าเมื่อบุคคลได้ใช้ความพยายามในการทำงานบุคคลนั้นจะคาดหวังถึงผลงานอันเกิดจากความพยายามที่ใช้ไปจากนั้นบุคคลนั้น
    1.ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
    2. ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
    3.การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน
    (นางสาวศศิประภา ผาดศรี 12590075)

    ตอบลบ
  46. ทฤษฎีความคาดหวังของวรูม ทฤษฎีนี้ระบุว่าเมื่อบุคคลได้ใช้ความพยายามในการทำงานบุคคลนั้นจะคาดหวังถึงผลงานอันเกิดจากความพยายามที่ใช้ไปจากนั้นบุคคลนั้นก็จะคาดหวังต่อเนื่องไปยังขั้นถัดไปคือผลลัพธ์ที่จะได้รับจากผลงานที่เกิดขึ้นทั้งนี้บุคคลนั้นย่อมคาดหวังว่าผลลัพธ์ที่ได้จะมีคุณค่าสูงตามที่ต้องการการพิจารณาตามทฤษฎีความคาดหวังของวรูมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ขั้นดังนี้
    1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
    2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
    3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน
    (นางสาวคณภัทร์ ศิริโยธิน 12590108)

    ตอบลบ

  47. 1.ความคาดหวังในผลงานจากความพยายามที่ใช้ไป (Efforts & Performance Ex pectancy) เมื่อบุคคลใช้ความพยายาม (Efort) ในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงาน (Performance) ตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนและทำให้พนักงานเชื่อมั่นว่าหากใช้ความพยายามอย่างเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
    2.ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้น (Performance & Outcomes Ex pectancy) เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายาม (Effort) อย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงาน (Per formance) ตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงาน (Performance) ที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนา (Desired Outcomes) ผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั่นเอง
    3.การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้ (Valence of Outcomes) เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลงาน (Performance) ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนา (Desired Outcomes) แล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่า (Valence) ต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้รับนั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงานการนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้นสามารถพบได้ทั่วไปอาทิธุรกิจขายตรง (Direct Sale) ผู้บริหารของธุรกิจขายตรงจะกระตุ้นพนักงานขายด้วยวิธีต่างๆเพื่อให้พนักงานขายเกิดความเชื่อมั่นในตนเองและเชื่อมั่นต่อไปว่าหากพนักงานขายได้พยายามอย่างเต็มที่แล้วย่อมจะสร้างผลงานด้านการขาย (Sales Performance) ที่น่าพอใจได้อย่างแน่นอน (Effort & Perfor mance Expectancy) และหากผลงานด้านการขายสูงถึงระดับที่กำหนดแล้วพนักงานขายก็จะได้รับการเลื่อนขั้นและรับรางวัลเป็นลำดับๆไปแต่ละลำดับยังมีรางวัลและผลประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย (Performance & Outcomes Expectancy) นอกจากนี้ธุรกิจการขายตรงยังเพิ่มคุณค่าให้กับลำดับขั้นและรางวัลของพนักงานอีกหลายวิธีเช่นการมอบรางวัลในที่ประชุมพนักงานทั่วประเทศและลงภาพของพนักงานขายที่ได้รับรางวัลในสื่อประเภทต่างๆทั้งนี้ก็เพื่อให้พนักงานขายเกิดความภาคภูมิใจซึ่งย่อมจะเป็นการเพิ่มคุณค่า (Valence) ให้กับผลลัพธ์ที่ได้ซึ่งเป็นไปตามทฤษฎีความคาดหวัง
    (นางสาวสิตานัน หรุ่นทอง 12590082)

    ตอบลบ
  48. วรูม (Victor H. Vroom) เชื่อว่าบุคคลจะถูกจูงใจได้เมื่อบุคคลนั้นประเมินแล้วว่าตนเองมีความสามารถที่จะกระทำตามเป้าหมายหรือไม่ เกิดเป็นความคาดหวังต่อความพยายามนั้น โดยแบ่งออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่
    1.ความคาดหวังในผลงานจากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
    2.ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
    3.การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน
    (ณัฐฌา ปักกัง 12590019)

    ตอบลบ
  49. การนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้น สามารถทำได้ 3 ขั้นตอน ได้แก่
    1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
    2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
    3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน (ศุภิสรา นรินยา 12590717)

