วันอังคารที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2562

14.เมื่อพนักงานรู้สึกว่าไม่ได้รับความเสมอภาคจากการปฏิบัติงาน พนักงานจะดำเนินการอย่างไรเพื่อกำจัดความไม่เสมอภาค และผู้บริหารควรแก้ปัญหาความไม่เสมอภาคนั้นอย่างไร จงยกตัวอย่างและอธิบายตามทฤษฎีความเสมอภาค

61 ความคิดเห็น:

  1. ทฤษฎีนี้ตั้งอยู่บนแนวคิดที่ว่าสมาชิกทุกคนต้องการความเสมอภาคในองค์กรโดยสมาชิกแต่ละคนจะพิจารณาอัตราส่วนผลตอบแทนที่ได้รับจากองค์กร (Output) ซึ่งได้แก่เงินเดือนโบนัสการเลื่อนตำแหน่งรถประจำตำแหน่ง ฯลฯ ต่อสิ่งที่ได้ทุ่มเทให้กับองค์กร (Input) อันได้แก่ปริมาณและคุณภาพของงานความรู้การศึกษาและประสบการณ์ของสมาชิกอายุงานตำแหน่งในองค์กรความสามารถเฉพาะทางตลอดจนคุณสมบัติอื่นของตนเองเปรียบเทียบกับผู้อื่นหากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคก็จะดำเนินการเพื่อกำจัดความไม่เสมอภาคดังกล่าว
    กรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ทุ่มเทของตนเองน้อยกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นพนักงานอาจทำให้เสมอภาคโดยการลดสิ่งที่ตนเองทุ่มเทลงเรื่อยๆจนกว่าตนเองจะรู้สึกว่าเสมอภาคหรืออาจดำเนินการแทรกแซงเพื่อลดผลตอบแทนของบุคคลอื่นหรือเรียกร้องให้ตนเองได้ผลตอบแทนสูงมากขึ้นกรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ทุ่มเทของตนเองมากกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นโดยทฤษฎีแล้วพนักงานจะทำงานให้หนักขึ้นหรืออาจเรียกร้องให้บุคคลอื่นได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นหรือแม้กระทั่งขอลดผลตอบแทนที่ตนเองได้รับลงแต่ในทางปฏิบัติแล้วกรณีหลังจะมีความเป็นไปได้น้อยเป็นที่น่าสังเกตว่าการวัดผลและการเปรียบเทียบดังที่กล่าวข้างต้นเป็นไปโดยความรู้สึกจากการรับรู้ของตนเองทั้งสิ้นซึ่งย่อมทำให้การวัดผลและการเปรียบเทียบขาดความเที่ยงตรงและอาจเกิดความลำเอียงได้ผู้บริหารที่ประสงค์จะนำแนวคิดนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กรพึงระวังข้อจำกัดและปัญหาดังที่กล่าวนี้
    (นางสาวอัมรินทร์ เกมอ 12590105)

    ตอบลบ
  2. -เมื่อพนักงานรู้สึกว่าไม่ได้รับความเสมอภาคจากการปฏิบัติงาน พนักงานจะดำเนินการอย่างไร
    โดยมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมและปฏิบัติตามกฎความเสมอภาคอย่างเคร่งครัด พยายามหลีกเลี่ยงการเลือกปฏิบัติโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรและตระหนักดีว่าการกระทำเช่นนั้นเป็นอุปสรรคในการดำเนินงานตามนโยบายความเสมอภาคทางโอกาส การมีส่วนร่วม และสิทธิมนุษยชน เราจะปฏิบัติตามหลักต่อไปนี้
    1.สร้างความเข้าใจ การเห็นคุณค่า และการปฏิบัติงานด้านความหลากหลายของผู้คน เพื่อให้เกิดความยุติธรรมและการมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ในงานของเรา
    2.ทำให้มั่นใจได้ว่าจะไม่มีการเลือกปฏิบัติโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรในการจ้างงาน การคัดเลือกบุคคลเข้าทำงาน รวมถึงขั้นตอนอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
    3.ส่งเสริมความเสมอภาคทางโอกาส รวมถึงการทำแบบประเมินผลกระทบ และการคัดกรองความเสมอภาคเชิงนโยบาย การทำงาน และแผนการดำเนินงานด้านความหลากหลาย
    4.ปฏิบัติกับผู้ร่วมงานอย่างเท่าเทียม ให้เกียรติ และความเคารพ
    5.ปฏิบัติหน้าที่ของเราเพื่อขจัดการเลือกปฏิบัติ และอุปสรรค พร้อมทั้งสร้างความสมดุล ความเสมอภาคในองค์การ
    -ผู้บริหารควรแก้ปัญหาความไม่เสมอภาคนั้นดังนี้
    1.ผู้บริหารจะต้องตระหนักว่าความเสมอภาคเป็นเพียงการรับรู้ของพนักงาน ซึ่งอาจไม่ถูกต้องก็ได้ ผู้บริหารอาจทำให้พนักงานรู้สึกถึงความเสมอภาคหรือความไม่เสมอภาคได้ เช่น ผู้บริหารบางคนมีพนักงานที่ตัวเองโปรดปรานเป็นคนใกล้ชิด ได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ในขณะที่ละเลยต่อคนอื่นๆ
    2. การให้ผลตอบแทนหรือรางวัลต้องมีความเหมาะสม ถ้าหากพนักงานรับรู้ว่าเขาได้รับการปฏิบัติอย่างลำเอียงจะเกิดปัญหาในการปฏิบัติงานและขวัญกำลังใจขึ้น
    (ปิยาภรณ์ ชินวงค์พรหม 12590051)

    ตอบลบ
  3. ทฤษฎีความเสมอภาคทฤษฎีนี้ตั้งอยู่บนแนวคิดที่ว่าสมาชิกทุกคนต้องการความเสมอภาคในองค์กรโดยสมาชิกแต่ละคนจะพิจารณาอัตราส่วนผลตอบแทนที่ได้รับจากองค์กรซึ่งได้แก่เงินเดือนโบนัสการเลื่อนตำแหน่งรถประจำตำแหน่งอื่นๆ ต่อสิ่งที่ได้ทุ่มเทให้กับองค์กรอันได้แก่ปริมาณและคุณภาพของงานความรู้การศึกษาและประสบการณ์ของสมาชิกอายุงาน ตำแหน่งในองค์กรความสามารถเฉพาะทางตลอดจนคุณสมบัติอื่นของตนเองเปรียบเทียบกับผู้อื่นหากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคก็จะดำเนินการเพื่อการจัดความไม่เสมอภาคดังกล่าว กรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ ทุ่มเท ขอตนเองน้อยกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นพนักงานอาจทำให้ความเสมอภาคในการลดสิ่งที่ตนเองทุ่มเทลงไปเรื่อยๆจนกว่าตัวเองจะรู้สึกเสมอภาพหรืออาจดำเนินการแทรกแซงเพื่อลดผลตอบแทนของผู้อื่นหรือเรียกร้องให้ตนเองได้รับผลตอบแทนสูงขึ้นกรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ทุ่มเทของตนเองมากกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นโดยทฤษฎีและพนักงานจะทำงานที่หนักขึ้นหรืออาจเรียกร้องให้ผู้อื่นได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นหรือแม้กระทั่งขอลดผลตอบแทนที่ตนได้รับแต่ในทางปฏิบัติแล้วกรณีหลังจะมีความเป็นไปได้น้อย เป็นที่น่าสังเกตว่าการวัดผลและการเปรียบเทียบดังที่กล่าวข้างต้นเป็นไปโดยความรู้สึกจากการรับรู้ของตนเองทั้งสิ้นซึ่งย่อมทำให้การวัดผลและการเปรียบเทียบขาดความเที่ยงตรงและอาจเกิดความลำเอียงได้ผู้บริหารที่ประสงค์จะนำแนวคิดนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กร เพิ่งระวังข้อจำกัดและปัญหาดังที่กล่าวนี้
    น.ส.วราภรณ์ ขันสมบัติ 12590069

    ตอบลบ
  4. 14. เมื่อพนักงานรู้สึกว่าไม่ได้รับความเสมอภาคจากการปฏิบัติงาน พนักงานจะดำเนินการอย่างไรเพื่อกำจัดความไม่เสมอภาค และผู้บริหารควรแก้ปัญหาความไม่เสมอภาคนั้นอย่างไรจงยกตัวอย่างและอธิบายตามทฤษฎีความเสมอภาค
    ตอบ : ทฤษฎีความเสมอภาค เป็นทฤษฎีที่ตั้งอยู่บนแนวความคิดที่ว่าสมาชิกทุกคนต้องความเสมอภาคในองค์กร โดยสมาชิกแต่ละคนจะพิจารณาอัตราส่วนผลตอบแทนที่ได้รับจากองค์กร ซึ่งได้แก่ เงินเดือน โบนัส การเลื่อนตำแหน่ง รถประจำตำแหน่ง ฯลฯ ต่อสิ่งที่ทุ่มเทให้กับองค์กร อันได้แก่ ปริมาณและคุณภาพของงาน ความรู้ การศึกษาและประสบการณ์ของสมาชิก อายุงาน ตำแหน่งในองค์กร ความสามารถเฉพาะทาง ตลอดจนคุณสมบัติอื่นของตนเองเปรียบเทียบกับผู้อื่น หากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคก็จะดำเนินการเพื่อกำจัดความไม่เสมอภาคดังกล่าว
    - ตัวอย่าง
    กรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ทุ่มเทของตนน้อยกว่าอัตราส่วนของผู้อื่น พนักงานอาจทำให้เสมอภาคโดยการลดสิ่งที่ตนเองทุ่มเทลงเรื่อยๆ จนกว่าตนเองจะรู้สึกว่าเสมอภาค หรืออาจดำเนินการแทรกแซงเพื่อลดผลตอบแทนของบุคคลอื่น หรือเรียกร้องให้ตนเองได้ผลตอบแทนสูงมากขึ้น
    กรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ทุ่มเทของตนเองมากกว่าอัตราส่วนของผู้อื่น โดยทฤษฎีแล้วพนักงานจะทำงานให้หนักขึ้น หรืออาจเรียกร้องให้บุคคลอื่นได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นหรือแม้กระทั่งขอลดผลตอบแทนที่ตนเองได้รับลง แต่ในทางปฎิบัติแล้วกรณีหลังจะมีความเป็นไปได้น้อย
    เป็นที่น่าสังเกตว่าการวัดผลและการเปรียบเทียบดังที่กล่าวข้างต้น เป้นไปโดยความรู้สึกจากการรับรู้ของตนเองทั้งสิ้น ซึ่งย่อมทำให้การวัดผลและการเปรียบเทียบขาดความเที่ยงตรง และอาจเกิดความลำเอียงได้ ผู้บริหารที่ประสงค์จะนำแนวคิดนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กรพึงระวังข้อจำกัดและปัญหาดังที่กล่าวนี้
    นางสาวสุดารัตน์ สุขสาม (รหัส 12590090)

    ตอบลบ
  5. หากพนักงานรู้สึกไม่ได้รับความเสมอภาคจากการปฎิบัติงาน ผู้บริหารจะแก้ปัญหาโดยยึดทฤษฎีนี้ตั้งอยู่บนแนวคิดที่ว่าสมาชิกทุกคนต้องการความเสมอภาคในองค์กร โดยพนักงานแต่ละคนจะพิจารณาอัตราส่วนผลตอบแทนที่ได้รับจากองค์กร ซึ่งได้แก่ เงินเดือน โบนัส การเลื่อนตำแหน่ง ต่อสิ่งที่ได้ทุ่มเทให้กับองค์กร ได้แก่ ปริมาณและคุณภาพของงาน ความรู้ การศึกษาและประสบการณืของสมาชิก อายุงาน ตำแหน่งในองค์กร ความสามารเฉพาะทาง ตลอดจนคุณสมบัติอื่นของตนเปรียบเทียบกับผู้อื่น หากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคก็จะดำเนินการเพื่อกำจัดความไม่เสมอภาคดังกล่าวได้
    (ชนกนาฎ​ สหทรัพย์เจริญ 12590012)

    ตอบลบ
  6. ทฤษฎีความเสมอภาค ตั้งอยู่บนแนวคิดที่ว่าสมาชิกทุกคนควรต้องการความเสมอภาคในองค์กร โดยสมาชิกแต่ละคนจะพิจารณาอัตราส่วนผลตอบแทนที่ได้รับจากองค์กร ซึ่งได้แก่เงินเดือนโบนัส การเลื่อนขั้นเป็นต้น ต่อสิ่งที่ได้ทุ่มเทให้กับองค์กร อันได้แก่ ปริมาณ และคุณภาพของงาน ความรู้ การศึกษา และประสบการณ์ของสมาชิก อายุงาน ตำแหน่งในองค์กร ความสามรถเฉพาะทาง ตลอดจนคุณสมบัติ ซึ่งเมื่อพนักงานรู้สึกว่าไม่ได้รับความเสมอภาคจากการปฏิบัติงาน พนักงานจะดำเนินการพิจารณาอัตราส่วนผลตอบแทนที่ได้รับจากองค์กร ต่อสิ่งที่ได้ทุ่มเทให้กับองค์กร และผู้บริหารควรแก้ปัญหาโดยการพึงระวังข้อจำกัดต่างๆที่จะเกิดขึ้นอยู่เสมอ
    (อารียา ปานทอง 12590109)

    ตอบลบ
  7. ข้อที่ 14
    ทฤษฎีความเสมอภาค (equity theory)
    J. Stacy Adams เป็นผู้พัฒนาทฤษฎีนี้ โดยมีพื้นฐานความคิดว่า บุคคลย่อมแสวงหาความเสมอภาคทางสังคมโดยพิจารณาผลตอบแทนที่ได้รับ (output) กับตัวป้อน (input) คือพฤติกรรมและคุณสมบัติในตัวที่เขาใส่ให้กับงาน ความเสมอภาคจะมีเพียงใดขึ้นอยู่กับการเปรียบเทียบการรับรู้ความสอดคล้องระหว่างตัวป้อนต่อผลตอบแทน (perceived inputs to outputs) เมื่อเราทราบระดับการรับรู้ความเสมอภาคของบุคคลใด ก็สามารถทำนายพฤติกรรมการทำงานของเขาได้
    (อรณิชา ศรีสมัย 12590102)

    ตอบลบ
  8. ทฤษฎีนี้ตั้งอยู่บนแนวคิดที่ว่าสมาชิกทุกคนต้องการความเสมอภาคในองค์กรโดยสมาชิกแต่ละคนจะพิจารณาอัตราส่วนผลตอบแทนที่ได้รับจากองค์กร (Output) ซึ่งได้แก่เงินเดือนโบนัสการเลื่อนตำแหน่งรถประจำตำแหน่ง ฯลฯ ต่อสิ่งที่ได้ทุ่มเทให้กับองค์กร (Input) อันได้แก่ปริมาณและคุณภาพของงานความรู้การศึกษาและประสบการณ์ของสมาชิกอายุงานตำแหน่งในองค์กรความสามารถเฉพาะทางตลอดจนคุณสมบัติอื่นของตนเองเปรียบเทียบกับผู้อื่นหากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคก็จะดำเนินการเพื่อกำจัดความไม่เสมอภาคดังกล่าว
    - กรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ทุ่มเทของตนเองน้อยกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นพนักงานอาจทำให้เสมอภาคโดยการลดสิ่งที่ตนเองทุ่มเทลงเรื่อยๆจนกว่าตนเองจะรู้สึกว่าเสมอภาคหรืออาจดำเนินการแทรกแซงเพื่อลดผลตอบแทนของบุคคลอื่นหรือเรียกร้องให้ตนเองได้ผลตอบแทนสูงมากขึ้น
    (นางสิริรัตน์ ศิริพรทุม 12590086)