    ตอบลบ
  50. การนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้น สามารถทำได้ 3 ขั้นตอน ได้แก่
    1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
    2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
    3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน
    (12590010)

    ตอบลบ
  51. ทฤษฎีความคาดหวังของวรูม ทฤษฎีนี้ระบุว่าเมื่อบุคคลได้ใช้ความพยายามในการทำงานบุคคลนั้นจะคาดหวังถึงผลงานอันเกิดจากความพยายามที่ใช้ไปจากนั้นบุคคลนั้นก็จะคาดหวังต่อเนื่องไปยังขั้นถัดไปคือผลลัพธ์ที่จะได้รับจากผลงานที่เกิดขึ้นทั้งนี้บุคคลนั้นย่อมคาดหวังว่าผลลัพธ์ที่ได้จะมีคุณค่าสูงตามที่ต้องการการพิจารณาตามทฤษฎีความคาดหวังของวรูมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ขั้นดังนี้
    1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
    2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
    3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน
    (ภัทรานิษฐ์ กุญแจทอง 12590059)

    ตอบลบ
  52. ทฤษฎีความคาดหวังของวรูม ทฤษฎีนี้ระบุว่าเมื่อบุคคลได้ใช้ความพยายามในการทำงานบุคคลนั้นจะคาดหวังถึงผลงานอันเกิดจากความพยายามที่ใช้ไปจากนั้นบุคคลนั้นก็จะคาดหวังต่อเนื่องไปยังขั้นถัดไปคือผลลัพธ์ที่จะได้รับจากผลงานที่เกิดขึ้นทั้งนี้บุคคลนั้นย่อมคาดหวังว่าผลลัพธ์ที่ได้จะมีคุณค่าสูงตามที่ต้องการการพิจารณาตามทฤษฎีความคาดหวังของวรูมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ขั้นดังนี้
    1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
    2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
    3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน
    (สุรีรัตน์ สระเกตุ 12590098)

    ตอบลบ

  53. ทฤษฎีความคาดหวังของวรูม ทฤษฎีนี้ระบุว่าเมื่อบุคคลได้ใช้ความพยายามในการทำงานบุคคลนั้นจะคาดหวังถึงผลงานอันเกิดจากความพยายามที่ใช้ไปจากนั้นบุคคลนั้นก็จะคาดหวังต่อเนื่องไปยังขั้นถัดไปคือผลลัพธ์ที่จะได้รับจากผลงานที่เกิดขึ้นทั้งนี้บุคคลนั้นย่อมคาดหวังว่าผลลัพธ์ที่ได้จะมีคุณค่าสูงตามที่ต้องการการพิจารณาตามทฤษฎีความคาดหวังของวรูมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ขั้นดังนี้
    1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
    2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
    3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน
    (นางสาวสุชานรี เวียนมานะ 12590089)

    ตอบลบ
  54. ฤษฎีความคาดหวังของวรูม ทฤษฎีนี้ระบุว่าเมื่อบุคคลได้ใช้ความพยายามในการทำงานบุคคลนั้นจะคาดหวังถึงผลงานอันเกิดจากความพยายามที่ใช้ไปจากนั้นบุคคลนั้นก็จะคาดหวังต่อเนื่องไปยังขั้นถัดไปคือผลลัพธ์ที่จะได้รับจากผลงานที่เกิดขึ้นทั้งนี้บุคคลนั้นย่อมคาดหวังว่าผลลัพธ์ที่ได้จะมีคุณค่าสูงตามที่ต้องการการพิจารณาตามทฤษฎีความคาดหวังของวรูมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ขั้นดังนี้
    1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
    2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
    3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน
    (ณัฐนพิน ชินวัฒนา 12590021)

    ตอบลบ
  55. ทฤษฎีความคาดหวังของวรูม ทฤษฎีนี้ระบุว่าเมื่อบุคคลได้ใช้ความพยายามในการทำงานบุคคลนั้นจะคาดหวังถึงผลงานอันเกิดจากความพยายามที่ใช้ไปจากนั้นบุคคลนั้นก็จะคาดหวังต่อเนื่องไปยังขั้นถัดไปคือผลลัพธ์ที่จะได้รับจากผลงานที่เกิดขึ้นทั้งนี้บุคคลนั้นย่อมคาดหวังว่าผลลัพธ์ที่ได้จะมีคุณค่าสูงตามที่ต้องการการพิจารณาตามทฤษฎีความคาดหวังของวรูมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ขั้นดังนี้
    1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
    2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
    3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน
    (นางสาวชุติกาญจน์ ปานดารา 12590016)