    ตอบลบ
  9. ทฤษฎีนี้ตั้งอยู่บนแนวคิดที่ว่าสมาชิกทุกคนต้องการความเสมอภาคในองค์กรโดยสมาชิกแต่ละคนจะพิจารณาอัตราส่วนผลตอบแทนที่ได้รับจากองค์กร (Output) ซึ่งได้แก่เงินเดือนโบนัสการเลื่อนตำแหน่งรถประจำตำแหน่ง ฯลฯ ต่อสิ่งที่ได้ทุ่มเทให้กับองค์กร (Input) อันได้แก่ปริมาณและคุณภาพของงานความรู้การศึกษาและประสบการณ์ของสมาชิกอายุงานตำแหน่งในองค์กรความสามารถเฉพาะทางตลอดจนคุณสมบัติอื่นของตนเองเปรียบเทียบกับผู้อื่นหากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคก็จะดำเนินการเพื่อกำจัดความไม่เสมอภาคดังกล่าว
    กรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ทุ่มเทของตนเองน้อยกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นพนักงานอาจทำให้เสมอภาคโดยการลดสิ่งที่ตนเองทุ่มเทลงเรื่อยๆจนกว่าตนเองจะรู้สึกว่าเสมอภาคหรืออาจดำเนินการแทรกแซงเพื่อลดผลตอบแทนของบุคคลอื่นหรือเรียกร้องให้ตนเองได้ผลตอบแทนสูงมากขึ้นกรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ทุ่มเทของตนเองมากกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นโดยทฤษฎีแล้วพนักงานจะทำงานให้หนักขึ้นหรืออาจเรียกร้องให้บุคคลอื่นได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นหรือแม้กระทั่งขอลดผลตอบแทนที่ตนเองได้รับลงแต่ในทางปฏิบัติแล้วกรณีหลังจะมีความเป็นไปได้น้อยเป็นที่น่าสังเกตว่าการวัดผลและการเปรียบเทียบดังที่กล่าวข้างต้นเป็นไปโดยความรู้สึกจากการรับรู้ของตนเองทั้งสิ้นซึ่งย่อมทำให้การวัดผลและการเปรียบเทียบขาดความเที่ยงตรงและอาจเกิดความลำเอียงได้ผู้บริหารที่ประสงค์จะนำแนวคิดนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กรพึงระวังข้อจำกัดและปัญหาดังที่กล่าวนี้
    (นางสาวณัฐฐา จินตกวีพันธุ์ 12590020)

    ตอบลบ

  10. ทฤษฎีนี้ตั้งอยู่บนแนวคิดที่ว่าสมาชิกทุกคนต้องการความเสมอภาคในองค์กรโดยสมาชิกแต่ละคนจะพิจารณาอัตราส่วนผลตอบแทนที่ได้รับจากองค์กร (Output) ซึ่งได้แก่เงินเดือนโบนัสการเลื่อนตำแหน่งรถประจำตำแหน่ง ฯลฯ ต่อสิ่งที่ได้ทุ่มเทให้กับองค์กร (Input) อันได้แก่ปริมาณและคุณภาพของงานความรู้การศึกษาและประสบการณ์ของสมาชิกอายุงานตำแหน่งในองค์กรความสามารถเฉพาะทางตลอดจนคุณสมบัติอื่นของตนเองเปรียบเทียบกับผู้อื่นหากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคก็จะดำเนินการเพื่อกำจัดความไม่เสมอภาคดังกล่าว
    กรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ทุ่มเทของตนเองน้อยกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นพนักงานอาจทำให้เสมอภาคโดยการลดสิ่งที่ตนเองทุ่มเทลงเรื่อยๆจนกว่าตนเองจะรู้สึกว่าเสมอภาคหรืออาจดำเนินการแทรกแซงเพื่อลดผลตอบแทนของบุคคลอื่นหรือเรียกร้องให้ตนเองได้ผลตอบแทนสูงมากขึ้นกรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ทุ่มเทของตนเองมากกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นโดยทฤษฎีแล้วพนักงานจะทำงานให้หนักขึ้นหรืออาจเรียกร้องให้บุคคลอื่นได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นหรือแม้กระทั่งขอลดผลตอบแทนที่ตนเองได้รับลงแต่ในทางปฏิบัติแล้วกรณีหลังจะมีความเป็นไปได้น้อยเป็นที่น่าสังเกตว่าการวัดผลและการเปรียบเทียบดังที่กล่าวข้างต้นเป็นไปโดยความรู้สึกจากการรับรู้ของตนเองทั้งสิ้นซึ่งย่อมทำให้การวัดผลและการเปรียบเทียบขาดความเที่ยงตรงและอาจเกิดความลำเอียงได้ผู้บริหารที่ประสงค์จะนำแนวคิดนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กรพึงระวังข้อจำกัดและปัญหาดังที่กล่าว

    (นางสาวสิริกร ราชมณี 12590084)

    ตอบลบ
  11. ทฤษฎีความเสมอภาค
    เป็นทฤษฎีที่ตั้งอยู่บนแนวความคิดที่ว่าสมาชิกทุกคนต้องความเสมอภาคในองค์กร โดยสมาชิกแต่ละคนจะพิจารณาอัตราส่วนผลตอบแทนที่ได้รับจากองค์กร ซึ่งได้แก่ เงินเดือน โบนัส การเลื่อนตำแหน่ง รถประจำตำแหน่ง ฯลฯ ต่อสิ่งที่ทุ่มเทให้กับองค์กร อันได้แก่ ปริมาณและคุณภาพของงาน ความรู้ การศึกษาและประสบการณ์ของสมาชิก อายุงาน ตำแหน่งในองค์กร ความสามารถเฉพาะทาง ตลอดจนคุณสมบัติอื่นของตนเองเปรียบเทียบกับผู้อื่น หากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคก็จะดำเนินการเพื่อกำจัดความไม่เสมอภาคดังกล่าว
    กรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ทุ่มเทของตนน้อยกว่าอัตราส่วนของผู้อื่น พนักงานอาจทำให้เสมอภาคโดยการลดสิ่งที่ตนเองทุ่มเทลงเรื่อยๆ จนกว่าตนเองจะรู้สึกว่าเสมอภาค หรืออาจดำเนินการแทรกแซงเพื่อลดผลตอบแทนของบุคคลอื่น หรือเรียกร้องให้ตนเองได้ผลตอบแทนสูงมากขึ้น
    กรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ทุ่มเทของตนเองมากกว่าอัตราส่วนของผู้อื่น โดยทฤษฎีแล้วพนักงานจะทำงานให้หนักขึ้น หรืออาจเรียกร้องให้บุคคลอื่นได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นหรือแม้กระทั่งขอลดผลตอบแทนที่ตนเองได้รับลง แต่ในทางปฎิบัติแล้วกรณีหลังจะมีความเป็นไปได้น้อย
    เป็นที่น่าสังเกตว่าการวัดผลและการเปรียบเทียบดังที่กล่าวข้างต้น เป็นไปโดยความรู้สึกจากการรับรู้ของตนเองทั้งสิ้น ซึ่งย่อมทำให้การวัดผลและการเปรียบเทียบขาดความเที่ยงตรง และอาจเกิดความลำเอียงได้ ผู้บริหารที่ประสงค์จะนำแนวคิดนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กรพึงระวังข้อจำกัดและปัญหาดังที่กล่าวนี้
    (นางสาวกรกนก จันทร์พันธุ์ 12590003)

    ตอบลบ
  12. ทฤษฎีความเสมอภาคทฤษฎีนี้ตั้งอยู่บนแนวคิดที่ว่าสมาชิกทุกคนต้องการความเสมอภาคในองค์กรโดยสมาชิกแต่ละคนจะพิจารณาอัตราส่วนผลตอบแทนที่ได้รับจากองค์กรซึ่งได้แก่เงินเดือนโบนัสการเลื่อนตำแหน่งรถประจำตำแหน่งอื่นๆ ต่อสิ่งที่ได้ทุ่มเทให้กับองค์กรอันได้แก่ปริมาณและคุณภาพของงานความรู้การศึกษาและประสบการณ์ของสมาชิกอายุงาน ตำแหน่งในองค์กรความสามารถเฉพาะทางตลอดจนคุณสมบัติอื่นของตนเองเปรียบเทียบกับผู้อื่นหากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคก็จะดำเนินการเพื่อการจัดความไม่เสมอภาคดังกล่าว กรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ ทุ่มเท ขอตนเองน้อยกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นพนักงานอาจทำให้ความเสมอภาคในการลดสิ่งที่ตนเองทุ่มเทลงไปเรื่อยๆจนกว่าตัวเองจะรู้สึกเสมอภาพหรืออาจดำเนินการแทรกแซงเพื่อลดผลตอบแทนของผู้อื่นหรือเรียกร้องให้ตนเองได้รับผลตอบแทนสูงขึ้นกรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ทุ่มเทของตนเองมากกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นโดยทฤษฎีและพนักงานจะทำงานที่หนักขึ้นหรืออาจเรียกร้องให้ผู้อื่นได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นหรือแม้กระทั่งขอลดผลตอบแทนที่ตนได้รับแต่ในทางปฏิบัติแล้วกรณีหลังจะมีความเป็นไปได้น้อย เป็นที่น่าสังเกตว่าการวัดผลและการเปรียบเทียบดังที่กล่าวข้างต้นเป็นไปโดยความรู้สึกจากการรับรู้ของตนเองทั้งสิ้นซึ่งย่อมทำให้การวัดผลและการเปรียบเทียบขาดความเที่ยงตรงและอาจเกิดความลำเอียงได้ผู้บริหารที่ประสงค์จะนำแนวคิดนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กร เพิ่งระวังข้อจำกัดและปัญหาดังที่กล่าวนี้

    (นางสาว สรัสนันท์ บุญมี 12590080)

    ตอบลบ
  13. ทฤษฎีความเสมอภาค ตั้งอยู่บนแนวคิดที่ว่าสมาชิกทุกคนควรต้องการความเสมอภาคในองค์กร โดยสมาชิกแต่ละคนจะพิจารณาอัตราส่วนผลตอบแทนที่ได้รับจากองค์กร ซึ่งได้แก่เงินเดือนโบนัส การเลื่อนขั้นเป็นต้น ต่อสิ่งที่ได้ทุ่มเทให้กับองค์กร อันได้แก่ ปริมาณ และคุณภาพของงาน ความรู้ การศึกษา และประสบการณ์ของสมาชิก อายุงาน ตำแหน่งในองค์กร ความสามรถเฉพาะทาง ตลอดจนคุณสมบัติ ซึ่งเมื่อพนักงานรู้สึกว่าไม่ได้รับความเสมอภาคจากการปฏิบัติงาน พนักงานจะดำเนินการพิจารณาอัตราส่วนผลตอบแทนที่ได้รับจากองค์กร ต่อสิ่งที่ได้ทุ่มเทให้กับองค์กร และผู้บริหารควรแก้ปัญหาโดยการพึงระวังข้อจำกัดต่างๆที่จะเกิดขึ้นอยู่เสมอ
    สุภัทษา สนธิช่วย 12590096

    ตอบลบ

  14. ทฤษฎีความเสมอภาคทฤษฎีนี้ตั้งอยู่บนแนวคิดที่ว่าสมาชิกทุกคนต้องการความเสมอภาคในองค์กรโดยสมาชิกแต่ละคนจะพิจารณาอัตราส่วนผลตอบแทนที่ได้รับจากองค์กรซึ่งได้แก่เงินเดือนโบนัสการเลื่อนตำแหน่งรถประจำตำแหน่งอื่นๆ ต่อสิ่งที่ได้ทุ่มเทให้กับองค์กรอันได้แก่ปริมาณและคุณภาพของงานความรู้การศึกษาและประสบการณ์ของสมาชิกอายุงาน ตำแหน่งในองค์กรความสามารถเฉพาะทางตลอดจนคุณสมบัติอื่นของตนเองเปรียบเทียบกับผู้อื่นหากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคก็จะดำเนินการเพื่อการจัดความไม่เสมอภาคดังกล่าว กรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ ทุ่มเท ขอตนเองน้อยกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นพนักงานอาจทำให้ความเสมอภาคในการลดสิ่งที่ตนเองทุ่มเทลงไปเรื่อยๆจนกว่าตัวเองจะรู้สึกเสมอภาพหรืออาจดำเนินการแทรกแซงเพื่อลดผลตอบแทนของผู้อื่นหรือเรียกร้องให้ตนเองได้รับผลตอบแทนสูงขึ้นกรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ทุ่มเทของตนเองมากกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นโดยทฤษฎีและพนักงานจะทำงานที่หนักขึ้นหรืออาจเรียกร้องให้ผู้อื่นได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นหรือแม้กระทั่งขอลดผลตอบแทนที่ตนได้รับแต่ในทางปฏิบัติแล้วกรณีหลังจะมีความเป็นไปได้น้อย
    (นางสาวภิตติมาตุ์ เอื้ออรุณชัย 12590062)

    ตอบลบ
  15. ทฤษฎีความเสมอภาคตั้งอยู่บนแนวคิดที่ว่าสมาชิกทุกคนต้องการความเสมอภาคในองค์กรโดยสมาชิกแต่ละคนจะพิจารณาอัตราส่วนผลตอบแทนที่ได้รับจากองค์กรซึ่งได้แก่เงินเดือน โบนัส การเลื่อนตำแหน่ง รถประจำตำแหน่ง อื่นๆ ต่อสิ่งที่ได้ทุ่มเทให้กับองค์กรได้แก่ ปริมาณและคุณภาพของงานความรู้การศึกษาและประสบการณ์ของสมาชิก อายุงาน ตำแหน่งในองค์กรความสามารถเฉพาะทาง ตลอดจนคุณสมบัติอื่นของตนเองเปรียบเทียบกับผู้อื่นหากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคก็จะดำเนินการเพื่อการจัดความไม่เสมอภาคดังกล่าว กรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ ทุ่มเท ขอตนเองน้อยกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นพนักงานอาจทำให้ความเสมอภาคในการลดสิ่งที่ตนเองทุ่มเทลงไปเรื่อยๆจนกว่าตัวเองจะรู้สึกเสมอภาคหรืออาจดำเนินการแทรกแซงเพื่อลดผลตอบแทนของผู้อื่นหรือเรียกร้องให้ตนเองได้รับผลตอบแทนสูงขึ้นกรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ทุ่มเทของตนเองมากกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นโดยทฤษฎีและพนักงานจะทำงานที่หนักขึ้นหรืออาจเรียกร้องให้ผู้อื่นได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นหรือขอลดผลตอบแทนที่ตนได้รับแต่ในทางปฏิบัติแล้วกรณีหลังจะมีความเป็นไปได้น้อย เป็นที่น่าสังเกตว่าการวัดผลและการเปรียบเทียบดังที่กล่าวข้างต้นเป็นไปโดยความรู้สึกจากการรับรู้ของตนเองทั้งสิ้นซึ่งย่อมทำให้การวัดผลและการเปรียบเทียบขาดความเที่ยงตรงและอาจเกิดความลำเอียงได้ผู้บริหารที่ประสงค์จะนำแนวคิดนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กร เพิ่งระวังข้อจำกัดและปัญหาดังที่กล่าวนี้
    (ศศิพิมพ์ ชัยกุลพัฒนา 12590076)

    ตอบลบ
  16. ไม่ระบุชื่อ16 กันยายน 2562 เวลา 05:48

    ทฤษฎีความเสมอภาค
    คือแนวคิดที่ว่าสมาชิกทุกคนควรต้องการความเสมอภาคในองค์กร โดยสมาชิกแต่ละคนจะพิจารณาอัตราส่วนผลตอบแทนที่ได้รับจากองค์กร ซึ่งได้แก่เงินเดือนโบนัส การเลื่อนขั้นเป็นต้น ต่อสิ่งที่ได้ทุ่มเทให้กับองค์กร อันได้แก่ ปริมาณ และคุณภาพของงาน ความรู้ การศึกษา และประสบการณ์ของสมาชิก อายุงาน ตำแหน่งในองค์กร ความสามรถเฉพาะทาง ตลอดจนคุณสมบัติ ซึ่งเมื่อพนักงานรู้สึกว่าไม่ได้รับความเสมอภาคจากการปฏิบัติงาน พนักงานจะดำเนินการพิจารณาอัตราส่วนผลตอบแทนที่ได้รับจากองค์กร ต่อสิ่งที่ได้ทุ่มเทให้กับองค์กร และผู้บริหารควรแก้ปัญหาโดยการพึงระวังข้อจำกัดต่างๆที่จะเกิดขึ้นอยู่เสมอ
    (อภิษฐา เนียมศิริ 12590101)

    ตอบลบ
  17. ทฤษฎีนี้ตั้งอยู่บนแนวคิดที่ว่าสมาชิกทุกคนต้องการความเสมอภาคในองค์กรโดยสมาชิกแต่ละคนจะพิจารณาอัตราส่วนผลตอบแทนที่ได้รับจากองค์กร (Output) ซึ่งได้แก่เงินเดือนโบนัสการเลื่อนตำแหน่งรถประจำตำแหน่ง ฯลฯ ต่อสิ่งที่ได้ทุ่มเทให้กับองค์กร (Input) อันได้แก่ปริมาณและคุณภาพของงานความรู้การศึกษาและประสบการณ์ของสมาชิกอายุงานตำแหน่งในองค์กรความสามารถเฉพาะทางตลอดจนคุณสมบัติอื่นของตนเองเปรียบเทียบกับผู้อื่นหากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคก็จะดำเนินการเพื่อกำจัดความไม่เสมอภาคดังกล่าว
    กรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ทุ่มเทของตนเองน้อยกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นพนักงานอาจทำให้เสมอภาคโดยการลดสิ่งที่ตนเองทุ่มเทลงเรื่อยๆจนกว่าตนเองจะรู้สึกว่าเสมอภาคหรืออาจดำเนินการแทรกแซงเพื่อลดผลตอบแทนของบุคคลอื่นหรือเรียกร้องให้ตนเองได้ผลตอบแทนสูงมากขึ้นกรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ทุ่มเทของตนเองมากกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นโดยทฤษฎีแล้วพนักงานจะทำงานให้หนักขึ้นหรืออาจเรียกร้องให้บุคคลอื่นได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นหรือแม้กระทั่งขอลดผลตอบแทนที่ตนเองได้รับลงแต่ในทางปฏิบัติแล้วกรณีหลังจะมีความเป็นไปได้น้อยเป็นที่น่าสังเกตว่าการวัดผลและการเปรียบเทียบดังที่กล่าวข้างต้นเป็นไปโดยความรู้สึกจากการรับรู้ของตนเองทั้งสิ้นซึ่งย่อมทำให้การวัดผลและการเปรียบเทียบขาดความเที่ยงตรงและอาจเกิดความลำเอียงได้ผู้บริหารที่ประสงค์จะนำแนวคิดนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กรพึงระวังข้อจำกัดและปัญหาดังที่กล่าวนี้
    ดวงหทัย โฉมมา 12590029

    ตอบลบ
  18. ทฤษฎีนี้ตั้งอยู่บนแนวคิดที่ว่าสมาชิกทุกคนต้องการความเสมอภาคในองค์กรโดยสมาชิกแต่ละคนจะพิจารณาอัตราส่วนผลตอบแทนที่ได้รับจากองค์กร (Output) ซึ่งได้แก่เงินเดือนโบนัสการเลื่อนตำแหน่งรถประจำตำแหน่ง ฯลฯ ต่อสิ่งที่ได้ทุ่มเทให้กับองค์กร (Input) อันได้แก่ปริมาณและคุณภาพของงานความรู้การศึกษาและประสบการณ์ของสมาชิกอายุงานตำแหน่งในองค์กรความสามารถเฉพาะทางตลอดจนคุณสมบัติอื่นของตนเองเปรียบเทียบกับผู้อื่นหากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคก็จะดำเนินการเพื่อกำจัดความไม่เสมอภาคดังกล่าว
    - กรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ทุ่มเทของตนเองน้อยกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นพนักงานอาจทำให้เสมอภาคโดยการลดสิ่งที่ตนเองทุ่มเทลงเรื่อยๆจนกว่าตนเองจะรู้สึกว่าเสมอภาคหรืออาจดำเนินการแทรกแซงเพื่อลดผลตอบแทนของบุคคลอื่นหรือเรียกร้องให้ตนเองได้ผลตอบแทนสูงมากขึ้น
    (นางสาวปรมาพร สิงขรรัตน์ 12590046)

    ตอบลบ
  19. ทฤษฎีความเสมอภาค ตั้งอยู่บนแนวคิดที่ว่าสมาชิกทุกคนควรต้องการความเสมอภาคในองค์กร โดยสมาชิกแต่ละคนจะพิจารณาอัตราส่วนผลตอบแทนที่ได้รับจากองค์กร ซึ่งได้แก่เงินเดือนโบนัส การเลื่อนขั้นเป็นต้น ต่อสิ่งที่ได้ทุ่มเทให้กับองค์กร อันได้แก่ ปริมาณ และคุณภาพของงาน ความรู้ การศึกษา และประสบการณ์ของสมาชิก อายุงาน ตำแหน่งในองค์กร ความสามรถเฉพาะทาง ตลอดจนคุณสมบัติ ซึ่งเมื่อพนักงานรู้สึกว่าไม่ได้รับความเสมอภาคจากการปฏิบัติงาน พนักงานจะดำเนินการพิจารณาอัตราส่วนผลตอบแทนที่ได้รับจากองค์กร ต่อสิ่งที่ได้ทุ่มเทให้กับองค์กร และผู้บริหารควรแก้ปัญหาโดยการพึงระวังข้อจำกัดต่างๆที่จะเกิดขึ้นอยู่เสมอ
    นางาสวภัทราพร ผังรักษ์ 12590061

    ตอบลบ
  20. ทฤษฎีความเสมอภาค ทฤษฎีนี้ตั้งอยู่บนแนวคิดที่ว่าสมาชิกทุกคนต้องการความเสมอภาคในองค์กรโดยสมาชิกแต่ละคนจะพิจารณาอัตราส่วนผลตอบแทนที่ได้รับจากองค์กร (Output) ซึ่งได้แก่เงินเดือนโบนัสการเลื่อนตำแหน่งรถประจำตำแหน่ง ฯลฯ ต่อสิ่งที่ได้ทุ่มเทให้กับองค์กร (Input) อันได้แก่ปริมาณและคุณภาพของงานความรู้การศึกษาและประสบการณ์ของสมาชิกอายุงานตำแหน่งในองค์กรความสามารถเฉพาะทางตลอดจนคุณสมบัติอื่นของตนเองเปรียบเทียบกับผู้อื่นหากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคก็จะดำเนินการเพื่อกำจัดความไม่เสมอภาคดังกล่าว
    - กรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ทุ่มเทของตนเองน้อยกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นพนักงานอาจทำให้เสมอภาคโดยการลดสิ่งที่ตนเองทุ่มเทลงเรื่อยๆจนกว่าตนเองจะรู้สึกว่าเสมอภาคหรืออาจดำเนินการแทรกแซงเพื่อลดผลตอบแทนของบุคคลอื่นหรือเรียกร้องให้ตนเองได้ผลตอบแทนสูงมากขึ้น
    (อภัสสร ปูชนียกุล 12590100)

    ตอบลบ
  21. ทฤษฎีความเสมอภาคทฤษฎีนี้ตั้งอยู่บนแนวคิดที่ว่าสมาชิกทุกคนต้องการความเสมอภาคในองค์กรโดยสมาชิกแต่ละคนจะพิจารณาอัตราส่วนผลตอบแทนที่ได้รับจากองค์กรซึ่งได้แก่เงินเดือนโบนัสการเลื่อนตำแหน่งรถประจำตำแหน่งอื่นๆ ต่อสิ่งที่ได้ทุ่มเทให้กับองค์กรอันได้แก่ปริมาณและคุณภาพของงานความรู้การศึกษาและประสบการณ์ของสมาชิกอายุงาน ตำแหน่งในองค์กรความสามารถเฉพาะทางตลอดจนคุณสมบัติอื่นของตนเองเปรียบเทียบกับผู้อื่นหากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคก็จะดำเนินการเพื่อการจัดความไม่เสมอภาคดังกล่าว กรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ ทุ่มเท ขอตนเองน้อยกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นพนักงานอาจทำให้ความเสมอภาคในการลดสิ่งที่ตนเองทุ่มเทลงไปเรื่อยๆจนกว่าตัวเองจะรู้สึกเสมอภาพหรืออาจดำเนินการแทรกแซงเพื่อลดผลตอบแทนของผู้อื่นหรือเรียกร้องให้ตนเองได้รับผลตอบแทนสูงขึ้นกรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ทุ่มเทของตนเองมากกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นโดยทฤษฎีและพนักงานจะทำงานที่หนักขึ้นหรืออาจเรียกร้องให้ผู้อื่นได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นหรือแม้กระทั่งขอลดผลตอบแทนที่ตนได้รับแต่ในทางปฏิบัติแล้วกรณีหลังจะมีความเป็นไปได้น้อย
    (นางสาวบุญธิดา กะตะศิลา 12590043)

    ตอบลบ
  22. ทฤษฎีความเสมอภาคทฤษฎีนี้ตั้งอยู่บนแนวคิดที่ว่าสมาชิกทุกคนต้องการความเสมอภาคในองค์กรโดยสมาชิกแต่ละคนจะพิจารณาอัตราส่วนผลตอบแทนที่ได้รับจากองค์กรซึ่งได้แก่เงินเดือนโบนัสการเลื่อนตำแหน่งรถประจำตำแหน่งอื่นๆ ต่อสิ่งที่ได้ทุ่มเทให้กับองค์กรอันได้แก่ปริมาณและคุณภาพของงานความรู้การศึกษาและประสบการณ์ของสมาชิกอายุงาน ตำแหน่งในองค์กรความสามารถเฉพาะทางตลอดจนคุณสมบัติอื่นของตนเองเปรียบเทียบกับผู้อื่นหากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคก็จะดำเนินการเพื่อการจัดความไม่เสมอภาคดังกล่าว กรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ ทุ่มเท ขอตนเองน้อยกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นพนักงานอาจทำให้ความเสมอภาคในการลดสิ่งที่ตนเองทุ่มเทลงไปเรื่อยๆจนกว่าตัวเองจะรู้สึกเสมอภาพหรืออาจดำเนินการแทรกแซงเพื่อลดผลตอบแทนของผู้อื่นหรือเรียกร้องให้ตนเองได้รับผลตอบแทนสูงขึ้นกรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ทุ่มเทของตนเองมากกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นโดยทฤษฎีและพนักงานจะทำงานที่หนักขึ้นหรืออาจเรียกร้องให้ผู้อื่นได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นหรือแม้กระทั่งขอลดผลตอบแทนที่ตนได้รับแต่ในทางปฏิบัติแล้วกรณีหลังจะมีความเป็นไปได้น้อย เป็นที่น่าสังเกตว่าการวัดผลและการเปรียบเทียบดังที่กล่าวข้างต้นเป็นไปโดยความรู้สึกจากการรับรู้ของตนเองทั้งสิ้นซึ่งย่อมทำให้การวัดผลและการเปรียบเทียบขาดความเที่ยงตรงและอาจเกิดความลำเอียงได้ผู้บริหารที่ประสงค์จะนำแนวคิดนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กร เพิ่งระวังข้อจำกัดและปัญหาดังที่กล่าวนี้
    (นางสาวเบญญาภา กรีรถ 12590044)

    ตอบลบ
  23. ทฤษฎีนี้ตั้งอยู่บนแนวคิดที่ว่าสมาชิกทุกคนต้องการความเสมอภาคในองค์กรโดยสมาชิกแต่ละคนจะพิจารณาอัตราส่วนผลตอบแทนที่ได้รับจากองค์กร (Output) ซึ่งได้แก่เงินเดือนโบนัสการเลื่อนตำแหน่งรถประจำตำแหน่ง ฯลฯ ต่อสิ่งที่ได้ทุ่มเทให้กับองค์กร (Input) อันได้แก่ปริมาณและคุณภาพของงานความรู้การศึกษาและประสบการณ์ของสมาชิกอายุงานตำแหน่งในองค์กรความสามารถเฉพาะทางตลอดจนคุณสมบัติอื่นของตนเองเปรียบเทียบกับผู้อื่นหากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคก็จะดำเนินการเพื่อกำจัดความไม่เสมอภาคดังกล่าว
    กรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ทุ่มเทของตนเองน้อยกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นพนักงานอาจทำให้เสมอภาคโดยการลดสิ่งที่ตนเองทุ่มเทลงเรื่อยๆจนกว่าตนเองจะรู้สึกว่าเสมอภาคหรืออาจดำเนินการแทรกแซงเพื่อลดผลตอบแทนของบุคคลอื่นหรือเรียกร้องให้ตนเองได้ผลตอบแทนสูงมากขึ้นกรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ทุ่มเทของตนเองมากกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นโดยทฤษฎีแล้วพนักงานจะทำงานให้หนักขึ้นหรืออาจเรียกร้องให้บุคคลอื่นได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นหรือแม้กระทั่งขอลดผลตอบแทนที่ตนเองได้รับลงแต่ในทางปฏิบัติแล้วกรณีหลังจะมีความเป็นไปได้น้อยเป็นที่น่าสังเกตว่าการวัดผลและการเปรียบเทียบดังที่กล่าวข้างต้นเป็นไปโดยความรู้สึกจากการรับรู้ของตนเองทั้งสิ้นซึ่งย่อมทำให้การวัดผลและการเปรียบเทียบขาดความเที่ยงตรงและอาจเกิดความลำเอียงได้ผู้บริหารที่ประสงค์จะนำแนวคิดนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กรพึงระวังข้อจำกัดและปัญหาดังที่กล่าว
    (นายสิทธิชัย พ่อค้าเรือ 12590083)

    ตอบลบ
  24. ทฤษฎีนี้ตั้งอยู่บนแนวคิดที่ว่าสมาชิกทุกคนต้องการความเสมอภาคในองค์กรโดยสมาชิกแต่ละคนจะพิจารณาอัตราส่วนผลตอบแทนที่ได้รับจากองค์กร(Output)ซึ่งได้แก่เงินเดือนโบนัสการเลื่อนตำแหน่งรถประจำตำแหน่ง ฯลฯ ต่อสิ่งที่ได้ทุ่มเทให้กับองค์กร(Input)อันได้แก่ปริมาณและคุณภาพของงานความรู้การศึกษาและประสบการณ์ของสมาชิกอายุงานตำแหน่งในองค์กรความสามารถเฉพาะทางตลอดจนคุณสมบัติอื่นของตนเองเปรียบเทียบกับผู้อื่นหากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคก็จะดำเนินการเพื่อกำจัดความไม่เสมอภาคดังกล่าว
    กรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ทุ่มเทของตนเองน้อยกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นพนักงานอาจทำให้เสมอภาคโดยการลดสิ่งที่ตนเองทุ่มเทลงเรื่อยๆจนกว่าตนเองจะรู้สึกว่าเสมอภาคหรืออาจดำเนินการแทรกแซงเพื่อลดผลตอบแทนของบุคคลอื่นหรือเรียกร้องให้ตนเองได้ผลตอบแทนสูงมากขึ้นกรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ทุ่มเทของตนเองมากกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นโดยทฤษฎีแล้วพนักงานจะทำงานให้หนักขึ้นหรืออาจเรียกร้องให้บุคคลอื่นได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นหรือแม้กระทั่งขอลดผลตอบแทนที่ตนเองได้รับลงแต่ในทางปฏิบัติแล้วกรณีหลังจะมีความเป็นไปได้น้อยเป็นที่น่าสังเกตว่าการวัดผลและการเปรียบเทียบดังที่กล่าวข้างต้นเป็นไปโดยความรู้สึกจากการรับรู้ของตนเองทั้งสิ้นซึ่งย่อมทำให้การวัดผลและการเปรียบเทียบขาดความเที่ยงตรงและอาจเกิดความลำเอียงได้ผู้บริหารที่ประสงค์จะนำแนวคิดนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กรพึงระวังข้อจำกัดและปัญหาดังที่กล่าว
    (นายชินวัตร พิพัฒน์พงศานนท์ 12590015)