    ตอบลบ
  56. 1.ความคาดหวังในผลงานจากความพยายามที่ใช้ไป (Efforts & Performance Ex pectancy) เมื่อบุคคลใช้ความพยายาม (Efort) ในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงาน (Performance) ตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนและทำให้พนักงานเชื่อมั่นว่าหากใช้ความพยายามอย่างเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
    2.ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้น (Performance & Outcomes Ex pectancy) เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายาม (Effort) อย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงาน (Per formance) ตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงาน (Performance) ที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนา (Desired Outcomes) ผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั่นเอง
    3.การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้ (Valence of Outcomes) เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลงาน (Performance) ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนา (Desired Outcomes) แล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่า (Valence) ต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้รับนั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงานการนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้นสามารถพบได้ทั่วไปอาทิธุรกิจขายตรง (Direct Sale) ผู้บริหารของธุรกิจขายตรงจะกระตุ้นพนักงานขายด้วยวิธีต่างๆเพื่อให้พนักงานขายเกิดความเชื่อมั่นในตนเองและเชื่อมั่นต่อไปว่าหากพนักงานขายได้พยายามอย่างเต็มที่แล้วย่อมจะสร้างผลงานด้านการขาย (Sales Performance) ที่น่าพอใจได้อย่างแน่นอน (Effort & Perfor mance Expectancy) และหากผลงานด้านการขายสูงถึงระดับที่กำหนดแล้วพนักงานขายก็จะได้รับการเลื่อนขั้นและรับรางวัลเป็นลำดับๆไปแต่ละลำดับยังมีรางวัลและผลประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย (Performance & Outcomes Expectancy) นอกจากนี้ธุรกิจการขายตรงยังเพิ่มคุณค่าให้กับลำดับขั้นและรางวัลของพนักงานอีกหลายวิธีเช่นการมอบรางวัลในที่ประชุมพนักงานทั่วประเทศและลงภาพของพนักงานขายที่ได้รับรางวัลในสื่อประเภทต่างๆทั้งนี้ก็เพื่อให้พนักงานขายเกิดความภาคภูมิใจซึ่งย่อมจะเป็นการเพิ่มคุณค่า (Valence) ให้กับผลลัพธ์ที่ได้ซึ่งเป็นไปตามทฤษฎีความคาดหวัง
    (วริศ เอี๊ยวชัยพร 070)

    ตอบลบ
  57. ทฤษฎีความคาดหวังของวรูม ทฤษฎีนี้ระบุว่าเมื่อบุคคลได้ใช้ความพยายามในการทำงานบุคคลนั้นจะคาดหวังถึงผลงานอันเกิดจากความพยายามที่ใช้ไปจากนั้นบุคคลนั้นก็จะคาดหวังต่อเนื่องไปยังขั้นถัดไปคือผลลัพธ์ที่จะได้รับจากผลงานที่เกิดขึ้นทั้งนี้บุคคลนั้นย่อมคาดหวังว่าผลลัพธ์ที่ได้จะมีคุณค่าสูงตามที่ต้องการการพิจารณาตามทฤษฎีความคาดหวังของวรูมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ขั้นดังนี้
    1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
    2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
    3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน
    (ปาลิตา มนัสปัญญากุล 12590049)

    ตอบลบ
  58. ทฤษฎีความคาดหวังของวรูม ทฤษฎีนี้ระบุว่าเมื่อบุคคลได้ใช้ความพยายามในการทำงานบุคคลนั้นจะคาดหวังถึงผลงานอันเกิดจากความพยายามที่ใช้ไปจากนั้นบุคคลนั้นก็จะคาดหวังต่อเนื่องไปยังขั้นถัดไปคือผลลัพธ์ที่จะได้รับจากผลงานที่เกิดขึ้นทั้งนี้บุคคลนั้นย่อมคาดหวังว่าผลลัพธ์ที่ได้จะมีคุณค่าสูงตามที่ต้องการการพิจารณาตามทฤษฎีความคาดหวังของวรูมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ขั้นดังนี้
    1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
    2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
    3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน

    (สมภพ ขุนทรง 12590079)