    ตอบลบ
  25. ทฤษฎีนี้ตั้งอยู่บนแนวคิดที่ว่าสมาชิกทุกคนต้องการความเสมอภาคในองค์กรโดยสมาชิกแต่ละคนจะพิจารณาอัตราส่วนผลตอบแทนที่ได้รับจากองค์กร (Output) ซึ่งได้แก่เงินเดือนโบนัสการเลื่อนตำแหน่งรถประจำตำแหน่ง ฯลฯ ต่อสิ่งที่ได้ทุ่มเทให้กับองค์กร (Input) อันได้แก่ปริมาณและคุณภาพของงานความรู้การศึกษาและประสบการณ์ของสมาชิกอายุงานตำแหน่งในองค์กรความสามารถเฉพาะทางตลอดจนคุณสมบัติอื่นของตนเองเปรียบเทียบกับผู้อื่นหากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคก็จะดำเนินการเพื่อกำจัดความไม่เสมอภาคดังกล่าว
    กรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ทุ่มเทของตนเองน้อยกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นพนักงานอาจทำให้เสมอภาคโดยการลดสิ่งที่ตนเองทุ่มเทลงเรื่อยๆจนกว่าตนเองจะรู้สึกว่าเสมอภาคหรืออาจดำเนินการแทรกแซงเพื่อลดผลตอบแทนของบุคคลอื่นหรือเรียกร้องให้ตนเองได้ผลตอบแทนสูงมากขึ้นกรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ทุ่มเทของตนเองมากกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นโดยทฤษฎีแล้วพนักงานจะทำงานให้หนักขึ้นหรืออาจเรียกร้องให้บุคคลอื่นได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นหรือแม้กระทั่งขอลดผลตอบแทนที่ตนเองได้รับลงแต่ในทางปฏิบัติแล้วกรณีหลังจะมีความเป็นไปได้น้อยเป็นที่น่าสังเกตว่าการวัดผลและการเปรียบเทียบดังที่กล่าวข้างต้นเป็นไปโดยความรู้สึกจากการรับรู้ของตนเองทั้งสิ้นซึ่งย่อมทำให้การวัดผลและการเปรียบเทียบขาดความเที่ยงตรงและอาจเกิดความลำเอียงได้ผู้บริหารที่ประสงค์จะนำแนวคิดนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กรพึงระวังข้อจำกัดและปัญหาดังที่กล่าว (นางสาวชัชญาณ์ณัฐ ภูวิศภัทรนนท์ 12590110)

    ตอบลบ
  26. ทฤษฎีความเสมอภาคทฤษฎีนี้ตั้งอยู่บนแนวคิดที่ว่าสมาชิกทุกคนต้องการความเสมอภาคในองค์กรโดยสมาชิกแต่ละคนจะพิจารณาอัตราส่วนผลตอบแทนที่ได้รับจากองค์กรซึ่งได้แก่เงินเดือนโบนัสการเลื่อนตำแหน่งรถประจำตำแหน่งอื่นๆ ต่อสิ่งที่ได้ทุ่มเทให้กับองค์กรอันได้แก่ปริมาณและคุณภาพของงานความรู้การศึกษาและประสบการณ์ของสมาชิกอายุงาน ตำแหน่งในองค์กรความสามารถเฉพาะทางตลอดจนคุณสมบัติอื่นของตนเองเปรียบเทียบกับผู้อื่นหากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคก็จะดำเนินการเพื่อการจัดความไม่เสมอภาคดังกล่าว กรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ ทุ่มเท ขอตนเองน้อยกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นพนักงานอาจทำให้ความเสมอภาคในการลดสิ่งที่ตนเองทุ่มเทลงไปเรื่อยๆจนกว่าตัวเองจะรู้สึกเสมอภาพหรืออาจดำเนินการแทรกแซงเพื่อลดผลตอบแทนของผู้อื่นหรือเรียกร้องให้ตนเองได้รับผลตอบแทนสูงขึ้นกรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ทุ่มเทของตนเองมากกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นโดยทฤษฎีและพนักงานจะทำงานที่หนักขึ้นหรืออาจเรียกร้องให้ผู้อื่นได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นหรือแม้กระทั่งขอลดผลตอบแทนที่ตนได้รับแต่ในทางปฏิบัติแล้วกรณีหลังจะมีความเป็นไปได้น้อย เป็นที่น่าสังเกตว่าการวัดผลและการเปรียบเทียบดังที่กล่าวข้างต้นเป็นไปโดยความรู้สึกจากการรับรู้ของตนเองทั้งสิ้นซึ่งย่อมทำให้การวัดผลและการเปรียบเทียบขาดความเที่ยงตรงและอาจเกิดความลำเอียงได้ผู้บริหารที่ประสงค์จะนำแนวคิดนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กร เพิ่งระวังข้อจำกัดและปัญหาดังที่กล่าวนี้
    (นางสาวณัฐพร ทองปลิว 12590024)

    ตอบลบ
  27. ทฤษฎีความเสมอภาค เป็นทฤษฎีที่ตั้งอยู่บนแนวความคิดที่ว่าสมาชิกทุกคนต้องความเสมอภาคในองค์กร โดยสมาชิกแต่ละคนจะพิจารณาอัตราส่วนผลตอบแทนที่ได้รับจากองค์กร ซึ่งได้แก่ เงินเดือน โบนัส การเลื่อนตำแหน่ง รถประจำตำแหน่ง ฯลฯ ต่อสิ่งที่ทุ่มเทให้กับองค์กร อันได้แก่ ปริมาณและคุณภาพของงาน ความรู้ การศึกษาและประสบการณ์ของสมาชิก อายุงาน ตำแหน่งในองค์กร ความสามารถเฉพาะทาง ตลอดจนคุณสมบัติอื่นของตนเองเปรียบเทียบกับผู้อื่น หากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคก็จะดำเนินการเพื่อกำจัดความไม่เสมอภาคดังกล่าว
    ตัวอย่าง
    -กรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ทุ่มเทของตนน้อยกว่าอัตราส่วนของผู้อื่น พนักงานอาจทำให้เสมอภาคโดยการลดสิ่งที่ตนเองทุ่มเทลงเรื่อยๆ จนกว่าตนเองจะรู้สึกว่าเสมอภาค หรืออาจดำเนินการแทรกแซงเพื่อลดผลตอบแทนของบุคคลอื่น หรือเรียกร้องให้ตนเองได้ผลตอบแทนสูงมากขึ้น
    -กรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ทุ่มเทของตนเองมากกว่าอัตราส่วนของผู้อื่น โดยทฤษฎีแล้วพนักงานจะทำงานให้หนักขึ้น หรืออาจเรียกร้องให้บุคคลอื่นได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นหรือแม้กระทั่งขอลดผลตอบแทนที่ตนเองได้รับลง แต่ในทางปฎิบัติแล้วกรณีหลังจะมีความเป็นไปได้น้อย
    เป็นที่น่าสังเกตว่าการวัดผลและการเปรียบเทียบดังที่กล่าวข้างต้น เป้นไปโดยความรู้สึกจากการรับรู้ของตนเองทั้งสิ้น ซึ่งย่อมทำให้การวัดผลและการเปรียบเทียบขาดความเที่ยงตรง และอาจเกิดความลำเอียงได้ ผู้บริหารที่ประสงค์จะนำแนวคิดนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กรพึงระวังข้อจำกัดและปัญหาดังที่กล่าวนี้
    (ปวีณา เกตุแย้ม 12590047)

    ตอบลบ

  28. ทฤษฎีนี้ตั้งอยู่บนแนวคิดที่ว่าสมาชิกทุกคนต้องการความเสมอภาคในองค์กรโดยสมาชิกแต่ละคนจะพิจารณาอัตราส่วนผลตอบแทนที่ได้รับจากองค์กร (Output) ซึ่งได้แก่เงินเดือนโบนัสการเลื่อนตำแหน่งรถประจำตำแหน่ง ฯลฯ ต่อสิ่งที่ได้ทุ่มเทให้กับองค์กร (Input) อันได้แก่ปริมาณและคุณภาพของงานความรู้การศึกษาและประสบการณ์ของสมาชิกอายุงานตำแหน่งในองค์กรความสามารถเฉพาะทางตลอดจนคุณสมบัติอื่นของตนเองเปรียบเทียบกับผู้อื่นหากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคก็จะดำเนินการเพื่อกำจัดความไม่เสมอภาคดังกล่าว
    กรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ทุ่มเทของตนเองน้อยกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นพนักงานอาจทำให้เสมอภาคโดยการลดสิ่งที่ตนเองทุ่มเทลงเรื่อยๆจนกว่าตนเองจะรู้สึกว่าเสมอภาคหรืออาจดำเนินการแทรกแซงเพื่อลดผลตอบแทนของบุคคลอื่นหรือเรียกร้องให้ตนเองได้ผลตอบแทนสูงมากขึ้นกรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ทุ่มเทของตนเองมากกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นโดยทฤษฎีแล้วพนักงานจะทำงานให้หนักขึ้นหรืออาจเรียกร้องให้บุคคลอื่นได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นหรือแม้กระทั่งขอลดผลตอบแทนที่ตนเองได้รับลงแต่ในทางปฏิบัติแล้วกรณีหลังจะมีความเป็นไปได้น้อยเป็นที่น่าสังเกตว่าการวัดผลและการเปรียบเทียบดังที่กล่าวข้างต้นเป็นไปโดยความรู้สึกจากการรับรู้ของตนเองทั้งสิ้นซึ่งย่อมทำให้การวัดผลและการเปรียบเทียบขาดความเที่ยงตรงและอาจเกิดความลำเอียงได้ผู้บริหารที่ประสงค์จะนำแนวคิดนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กรพึงระวังข้อจำกัดและปัญหาดังที่กล่าวนี้
    (นางสาวพัชรา จูเอี่ยม 12590054)

    ตอบลบ
  29. -เมื่อพนักงานรู้สึกว่าไม่ได้รับความเสมอภาคจากการปฏิบัติงาน พนักงานจะดำเนินการอย่างไร
    โดยมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมและปฏิบัติตามกฎความเสมอภาคอย่างเคร่งครัด พยายามหลีกเลี่ยงการเลือกปฏิบัติโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรและตระหนักดีว่าการกระทำเช่นนั้นเป็นอุปสรรคในการดำเนินงานตามนโยบายความเสมอภาคทางโอกาส การมีส่วนร่วม และสิทธิมนุษยชน เราจะปฏิบัติตามหลักต่อไปนี้
    1.สร้างความเข้าใจ การเห็นคุณค่า และการปฏิบัติงานด้านความหลากหลายของผู้คน เพื่อให้เกิดความยุติธรรมและการมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ในงานของเรา
    2.ทำให้มั่นใจได้ว่าจะไม่มีการเลือกปฏิบัติโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรในการจ้างงาน การคัดเลือกบุคคลเข้าทำงาน รวมถึงขั้นตอนอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
    3.ส่งเสริมความเสมอภาคทางโอกาส รวมถึงการทำแบบประเมินผลกระทบ และการคัดกรองความเสมอภาคเชิงนโยบาย การทำงาน และแผนการดำเนินงานด้านความหลากหลาย
    4.ปฏิบัติกับผู้ร่วมงานอย่างเท่าเทียม ให้เกียรติ และความเคารพ
    5.ปฏิบัติหน้าที่ของเราเพื่อขจัดการเลือกปฏิบัติ และอุปสรรค พร้อมทั้งสร้างความสมดุล ความเสมอภาคในองค์การ
    -ผู้บริหารควรแก้ปัญหาความไม่เสมอภาคนั้นดังนี้
    1.ผู้บริหารจะต้องตระหนักว่าความเสมอภาคเป็นเพียงการรับรู้ของพนักงาน ซึ่งอาจไม่ถูกต้องก็ได้ ผู้บริหารอาจทำให้พนักงานรู้สึกถึงความเสมอภาคหรือความไม่เสมอภาคได้ เช่น ผู้บริหารบางคนมีพนักงานที่ตัวเองโปรดปรานเป็นคนใกล้ชิด ได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ในขณะที่ละเลยต่อคนอื่นๆ
    2. การให้ผลตอบแทนหรือรางวัลต้องมีความเหมาะสม ถ้าหากพนักงานรับรู้ว่าเขาได้รับการปฏิบัติอย่างลำเอียงจะเกิดปัญหาในการปฏิบัติงานและขวัญกำลังใจขึ้น

    วัชระ จริยสุขสกุล 071

    ตอบลบ
  30. ทฤษฎีนี้ตั้งอยู่บนแนวคิดที่ว่าสมาชิกทุกคนต้องการความเสมอภาคในองค์กรโดยสมาชิกแต่ละคนจะพิจารณาอัตราส่วนผลตอบแทนที่ได้รับจากองค์กร (Output) ซึ่งได้แก่เงินเดือนโบนัสการเลื่อนตำแหน่งรถประจำตำแหน่ง ฯลฯ ต่อสิ่งที่ได้ทุ่มเทให้กับองค์กร (Input) อันได้แก่ปริมาณและคุณภาพของงานความรู้การศึกษาและประสบการณ์ของสมาชิกอายุงานตำแหน่งในองค์กรความสามารถเฉพาะทางตลอดจนคุณสมบัติอื่นของตนเองเปรียบเทียบกับผู้อื่นหากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคก็จะดำเนินการเพื่อกำจัดความไม่เสมอภาคดังกล่าว
    กรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ทุ่มเทของตนเองน้อยกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นพนักงานอาจทำให้เสมอภาคโดยการลดสิ่งที่ตนเองทุ่มเทลงเรื่อยๆจนกว่าตนเองจะรู้สึกว่าเสมอภาคหรืออาจดำเนินการแทรกแซงเพื่อลดผลตอบแทนของบุคคลอื่นหรือเรียกร้องให้ตนเองได้ผลตอบแทนสูงมากขึ้นกรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ทุ่มเทของตนเองมากกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นโดยทฤษฎีแล้วพนักงานจะทำงานให้หนักขึ้นหรืออาจเรียกร้องให้บุคคลอื่นได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นหรือแม้กระทั่งขอลดผลตอบแทนที่ตนเองได้รับลงแต่ในทางปฏิบัติแล้วกรณีหลังจะมีความเป็นไปได้น้อยเป็นที่น่าสังเกตว่าการวัดผลและการเปรียบเทียบดังที่กล่าวข้างต้นเป็นไปโดยความรู้สึกจากการรับรู้ของตนเองทั้งสิ้นซึ่งย่อมทำให้การวัดผลและการเปรียบเทียบขาดความเที่ยงตรงและอาจเกิดความลำเอียงได้ผู้บริหารที่ประสงค์จะนำแนวคิดนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กรพึงระวังข้อจำกัดกับปัญหาข้างต้น
    นางสาววชิราพร คำกอง 12590068

    ตอบลบ
  31. ทฤษฎีความเสมอภาค ตั้งอยู่บนแนวคิดที่ว่าสมาชิกทุกคนควรต้องการความเสมอภาคในองค์กร โดยสมาชิกแต่ละคนจะพิจารณาอัตราส่วนผลตอบแทนที่ได้รับจากองค์กร ซึ่งได้แก่เงินเดือนโบนัส การเลื่อนขั้นเป็นต้น ต่อสิ่งที่ได้ทุ่มเทให้กับองค์กร อันได้แก่ ปริมาณ และคุณภาพของงาน ความรู้ การศึกษา และประสบการณ์ของสมาชิก อายุงาน ตำแหน่งในองค์กร ความสามรถเฉพาะทาง ตลอดจนคุณสมบัติ ซึ่งเมื่อพนักงานรู้สึกว่าไม่ได้รับความเสมอภาคจากการปฏิบัติงาน พนักงานจะดำเนินการพิจารณาอัตราส่วนผลตอบแทนที่ได้รับจากองค์กร ต่อสิ่งที่ได้ทุ่มเทให้กับองค์กร และผู้บริหารควรแก้ปัญหาโดยการพึงระวังข้อจำกัดต่างๆที่จะเกิดขึ้นอยู่เสมอ

    รัญชริดา มะนุ่น 12590067

    ตอบลบ
  32. ทฤษฎีนี้ตั้งอยู่บนแนวคิดที่ว่าสมาชิกทุกคนต้องการความเสมอภาคในองค์กรโดยสมาชิกแต่ละคนจะพิจารณาอัตราส่วนผลตอบแทนที่ได้รับจากองค์กร (Output) ซึ่งได้แก่เงินเดือนโบนัสการเลื่อนตำแหน่งรถประจำตำแหน่ง ฯลฯ ต่อสิ่งที่ได้ทุ่มเทให้กับองค์กร (Input) อันได้แก่ปริมาณและคุณภาพของงานความรู้การศึกษาและประสบการณ์ของสมาชิกอายุงานตำแหน่งในองค์กรความสามารถเฉพาะทางตลอดจนคุณสมบัติอื่นของตนเองเปรียบเทียบกับผู้อื่นหากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคก็จะดำเนินการเพื่อกำจัดความไม่เสมอภาคดังกล่าว
    กรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ทุ่มเทของตนเองน้อยกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นพนักงานอาจทำให้เสมอภาคโดยการลดสิ่งที่ตนเองทุ่มเทลงเรื่อยๆจนกว่าตนเองจะรู้สึกว่าเสมอภาคหรืออาจดำเนินการแทรกแซงเพื่อลดผลตอบแทนของบุคคลอื่นหรือเรียกร้องให้ตนเองได้ผลตอบแทนสูงมากขึ้นกรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ทุ่มเทของตนเองมากกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นโดยทฤษฎีแล้วพนักงานจะทำงานให้หนักขึ้นหรืออาจเรียกร้องให้บุคคลอื่นได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นหรือแม้กระทั่งขอลดผลตอบแทนที่ตนเองได้รับลงแต่ในทางปฏิบัติแล้วกรณีหลังจะมีความเป็นไปได้น้อยเป็นที่น่าสังเกตว่าการวัดผลและการเปรียบเทียบดังที่กล่าวข้างต้นเป็นไปโดยความรู้สึกจากการรับรู้ของตนเองทั้งสิ้นซึ่งย่อมทำให้การวัดผลและการเปรียบเทียบขาดความเที่ยงตรงและอาจเกิดความลำเอียงได้ผู้บริหารที่ประสงค์จะนำแนวคิดนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กรพึงระวังข้อจำกัดและปัญหาดังที่กล่าวนี้

    นาย ดนุสรณ์ เลิศเศรษฐี 12590028

    ตอบลบ
  33. ทฤษฎีความเสมอภาคทฤษฎีนี้ตั้งอยู่บนแนวคิดที่ว่าสมาชิกทุกคนต้องการความเสมอภาคในองค์กรโดยสมาชิกแต่ละคนจะพิจารณาอัตราส่วนผลตอบแทนที่ได้รับจากองค์กรซึ่งได้แก่เงินเดือนโบนัสการเลื่อนตำแหน่งรถประจำตำแหน่งอื่นๆ ต่อสิ่งที่ได้ทุ่มเทให้กับองค์กรอันได้แก่ปริมาณและคุณภาพของงานความรู้การศึกษาและประสบการณ์ของสมาชิกอายุงาน ตำแหน่งในองค์กรความสามารถเฉพาะทางตลอดจนคุณสมบัติอื่นของตนเองเปรียบเทียบกับผู้อื่นหากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคก็จะดำเนินการเพื่อการจัดความไม่เสมอภาคดังกล่าว กรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ ทุ่มเท ขอตนเองน้อยกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นพนักงานอาจทำให้ความเสมอภาคในการลดสิ่งที่ตนเองทุ่มเทลงไปเรื่อยๆจนกว่าตัวเองจะรู้สึกเสมอภาพหรืออาจดำเนินการแทรกแซงเพื่อลดผลตอบแทนของผู้อื่นหรือเรียกร้องให้ตนเองได้รับผลตอบแทนสูงขึ้นกรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ทุ่มเทของตนเองมากกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นโดยทฤษฎีและพนักงานจะทำงานที่หนักขึ้นหรืออาจเรียกร้องให้ผู้อื่นได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นหรือแม้กระทั่งขอลดผลตอบแทนที่ตนได้รับแต่ในทางปฏิบัติแล้วกรณีหลังจะมีความเป็นไปได้น้อย
    (นายนภนต์ เจียรนัย 12590040)

    ตอบลบ
  34. ทฤษฎีนี้ตั้งอยู่บนแนวคิดที่ว่าสมาชิกทุกคนต้องการความเสมอภาคในองค์กรโดยสมาชิกแต่ละคนจะพิจารณาอัตราส่วนผลตอบแทนที่ได้รับจากองค์กร (Output) ซึ่งได้แก่เงินเดือนโบนัสการเลื่อนตำแหน่งรถประจำตำแหน่ง ฯลฯ ต่อสิ่งที่ได้ทุ่มเทให้กับองค์กร (Input) อันได้แก่ปริมาณและคุณภาพของงานความรู้การศึกษาและประสบการณ์ของสมาชิกอายุงานตำแหน่งในองค์กรความสามารถเฉพาะทางตลอดจนคุณสมบัติอื่นของตนเองเปรียบเทียบกับผู้อื่นหากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคก็จะดำเนินการเพื่อกำจัดความไม่เสมอภาคดังกล่าว
    กรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ทุ่มเทของตนเองน้อยกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นพนักงานอาจทำให้เสมอภาคโดยการลดสิ่งที่ตนเองทุ่มเทลงเรื่อยๆจนกว่าตนเองจะรู้สึกว่าเสมอภาคหรืออาจดำเนินการแทรกแซงเพื่อลดผลตอบแทนของบุคคลอื่นหรือเรียกร้องให้ตนเองได้ผลตอบแทนสูงมากขึ้นกรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ทุ่มเทของตนเองมากกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นโดยทฤษฎีแล้วพนักงานจะทำงานให้หนักขึ้นหรืออาจเรียกร้องให้บุคคลอื่นได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นหรือแม้กระทั่งขอลดผลตอบแทนที่ตนเองได้รับลงแต่ในทางปฏิบัติแล้วกรณีหลังจะมีความเป็นไปได้น้อยเป็นที่น่าสังเกตว่าการวัดผลและการเปรียบเทียบดังที่กล่าวข้างต้นเป็นไปโดยความรู้สึกจากการรับรู้ของตนเองทั้งสิ้นซึ่งย่อมทำให้การวัดผลและการเปรียบเทียบขาดความเที่ยงตรงและอาจเกิดความลำเอียงได้ผู้บริหารที่ประสงค์จะนำแนวคิดนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กรพึงระวังข้อจำกัดและปัญหาดังที่กล่าวนี้
    (ธนพล โชครัตน์ประภา 12590033)

    ตอบลบ

  35. ทฤษฎีนี้ตั้งอยู่บนแนวคิดที่ว่าสมาชิกทุกคนต้องการความเสมอภาคในองค์กรโดยสมาชิกแต่ละคนจะพิจารณาอัตราส่วนผลตอบแทนที่ได้รับจากองค์กร (Output) ซึ่งได้แก่เงินเดือนโบนัสการเลื่อนตำแหน่งรถประจำตำแหน่ง ฯลฯ ต่อสิ่งที่ได้ทุ่มเทให้กับองค์กร (Input) อันได้แก่ปริมาณและคุณภาพของงานความรู้การศึกษาและประสบการณ์ของสมาชิกอายุงานตำแหน่งในองค์กรความสามารถเฉพาะทางตลอดจนคุณสมบัติอื่นของตนเองเปรียบเทียบกับผู้อื่นหากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคก็จะดำเนินการเพื่อกำจัดความไม่เสมอภาคดังกล่าว
    กรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ทุ่มเทของตนเองน้อยกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นพนักงานอาจทำให้เสมอภาคโดยการลดสิ่งที่ตนเองทุ่มเทลงเรื่อยๆจนกว่าตนเองจะรู้สึกว่าเสมอภาคหรืออาจดำเนินการแทรกแซงเพื่อลดผลตอบแทนของบุคคลอื่นหรือเรียกร้องให้ตนเองได้ผลตอบแทนสูงมากขึ้นกรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ทุ่มเทของตนเองมากกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นโดยทฤษฎีแล้วพนักงานจะทำงานให้หนักขึ้นหรืออาจเรียกร้องให้บุคคลอื่นได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นหรือแม้กระทั่งขอลดผลตอบแทนที่ตนเองได้รับลงแต่ในทางปฏิบัติแล้วกรณีหลังจะมีความเป็นไปได้น้อยเป็นที่น่าสังเกตว่าการวัดผลและการเปรียบเทียบดังที่กล่าวข้างต้นเป็นไปโดยความรู้สึกจากการรับรู้ของตนเองทั้งสิ้นซึ่งย่อมทำให้การวัดผลและการเปรียบเทียบขาดความเที่ยงตรงและอาจเกิดความลำเอียงได้ผู้บริหารที่ประสงค์จะนำแนวคิดนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กรพึงระวังข้อจำกัดและปัญหาดังที่กล่าวนี้
    (วิลาสินี เกตุแก้ว 12590073)

    ตอบลบ

  36. ทฤษฎีความเสมอภาคทฤษฎีนี้ตั้งอยู่บนแนวคิดที่ว่าสมาชิกทุกคนต้องการความเสมอภาคในองค์กรโดยสมาชิกแต่ละคนจะพิจารณาอัตราส่วนผลตอบแทนที่ได้รับจากองค์กรซึ่งได้แก่เงินเดือนโบนัสการเลื่อนตำแหน่งรถประจำตำแหน่งอื่นๆ ต่อสิ่งที่ได้ทุ่มเทให้กับองค์กรอันได้แก่ปริมาณและคุณภาพของงานความรู้การศึกษาและประสบการณ์ของสมาชิกอายุงาน ตำแหน่งในองค์กรความสามารถเฉพาะทางตลอดจนคุณสมบัติอื่นของตนเองเปรียบเทียบกับผู้อื่นหากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคก็จะดำเนินการเพื่อการจัดความไม่เสมอภาคดังกล่าว กรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ ทุ่มเท ขอตนเองน้อยกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นพนักงานอาจทำให้ความเสมอภาคในการลดสิ่งที่ตนเองทุ่มเทลงไปเรื่อยๆจนกว่าตัวเองจะรู้สึกเสมอภาพหรืออาจดำเนินการแทรกแซงเพื่อลดผลตอบแทนของผู้อื่นหรือเรียกร้องให้ตนเองได้รับผลตอบแทนสูงขึ้นกรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ทุ่มเทของตนเองมากกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นโดยทฤษฎีและพนักงานจะทำงานที่หนักขึ้นหรืออาจเรียกร้องให้ผู้อื่นได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นหรือแม้กระทั่งขอลดผลตอบแทนที่ตนได้รับแต่ในทางปฏิบัติแล้วกรณีหลังจะมีความเป็นไปได้น้อย เป็นที่น่าสังเกตว่าการวัดผลและการเปรียบเทียบดังที่กล่าวข้างต้นเป็นไปโดยความรู้สึกจากการรับรู้ของตนเองทั้งสิ้นซึ่งย่อมทำให้การวัดผลและการเปรียบเทียบขาดความเที่ยงตรงและอาจเกิดความลำเอียงได้ผู้บริหารที่ประสงค์จะนำแนวคิดนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กร เพิ่งระวังข้อจำกัดและปัญหาดังที่กล่าวนี้
    (ชนาวาส บัววงค์ 12590013)

    ตอบลบ
  37. เมื่อพนักงานรู้สึกว่าไม่ได้รับความเสมอภาคจากการปฏิบัติงาน พนักงานจะดำเนินการอย่างไร
    โดยมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมและปฏิบัติตามกฎความเสมอภาคอย่างเคร่งครัด พยายามหลีกเลี่ยงการเลือกปฏิบัติโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรและตระหนักดีว่าการกระทำเช่นนั้นเป็นอุปสรรคในการดำเนินงานตามนโยบายความเสมอภาคทางโอกาส การมีส่วนร่วม และสิทธิมนุษยชน เราจะปฏิบัติตามหลักต่อไปนี้
    1.สร้างความเข้าใจ การเห็นคุณค่า และการปฏิบัติงานด้านความหลากหลายของผู้คน เพื่อให้เกิดความยุติธรรมและการมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ในงานของเรา
    2.ทำให้มั่นใจได้ว่าจะไม่มีการเลือกปฏิบัติโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรในการจ้างงาน การคัดเลือกบุคคลเข้าทำงาน รวมถึงขั้นตอนอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
    3.ส่งเสริมความเสมอภาคทางโอกาส รวมถึงการทำแบบประเมินผลกระทบ และการคัดกรองความเสมอภาคเชิงนโยบาย การทำงาน และแผนการดำเนินงานด้านความหลากหลาย
    4.ปฏิบัติกับผู้ร่วมงานอย่างเท่าเทียม ให้เกียรติ และความเคารพ
    5.ปฏิบัติหน้าที่ของเราเพื่อขจัดการเลือกปฏิบัติ และอุปสรรค พร้อมทั้งสร้างความสมดุล ความเสมอภาคในองค์การ
    -ผู้บริหารควรแก้ปัญหาความไม่เสมอภาคนั้นดังนี้
    1.ผู้บริหารจะต้องตระหนักว่าความเสมอภาคเป็นเพียงการรับรู้ของพนักงาน ซึ่งอาจไม่ถูกต้องก็ได้ ผู้บริหารอาจทำให้พนักงานรู้สึกถึงความเสมอภาคหรือความไม่เสมอภาคได้ เช่น ผู้บริหารบางคนมีพนักงานที่ตัวเองโปรดปรานเป็นคนใกล้ชิด ได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ในขณะที่ละเลยต่อคนอื่นๆ
    2. การให้ผลตอบแทนหรือรางวัลต้องมีความเหมาะสม ถ้าหากพนักงานรับรู้ว่าเขาได้รับการปฏิบัติอย่างลำเอียงจะเกิดปัญหาในการปฏิบัติงานและขวัญกำลังใจขึ้น (อังคณา พิทักษ์สุข 12590104)

    ตอบลบ
  38. หากพนักงานรู้สึกไม่ได้รับความเสมอภาคจากการปฎิบัติงาน ผู้บริหารจะแก้ปัญหาโดยยึดทฤษฎีนี้ตั้งอยู่บนแนวคิดที่ว่าสมาชิกทุกคนต้องการความเสมอภาคในองค์กร โดยพนักงานแต่ละคนจะพิจารณาอัตราส่วนผลตอบแทนที่ได้รับจากองค์กร ซึ่งได้แก่ เงินเดือน โบนัส การเลื่อนตำแหน่ง ต่อสิ่งที่ได้ทุ่มเทให้กับองค์กร ได้แก่ ปริมาณและคุณภาพของงาน ความรู้ การศึกษาและประสบการณืของสมาชิก อายุงาน ตำแหน่งในองค์กร ความสามารเฉพาะทาง ตลอดจนคุณสมบัติอื่นของตนเปรียบเทียบกับผู้อื่น หากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคก็จะดำเนินการเพื่อกำจัดความไม่เสมอภาคดังกล่าวได้
    (น.ส.ดารารัตน์ ดาสาลี 12590030)