    ตอบลบ
  59. 1.ความคาดหวังในผลงานจากความพยายามที่ใช้ไป (Efforts & Performance Ex pectancy) เมื่อบุคคลใช้ความพยายาม (Efort) ในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงาน (Performance) ตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนและทำให้พนักงานเชื่อมั่นว่าหากใช้ความพยายามอย่างเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
    2.ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้น (Performance & Outcomes Ex pectancy) เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายาม (Effort) อย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงาน (Per formance) ตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงาน (Performance) ที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนา (Desired Outcomes) ผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั่นเอง
    3.การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้ (Valence of Outcomes) เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลงาน (Performance) ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนา (Desired Outcomes) แล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่า (Valence) ต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้รับนั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงานการนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้นสามารถพบได้ทั่วไปอาทิธุรกิจขายตรง (Direct Sale) ผู้บริหารของธุรกิจขายตรงจะกระตุ้นพนักงานขายด้วยวิธีต่างๆเพื่อให้พนักงานขายเกิดความเชื่อมั่นในตนเองและเชื่อมั่นต่อไปว่าหากพนักงานขายได้พยายามอย่างเต็มที่แล้วย่อมจะสร้างผลงานด้านการขาย (Sales Performance) ที่น่าพอใจได้อย่างแน่นอน (Effort & Perfor mance Expectancy) และหากผลงานด้านการขายสูงถึงระดับที่กำหนดแล้วพนักงานขายก็จะได้รับการเลื่อนขั้นและรับรางวัลเป็นลำดับๆไปแต่ละลำดับยังมีรางวัลและผลประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย (Performance & Outcomes Expectancy) นอกจากนี้ธุรกิจการขายตรงยังเพิ่มคุณค่าให้กับลำดับขั้นและรางวัลของพนักงานอีกหลายวิธีเช่นการมอบรางวัลในที่ประชุมพนักงานทั่วประเทศและลงภาพของพนักงานขายที่ได้รับรางวัลในสื่อประเภทต่างๆทั้งนี้ก็เพื่อให้พนักงานขายเกิดความภาคภูมิใจซึ่งย่อมจะเป็นการเพิ่มคุณค่า (Valence) ให้กับผลลัพธ์ที่ได้ซึ่งเป็นไปตามทฤษฎีความคาดหวัง
    (ธนสิทธิ์ อาจอ่อนศรี 12590036)

    ตอบลบ

  60. การนำทฤษฎีความคาดหวังมาประยุกต์ใช้นั้น สามารถทำได้ 3 ขั้นตอน ได้แก่
    1 ความคาดหวังในผลงาน จากความพยายามที่ใช้ไป เมื่อบุคคลใช้ความพยายามในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งบุคคลนั้นย่อมประเมินความสามารถของตนเองและประเมินระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลงานตามที่ประสงค์เมื่อผู้บริหารต้องการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างทุ่มเทและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทำให้พนักงานเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองและทำให้พนักงานเชื่อมั่นๆหากใช้ความพยายามเต็มที่แล้วย่อมจะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์
    2 ความคาดหวังในผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จะนำมาซึ่งผลงานตามที่ประสงค์พนักงานจะประเมินความเป็นไปได้ขั้นตอนต่อไปคือจะประเมินถึงระดับความเป็นไปได้ที่ผลงานที่เกิดขึ้นดีแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงปรารถนาผู้บริหารจึงต้องจูงใจในระดับต่อไปคือชี้ให้พนักงานเห็นถึงความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ผลงานนั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ปรารถนาเพื่อเพิ่มระดับความคาดหวังได้ผลลัพธ์จากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นเอง
    3 การเล็งเห็นถึงคุณค่าของผลลัพธ์ที่ได้เมื่อพนักงานเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ปรารถนาแล้วพนักงานจะพิจารณาต่อไปว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีคุณค่าต่อตนเองมากน้อยเพียงใดการจูงใจจะประสบความสำเร็จเมื่อพนักงานเห็นว่าคุณค่าของผลลัพธ์นั้นอยู่ในระดับที่สูงผู้บริหารจึงมีหน้าที่สร้างให้พนักงานเห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงคู่ควรกับพนักงาน
    (นางสาวเอเซีย พิทยาพละ 12590112)

    ตอบลบ