    ตอบลบ

  39. ทฤษฎีนี้ตั้งอยู่บนแนวคิดที่ว่าสมาชิกทุกคนต้องการความเสมอภาคในองค์กรโดยสมาชิกแต่ละคนจะพิจารณาอัตราส่วนผลตอบแทนที่ได้รับจากองค์กร (Output) ซึ่งได้แก่เงินเดือนโบนัสการเลื่อนตำแหน่งรถประจำตำแหน่ง ฯลฯ ต่อสิ่งที่ได้ทุ่มเทให้กับองค์กร (Input) อันได้แก่ปริมาณและคุณภาพของงานความรู้การศึกษาและประสบการณ์ของสมาชิกอายุงานตำแหน่งในองค์กรความสามารถเฉพาะทางตลอดจนคุณสมบัติอื่นของตนเองเปรียบเทียบกับผู้อื่นหากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคก็จะดำเนินการเพื่อกำจัดความไม่เสมอภาคดังกล่าว
    กรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ทุ่มเทของตนเองน้อยกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นพนักงานอาจทำให้เสมอภาคโดยการลดสิ่งที่ตนเองทุ่มเทลงเรื่อยๆจนกว่าตนเองจะรู้สึกว่าเสมอภาคหรืออาจดำเนินการแทรกแซงเพื่อลดผลตอบแทนของบุคคลอื่นหรือเรียกร้องให้ตนเองได้ผลตอบแทนสูงมากขึ้นกรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ทุ่มเทของตนเองมากกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นโดยทฤษฎีแล้วพนักงานจะทำงานให้หนักขึ้นหรืออาจเรียกร้องให้บุคคลอื่นได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นหรือแม้กระทั่งขอลดผลตอบแทนที่ตนเองได้รับลงแต่ในทางปฏิบัติแล้วกรณีหลังจะมีความเป็นไปได้น้อยเป็นที่น่าสังเกตว่าการวัดผลและการเปรียบเทียบดังที่กล่าวข้างต้นเป็นไปโดยความรู้สึกจากการรับรู้ของตนเองทั้งสิ้นซึ่งย่อมทำให้การวัดผลและการเปรียบเทียบขาดความเที่ยงตรงและอาจเกิดความลำเอียงได้ผู้บริหารที่ประสงค์จะนำแนวคิดนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กรพึงระวังข้อจำกัดและปัญหาดังที่กล่าวนี้
    (พงศธร ศิริสมบูรณ์ 12590052)

    ตอบลบ
  40. ทฤษฎีนี้ตั้งอยู่บนแนวคิดที่ว่าสมาชิกทุกคนต้องการความเสมอภาคในองค์กรโดยสมาชิกแต่ละคนจะพิจารณาอัตราส่วนผลตอบแทนที่ได้รับจากองค์กร (Output) ซึ่งได้แก่เงินเดือนโบนัสการเลื่อนตำแหน่งรถประจำตำแหน่ง ฯลฯ ต่อสิ่งที่ได้ทุ่มเทให้กับองค์กร (Input) อันได้แก่ปริมาณและคุณภาพของงานความรู้การศึกษาและประสบการณ์ของสมาชิกอายุงานตำแหน่งในองค์กรความสามารถเฉพาะทางตลอดจนคุณสมบัติอื่นของตนเองเปรียบเทียบกับผู้อื่นหากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคก็จะดำเนินการเพื่อกำจัดความไม่เสมอภาคดังกล่าว
    กรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ทุ่มเทของตนเองน้อยกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นพนักงานอาจทำให้เสมอภาคโดยการลดสิ่งที่ตนเองทุ่มเทลงเรื่อยๆจนกว่าตนเองจะรู้สึกว่าเสมอภาคหรืออาจดำเนินการแทรกแซงเพื่อลดผลตอบแทนของบุคคลอื่นหรือเรียกร้องให้ตนเองได้ผลตอบแทนสูงมากขึ้นกรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ทุ่มเทของตนเองมากกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นโดยทฤษฎีแล้วพนักงานจะทำงานให้หนักขึ้นหรืออาจเรียกร้องให้บุคคลอื่นได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นหรือแม้กระทั่งขอลดผลตอบแทนที่ตนเองได้รับลงแต่ในทางปฏิบัติแล้วกรณีหลังจะมีความเป็นไปได้น้อยเป็นที่น่าสังเกตว่าการวัดผลและการเปรียบเทียบดังที่กล่าวข้างต้นเป็นไปโดยความรู้สึกจากการรับรู้ของตนเองทั้งสิ้นซึ่งย่อมทำให้การวัดผลและการเปรียบเทียบขาดความเที่ยงตรงและอาจเกิดความลำเอียงได้ผู้บริหารที่ประสงค์จะนำแนวคิดนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กรพึงระวังข้อจำกัดและปัญหาดังที่กล่าวนี้

    (ศิฌาวี เรือนปัญจะ 12590078)

    ตอบลบ
  41. เมื่อพนักงานรู้สึกว่าไม่ได้รับความเสมอภาคจากการปฏิบัติงาน พนักงานจะดำเนินการอย่างไร
    โดยมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมและปฏิบัติตามกฎความเสมอภาคอย่างเคร่งครัด พยายามหลีกเลี่ยงการเลือกปฏิบัติโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรและตระหนักดีว่าการกระทำเช่นนั้นเป็นอุปสรรคในการดำเนินงานตามนโยบายความเสมอภาคทางโอกาส การมีส่วนร่วม และสิทธิมนุษยชน เราจะปฏิบัติตามหลักต่อไปนี้
    1.สร้างความเข้าใจ การเห็นคุณค่า และการปฏิบัติงานด้านความหลากหลายของผู้คน เพื่อให้เกิดความยุติธรรมและการมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ในงานของเรา
    2.ทำให้มั่นใจได้ว่าจะไม่มีการเลือกปฏิบัติโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรในการจ้างงาน การคัดเลือกบุคคลเข้าทำงาน รวมถึงขั้นตอนอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
    3.ส่งเสริมความเสมอภาคทางโอกาส รวมถึงการทำแบบประเมินผลกระทบ และการคัดกรองความเสมอภาคเชิงนโยบาย การทำงาน และแผนการดำเนินงานด้านความหลากหลาย
    4.ปฏิบัติกับผู้ร่วมงานอย่างเท่าเทียม ให้เกียรติ และความเคารพ
    5.ปฏิบัติหน้าที่ของเราเพื่อขจัดการเลือกปฏิบัติ และอุปสรรค พร้อมทั้งสร้างความสมดุล ความเสมอภาคในองค์การ
    -ผู้บริหารควรแก้ปัญหาความไม่เสมอภาคนั้นดังนี้
    1.ผู้บริหารจะต้องตระหนักว่าความเสมอภาคเป็นเพียงการรับรู้ของพนักงาน ซึ่งอาจไม่ถูกต้องก็ได้ ผู้บริหารอาจทำให้พนักงานรู้สึกถึงความเสมอภาคหรือความไม่เสมอภาคได้ เช่น ผู้บริหารบางคนมีพนักงานที่ตัวเองโปรดปรานเป็นคนใกล้ชิด ได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ในขณะที่ละเลยต่อคนอื่นๆ
    2. การให้ผลตอบแทนหรือรางวัลต้องมีความเหมาะสม ถ้าหากพนักงานรับรู้ว่าเขาได้รับการปฏิบัติอย่างลำเอียงจะเกิดปัญหาในการปฏิบัติงานและขวัญกำลังใจขึ้น
    (สุรีรัตน์ ศักดิ์ภิรมย์ 12590954)

    ตอบลบ
  42. หากพนักงานรู้สึกไม่ได้รับความเสมอภาคจากการปฎิบัติงาน ผู้บริหารจะแก้ปัญหาโดยยึดทฤษฎีนี้ตั้งอยู่บนแนวคิดที่ว่าสมาชิกทุกคนต้องการความเสมอภาคในองค์กร โดยพนักงานแต่ละคนจะพิจารณาอัตราส่วนผลตอบแทนที่ได้รับจากองค์กร ซึ่งได้แก่ เงินเดือน โบนัส การเลื่อนตำแหน่ง ต่อสิ่งที่ได้ทุ่มเทให้กับองค์กร ได้แก่ ปริมาณและคุณภาพของงาน ความรู้ การศึกษาและประสบการณืของสมาชิก อายุงาน ตำแหน่งในองค์กร ความสามารเฉพาะทาง ตลอดจนคุณสมบัติอื่นของตนเปรียบเทียบกับผู้อื่น หากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคก็จะดำเนินการเพื่อกำจัดความไม่เสมอภาคดังกล่าวได้

    กุลปริยา แย้มเกษร 12590005

    ตอบลบ
  43. ทฤษฎีความเสมอภาค (equity theory)
    J. Stacy Adams เป็นผู้พัฒนาทฤษฎีนี้ โดยมีพื้นฐานความคิดว่า บุคคลย่อมแสวงหาความเสมอภาคทางสังคมโดยพิจารณาผลตอบแทนที่ได้รับ (output) กับตัวป้อน (input) คือพฤติกรรมและคุณสมบัติในตัวที่เขาใส่ให้กับงาน ความเสมอภาคจะมีเพียงใดขึ้นอยู่กับการเปรียบเทียบการรับรู้ความสอดคล้องระหว่างตัวป้อนต่อผลตอบแทน (perceived inputs to outputs) เมื่อเราทราบระดับการรับรู้ความเสมอภาคของบุคคลใด ก็สามารถทำนายพฤติกรรมการทำงานของเขาได้
    (นางสาวอรวี ศรีวิโน 12590103)

    ตอบลบ
  44. ทฤษฎีนี้ตั้งอยู่บนแนวคิดที่ว่าสมาชิกทุกคนต้องการความเสมอภาคในองค์กรโดยสมาชิกแต่ละคนจะพิจารณาอัตราส่วนผลตอบแทนที่ได้รับจากองค์กร (Output) ซึ่งได้แก่ เงินเดือนโบนัส การเลื่อนตำแหน่ง รถประจำตำแหน่ง ฯลฯ ต่อสิ่งที่ได้ทุ่มเทให้กับองค์กร (Input) อันได้แก่ปริมาณและคุณภาพของงานความรู้การศึกษาและประสบการณ์ของสมาชิกอายุงานตำแหน่งในองค์กรความสามารถเฉพาะทางตลอดจนคุณสมบัติอื่นของตนเองเปรียบเทียบกับผู้อื่นหากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคก็จะดำเนินการเพื่อกำจัดความไม่เสมอภาคดังกล่าว
    - กรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ทุ่มเทของตนเองน้อยกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นพนักงานอาจทำให้เสมอภาคโดยการลดสิ่งที่ตนเองทุ่มเทลงเรื่อย ๆ จนกว่าตนเองจะรู้สึกว่าเสมอภาคหรืออาจดำเนินการแทรกแซงเพื่อลดผลตอบแทนของบุคคลอื่นหรือเรียกร้องให้ตนเองได้ผลตอบแทนสูงมากขึ้น
    - กรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ทุ่มเทของตนเองมากกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นโดยทฤษฎีแล้วพนักงานจะทำงานให้หนักขึ้น หรืออาจเรียกร้องให้บุคคลอื่นได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นหรือแม้กระทั่งขอลดผลตอบแทนที่ตนเองได้รับลง แต่ในทางปฏิบัติแล้วกรณีหลังจะมีความเป็นไปได้น้อย
    - เป็นที่น่าสังเกตว่าการวัดผลและการเปรียบเทียบดังที่กล่าวข้างต้นเป็นไปโดยความรู้สึกจากการรับรู้ของตนเองทั้งสิ้นซึ่งย่อมทำให้การวัดผลและการเปรียบเทียบขาดความเที่ยงตรงและอาจเกิดความลำเอียงได้ผู้บริหารที่ประสงค์จะนำแนวคิดนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กรพึงระวังข้อจำกัดและปัญหาดังที่กล่าวนี้

    (นางสาวกชกร เดชกำแหง 12590001)

    ตอบลบ
  45. ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ

    ตอบลบ
  46. ทฤษฎีนี้ตั้งอยู่บนแนวคิดที่ว่าสมาชิกทุกคนต้องการความเสมอภาคในองค์กรโดยสมาชิกแต่ละคนจะพิจารณาอัตราส่วนผลตอบแทนที่ได้รับจากองค์กร (Output) ซึ่งได้แก่เงินเดือนโบนัสการเลื่อนตำแหน่งรถประจำตำแหน่ง ฯลฯ ต่อสิ่งที่ได้ทุ่มเทให้กับองค์กร (Input) อันได้แก่ปริมาณและคุณภาพของงานความรู้การศึกษาและประสบการณ์ของสมาชิกอายุงานตำแหน่งในองค์กรความสามารถเฉพาะทางตลอดจนคุณสมบัติอื่นของตนเองเปรียบเทียบกับผู้อื่นหากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคก็จะดำเนินการเพื่อกำจัดความไม่เสมอภาคดังกล่าว
    -กรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ทุ่มเทของตนเองน้อยกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นพนักงานอาจทำให้เสมอภาคโดยการลดสิ่งที่ตนเองทุ่มเทลงเรื่อยๆจนกว่าตนเองจะรู้สึกว่าเสมอภาคหรืออาจดำเนินการแทรกแซงเพื่อลดผลตอบแทนของบุคคลอื่นหรือเรียกร้องให้ตนเองได้ผลตอบแทนสูงมากขึ้น
    -กรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ทุ่มเทของตนเองมากกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นโดยทฤษฎีแล้วพนักงานจะทำงานให้หนักขึ้นหรืออาจเรียกร้องให้บุคคลอื่นได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นหรือแม้กระทั่งขอลดผลตอบแทนที่ตนเองได้รับลงแต่ในทางปฏิบัติแล้วกรณีหลังจะมีความเป็นไปได้น้อย
    -เป็นที่น่าสังเกตว่าการวัดผลและการเปรียบเทียบดังที่กล่าวข้างต้นเป็นไปโดยความรู้สึกจากการรับรู้ของตนเองทั้งสิ้นซึ่งย่อมทำให้การวัดผลและการเปรียบเทียบขาดความเที่ยงตรงและอาจเกิดความลำเอียงได้ผู้บริหารที่ประสงค์จะนำแนวคิดนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กรพึงระวังข้อจำกัดและปัญหาดังที่กล่าวนี้
    (นางสาวศศิประภา ผาดศรี 12590075)

    ตอบลบ
  47. ทฤษฎีความเสมอภาคทฤษฎีนี้ตั้งอยู่บนแนวคิดที่ว่าสมาชิกทุกคนต้องการความเสมอภาคในองค์กรโดยสมาชิกแต่ละคนจะพิจารณาอัตราส่วนผลตอบแทนที่ได้รับจากองค์กรซึ่งได้แก่เงินเดือนโบนัสการเลื่อนตำแหน่งรถประจำตำแหน่งอื่นๆ ต่อสิ่งที่ได้ทุ่มเทให้กับองค์กรอันได้แก่ปริมาณและคุณภาพของงานความรู้การศึกษาและประสบการณ์ของสมาชิกอายุงาน ตำแหน่งในองค์กรความสามารถเฉพาะทางตลอดจนคุณสมบัติอื่นของตนเองเปรียบเทียบกับผู้อื่นหากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคก็จะดำเนินการเพื่อการจัดความไม่เสมอภาคดังกล่าว กรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ ทุ่มเท ขอตนเองน้อยกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นพนักงานอาจทำให้ความเสมอภาคในการลดสิ่งที่ตนเองทุ่มเทลงไปเรื่อยๆจนกว่าตัวเองจะรู้สึกเสมอภาพหรืออาจดำเนินการแทรกแซงเพื่อลดผลตอบแทนของผู้อื่นหรือเรียกร้องให้ตนเองได้รับผลตอบแทนสูงขึ้นกรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ทุ่มเทของตนเองมากกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นโดยทฤษฎีและพนักงานจะทำงานที่หนักขึ้นหรืออาจเรียกร้องให้ผู้อื่นได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นหรือแม้กระทั่งขอลดผลตอบแทนที่ตนได้รับแต่ในทางปฏิบัติแล้วกรณีหลังจะมีความเป็นไปได้น้อย เป็นที่น่าสังเกตว่าการวัดผลและการเปรียบเทียบดังที่กล่าวข้างต้นเป็นไปโดยความรู้สึกจากการรับรู้ของตนเองทั้งสิ้นซึ่งย่อมทำให้การวัดผลและการเปรียบเทียบขาดความเที่ยงตรงและอาจเกิดความลำเอียงได้ผู้บริหารที่ประสงค์จะนำแนวคิดนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กร เพิ่งระวังข้อจำกัดและปัญหาดังที่กล่าวนี้
    (นางสาวคณภัทร์ ศิริโยธิน 12590108)

    ตอบลบ

  48. -เมื่อพนักงานรู้สึกว่าไม่ได้รับความเสมอภาคจากการปฏิบัติงาน พนักงานจะดำเนินการอย่างไร
    โดยมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมและปฏิบัติตามกฎความเสมอภาคอย่างเคร่งครัด พยายามหลีกเลี่ยงการเลือกปฏิบัติโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรและตระหนักดีว่าการกระทำเช่นนั้นเป็นอุปสรรคในการดำเนินงานตามนโยบายความเสมอภาคทางโอกาส การมีส่วนร่วม และสิทธิมนุษยชน เราจะปฏิบัติตามหลักต่อไปนี้
    1.สร้างความเข้าใจ การเห็นคุณค่า และการปฏิบัติงานด้านความหลากหลายของผู้คน เพื่อให้เกิดความยุติธรรมและการมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ในงานของเรา
    2.ทำให้มั่นใจได้ว่าจะไม่มีการเลือกปฏิบัติโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรในการจ้างงาน การคัดเลือกบุคคลเข้าทำงาน รวมถึงขั้นตอนอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
    3.ส่งเสริมความเสมอภาคทางโอกาส รวมถึงการทำแบบประเมินผลกระทบ และการคัดกรองความเสมอภาคเชิงนโยบาย การทำงาน และแผนการดำเนินงานด้านความหลากหลาย
    4.ปฏิบัติกับผู้ร่วมงานอย่างเท่าเทียม ให้เกียรติ และความเคารพ
    5.ปฏิบัติหน้าที่ของเราเพื่อขจัดการเลือกปฏิบัติ และอุปสรรค พร้อมทั้งสร้างความสมดุล ความเสมอภาคในองค์การ
    -ผู้บริหารควรแก้ปัญหาความไม่เสมอภาคนั้นดังนี้
    1.ผู้บริหารจะต้องตระหนักว่าความเสมอภาคเป็นเพียงการรับรู้ของพนักงาน ซึ่งอาจไม่ถูกต้องก็ได้ ผู้บริหารอาจทำให้พนักงานรู้สึกถึงความเสมอภาคหรือความไม่เสมอภาคได้ เช่น ผู้บริหารบางคนมีพนักงานที่ตัวเองโปรดปรานเป็นคนใกล้ชิด ได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ในขณะที่ละเลยต่อคนอื่นๆ
    2. การให้ผลตอบแทนหรือรางวัลต้องมีความเหมาะสม ถ้าหากพนักงานรับรู้ว่าเขาได้รับการปฏิบัติอย่างลำเอียงจะเกิดปัญหาในการปฏิบัติงานและขวัญกำลังใจขึ้น
    (นางสาวสิตานัน หรุ่นทอง 12590082)

    ตอบลบ
  49. ทฤษฎีนี้ตั้งอยู่บนแนวคิดที่ว่าสมาชิกทุกคนต้องการความเสมอภาคในองค์กรโดยสมาชิกแต่ละคนจะพิจารณาอัตราส่วนผลตอบแทนที่ได้รับจากองค์กร (Output) ซึ่งได้แก่เงินเดือนโบนัสการเลื่อนตำแหน่งรถประจำตำแหน่ง ฯลฯ ต่อสิ่งที่ได้ทุ่มเทให้กับองค์กร (Input) อันได้แก่ปริมาณและคุณภาพของงานความรู้การศึกษาและประสบการณ์ของสมาชิกอายุงานตำแหน่งในองค์กรความสามารถเฉพาะทางตลอดจนคุณสมบัติอื่นของตนเองเปรียบเทียบกับผู้อื่นหากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคก็จะดำเนินการเพื่อกำจัดความไม่เสมอภาคดังกล่าว
    กรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ทุ่มเทของตนเองน้อยกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นพนักงานอาจทำให้เสมอภาคโดยการลดสิ่งที่ตนเองทุ่มเทลงเรื่อยๆจนกว่าตนเองจะรู้สึกว่าเสมอภาคหรืออาจดำเนินการแทรกแซงเพื่อลดผลตอบแทนของบุคคลอื่นหรือเรียกร้องให้ตนเองได้ผลตอบแทนสูงมากขึ้นกรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ทุ่มเทของตนเองมากกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นโดยทฤษฎีแล้วพนักงานจะทำงานให้หนักขึ้นหรืออาจเรียกร้องให้บุคคลอื่นได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นหรือแม้กระทั่งขอลดผลตอบแทนที่ตนเองได้รับลงแต่ในทางปฏิบัติแล้วกรณีหลังจะมีความเป็นไปได้น้อยเป็นที่น่าสังเกตว่าการวัดผลและการเปรียบเทียบดังที่กล่าวข้างต้นเป็นไปโดยความรู้สึกจากการรับรู้ของตนเองทั้งสิ้นซึ่งย่อมทำให้การวัดผลและการเปรียบเทียบขาดความเที่ยงตรงและอาจเกิดความลำเอียงได้ผู้บริหารที่ประสงค์จะนำแนวคิดนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กรพึงระวังข้อจำกัดและปัญหาดังที่กล่าวนี้
    (ณัฐฌา ปักกัง 12590019)

    ตอบลบ
  50. ทฤษฎีความเสมอภาค ตั้งอยู่บนแนวคิดที่ว่าสมาชิกทุกคนควรต้องการความเสมอภาคในองค์กร โดยสมาชิกแต่ละคนจะพิจารณาอัตราส่วนผลตอบแทนที่ได้รับจากองค์กร ซึ่งได้แก่เงินเดือนโบนัส การเลื่อนขั้นเป็นต้น ต่อสิ่งที่ได้ทุ่มเทให้กับองค์กร อันได้แก่ ปริมาณ และคุณภาพของงาน ความรู้ การศึกษา และประสบการณ์ของสมาชิก อายุงาน ตำแหน่งในองค์กร ความสามรถเฉพาะทาง ตลอดจนคุณสมบัติ ซึ่งเมื่อพนักงานรู้สึกว่าไม่ได้รับความเสมอภาคจากการปฏิบัติงาน พนักงานจะดำเนินการพิจารณาอัตราส่วนผลตอบแทนที่ได้รับจากองค์กร ต่อสิ่งที่ได้ทุ่มเทให้กับองค์กร และผู้บริหารควรแก้ปัญหาโดยการพึงระวังข้อจำกัดต่างๆที่จะเกิดขึ้นอยู่เสมอ (ศุภิสรา นรินยา 12590717)

    ตอบลบ
  51. ทฤษฎีความเสมอภาคทฤษฎีนี้ตั้งอยู่บนแนวคิดที่ว่าสมาชิกทุกคนต้องการความเสมอภาคในองค์กรโดยสมาชิกแต่ละคนจะพิจารณาอัตราส่วนผลตอบแทนที่ได้รับจากองค์กรซึ่งได้แก่เงินเดือนโบนัสการเลื่อนตำแหน่งรถประจำตำแหน่งอื่นๆ ต่อสิ่งที่ได้ทุ่มเทให้กับองค์กรอันได้แก่ปริมาณและคุณภาพของงานความรู้การศึกษาและประสบการณ์ของสมาชิกอายุงาน ตำแหน่งในองค์กรความสามารถเฉพาะทางตลอดจนคุณสมบัติอื่นของตนเองเปรียบเทียบกับผู้อื่นหากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคก็จะดำเนินการเพื่อการจัดความไม่เสมอภาคดังกล่าว กรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ ทุ่มเท ขอตนเองน้อยกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นพนักงานอาจทำให้ความเสมอภาคในการลดสิ่งที่ตนเองทุ่มเทลงไปเรื่อยๆจนกว่าตัวเองจะรู้สึกเสมอภาพหรืออาจดำเนินการแทรกแซงเพื่อลดผลตอบแทนของผู้อื่นหรือเรียกร้องให้ตนเองได้รับผลตอบแทนสูงขึ้นกรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ทุ่มเทของตนเองมากกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นโดยทฤษฎีและพนักงานจะทำงานที่หนักขึ้นหรืออาจเรียกร้องให้ผู้อื่นได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นหรือแม้กระทั่งขอลดผลตอบแทนที่ตนได้รับแต่ในทางปฏิบัติแล้วกรณีหลังจะมีความเป็นไปได้น้อย เป็นที่น่าสังเกตว่าการวัดผลและการเปรียบเทียบดังที่กล่าวข้างต้นเป็นไปโดยความรู้สึกจากการรับรู้ของตนเองทั้งสิ้นซึ่งย่อมทำให้การวัดผลและการเปรียบเทียบขาดความเที่ยงตรงและอาจเกิดความลำเอียงได้ผู้บริหารที่ประสงค์จะนำแนวคิดนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กร เพิ่งระวังข้อจำกัดและปัญหาดังที่กล่าวนี้
    (จุฬาลักษณ์ สกุลวงวาร 12590010)

    ตอบลบ
  52. เมื่อพนักงานรู้สึกว่าไม่ได้รับความเสมอภาคจากการปฏิบัติงาน พนักงานจะดำเนินการอย่างไร
    โดยมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมและปฏิบัติตามกฎความเสมอภาคอย่างเคร่งครัด พยายามหลีกเลี่ยงการเลือกปฏิบัติโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรและตระหนักดีว่าการกระทำเช่นนั้นเป็นอุปสรรคในการดำเนินงานตามนโยบายความเสมอภาคทางโอกาส การมีส่วนร่วม และสิทธิมนุษยชน เราจะปฏิบัติตามหลักต่อไปนี้
    1.สร้างความเข้าใจ การเห็นคุณค่า และการปฏิบัติงานด้านความหลากหลายของผู้คน เพื่อให้เกิดความยุติธรรมและการมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ในงานของเรา
    2.ทำให้มั่นใจได้ว่าจะไม่มีการเลือกปฏิบัติโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรในการจ้างงาน การคัดเลือกบุคคลเข้าทำงาน รวมถึงขั้นตอนอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
    3.ส่งเสริมความเสมอภาคทางโอกาส รวมถึงการทำแบบประเมินผลกระทบ และการคัดกรองความเสมอภาคเชิงนโยบาย การทำงาน และแผนการดำเนินงานด้านความหลากหลาย
    4.ปฏิบัติกับผู้ร่วมงานอย่างเท่าเทียม ให้เกียรติ และความเคารพ
    5.ปฏิบัติหน้าที่ของเราเพื่อขจัดการเลือกปฏิบัติ และอุปสรรค พร้อมทั้งสร้างความสมดุล ความเสมอภาคในองค์การ
    -ผู้บริหารควรแก้ปัญหาความไม่เสมอภาคนั้นดังนี้
    1.ผู้บริหารจะต้องตระหนักว่าความเสมอภาคเป็นเพียงการรับรู้ของพนักงาน ซึ่งอาจไม่ถูกต้องก็ได้ ผู้บริหารอาจทำให้พนักงานรู้สึกถึงความเสมอภาคหรือความไม่เสมอภาคได้ เช่น ผู้บริหารบางคนมีพนักงานที่ตัวเองโปรดปรานเป็นคนใกล้ชิด ได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ในขณะที่ละเลยต่อคนอื่นๆ
    2. การให้ผลตอบแทนหรือรางวัลต้องมีความเหมาะสม ถ้าหากพนักงานรับรู้ว่าเขาได้รับการปฏิบัติอย่างลำเอียงจะเกิดปัญหาในการปฏิบัติงานและขวัญกำลังใจขึ้น
    (ภัทรานิษฐ์ กุญแจทอง 12590059)

    ตอบลบ
  53. ทฤษฎีความเสมอภาคทฤษฎีนี้ตั้งอยู่บนแนวคิดที่ว่าสมาชิกทุกคนต้องการความเสมอภาคในองค์กรโดยสมาชิกแต่ละคนจะพิจารณาอัตราส่วนผลตอบแทนที่ได้รับจากองค์กรซึ่งได้แก่เงินเดือนโบนัสการเลื่อนตำแหน่งรถประจำตำแหน่งอื่นๆ ต่อสิ่งที่ได้ทุ่มเทให้กับองค์กรอันได้แก่ปริมาณและคุณภาพของงานความรู้การศึกษาและประสบการณ์ของสมาชิกอายุงาน ตำแหน่งในองค์กรความสามารถเฉพาะทางตลอดจนคุณสมบัติอื่นของตนเองเปรียบเทียบกับผู้อื่นหากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคก็จะดำเนินการเพื่อการจัดความไม่เสมอภาคดังกล่าว กรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ ทุ่มเท ขอตนเองน้อยกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นพนักงานอาจทำให้ความเสมอภาคในการลดสิ่งที่ตนเองทุ่มเทลงไปเรื่อยๆจนกว่าตัวเองจะรู้สึกเสมอภาพหรืออาจดำเนินการแทรกแซงเพื่อลดผลตอบแทนของผู้อื่นหรือเรียกร้องให้ตนเองได้รับผลตอบแทนสูงขึ้นกรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ทุ่มเทของตนเองมากกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นโดยทฤษฎีและพนักงานจะทำงานที่หนักขึ้นหรืออาจเรียกร้องให้ผู้อื่นได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นหรือแม้กระทั่งขอลดผลตอบแทนที่ตนได้รับแต่ในทางปฏิบัติแล้วกรณีหลังจะมีความเป็นไปได้น้อย เป็นที่น่าสังเกตว่าการวัดผลและการเปรียบเทียบดังที่กล่าวข้างต้นเป็นไปโดยความรู้สึกจากการรับรู้ของตนเองทั้งสิ้นซึ่งย่อมทำให้การวัดผลและการเปรียบเทียบขาดความเที่ยงตรงและอาจเกิดความลำเอียงได้ผู้บริหารที่ประสงค์จะนำแนวคิดนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กร เพิ่งระวังข้อจำกัดและปัญหาดังที่กล่าวนี้
    (สุรีรัตน์ สระเกตุ 12590098)

    ตอบลบ

  54. ทฤษฎีความเสมอภาค ตั้งอยู่บนแนวคิดที่ว่าสมาชิกทุกคนควรต้องการความเสมอภาคในองค์กร โดยสมาชิกแต่ละคนจะพิจารณาอัตราส่วนผลตอบแทนที่ได้รับจากองค์กร ซึ่งได้แก่เงินเดือนโบนัส การเลื่อนขั้นเป็นต้น ต่อสิ่งที่ได้ทุ่มเทให้กับองค์กร อันได้แก่ ปริมาณ และคุณภาพของงาน ความรู้ การศึกษา และประสบการณ์ของสมาชิก อายุงาน ตำแหน่งในองค์กร ความสามรถเฉพาะทาง ตลอดจนคุณสมบัติ ซึ่งเมื่อพนักงานรู้สึกว่าไม่ได้รับความเสมอภาคจากการปฏิบัติงาน พนักงานจะดำเนินการพิจารณาอัตราส่วนผลตอบแทนที่ได้รับจากองค์กร ต่อสิ่งที่ได้ทุ่มเทให้กับองค์กร และผู้บริหารควรแก้ปัญหาโดยการพึงระวังข้อจำกัดต่างๆที่จะเกิดขึ้นอยู่เสมอ
    (นางสาวสุชานรี เวียนมานะ 12590089)

    ตอบลบ
  55. ทฤษฎีนี้ตั้งอยู่บนแนวคิดที่ว่าสมาชิกทุกคนต้องการความเสมอภาคในองค์กรโดยสมาชิกแต่ละคนจะพิจารณาอัตราส่วนผลตอบแทนที่ได้รับจากองค์กร (Output) ซึ่งได้แก่เงินเดือนโบนัสการเลื่อนตำแหน่งรถประจำตำแหน่ง ฯลฯ ต่อสิ่งที่ได้ทุ่มเทให้กับองค์กร (Input) อันได้แก่ปริมาณและคุณภาพของงานความรู้การศึกษาและประสบการณ์ของสมาชิกอายุงานตำแหน่งในองค์กรความสามารถเฉพาะทางตลอดจนคุณสมบัติอื่นของตนเองเปรียบเทียบกับผู้อื่นหากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคก็จะดำเนินการเพื่อกำจัดความไม่เสมอภาคดังกล่าว
    กรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ทุ่มเทของตนเองน้อยกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นพนักงานอาจทำให้เสมอภาคโดยการลดสิ่งที่ตนเองทุ่มเทลงเรื่อยๆจนกว่าตนเองจะรู้สึกว่าเสมอภาคหรืออาจดำเนินการแทรกแซงเพื่อลดผลตอบแทนของบุคคลอื่นหรือเรียกร้องให้ตนเองได้ผลตอบแทนสูงมากขึ้นกรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ทุ่มเทของตนเองมากกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นโดยทฤษฎีแล้วพนักงานจะทำงานให้หนักขึ้นหรืออาจเรียกร้องให้บุคคลอื่นได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นหรือแม้กระทั่งขอลดผลตอบแทนที่ตนเองได้รับลงแต่ในทางปฏิบัติแล้วกรณีหลังจะมีความเป็นไปได้น้อยเป็นที่น่าสังเกตว่าการวัดผลและการเปรียบเทียบดังที่กล่าวข้างต้นเป็นไปโดยความรู้สึกจากการรับรู้ของตนเองทั้งสิ้นซึ่งย่อมทำให้การวัดผลและการเปรียบเทียบขาดความเที่ยงตรงและอาจเกิดความลำเอียงได้ผู้บริหารที่ประสงค์จะนำแนวคิดนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กรพึงระวังข้อจำกัดและปัญหาดังที่กล่าวนี้
    (ณัฐนพิน ชินวัฒนา 12590021)

    ตอบลบ
  56. ทฤษฎีนี้ตั้งอยู่บนแนวคิดที่ว่าสมาชิกทุกคนต้องการความเสมอภาคในองค์กรโดยสมาชิกแต่ละคนจะพิจารณาอัตราส่วนผลตอบแทนที่ได้รับจากองค์กร (Output) ซึ่งได้แก่เงินเดือนโบนัสการเลื่อนตำแหน่งรถประจำตำแหน่ง ฯลฯ ต่อสิ่งที่ได้ทุ่มเทให้กับองค์กร (Input) อันได้แก่ปริมาณและคุณภาพของงานความรู้การศึกษาและประสบการณ์ของสมาชิกอายุงานตำแหน่งในองค์กรความสามารถเฉพาะทางตลอดจนคุณสมบัติอื่นของตนเองเปรียบเทียบกับผู้อื่นหากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคก็จะดำเนินการเพื่อกำจัดความไม่เสมอภาคดังกล่าว
    กรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ทุ่มเทของตนเองน้อยกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นพนักงานอาจทำให้เสมอภาคโดยการลดสิ่งที่ตนเองทุ่มเทลงเรื่อยๆจนกว่าตนเองจะรู้สึกว่าเสมอภาคหรืออาจดำเนินการแทรกแซงเพื่อลดผลตอบแทนของบุคคลอื่นหรือเรียกร้องให้ตนเองได้ผลตอบแทนสูงมากขึ้นกรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ทุ่มเทของตนเองมากกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นโดยทฤษฎีแล้วพนักงานจะทำงานให้หนักขึ้นหรืออาจเรียกร้องให้บุคคลอื่นได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นหรือแม้กระทั่งขอลดผลตอบแทนที่ตนเองได้รับลงแต่ในทางปฏิบัติแล้วกรณีหลังจะมีความเป็นไปได้น้อยเป็นที่น่าสังเกตว่าการวัดผลและการเปรียบเทียบดังที่กล่าวข้างต้นเป็นไปโดยความรู้สึกจากการรับรู้ของตนเองทั้งสิ้นซึ่งย่อมทำให้การวัดผลและการเปรียบเทียบขาดความเที่ยงตรงและอาจเกิดความลำเอียงได้ผู้บริหารที่ประสงค์จะนำแนวคิดนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กรพึงระวังข้อจำกัดและปัญหาดังที่กล่าวนี้
    (นางสาวชุติกาญจน์ ปานดารา 12590016)

    ตอบลบ
  57. ทฤษฎีความเสมอภาค ทฤษฎีนี้ตั้งอยู่บนแนวคิดที่ว่าสมาชิกทุกคนต้องการความเสมอภาคในองค์กรโดยสมาชิกแต่ละคนจะพิจารณาอัตราส่วนผลตอบแทนที่ได้รับจากองค์กร (Output) ซึ่งได้แก่เงินเดือนโบนัสการเลื่อนตำแหน่งรถประจำตำแหน่ง ฯลฯ ต่อสิ่งที่ได้ทุ่มเทให้กับองค์กร (Input) อันได้แก่ปริมาณและคุณภาพของงานความรู้การศึกษาและประสบการณ์ของสมาชิกอายุงานตำแหน่งในองค์กรความสามารถเฉพาะทางตลอดจนคุณสมบัติอื่นของตนเองเปรียบเทียบกับผู้อื่นหากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคก็จะดำเนินการเพื่อกำจัดความไม่เสมอภาคดังกล่าว
    -กรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ทุ่มเทของตนเองน้อยกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นพนักงานอาจทำให้เสมอภาคโดยการลดสิ่งที่ตนเองทุ่มเทลงเรื่อยๆจนกว่าตนเองจะรู้สึกว่าเสมอภาคหรืออาจดำเนินการแทรกแซงเพื่อลดผลตอบแทนของบุคคลอื่นหรือเรียกร้องให้ตนเองได้ผลตอบแทนสูงมากขึ้น
    (วริศ เอี๊ยวชัยพร 070)

    ตอบลบ
  58. ทฤษฎีนี้ตั้งอยู่บนแนวคิดที่ว่าสมาชิกทุกคนต้องการความเสมอภาคในองค์กรโดยสมาชิกแต่ละคนจะพิจารณาอัตราส่วนผลตอบแทนที่ได้รับจากองค์กร (Output) ซึ่งได้แก่เงินเดือนโบนัสการเลื่อนตำแหน่งรถประจำตำแหน่ง ฯลฯ ต่อสิ่งที่ได้ทุ่มเทให้กับองค์กร (Input) อันได้แก่ปริมาณและคุณภาพของงานความรู้การศึกษาและประสบการณ์ของสมาชิกอายุงานตำแหน่งในองค์กรความสามารถเฉพาะทางตลอดจนคุณสมบัติอื่นของตนเองเปรียบเทียบกับผู้อื่นหากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคก็จะดำเนินการเพื่อกำจัดความไม่เสมอภาคดังกล่าว
    กรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ทุ่มเทของตนเองน้อยกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นพนักงานอาจทำให้เสมอภาคโดยการลดสิ่งที่ตนเองทุ่มเทลงเรื่อยๆจนกว่าตนเองจะรู้สึกว่าเสมอภาคหรืออาจดำเนินการแทรกแซงเพื่อลดผลตอบแทนของบุคคลอื่นหรือเรียกร้องให้ตนเองได้ผลตอบแทนสูงมากขึ้นกรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ทุ่มเทของตนเองมากกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นโดยทฤษฎีแล้วพนักงานจะทำงานให้หนักขึ้นหรืออาจเรียกร้องให้บุคคลอื่นได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นหรือแม้กระทั่งขอลดผลตอบแทนที่ตนเองได้รับลงแต่ในทางปฏิบัติแล้วกรณีหลังจะมีความเป็นไปได้น้อยเป็นที่น่าสังเกตว่าการวัดผลและการเปรียบเทียบดังที่กล่าวข้างต้นเป็นไปโดยความรู้สึกจากการรับรู้ของตนเองทั้งสิ้นซึ่งย่อมทำให้การวัดผลและการเปรียบเทียบขาดความเที่ยงตรงและอาจเกิดความลำเอียงได้ผู้บริหารที่ประสงค์จะนำแนวคิดนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กรพึงระวังข้อจำกัดและปัญหาดังที่กล่าว
    (ปาลิตา มนัสปัญญากุล 12590049)

    ตอบลบ
  59. ทฤษฎีความเสมอภาคทฤษฎีนี้ตั้งอยู่บนแนวคิดที่ว่าสมาชิกทุกคนต้องการความเสมอภาคในองค์กรโดยสมาชิกแต่ละคนจะพิจารณาอัตราส่วนผลตอบแทนที่ได้รับจากองค์กรซึ่งได้แก่เงินเดือนโบนัสการเลื่อนตำแหน่งรถประจำตำแหน่งอื่นๆ ต่อสิ่งที่ได้ทุ่มเทให้กับองค์กรอันได้แก่ปริมาณและคุณภาพของงานความรู้การศึกษาและประสบการณ์ของสมาชิกอายุงาน ตำแหน่งในองค์กรความสามารถเฉพาะทางตลอดจนคุณสมบัติอื่นของตนเองเปรียบเทียบกับผู้อื่นหากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคก็จะดำเนินการเพื่อการจัดความไม่เสมอภาคดังกล่าว กรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ ทุ่มเท ขอตนเองน้อยกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นพนักงานอาจทำให้ความเสมอภาคในการลดสิ่งที่ตนเองทุ่มเทลงไปเรื่อยๆจนกว่าตัวเองจะรู้สึกเสมอภาพหรืออาจดำเนินการแทรกแซงเพื่อลดผลตอบแทนของผู้อื่นหรือเรียกร้องให้ตนเองได้รับผลตอบแทนสูงขึ้นกรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ทุ่มเทของตนเองมากกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นโดยทฤษฎีและพนักงานจะทำงานที่หนักขึ้นหรืออาจเรียกร้องให้ผู้อื่นได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นหรือแม้กระทั่งขอลดผลตอบแทนที่ตนได้รับแต่ในทางปฏิบัติแล้วกรณีหลังจะมีความเป็นไปได้น้อย เป็นที่น่าสังเกตว่าการวัดผลและการเปรียบเทียบดังที่กล่าวข้างต้นเป็นไปโดยความรู้สึกจากการรับรู้ของตนเองทั้งสิ้นซึ่งย่อมทำให้การวัดผลและการเปรียบเทียบขาดความเที่ยงตรงและอาจเกิดความลำเอียงได้ผู้บริหารที่ประสงค์จะนำแนวคิดนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กร เพิ่งระวังข้อจำกัดและปัญหาดังที่กล่าวนี้

    (สมภพ ขุนทรง 12590079)

    ตอบลบ
  60. ทฤษฎีนี้ตั้งอยู่บนแนวคิดที่ว่าสมาชิกทุกคนต้องการความเสมอภาคในองค์กรโดยสมาชิกแต่ละคนจะพิจารณาอัตราส่วนผลตอบแทนที่ได้รับจากองค์กร (Output) ซึ่งได้แก่เงินเดือนโบนัสการเลื่อนตำแหน่งรถประจำตำแหน่ง ฯลฯ ต่อสิ่งที่ได้ทุ่มเทให้กับองค์กร (Input) อันได้แก่ปริมาณและคุณภาพของงานความรู้การศึกษาและประสบการณ์ของสมาชิกอายุงานตำแหน่งในองค์กรความสามารถเฉพาะทางตลอดจนคุณสมบัติอื่นของตนเองเปรียบเทียบกับผู้อื่นหากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคก็จะดำเนินการเพื่อกำจัดความไม่เสมอภาคดังกล่าว
    กรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ทุ่มเทของตนเองน้อยกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นพนักงานอาจทำให้เสมอภาคโดยการลดสิ่งที่ตนเองทุ่มเทลงเรื่อยๆจนกว่าตนเองจะรู้สึกว่าเสมอภาคหรืออาจดำเนินการแทรกแซงเพื่อลดผลตอบแทนของบุคคลอื่นหรือเรียกร้องให้ตนเองได้ผลตอบแทนสูงมากขึ้นกรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ทุ่มเทของตนเองมากกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นโดยทฤษฎีแล้วพนักงานจะทำงานให้หนักขึ้นหรืออาจเรียกร้องให้บุคคลอื่นได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นหรือแม้กระทั่งขอลดผลตอบแทนที่ตนเองได้รับลงแต่ในทางปฏิบัติแล้วกรณีหลังจะมีความเป็นไปได้น้อยเป็นที่น่าสังเกตว่าการวัดผลและการเปรียบเทียบดังที่กล่าวข้างต้นเป็นไปโดยความรู้สึกจากการรับรู้ของตนเองทั้งสิ้นซึ่งย่อมทำให้การวัดผลและการเปรียบเทียบขาดความเที่ยงตรงและอาจเกิดความลำเอียงได้ผู้บริหารที่ประสงค์จะนำแนวคิดนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กรพึงระวังข้อจำกัดและปัญหาดังที่กล่าวนี้
    (ธนสิทธิ์ อาจอ่อนศรี 12590036)

    ตอบลบ
  61. ทฤษฎีนี้ตั้งอยู่บนแนวคิดที่ว่าสมาชิกทุกคนต้องการความเสมอภาคในองค์กรโดยสมาชิกแต่ละคนจะพิจารณาอัตราส่วนผลตอบแทนที่ได้รับจากองค์กร (Output) ซึ่งได้แก่เงินเดือนโบนัสการเลื่อนตำแหน่งรถประจำตำแหน่ง ฯลฯ ต่อสิ่งที่ได้ทุ่มเทให้กับองค์กร (Input) อันได้แก่ปริมาณและคุณภาพของงานความรู้การศึกษาและประสบการณ์ของสมาชิกอายุงานตำแหน่งในองค์กรความสามารถเฉพาะทางตลอดจนคุณสมบัติอื่นของตนเองเปรียบเทียบกับผู้อื่นหากพนักงานพบว่าเกิดความไม่เสมอภาคก็จะดำเนินการเพื่อกำจัดความไม่เสมอภาคดังกล่าว
    กรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ทุ่มเทของตนเองน้อยกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นพนักงานอาจทำให้เสมอภาคโดยการลดสิ่งที่ตนเองทุ่มเทลงเรื่อยๆจนกว่าตนเองจะรู้สึกว่าเสมอภาคหรืออาจดำเนินการแทรกแซงเพื่อลดผลตอบแทนของบุคคลอื่นหรือเรียกร้องให้ตนเองได้ผลตอบแทนสูงมากขึ้นกรณีที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสิ่งที่ทุ่มเทของตนเองมากกว่าอัตราส่วนของผู้อื่นโดยทฤษฎีแล้วพนักงานจะทำงานให้หนักขึ้นหรืออาจเรียกร้องให้บุคคลอื่นได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นหรือแม้กระทั่งขอลดผลตอบแทนที่ตนเองได้รับลงแต่ในทางปฏิบัติแล้วกรณีหลังจะมีความเป็นไปได้น้อยเป็นที่น่าสังเกตว่าการวัดผลและการเปรียบเทียบดังที่กล่าวข้างต้นเป็นไปโดยความรู้สึกจากการรับรู้ของตนเองทั้งสิ้นซึ่งย่อมทำให้การวัดผลและการเปรียบเทียบขาดความเที่ยงตรงและอาจเกิดความลำเอียงได้ผู้บริหารที่ประสงค์จะนำแนวคิดนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กรพึงระวังข้อจำกัดและปัญหาดังที่กล่าว
    (นางสาวเอเซีย พิทยาพละ 12590112)

    ตอบลบ